[KHR FIC] [10069] Opheliac VIII: Insanity

posted on 18 Aug 2008 20:12 by hiyuura  in Fanfiction

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Opheliac
Pairing: 10069
Rating: PG-15 (for this chapter)
Warning: BL, brainwash, blood and violence, spoilers

Previous Chapters: | Prologue | Chapter 1 | Chapter 2 | Chapter 3 | Chapter 4A | Chapter 4B | Chapter 5 | Chapter 6Chapter 7

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Look, look with your eyes
At my heart
I am smeared with blood as my wings are being taken
On this island district of madness


—Opheliac—
Chapter VIII: Insanity


หากฉัน...เป็นอัสนีที่สามารถทำให้ฟากฟ้าที่มืดมิดราวกับราตรีสว่างขึ้นได้...ฉันจะสามารถทำให้นัยน์ตาที่มืดบอดของเธอมองเห็นได้หรือเปล่า...ในเมื่อฉันรู้ว่าเพียงแค่ดึงผ้าปิดตาที่มืดทึบของเธอออก...ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอมองเห็น...

เธอ...ที่ถูกคุมขังให้สิ้นอิสรภาพอยู่บนหอคอยที่สูงเสียดฟ้า...บนหอคอยที่ยอดเสียดเมฆาที่เธอเชื่อว่าใกล้...จนอาจได้เอื้อมถึงสวรรค์...

มนุษย์...มิใช่เม็ดฝนที่อาจประสานผืนดินและแผ่นฟ้า...เช่นนั้นแล้ว...สวรรค์ที่มนุษย์พึงทะยานอยาก...เมื่อหอคอยนั้นพังทลายลงมา...เธอจะต้องเจ็บปวดอีกสักเท่าไร...

...กับความบ้าคลั่งวิปลาสที่ยังพยายามจะยึดเหนี่ยวไขว่คว้า...เอาสรวงสวรรค์ที่ไม่อาจเป็นจริงได้...

สรวงสวรรค์ลวงหลอกสีโลหิต...ที่เธอทั้งรักและชิงชัง

ลวงหลอก...หลอกลวง...ต้องเป็นเช่นนี้อีกนานสักเท่าไร...

...กับการรอคอย...ที่ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด...

หากฉันเป็นอัสนีที่สามารถทำให้ฟากฟ้าที่มืดมิดราวกับราตรีสว่างขึ้นมาได้...เธอจะยอมลืมตามองดูสิ่งอื่น...นอกจากความมืดมิดที่เธอปิดหูปิดตาตัวเองเอาไว้...บ้างหรือเปล่า...

เพียงเพราะฉันรู้ดีว่า...ไม่อาจทำให้เธอมองเห็นได้...เพียงแค่ดึงผ้าปิดตาที่สวมคลุมดวงตาแสนงามของเธอออก...



นภา...สว่างขึ้นราวกับกลางวัน...ในโลกใต้ผืนฟ้าที่สายฝนพร่างพรมลงมาไม่หยุดหย่อน...อัสนีบาตแลบปลาบโชติสว่าง...แม้เพียงพริบตาก่อนจะมืดดับ...หากแต่ไฟในตีกบัญชาการใหญ่แห่งมีลฟีโอเล่กลับดับลงสนิทก่อนแล้ว...ไฟทุกดวงดับลงสนิทราวกับระบบวงจรไฟฟ้าขัดข้อง...และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างก็ปิดตัวเองลง...ใช้การไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

โชอิจิจ้องมองไฟดวงสุดท้ายที่สุดปลายทางเดินดับลง ก่อนจะหยุดฝีเท้า...หยุดรอให้ระบบไฟฉุกเฉินทำงาน หากแต่การรอคอย...แม้แสนสั้น แต่ก็อาจรู้สึกเหมือนยาวนานเป็นปีหรือนานกว่านั้นได้เสมอ ชั่วครู่วินาทีที่มืดมิด...กลับทำให้หัวใจที่คิดว่าได้ตั้งปณิธานไว้แน่วแน่แล้วหวาดหวั่น...หัวใจที่เคยสงบกลับเริ่มที่จะเต้นระรัว...

ไม่ได้หวาดกลัวศัตรู...ไม่ได้หวาดกลัววองโกเล่...ไม่ได้หวาดกลัวที่จะพ่ายแพ้...

โชอิจิเกลียดความพ่ายแพ้...แต่เขาไม่เคยหวาดกลัวมัน

เขากลัวการตัดสินใจของตัวเองต่างหาก

การตัดสินใจของคนอย่างเขา...คนที่ทุกอย่างต้องอยู่ในการคำนวณอย่างเขา...มันไม่อาจผิดพลาดได้...เพียงเพราะ...เขารู้ดีว่า...มันไม่ใช่แค่การคำนวณในข้อสอบคณิตศาสตร์...ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวก็เป็นความผิดพลาดทั้งชีวิตได้...แต่หากใจอ่อน...ก็ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้เช่นกัน...

ชายหนุ่มกำปืนไว้ในมือแน่น...ความมืด...มันทำให้ใจเขาไม่สงบ...ความมืด...รั้งทุกอย่างให้ช้าลง...ราวกับพยายามล่อหลอกให้โลเล...

ความมืด...มันกำลังทำให้เขาเป็นบ้า

แม้ว่าจะรู้และพอจะคาดการณ์ได้ถึงเหตุผลและผลลัทธ์ที่น่าจะออกมาว่าจะเป็นเช่นไร...แต่...ชั่วขณะหนึ่งที่โลกทั้งใบดูราวกับมืดมิดไร้แสงสว่าง...เขารู้สึกราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันสามารถดับวูบลงไปได้เอง...แม้แต่ความคิด...หากแต่...

ทุกอย่างเด่นชัดขึ้นเมื่อไฟสำรองติด...ชั่วขณะของความมืดเป็นดังความฝันที่ไม่ยั่งยืน...ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจที่ไม่รู้ว่ากลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แม้ว่าจะไม่อาจลืมเลือนฝันนั้น แต่ขาของเขาก็พาเขาก้าวเดินต่อไปตามทางเดิน...เขารู้ดีว่าจุดหมายของเขาอยู่ที่ไหน...และ...

ความไว้วางใจที่เคยทำให้เขาได้บทเรียนราคาแพง...กับความพ่ายแพ้ที่เขาเกลียดและไม่อยากจะยอมรับ...

เขาได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ใจอ่อนอีก แม้ว่า...

มือหนึ่งกระชับอาวุธอันตรายในมือแน่น ขณะที่อีกมือหนึ่งเอื้อมไปเปิดประตูที่เขารู้ว่าควรจะพบอะไร...หรือใคร...อยู่เบื้องหลัง...

“เป็นนายจริงๆด้วยสินะ”

จะต้องหันปากกระบอกปืนเข้าหาคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘เพื่อน’ ก็ตาม...

“…สปาน่า”

ชายหนุ่มผมบลอนด์ค่อยๆหันกลับมา เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่มาพร้อมกับเสียงขึ้นนก อมยิ้มของโปรดยังคงคาอยู่ในปาก...สปาน่าเอ่ยทัก

“ไง ไม่ได้เจอกันนานนะ...โชอิจิ”



เสี้ยววินาทีที่ไฟทั้งหมดในตึกดับลง ก่อนที่ไฟสำรองจะมา...สำหรับผู้เจนประสบการณ์แล้ว สามารถรู้ได้ทันทีว่า...นี่...คือสัญญาณ

“สปาน่าปิดระบบไฟทั้งตึกแล้ว คงถ่วงเวลาพวกนั้นได้อีกสักสองสามนาที พวกนายพร้อมกันรึยัง” แกมม่าชายตามองเด็กหนุ่มอีกสองคนที่ต้องมาร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน เสียงฝีเท้าของพวกลิ่วล้อรักษาความปลอดภัยมีลฟีโอเล่ใกล้เข้ามาแล้ว และสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือ...

โกคุเดระควักไดนาไมต์ออกมาเตรียมจุด ขณะที่ยามาโมโตะปรายตามองทางเชื่อมต่อที่ใกล้ที่สุด...

1…2…

“เอาระเบิดไปกินซ-อุ๊บ!!!”

เสียงฝีเท้าจำนวนมากแห่แหนกันเข้ามาฟังอึกทึกครึกโครมผิดกับความเงียบก่อนระเบิดเปิดศึกที่พวกเขาหลบซ่อนอยู่ในทีแรก ยามาโมโตะกับแกมม่าไม่รอช้า...ไอ้หนุ่มซูชิซามูไรเอามือปิดปากโกคุเดระ ก่อนจะช่วยกันกับหนุ่มใหญ่ลากถูลู่ถูกังพ่อหนุ่มไดนาไมต์เข้าไปในหลืบของอีกทางเชื่อมหนึ่ง

“เอ้ย!!! อำอะไออ๋องอวกแออ่ะ!!!”

นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้าง ทำท่าจะสู้อยู่ดีๆ จู่ๆไหงไอ้พวกนี้มันเปลี่ยนแผนเผ่นซะล่ะ!!!

ยามาโมโตะยิ้มแห้งๆราวกับจะบอกขอโทษ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากบอกให้เงียบ พอเห็นโกคุเดระสงบสติอารมณ์ลงแล้วจึงปล่อยมือออกจากที่ปิดปากอีกฝ่ายไว้

“พวกแกป๊อดกันรึไง กะอีแค่พวกลิ่วล้อกระจอกน่ะ!!!” โกคุเดระเขม่นเบาๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะกระชากเสียง

“ชี่~~ ใจเย็นๆซี่ โกคุเดระ” ยามาโมโตะปราม “ไม่เห็นต้องไปเสียแรงกับเจ้าพวกนั้นเลยนี่”

คิ้วเรียวขมวดมุ่น เจ้าของเรือนผมสีเงินกระซิบกลับเสียงดุ “ไม่ต้องมาทำยิ้มร่าเลยนะ เจ้าบ้าเบสบอล”

“เจ้าหนูดาบญี่ปุ่นนั่นพูดถูกแล้วล่ะ จะสู้กับพวกนั้นแทบไม่ต้องใช้ฝีมือสักนิด เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่การฟัดกับทั้งกองกำลังมีลฟีโอเล่ ถ้าไม่อยากเสียแรงเปล่าก็ทำตามที่บอกจะดีกว่า”

โกคุเดระเงียบด้วยจำนนต่อเหตุผล เจ้าตัวแกล้งทำเป็นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างไม่สบอารมณ์ “เฮอะ...เป้าหมายของ ‘พวกเรา’ พูดได้ดีนี่”

แกมม่าหรี่ตาลง หากแต่ชายหนุ่มก็ปล่อยให้คำพูดประชดส่อเสียดของอีกฝ่ายผ่านไป...จริงอยู่...จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่การชิงมาเล่ริงแห่งนภา...หรือการช่วยผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก โรคุโด มุคุโร่...ที่เขายอมร่วมมือกับวองโกเล่...ก็เพื่อโค่นเบียคุรันเท่านั้น บอสใหญ่แห่งมีลฟีโอเล่...หากไม่มีผู้ชายคนนั้น...อำนาจที่ครอบงำเจ้าหญิงน้อยยูนิอยู่ก็จะหมดไป...และหากสิ้นอำนาจที่ครอบงำนั้น...


แกมม่า...ฉันก็รักเธอ...เหมือนที่แม่รักเธอนะ


อาจจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆ...อาจจะเป็นเหตุผลที่ถ้าหากพูดออกมาคงจะฟังดูไร้สาระและโง่เง่า...แต่...

เขาอยากจะเห็นรอยยิ้มสดใสขององค์หญิงอีกสักครั้ง

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอากำลังทั้งหมดทุ่มเข้าสู้กัน...สำหรับการศึกแล้ว หากจะพิชิตชัยให้เร็วที่สุดก็คือการเด็ดหัวแม่ทัพ...หากเอาชนะแม่ทัพแค่คนเดียวได้...กองทัพที่เกรียงไกรก็มิอาจเคลื่อนต้องยอมสดุดีพ่ายแพ้...

ทว่า...การจะพิชิตคนคนนั้น...มันง่ายอย่างที่คิดรึเปล่านะ



“เธอไม่คิดว่าจะฆ่าฉันได้ด้วยการเหนี่ยวไกปืนเลยทำเป็นขู่ว่าจะเสนอทางเลือกให้ เป็นการเล่นสงครามจิตวิทยาที่ไม่เลวนะ...แซนซัสคุง”

ริมฝีปากของกล้วยไม้ขาวเหยียดรอยยิ้มที่ราวกับไม่ยี่หระ หากแต่นัยเนตรสีดังเพลิงกาฬของบอสแห่งวาเรียกลับหรี่เล็กลงอย่างอันตราย

“เออ ก็แล้วยังไง” เสียงเข้มเอ่ยถาม เมื่อปลายดาบของนักดาบแห่งวาเรียก็หันชี้มายังเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ด้วยเช่นกัน “ถึงจะเป็นแกก็ออกไปจากที่นี่แบบครบ 32 ไม่ได้หรอก”

เบียคุรันหัวเราะ “หึหึ มั่นใจจริงนะ...หรือว่า...” นัยเนตรสีอเมนทิสต์เป็นประกายระริกด้วยอารมณ์ขัน “จะบอกว่ากลัวว่าจะผิดพลาดเลยพยายามทำเป็นมั่นใจดีนะ...คำสั่งที่พวกเธอได้รับมา คือการมาพา ‘ร่างจริง’ ของมุคุโร่คุงกลับไป ‘อย่างปลอดภัย’ ใช่ไหมล่ะ” นิ้วยาวเกลี่ยเอาเส้นไหมสีเข้มเปียกปอนที่ตกลงมาปรกใบหน้างามออกไป...เปิดให้มือแกร่งได้สัมผัสลูบไล้ใบหน้านั้น...แผ่วเบา...นุ่มนวล...ราวกับจะเย้ยเยาะและถากถางเป็นนัย หากไม่เป็นเพราะ...

ชั่วขณะหนึ่งที่นัยเนตรคมกริบนั้นอ่อนโยนลง...ในเสี้ยววินาทีที่ราวกับเรื่องโกหก...

หากความอ่อนโยนที่มีเป็นเพียงภาพลวงตา...ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘รัก’ ก็คงเป็นเพียงภาพลวงตาด้วย...ใช่หรือไม่...

มือแกร่งเลื่อนไล้จากใบหน้าสวยคมลงมาสัมผัสที่ต้นคอระหง...ร่างที่ได้แต่หลับใหลยังคงมีชีวิต...ยังคงมีลมหายใจแผ่วอุ่น...แม้จะไร้ดวงวิญญาณ...


เพราะไม่ได้รัก...เป็นเพียงแค่ความหลง...


สัมผัสได้ถึงชีพจรที่ยังคงเต้น...


เพราะไม่ได้รัก...จึงได้อยากครอบครอง...


ใต้ผิวกายสีซีดที่ปลายนิ้วสัมผัส...


เพราะไม่ได้รัก...จึงได้อยากทะนุถนอม...แม้ว่า...


ที่ไหลเวียนคือโลหิตที่ง่ายแสนง่ายที่จะทำให้รินหลั่ง


จะต้องเด็ดกลีบบุปผาสะพรั่งให้ร่วงโรยไป


ง่ายแสนง่าย...ที่จะปลิดชีพที่เป็นดังบุปผาง่ายต่อการบดขยี้และเหยียบย่ำ


ทำลาย...เพื่อให้ได้ดอกไม้ที่แสนงามนั้นมาครอบครอง...


“หากฉันลงมือที่นี่...ตอนนี้...งานของพวกเธอก็จะสูญเปล่า...ใช่ไหมล่ะ”


แม้ว่าสุดท้ายแล้ว...สิ่งที่ได้มาครอง...จะเหลือเพียงบุปผาที่ไร้กลีบ...ก็ตาม...


กล้วยไม้ขาวยิ้มเย็น “ฉันจำได้ว่าพวกวาเรียไม่ชอบที่จะทำงานพลาดนี่...ใช่ไหม แซนซัสคุง”

“แก!!!” ฉลามหนุ่มทำท่าจะขยับ หากแต่กลับถูกสายตาของบอสแห่งวาเรียห้ามเอาไว้

“...แล้วแกจะเอายังไง” แซนซัสเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาฟังดูไร้อารมณ์ หากแต่...สควอโล่กลับรู้ดี แม้จะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างไม่ชัดในคุกมืดอันมีเพียงแสงสว่างสลัว...แซนซัสแค่แสร้งทำเป็นไร้อารมณ์...บอสของเขาเกลียดการต่อรอง คนอย่างแซนซัส...ไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้หรือเจรจาประนีประนอม...แซนซัสเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ...เป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาด และ...เกลียดความพ่ายแพ้เป็นที่สุด...ตอนนี้...บอสของเขาก็แค่...

สะกดอารมณ์โกรธ

ภายนอกอาจมองดูสงบนิ่ง...แต่ก็...เป็นดังภูเขาไฟที่ไม่รู้ว่าจะประทุจริงๆเมื่อไหร่

นัยน์ตาสีน้ำแข็งจับจ้องร่างของศัตรูตรงหน้า...แม้ว่าจะดูเหมือนมีช่องโหว่ให้เล่นงานมากมาย...และทั้งๆที่มีภาระอยู่ในครอบครอง แต่กลับไม่มีช่องโหว่จริงๆสักนิดเดียว...ภาระที่ว่ากลับกลายเป็นตัวประกัน...

...พวกเจ้าหนูวองโกเล่ชอบหาเรื่องเล่นกับไฟอยู่เรื่อย...

กี่ปีๆก็ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ...



ปากกระบอกปืนถูกหันเข้าหาอดีต ‘เพื่อนสนิท’ นัยน์ตาสีอ่อนเบื้องหลังกรอบแว่นปิดซ่อนทุกความรู้สึกที่อีกฝ่ายพยายามอ่าน

“วางมือจากสิ่งที่นายกำลังทำซะ หันมาทางนี้ แล้วยกมือขึ้นเหนือหัว” โชอิจิสั่ง

“…อมยิ้มนี่ก็ด้วยเหรอ ใจร้ายจังแฮะ” สปาน่ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะทำตามที่สั่ง หากแต่ยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงดวงตา...

“ฉันไม่ได้ล้อเล่น” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมส้มว่า “ฉันไม่คิดจะใจดีกับคนทรยศ ยังไงซะกฎก็ต้องเป็นกฎ”

นัยน์ตาสีท้องฟ้าจ้องมองร่างตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนลงมามองอาวุธอันตรายที่อีกฝ่ายถืออยู่ในมือ

นับตั้งแต่วันที่รู้จักกันเป็นครั้งแรก...จนถึงตอนนี้...คนตรงหน้าแทบไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม...ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมสั้นสีน้ำตาลอมส้มที่บางครั้งอาจจะดูยุ่งเหยิงไปบ้าง...กรอบแว่นตาทรงเดิมที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนเลนส์ให้หนาขึ้น...มันก็ยังคงเป็นทรงเรขาคณิตน่าเบื่อเหมือนเดิม หรือแม้แต่ท่าทีที่โหมงานจนเหนื่อยอ่อนอิดโรยผิดกับอายุนั่น...

จะผิดไปก็แต่เพียง...สิ่งที่อยู่ในมือนั่น...กับรอยยิ้มที่เขาจะไม่ได้แล้วว่าหายไปจากริมฝีปากนั่นเมื่อไหร่

“...นายก็รู้ ฉันยึดมั่นเฉพาะกฎในการทำงานของฉันเท่านั้นแหละ”

คนสองคนที่เป็นนักประดิษฐ์และค้นคว้า...เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน...สำหรับสปาน่าแล้ว แค่ได้ทำงานที่เขารัก...วิจัยค้นคว้าไปเรื่อยๆ...ทำงานของเขาไปในแต่ละวันโดยไม่มีใครรบกวน...นานๆทีก็มีแขกบ้าง...พักจิบชาบ้าง...เขาเคร่งครัดก็แต่ในกฎของตัวเอง...แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว...แต่สำหรับโชอิจิแล้ว มันต่างกัน...

“ฉันไม่เหมือนนาย”

โชอิจิไม่เคยมีความสุขกับงานที่ตัวเองทำ...เขาสู้กับงาน...พยายามเอาชนะ...พยายามพิสูจน์ตัวเอง...ผลักดันตัวเอง...แต่ไม่ได้ทำด้วยความรัก...ไม่ได้ทำเพราะมีความสุข...

“...นาย...พยายามผลักดันตัวเองขนาดนี้...นายต้องการจะพิสูจน์อะไร”

ผู้ครองมาเลริงแห่งอรุณกระชับปืนในมือ “...ฉันเป็นคนตั้งคำถาม”

“…” สปาน่าเงียบไปพักหนึ่ง เขาไม่คิดว่าการพูดกับอีกฝ่ายจะเป็นเรื่องง่ายมาแต่แรก แต่ว่า... “โชอิจิ...”

“…”

เขาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพูด

“วิศวกรอย่างเรา...จำเป็นต้องฆ่าคนเพื่ออุดมการณ์ด้วยเหรอ”

ในฐานะเพื่อน...และคนที่ร่วมเดินบนเส้นทางสายเดียวกัน...

นัยน์ตาสีอ่อนเบื้องหลังกรอบแว่นอ่อนลงวูบหนึ่ง หากแต่ก็เพียงชั่ววินาทีเดียวก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดกั้นอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวใดๆลงสนิท เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว...บอกตัวเอง...ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเมื่อมาถึงเวลานี้จะไม่มีการลังเล...

“ฉันถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้ว”

ดังกระสุน...หลังจากที่นิ้วนั้นเหนี่ยวไก...เมื่อพุ่งออกไป...มันจะไม่อาจหยุดยั้งได้...เขาเลือกเดินมาทางนี้แต่แรก...เพื่ออุดมการณ์และความสำเร็จ...สิ่งที่แลกมาอาจเป็นหายนะ...แต่...เขาไม่อาจแพ้...และไม่อาจถอยหลังกลับไป...

“นายพูดจริง...” เจ้าของเรือนผมสีทองเอ่ยเบาๆ...ราวกับจะรั้งพยางค์สุดท้ายที่เป็นคำถามให้ติดไว้แต่เพียงริมฝีปาก มีเพียงนัยน์ตาสีฟ้าดังทิวาที่ไร้เมฆสบมองมาทางเขา...สีฟ้าที่ราวกับจะเข้มและเจนชัดขึ้นด้วยนานาคำถามจนอยากจะหลบตาหนี...

“ฉัน...พูดจริง” หนี...ไปจากความตึงเครียดนี้เสีย...

เขาจะไม่ลังเล บอกตัวเองแล้วว่าจะไม่ลังเล...เขาจะไม่ผิดพลาด ไม่อาจผิดพลาดซ้ำสอง...เขาไม่อาจให้อภัยความผิดพลาด...วินาทีนี้เขาจะได้แก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง...ไม่...ไม่...ไม่...เขาจะต้องทำมันให้ถูก...เขาแก้ไขสิ่งที่ผิดไม่ได้...เขาไม่อาจหยุดการไหลของเวลาได้...เขา...เขา...เขา...เขาต้องตัดสินใจให้ถูก...เขามีปืนในมือและ...

“ถ้านายพูดจริง...ทำไมมือของนายถึงได้สั่นล่ะ”

คำพูดเรียบๆที่ทำให้สติแทบขาด...

“สปาน่า!!!”


โครมมมมมมมม!!!


ทันทีทันใดกับที่วินาทีนั้น...ประตูห้องควบคุมแผงวงจรก็ถูกยันเปิดออก...

“อิริเอะ โชอิจิ...” โกคุเดระ ฮายาโตะจดจำโจทก์เก่าที่เคยเผชิญหน้ากันที่ฐานเมโลเนได้ทันที  “แก...อย่าอยู่เลย!!!”

คนใจร้อนบุกเข้าไปก่อนโดยไม่ทันฟังเสียงปรามของยามาโมโตะ

“โกคุเดระ เดี๋ยว!!!”


ปัง!!!!!


แผงวงจรไฟฟ้าสว่างพรึ่บขึ้น...หน้าจอมอนิเตอร์กระพริบ ขณะที่บางหน้าจ่อแตกซ่า โลหิตสีแดงสดไหลรินจากที่ที่ถูกลูกกระสุน ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งล้มลง ขณะที่ร่างอันควรจะเป็นเป้าหมายถูกผลักออกไปกระแทกกับแผงวงจรไฟฟ้า...

ในความตกใจ...ตึงเครียด...และโกลาหล...คนที่พลั้งมือเหนี่ยวไกยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง!

“แกมม่า!!!”

ยามาโมโตะกับโกคุเดระมองอดีตหัวหน้าหน่วยอาเฟลันดราที่สามทรุดตัวลงกับแผงควบคุมวงจรไฟฟ้า...รอยเลือดสีแดงเปื้อนเป็นดวงขนาดใหญ่บนอกเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาสวม สปาน่าเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

หากแต่...ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับ...


ตุบ!!!


ปืนที่เป็นตัวการก็ตกจากมือของผู้เป็นเจ้าของ...

ใครกัน...ที่ว่าปืนนั้นไวจนไม่หลงเหลือความรู้สึกว่าได้ฆ่า...

การฆ่าไม่เหมือนการสั่งการให้ผู้อื่นปลิดชีวิต...

และการฆ่าคนต่อหน้าต่อตาด้วยมือตัวเอง...

“อย่าหนีนะ แก!!!” โกคุเดระทำท่าจะวิ่งตามไป แต่ไม่ทันเสียแล้ว...

อิริเอะ โชอิจิหายไปจากสายตา...ไวเกินกว่าที่พวกเขาจะจับตัวได้



เคร้ง! เคร้ง! เคร้งงง!!!

เสียงโลหะกระทบกันดังลั่นในห้องชั้นบนสุดของศูนย์บัญชาการมีลฟีโอเล่...ดังไม่แพ้เสียงของวายุอัสนีที่โหมกระหน่ำให้เห็นอยู่นอกบานหน้าต่างใส และแสงจากไฟสำรอง...ไม่สว่างพอจะส่องภาพทุกอย่างให้สว่างเด่นชัด หากแต่ความมืดสลัว...และการละเล่นของแสงเงาไม่อาจหยุดจังหวะการโจมตีที่เกรี้ยวกราดของหนึ่งคนที่กำลังสนุกและอีกหนึ่งที่ไม่คิดจะหยุดหากไม่กำจัดผู้บุกรุกตามหน้าที่

ฮิบาริ เคียวยะเหยียดรอยยิ้ม รู้สึกถึงความพอใจอย่างประหลาดที่ได้ปะทะฝีมือกับร่างตรงหน้า...ถึงแม้ว่าเขาจะพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาที่ถูกชักใยมากกว่าที่จะเป็นคนทรยศจริงๆ...แต่อีกฝ่ายจะเป็นคนทรยศหรือไม่...มันไม่สำคัญสำหรับเขาเลยสักนิด เพราะสำหรับฮิบาริ เคียวยะ...ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม หากมาทำให้งานของเขาต้องยุ่งยากแล้ว...อะไรก็ตามที่ขวางหน้า...

เขาจะขย้ำมันให้ตายให้หมด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...หากเป็นคนที่เหม็นขี้หน้าอยู่ด้วยแล้ว...ความผิดพลาดใดๆย่อมไม่ได้รับการละเว้น

หอกสามง่ามต้องประกายแสงอัสนีสว่างราวกับเปลวไฟสีเงิน...แทงกระหน่ำซัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือ...ใช่...ไม่มีการยั้งมือ...ฮิบาริเหยียดรอยยิ้มก่อนจะป้องกันด้วนทอนฟาคู่มือและสวนโจมตีกลับไป

ต้องให้ได้อย่างนี้สิถึงจะไม่น่าเบื่อ...บางที...นี่อาจจะเป็นเรื่องเพียงเรื่องเดียวที่เขาจะขอบคุณเบียคุรัน

เพียงเพราะก่อนหน้า...สายหมอก...แค่ยุแหย่เขาเพื่อเล่นสนุก...หยอกเล่นจนพอใจไม่ยอมปะทะจนสุดแรง...และจะมลายหายไปราวกับสายหมอกยามต้องแสงตะวันในยามเช้า...หายไปก่อนที่คมเขี้ยวของเขาจะได้ฝังลงขย้ำ...หายไป...พร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่าเจ็บใจ...

“ฉันจะขย้ำแกให้ตาย”

ไม่จำเป็นต้องยั้งมือ...และไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้อาวุธกล่อง...เพราะสิ่งที่เขาต้องการ...คือการต่อสู้นัดล้างตาที่เขารอมานานเกือบสิบปี...

แม้ว่า...อีกฝ่ายจะจำได้หรือไม่ก็ตาม...



นัยน์ตาสีดอกไวโอเลตจ้องมองภาพการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยความหวาดหวั่น...ฮิบาริ เคียวยะ...ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาช่วย...นัยน์ตาสีรัตติกาลที่คมกริบดังพญาเหยี่ยวนั่น...ไม่บ่งบอกถึงความเมตตาใดๆ...หากแต่เป็นนัยน์ตาของผู้ล่าที่ซุกซ่อนความเกรี้ยวกราดไว้ภายใต้เปลือกนอกของการล่าเหยื่อด้วยความสนุก

เก่ง...

ผู้ชายคนนี้สามารถสู้กับท่านมุคุโร่ได้สูสี ไม่สิ...บางที...หากเป็นชั้นเชิงในการต่อสู้เพียงอย่างเดียวแล้ว...อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

น่ากลัว...

ยิ่งจ้องมองภาพตรงหน้าก็ให้ยิ่งหวาดหวั่น...

ทำไม...ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกถึงตัวตนของท่านผู้นั้นแม้ว่าจะอยู่ต่อหน้า...ทำไม...แม้ว่าจะร้องเรียกสักเท่าไร...สิ่งที่มีอยู่กลับว่างเปล่า...ไม่มีแม้รอยยิ้มที่คุ้นเคย...หรือมืออบอุ่นที่หยิบยื่นมา...

นัยน์ตาสองสีที่เคยคุ้นเคยดีนั้น...มันไม่ใช่นัยน์ตาคู่ที่เธอรู้จักอีกต่อไป...ไม่โศกเศร้าหรือพยายามปิดบังความรู้สึก...หากแต่เย็นชาและไร้น้ำใจ...

เขาคนนั้นอยู่...และก็ไม่อยู่ที่ตรงนั้น...

ดุจดังแม้มีร่างกาย...แต่ก็...ไม่มีหัวใจ...

เป็นได้แต่เพียงตุ๊กตา...

ตุ๊กตาที่ทำตามแต่เพียงคำสั่งของเจ้านายที่ถือสายสุดของปลายสายป่านที่คอยชักไว้ในมือ

เช่นนั้นแล้ว...ดวงใจที่ถูกเหยียบย่ำ...บัดนี้จะเป็นเช่นไร...เมื่อสิ่งที่บัดนี้เป็นได้...คือตุ๊กตา...ที่สิ้นไร้ซึ่งศักดิ์ศรี...


ฉัน...อยากจะเป็นกำลังให้บ้าง...


เคร้งงงงงงงงงงง!!!


ตุ๊กตา...ก็สู้ได้แต่ในแบบของตุ๊กตา...เจ้าตุ๊กตาที่ไร้หัวใจ...หลงใหลแต่เพียงสีเลือดที่วิปลาส...กับคำพูด...ลมปากที่เป็นดังยาพิษแสนหวานของผู้เป็นนาย...

หอกสามง่ามถูกทอนฟาดีดกระเด็นออกจากมือของเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินในชุดเครื่องแบบสีขาว ทอนฟาอีกท่อนซัดเอาร่างนั้นกระเด็นไปอย่างไร้น้ำใจ

ฮวบ!!!

ตุ๊กตาทรุดลงคุกเข่า...ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาเยื้องย่างมาเบื้องหน้าหมายลงทัณฑ์ด้วยนัยน์ตาสีนิลที่เย็นเยียบ...

ความผิดพลาดหมายถึงความตาย...พญาเหยี่ยวแห่งนามิโมริไม่เคยมีคำว่าปรานี...

“เตรียมใจพร้อมรับบทลงโทษของแกรึยัง”

สิ่งที่ตุ๊กตาให้คำตอบมีเพียงรอยยิ้มหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา...

“...ท่านเบียคุรัน...ผมขอโทษ...”


หากฉันเป็นอัสนีที่สามารถทำให้ฟากฟ้าที่มืดมิดราวกับราตรีสว่างขึ้นมาได้...เธอจะยอมลืมตามองดูสิ่งอื่น...นอกจากความมืดมิดที่เธอปิดหูปิดตาตัวเองเอาไว้...บ้างหรือเปล่า...


ฉัน...แค่อยากจะช่วยคุณ...


...ก่อนที่ท่อนโลหะหนักอึ้งจะฟาดลงมา...


“อย่า!!!!!”


เด็กสาวกรีดร้อง...ก่อนจะวิ่งเข้าไปขวาง...ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินการณ์...


เพียงเพราะฉันรู้ดีว่า...ไม่อาจทำให้เธอมองเห็นได้...เพียงแค่ดึงผ้าปิดตาที่สวมคลุมดวงตาแสนงามของเธอออก...

 


TBC

 

Graduation Day + ตอบ FAQ#1

posted on 15 Aug 2008 13:10 by hiyuura  in Etc

จบแล้วค่ะ เมื่อวานนี้จบแล้วจริงๆ หลังจากใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยมา 4 ปี ก็มาถึงวันนี้จนได้

ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่รู้สึกว่าวันซ้อม 3 วันรวมกันยังเหนื่อยมากกว่า 4 ปีที่ได้ร่ำเรียน

และ...ไอ้วันรับจริงนี่...เหนื่อยยิ่งกว่า 3 วันนั้นรวมกันเสียอีก orz...

แต่...มันก็ผ่านไปแล้ว และจบด้วยดีและ...(ค่อนข้างจะ)สวยงาม

แม้ว่าตีนจะบวม ขาจะเดี้ยง และวันนี้ แขนจะปวดเพราะถือช่อดอกไม้มากเกินไปก็ตาม (ฮา)

ก็...4 ปีที่เรียนมา รู้สึกว่าไวมากค่ะ สั้นเหลือเกิน แปบเดียวก็แก่ จบซะแล้ว...

ต่อจากนี้ก็ยังคงต้องวางแผนชีวิตต่อไป ถึงจะเริ่ม(?)แก่ เรียนจบป.ตรีแล้ว

แต่เส้นทางชีวิตก็ยังอีกยาวค่ะ แต่ยังไงๆสำหรับวันนี้ก็ต้องขอบคุณทุกๆคนมากๆ

 

(รู้สึกว่าลงทุนไปหนักมากมายเพื่อวันวันเดียว(ที่แดดเจิดจ้าจนชวนให้ตาหยี =v='') 

ขนาดต้องทำตัวหญิง ไปย้อมผมดำ(ซึ่งจากนี้คงย้อมสีหัวไม่ติดอีกนาน TTvTT) 

ต่อผม(ที่ทำเอาเราหลอนผีหลอกไปเป็นอาทิตย์) ซื้อรองเท้าคัทชู(ที่ไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะต้องใส่)

เพื่อรอรับกระดาษที่มีตรามหาวิทยาลัย value added เรียบร้อย =v=''

แต่...เอาน่ะ อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่กระดาษใบเดียวแบบที่ใครๆเค้าว่า...

มันเป็นกระดาษ 3 ใบ (เวอร์ไทย เวอร์ปะกิด พระบรมราโชวาท) ตะหาก กร๊ากกกกกกกกก) 

 

ขอบคุณปะป๊ามะม๊าที่ให้กำเนิด ส่งเสียเลี้ยงดู และคอยให้คำปรึกษาและกำลังใจมาตลอด  

ขอบคุณญาติๆ คณะอาจารย์และพี่ๆเจ้าหน้าที่ สำหรับทุกคำปรึกษาและความช่วยเหลือ  

รวมถึงเพื่อนๆทุกคนที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจกัน ช่วยเป็นเพื่อนลอก เพื่อนคิดกันมาตลอด (ฮา)

 

ขอบคุณแรคคูนและท่านแพนที่อุตส่าห์มาแสดงความยินดีตั้งแต่วันซ้อมวันแรก

(แถมยังเอาเฟอร์เรโร่กับขนม แล้วก็ดอกกล้วยไม้กับอมยิ้มสีขาวม่วงมาให้ กร๊ากกกกกกกกก) 

 

ขอบคุณนามินที่อุตส่าห์มาคอยเจอตั้งแต่วันซ้อมใหญ่ เสียดายมากๆที่วันจริงไม่ได้เจอกัน TTvTT

ยังไงๆก็ขอบคุณสำหรับเฟอร์เรโร่ที่ฝากมาให้เช่นกันนะจ๊า~~ >w<

<< เรียกร้องเฟอร์เรโร่แล้วก็ได้เฟอร์เรโร่มากินจนอิ่มไปอีกนานแหงๆ แหะๆ ^^;;

 

(จากซ้าย: รุ่นน้องของยูริกะจัง ซื่อปู่ อี้จินเพื่อนเลิฟ ยูระ ยูริกะ อุลจัง ยินดีที่ได้เจอนะค้า~~)

 

ขอบคุณอี้จิน ยูริกะ อุลจัง รุ่นน้องของยูริกะ(ที่เราก็ยังไม่รู้ชื่อ ^^'') ที่อุตส่าห์ฝ่ารถติดมาวันงานจริง

แล้วก็ขอบคุณพี่ไทคิที่ถึงจะมาไม่ได้ก็ยัง sms มาแสดงความยินดีแล้วฝากตุ๊กตาชาวดาวโพโคเพนมากับ

ก๊วนที่น่ารักด้านบน ตอนนี้...เจ้าพวกเคโรนนั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงานเราหน้าสลอนเลยค่ะ 555+

 

 

(ถ่ายกับคู่หูต่างไซส์...ซื่อปู่ ฉันบอกแล้วนะว่าให้เธอสวมมงกุฎดอกไม้เอาไว้ วันนี้เธอช่างม่วงได้ใจ) 

 

ขอบคุณกล้วยที่ถึงจะมาไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ลืมและ sms มาบอก

(ไว้ไปฉลองรวบยอดกันทีเดียวเลยเนอะ >w<) 

 

ขอบคุณท่านอาซานะ นกฮูก และคนอื่นๆที่อาจจะยังไม่ได้เอ่ยชื่อสำหรับน้ำใจที่ถึงจะมาไม่ได้

แต่ก็ยังคุยกัน ให้กำลังใจกัน และส่งผ่านแสดงความยินดีมาทางหน้าจอ ^^

 

ขอบคุณทุกคนสำหรับประสบการณ์ดีๆที่ทำให้เราเอามาพูดน้ำเน่าในวันนี้ มีวันนี้ได้  

วันนี้เรียนจบแล้ว...ไม่รู้จะพูดอะไร (แต่ก็พูดไปเยอะ =v='') นอกจากดีใจมาก แล้วก็ขอบคุณทุกคนจริงๆค่ะ ♥

 

รูปลงน้อย(มากถึงมากที่สุด) เพราะรูปอื่นติดญาติโกโหติกาและบุพการี ขอส่งทางหลังไมค์นะคะ เพื่อนๆ ^^''

 

หมายเหตุ: สำหรับรูปวันซ้อม เราไม่ทราบว่าบางท่าน...

จะให้เอารูปมาลงบลอกได้รึเปล่า เลยไม่ได้เอามาลงเอาไว้ค่ะ  

ถ้ายังไง...ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ

ถ้าอยากได้รูปยังไงเชิญติดต่อหลังไมค์เช่นกันค่ะ แหะๆ ^^;;

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ต่อจากนี้เป็นโซนตอบ FAQ ค่ะ

(สำหรับ FAQ ตอนนี้ก็ยังเปิดอยู่นะคะ แค่เอามาตอบก่อน จะได้ไม่เยอะจนเกินไป แหะๆ ^^;; )

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

[:+melody+:]

 

 

Q1: อยากอ่านโชประแจจังค่ะ (คำถาม!?~)

A1: นั่นสิ...นั่นมันคำถามเรอะ!! (ขำจิต)

แหม...ตอนนี้ก็มี Heartthrob Equation แล้วไง แต่แค่ยังมิได้อัพต่อแค่นั้นเอ๊ง~~ XD~

(ส่วนเรื่องอื่น...หยอดไหดองไว้ก่อน ไว้มาถล่ม(?)กันหลังไมค์ XP)

 

Q2: โชฆ่าสึนะ เพราะสึนะมากิ๊กกับประแจใ่ช่มิเคอะ? (วอนตายจริงๆฉัน)

A2: เอ...อันนี้แนะนำว่าให้ไปสัมภาษณ์โชจังเองดีกว่าค่ะ เหอๆๆ (กลัวตายเหมียนกัน =v='') 

 

Q3: G69 ถึงไหนแล้วคะ (ทวง...)

A3: ....อุ....ยังไม่ได้เริ่มเลย กร๊ากกกกกกกกกกก

 

Q4: เปิดKiriban อีก คิดว่าอยากได้คู่ไหนคะ (เมจะกลับด้านให้หมด กร๊ากกกก)

A4: 6918 เพราะถึงสลับเป็น 1869 ก็ยังเขียนด๊าย~~

(เขียนได้ไม่ได้ก็เขียนไปแล้วนิหว่า =v=''') 

 

Q5: สนใจเขียนนักดาบยามะมิเคอะ~ เค๊ เค๊ เค๊

A5: ถ้าบอกว่าสน จะโดนคนแถวนี้เชือดไหมเนี่ย กร๊ากกกกกกกกก

(แต่...แน่นอนว่า เอาแบบรั่วๆนะ XP)

 

Q6: จากข้อ 5 (ต้องเขียน!) เรทไหม?

A6: เรทสิ...เรท กสฉ. (เอาเป็นว่ารู้กัน) กร๊ากกกกกกกกกกก
 

 

 

*~keko~*

 

Q1: แต่งฟิคมานานเท่าไรแล้วเหรอค่ะ?

A1: ฟิกภาษาไทยเขียนมาประมาณ 4 ปีได้ค่ะ ส่วนฟิกภาษาอังกฤษเขียนมา...เอ่อ...

เอาจริงๆก็ตั้งแต่ ม.3 ตอนนี้ก็ 8 ปีได้แล้วนะเนี่ย เหอๆๆ ^^'' 

 

Q2: ใช้เวลาแต่งตอนนึงนี่นานไหม?

A2: ก็...แล้วแต่ระดับของภาษาที่ใช้ค่ะ ถ้าเป็นแบบ Opheliac จะเขียนประมาณ 3-4 ชม.

(หมายความว่าเขียนแบบไม่มีพักเลยนะคะ แต่ถ้าเกิดว่าความคิดตันก็จะนานออกไปอีกค่ะ ^^'')

ส่วนถ้าเป็นภาษาแบบลงมาอีกระดับนึงหรือเขียนฟิกรั่ว 1-2 ชม. ก็เสร็จแล้วค่ะ  

 

Q3: เริ่มพีค 10069 ตั้งแต่เมื่อไร เพราะอะไรเหรอค่ะ?

A3: ตั้งแต่เมื่อไหร่นี่ตอบยากแฮะ...จริงๆแล้ว สารภาพว่าเขียนฟิก 10069 เรื่องแรก (Bloccare La Foschia)

เพราะหมั่นไส้อยากเห็นสับปะรดโดนกดค่ะ กร๊ากกกกกกกกก แต่ต่อๆมา...เหมือนยิ่งเขียนๆไปแล้ว

เหมือนไซโคตัวเองชอบกล ประกอบกับเจอแฟนอาร์ตยุ่นงามๆเข้าไป...ก็เลยกู่ไม่กลับเลยค่ะ 555+

แต่ขนาดจะจับสับปะรดใส่พานถวายป๋าเบียคงตอนเห็นป๋าในชุดสูทละมั้งคะ

เหตุผล...เพราะ...ส่วนตัวแล้ว...ชอบเสะหล่อ หื่น โหด โฉด จิต ชั่ว เลว S ทรมานเคะ

ชอบเคะสวย แร่ด ร้าย โฉด จิต ปากไม่ดี ทิฐิๆ เพราะเวลาโดนกดมันสะใจค่ะ กร๊ากกกกกกกกก

<< เลือด S พุ่งปรี๊ดเชียวนะยะ หล่อน =_=!!!

สรุปคือ...ชอบอะไรดาร์คๆ จิตๆ ค่ะ เขียนแล้วมัน...จิต(และมักจะเรทกระฉูด)ได้ใจดี เหอๆๆ ^^''' 

 

Q4: เคโกะปลื้มพี่ยูระนะ~~~~~~~~~

A4: ไม่ใช่คำถาม แต่ก็...ขอบคุณนะค้า~~ >////<

ชอบรูปที่เคโกะจังวาดเหมือนกันค่ะ น่ารักดี อิอิ 

 

Q5: 10069บันไซ!!!!

A5: 10069 บันไซค่า~~!!! *[]*  

 


o::Shirokuro::o

(โหมดองค์สับปร๊าลงอีกรอบ)

  

Q1: เมื่อไหร่จะเขียนผมกับเคียวยะให้สวีทๆ(?)กันมั่งหล่ะ ครับ ^^

A1: แล้วใน Secret นี่ยังไม่สวีทอีกเหรอคะ ^^ 

 

Q2: ผมคู่กับคุณเบียคุรันมานับครั้งไม่ถ้วนเลยนะ...ภาพลักษณ์เลยชี้ช้ำไปเลย *สับปร๊าคอตก*

A2: แหม สับปะรดช้ำๆก็ดีออกนะคะ อร่อยออก จริงไหมคะ คุณเบียคุรัน ^^ (กร๊ากกกกกกกก)

 

Q3: SM เพลาๆ ลงหน่อยดีมั๊ย ? รึจะเพิ่มขึ้นตามใจคุณ << กรั่กๆเเน่ใจว่าคำถามน่ะเเก ~!!

A3: แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้ SM ในระดับที่ต้องการเลยนะคะ แหม แค่นี้ทำบ่น

ลองกลับไปอ่านฟิกอิทาซาสึสมัยก่อนสิคะ ได้ข่าวว่า SM กว่านี้อีก กร๊ากกกกกกกกกก

 

Q4: เขียนผมเมะเต็มๆ ver. บ้างก็ดีนะครับ คึ..หึหึหึหึ *เเสยะ*

A4: จะเก็บไว้พิจารณาค่ะ... 

 

Q5: ฝากบอกเคียวยะด้วยนะครับว่า "ถึงเเร่ด ก็เเร่ดเพราะรักเธอ" (?)

A5: คุณเคียวฝากทอนฟาบินมาให้ อย่าลืมเอากบาลรับด้วยนะคะ ^^

 

 

未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen~~```*( กรี๊ดด!!! 上総介さま ~~~!!! 愛死天流!!!!! )

 

Q: ทำไมแต่งฟิครีดเลือดได้ดีขนาดนี้อ่ะครับ?

A: เพราะการรีดเลือดเป็นรสนิยมส่วนตัวของสาววายที่เคยมีเป้าหมายไปให้ถึงหื่นเทวะค่ะ 555+

(เน้นว่าเคยนะ ตอนนี้ยูระมืดน้อยลงตั้งเยอะแล้วนะตัว~~ >w<)

 


☜┃NAME★KAH0┃☞

 

Q1: ชอบ10069ได้ยังไงคะ

A1: ก็...เหมือนที่ตอบเคโกะจังไปนะคะ ชอบเสะกับเคะแนวนี้ค่ะ โดนใจ  

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เวลาคนอย่างมุคุโร่โดนกดมันสะใจดีแท้ค่ะ กร๊ากกกกกกกก

<< โดนสาวกมุคุเสะ 100% ถีบลอย~ XP

 

Q2: เสน่ห์ของ10069คืออะไรคะ*-*

A2: การโคจรมาพบกันของคนหน้าตา(โคตร)ดีที่โรคจิตค่ะ กร๊ากกกกกกกกก

 

Q3: เวลาแต่งตอนนึงเนี่ยนานไหมคะ ฮิฮิ

A3: ขึ้นอยู่กับระดับภาษาค่ะ ถ้าฟิกทั่วไปอยู่ที่ 1-2 ชม. ค่ะ

ถ้าเป็น Opheliac ถ้าแต่งแบบไม่พักหรือติดขัดสะดุดอะไรเลยอยู่ที่ประมาณ 3-4 ชม. ค่ะ  

 

Q4: ยูระซังว่า69เหมาะกับเสะหรือเคะคะ (หัวเราะ..)

A4: จริงๆยูระว่า มุคุโร่คุงนี่สมตัวเลขนะคะ 69...รุกก็ได้ รับก็เยี่ยม

ตอนแรกยูระชอบมุคุเสะนะ แต่ตอนนี้...ยูระว่าเคะป๋าเบียไปน่ะแหละดีแล้ว กร๊ากกกกกกกก

(แต่เอาจริงๆ ส่วนตัวยูระมองเหมือน TYL!69 มันจะเคะกว่า 69 ภาคปัจจุบันชอบกลค่ะ =v=''')

 

Q5: ยูระซังว่าพี่เบียสุดหล่อจะตายไหมคะ(manga)

A5: ...ไม่อยากให้ตายค่ะ แต่ตอบให้ตรงคำถาม...เราก็ว่า...อืม...อาจจะไม่ตายก็ได้มั้งคะ

เพราะยกเว้นสึนะโลกอนาคตกับพวกอัลโกบาเลโน่แล้ว...เรื่องนี้เรายังไม่เห็นอ.อามาโนะฆ่าใครจริงๆเลยค่ะ ^^;;

 


★ O*MIX ★ เลิฟสับป้า~

 

Q1: พี่ยูระมีแผนจะรวมเล่มฟิคบ้างไหมคะ *ส่งสายตาเว้าวอน ปิ๊งๆ*

A1: จริงๆแล้วก็มีวางแผนไว้อยู่นะคะ แต่ยังว่าจะซาวเสียงคนอ่านก่อน

กลัวเขียนออกมาแล้วขายไม่ออก 555+

ก็...ว่าจะเขียนเป็นฉบับสมบูรณ์ของฟิก Black Rose นะคะ

ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวกะว่าซาวเสียงก่อนแล้วจะบอกอีกทีค่ะ แหะๆ ^^;;

 

Q2: การ์ตูนเรื่องไหนที่อ่านแล้วประทับใจ/ตราตรึงในหัวใจที่สุดคะ

A2: อืม...อันนี้ยูระยังยกให้การ์ตูนสมัยก่อนนะคะ แบบว่ามันเป็นอะไรที่ตลอดกาลจริงๆ

หลายคนอาจจะเถียงว่ายังไม่เก่า แต่ลองนับๆดูก็สิบกว่าปีแล้วนะคะ แต่ยังรักและประทับใจไม่ลืม

(แม้แรงบ้าจะซาไปบ้างตามกาลเวลา แต่เป็นเรื่องที่กลับไปหาฟิกหาโดอ่านได้ตลอดจริงๆนะ ^^'') 

ไม่ใช่แนวดราม่า แต่ยกให้ Yu Yu Hakusho ของอ. โยชิฮิโระ โทงาชิค่ะ  

 

Q3: เลี้ยงสัตว์อะไรบ้างไหมคะ ถ้าไม่ อยากจะเลี้ยงอะไร

A3: เคยเลี้ยงน้องหมากะหนูแฮมค่ะ แต่ว่าตอนนี้ตายหมดแล้ว TTxTT

ตอนนี้ชอบฉกแมวอาอี๊มารังแก อุ้มเล่นค่ะ 555+

ถ้าจะให้เลี้ยงอีก...ก็ยังจะเลี้ยงน้องหมาค่ะ น้องหมาน่าร้าก~~

(แต่น้องหมาสุดรักตายทีนึง กระซิกๆไปเป็นวัน ^^'')

 

Q4: นักร้อง/วงดนตรีที่ชอบล่ะคะ = =+

A4: จริงๆถ้าเพราะยูระก็ฟังได้หมดละนะคะ แต่ถ้าชอบฟังจริงๆแบบตลอดกาลยกให้

อิลุงไห Hyde แห่ง L'arc~en~ciel ค่ะ

ส่วนโซน Eng ชอบ Evanescence กับ Mariah Carrey ค่ะ ^^

 

Q5: สัดส่ว....*โดนถีบฝังผนังห้อง กร๊ากกกกกก*

A5: อ๋อ...ถ้าถามเรื่องสัดส่วน มันไม่เปลี่ยนมานานแล้วละค่ะ ยูระใส่ไซส์เดิมมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว...

เบอร์เดิมเลยค่ะ ยูระใส่รองเท้าไซส์ 5 ครึ่งมาเป็นชาติแล้วล่ะค่ะ ^^

<< ก็ไม่ได้บอกว่าสัดส่วนอะไรนินา กร๊ากกกกกกกกกกกก   

 


Lina

 

Q1: จากซับนรก.. โชจังจะสอบประแจยังไงค่ะ? *me คำถามแอบติดเรทแล้วไง!

A1: ถ้าจะให้นรกตามซับ...ก็ต้องสอบด้วยปากกระชากด้วยลิ้นสิคะ << น้านนนนนนน!!!

 

Q2: นาทีนี้ระหว่าง 6918 กะ 10069 พีคคู่ไหนมากกว่ากันค่ะ?

A2: ตอนนี้...ตอบแบบไม่อายปาก (เพราะเคยประจาน ประกาศขึ้นเฮดบลอกไปแล้ว กร๊ากกกก) 10069 ค่ะ  

 

Q3: Secret อยู่หนใดค่ะ? แอบอยากเห็นคุณมุร้าวรานมากกว่าเดิม.. กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก *me ได้ข่าวว่าแม่ยก 6927 น่ะเอ็ง

A3: Secret...อันนี้บอกตามตรงว่า ที่ยูระหยุดเขียนต่อ

เป็นเพราะมีเรื่องบางอย่างที่ยูระไม่อยากจะเอ่ยถึงทำให้เสียความรู้สึกน่ะค่ะ แต่ว่า...

เพราะมีคนทวงถามถึงเยอะเหลือเกิน คิดว่าพอจบ Opheliac (ใช่ค่ะ ยูระจะเขียนให้จบให้ได้)

ก็จะต่อ Secret เหมือนเดิมค่ะ...  

 

Q4: ราพุนเซลด้วยค่ะ..

A4: เรื่องนี้...ขอดองไม่มีกำหนดนะก๊ะ เพราะเรื่องนี้ต้นฉบับเป็น eng

ถ้าเขียน eng ด้วย เร่งลง eng ให้จบแล้วแปลไทยด้วย เขียนฟิกไทยไปด้วย...

คาดว่า...งานคงหนักน่าดูค่ะ ถ้าจะเขียนคงต่อ eng อย่างเดียวก่อน

ส่วนแปลไทยคงต้องรอสักพักใหญ่ๆละค่ะ เหอๆๆ ^^''

 

Q5: cover 205 แอบคิดว่าโกคุเป็นลูกผสม?(หรือลูกลับๆ??)ของชามาลกับแกมม่าบ้างไหมค่ะ?

A5: อ้าว~~ แกมม่ากะชามาลไม่ใช่กิ๊กโกคุรึคะ ไหงไปกิ๊กกันเองซะได้...

ลินจังถามอะไรทำร้ายจิตใจแม่ยกลุงแถวๆนี้นะเนี่ย 555+  

 

Q6: ซัสจังกับคุณมุใครแร่ดกว่ากันค่ะ?

A6: สับปะรดแร่ดกว่าแน่นอนค่ะ =_=b 

 

Q7: พี่อิทาจิกับอิป๋าชนกันใครจะกดใครค่ะ? กร๊ากกกกกกกก

A7: ...อุ...คำถามนี้ตอบยากนะนี่...เล่นของสูง...

ง้าวววววว ลินจังอ่า~~ เค้าชอบให้มันเสะทั้งคู่นินา คำถามโหดร้ายยย TT[]TT!!!

/me วิ่งหนีออกจากบลอกไปโดยไม่ตอบ (ฮา)

 

Q8:โชประแจกิ๊กกันเมื่อไหร่ค่ะ?

A8: /me วิ่งกลับมาตอบ... กิ๊กกันเมื่อแม่ยกมองว่ามันกิ๊กกันนั่นก็คือเมื่อมังงะมันโคตรส่อ 555+

 

Q9: สนใจจะมาอยู่พรรคแม่ยก 6927 แบบลินมั้งไหมเอ๋ย?

A9: อะ...อันนี้นานาจิตตัง แม่ยกใครแม่ยกมันค่ะ บอกตรงๆ 6927 ไม่ใช่แนวที่ยูระชอบสักเท่าไหร่ ^^''

(เอาจริงๆคือ...ยูระไม่ถนัดเขียนคาแรกเตอร์แบบสึนะเลยแหละค่ะ ไม่ใช่ว่าเกลียดสึนะนะ

แต่...เขียนไม่ได้...พยายามแล้ว แต่เขียนแล้วมันไม่ลื่นอย่างแรงค่ะ TTvTT/)

 

Q10: เริ่มเข้าสายวายตอนไหนค่ะ!!

A10: ถ้าแบบจริงจังนี่...ตอนอยู่ม.3 ได้มั้งคะ เหอๆๆ ^^''
 

 

 

แมวเฮดโฟนในกระเป๋าจิงโจ้

  

Q1: ตอนนี้คิดว่าตัวเองเหมือนใครมากกว่ากันคะ ระหว่าง เจ๊ยูโกะ คันดะ คัทซึระ

A1: อ่า....โฉดแบบเจ๊ยูโกะ...รั่วแบบอิตาซึระค่ะ แต่กานดา คันดะนี่...ท่าทางจะไม่เหมือนเลยค่ะ เหอๆๆ ^^''

 

Q2: มีคำแนะนำอะไรกับผู้ที่ต้องการจะต่อผมไหมคะ (เราอยากล่ะค่ะท่าน)

A2: ค่ะ ก็...ต่อผมนะ ท่าน เท่าที่เรารู้จากช่างที่ทำให้เราเค้าบอกว่ามี 2 แบบค่ะ

แบบแรกคือใช้กาวซิลิโคนยิงไปที่ผมของเราเลย ข้อดีคือไวกว่าและราคาถูกกว่าค่ะ

ส่วนข้อเสียก็คือ...ผมที่ถูกยิงกาวจะเสีย แล้วก็อยู่ได้ไม่นานมันก็จะหลุดค่ะ

แบบที่สองคือแบบที่เราต่อเป็นการใช้ไมโครไฟเบอร์ (เหมือนกิ๊บสายไฟ) ติดช่อผมเข้าไปค่ะ

ข้อดีคือ...อยู่ได้นานกว่าแบบแรก และผมไม่เสียเพราะเหมือนแค่ติดกิ๊บเอาไว้

ข้อเสียคือ...แพงกว่า นั่งทำนานกว่า และ...เจ็บหัวกว่าเวลานอนค่ะ TTvTT'''

ส่วนเรื่องการดูแลรักษา เวลาหวีต้องระวังค่ะ เพราะมันไม่ใช่ผมเราจริงๆ เราจะดึงปึดๆไม่ได้

แล้วก็เวลามันร่วงนะ ท่าน ขอบอก...น่ากลัวมากเลยค่ะ แต่โดยรวมพอต่อเข้าไปแล้ว

นอกจากเวลาสระผมมันจะหนักกว่าปกติ เวลาชินมันก็เหมือนผมเราดีๆนี่แหละค่ะ ^^

<< กรณีนี้...ไม่นับที่จะกลัวผีหลอกว่าเอาผมใครมาต่อนะคะ...

มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่าโดนแหละค่ะ เล่นเอาเราหลอนไปเป็นอาทิตย์เลยละค่ะ เหอๆๆ ^^'''

 

Q3: ถ้าแมวเฮดโฟนเข้าไปอยู่ในกระเป๋าัคังการิว ท่านว่าช่องถัดไป จะมีตัวอะไรหลุดออกมาคะ แล้วมันจะเอาชนะแกมม่าได้อย่างไร

A3: เอ้อ...แมวเฮดโฟนสีส้มกลายเป็นแมวสีฟ้าไม่มีหู มีกระเป๋าที่หน้าท้องค่ะ

รับประกัน...ท่าน...ชนะแน่นอน กร๊ากกกกกกกกก XD~

 

Q4: การมารู้จักกับเราทำให้ท่านหวั่นไหวในความลุงไปได้กี่เปอร์เซ็นท์แล้วคะ

A4: ท่าน...ต้องถามว่าลุงคนไหนค่ะ แต่...เอาโดยรวมจาก 0 ตอนนี้ก็...20% ได้มั้ง 555+ 

 

Q5: แผนการเรียน/ทำงานหลังจากนี้ค่ะ

A5: สำหรับตอนนี้ยังคงรอผลจากหลักสูตรสองปริญญาโทควบ

Engineering Management/Engineering Business Management

ที่จุฬาร่วมกับ University of Warwick อยู่ค่ะ

แต่ก็สำรองหลักสูตรปริญญาโทควบ

Master of Business Administration/Master of International Business

ของ ABAC กับ University of Wollongong

เอาไว้ด้วยเหมือนกันค่ะ ส่วนหลังจากจบโทแล้ว...

ถ้ายังไม่ต่อเอกก็คงหางานทำดูก่อนสักปีสองปีน่ะค่ะ

แต่เอาจริงๆ...เราก็ยังรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนเลย เหอๆๆ ^^'''

 


Namin

 

Q1: คิดว่าถ้ารีบอร์นเล่มล่าสุดมีปกในที่รั่วๆ จะเป็นรูปคุณพี่ทำอะไรค่ะ (ช่วงนี้พีคคุณพี่มากๆ)

A1: ...หิ้วกระจับ ทาน้ำมันมวย << โดนแฟนๆคุณพี่เสย กร๊ากกกกกกกกก

 

Q2: รู้สึกว่าในนี้จะมีแค่ 10069 กับ 6918 แล้ว G69 G?? อะไรก็ตามของนามินไปไหนล่ะคะพี่

A2: อ่า...G69 มีคนรีเควส kiriban ไว้...รอสักพักแล้วพี่จะพยายามเคลียร์นะก๊ะ TTvTT'''

 

Q3: ทำไมเป็นโชประแจล่ะลินจัง ต้องเป็นประแจโชเซ่ !! <<< คำถาม(ของใคร) ??

A3: อันนี้ลินจังมาตอบแล้ว ยูระโควตมาให้ละกันน้า~~

>> หึๆ เห็นคำถาม?ท่านนามินเลยย่อง?มาตอบซะหน่อย...

เพราะโชประแจเร้าใจกว่าไงค่า~!!!!!!

ปล.ที่สำคัญตอนนี้ประแจเสะไม่ขึ้นแล้ว.. กร๊ากกกกกกก
<<

 

Q4: ตอนนี้ธิดาแห่งไหนหลงไปอยู่ไหนแล้วคะพี่

A4: เท่าที่รู้...ยังอยู่ในคุกพระราชวังของเฮียแสน...

นอกเสียจากสาววายแถวนี้จะคิดถึงเลยไปปล่อยแม่นางเธอออกมา

ไม่ก็คงมีแรงอาถรรพ์ใช้ฟันกัดลูกกรงเหล็กขาดหนีเข้าป่า

ไปรอลักหลับหนุ่มหล่อชายงามสักคนแล้วล่ะ 555+

 

Q5: (หากตอบคำถามข้อ4ได้)แล้วลูเซนต์โด้ตอนนี้แบกพะโล้ไปอยู่ที่ใดแล้วคะ

A5: ลัทธิ XS จ้ะ ^^

 

Q6: แล้วเมื่อไหร่ปู่จีของนามินจะเลิกโรคจิตแล้วกลับมาเท่อีกรอบคะพี่

A6: กร๊ากกกกกกกกกกก นามิน ปู่จีหรือปู่เก้าจ๊ะ~ XD~

 

Q7: แล้วโปรเจค castaway........ (พี่ยูระ - [เอามืออุดปากไอ้นามิน] พอก่อนเหอะลูก )

A7: อีกไม่นานเกินรอจ้า~~ ;)

 

หมดแล้วค่ะ ย้ำอีกที FAQ ยังเปิดอยู่นะคะ ใครยังอยากถามอะไรอีก ถามได้ค่ะ อิอิ ^^

 

Up Next >> Opheliac VIII: Insanity

มาตามรีเควส...ซับนรก 169!!!

posted on 12 Aug 2008 11:19 by hiyuura  in Etc

ตอนแรกว่าอาทิตย์นี้จะไม่เข้ามาอัพอีกแล้วเชียวนะ

อุตส่าห์ตั้งเปิด FAQ เอาไว้กะดอง แต่ก็มีเรื่องให้อัพจนด๊ายยยย~~

ใช่ค่ะ มันมาตามรีเควส เนมซังเอนทรี่ที่แล้ว...

(FAQ ยังเปิดรับอยู่นะคะ ^^)

วันนี้ยูระภูมิใจ...เสื่อมแล้วสตูดิโอขอนำเสนอ...

ซับนรกงานแต่ง 169 กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

 

คำเตือน: ใครรับแนว BL ไม่ได้อย่าเลื่อนลงไปดูนะคะ

(คำพูดมันแอบติดเรทนิดๆด้วยค่ะ เอาเป็น PG-15 ละกันนะคะ)

 

ยังคงไม่มีฟอนท์ภาษาไทยเหมือนเดิม แต่งานนี้ยูระซับไทยให้ด้านล่างค่ะ

<สำหรับรูปใหญ่ๆ คลิกที่รูปเลยนะคะ>

 

Page 1

เลโอ - ท...ท่านเบียคุรัน...ม...หมายความว่ายังไงครับที่ว่า 'แต่งงาน'?
เบียคุรัน - ได้ยินถูกแล้วล่ะ 
เบียคุรัน - ฉันจะแต่งงานกับโรคุโด มุคุโร่คุง
เลโอ - หา!?
เลโอ - ต...แต่ว่าท่านเบียคุรัน...นั่นมันเป็นไปไม่ได้...
เลโอ - โรคุโด มุคุโร่เป็น...

 

Page 2

เลโอ - เขาควรจะเป็นของผมตะหาก
เบียคุรัน - ขอโทษนะ เลโอคุง
เบียคุรัน - แต่เธอยังถือดอกไม้ให้มุคุโร่คุงได้นะ ถ้าเธอต้องการน่ะนะ
เลโอ - คุณมันสารเลว อย่าคิดนะว่าคุณชนะแล้ว ผมอาจจะเป็นอุเคะ แต่อุเคะก็เป็นพวกอาฆาตจริงจังได้เวลาขาดเซเมะนะครับ
เลโอ - แต่สำหรับวันนี้ ผมจะยอมรับว่าแพ้ก่อนก็ได้ แต่ผมขอเตือน อย่าดูถูกพลังของอุเคะจะดีกว่า
เบียคุรัน - อะไรก็ช่าง ยังไงมุคุโร่คุงก็จะเป็นเคะของฉันอยู่แล้วนี่
เลโอ - ขอสาปแช่งแก
มุคุโร่ - อ้าว นี่มันอะไรกันครับนี่?

 

Page 3

มุคุโร่ - ผมได้ยินอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่อง 'แต่งงาน' รึเปล่าครับ?

 

Page 4

เบียคุรัน - ถูกแล้วล่ะ การแต่งงานระหว่างเธอกับฉันไง
มุคุโร่ - คึหึหึ ผมควรจะดีใจดีไหมครับเนี่ย?
เบียคุรัน - โอ้ คัมม่อน เบบี๋ ไม่ต้องอายหรอกน่า
เบียคุรัน - เธอยังใส่แหวนที่ฉันให้เลยนี่
เบียคุรัน - แล้วยังเรียวขาสวยๆกับสะโพกนั่น...จริงๆนะ มุคุโร่คุง ฉันรอจะปอกเปลือกเธอแทบไม่ไหวเลยล่ะ

 

Page 5

มุคุโร่ - จริงๆแล้ว ผมเตรียมถุงมาด้วยล่ะครับ เบียคุรัน ดาร์ลิ่ง
เบียคุรัน - สมกับเป็นฮันนี่ของฉัน ตอนนี้ มาเริ่มงานแต่งกันได้รึยัง? 

<< ป๋ารอไม่ไหวแล้ว กร๊ากกกกกกกกกก  

 

หมดแล้วค่ะ จริงๆตอนแรกซับเสื่อมกว่านี้ แต่เกรงใจ...เอาแบบยังพอน่ารัก(?)ดีกว่าเนอะ 555+

/me โพสต์เสร็จแล้วก็ชิ่งหนีบาทาออกจากบลอก กร๊ากกกกกกกกกก

 

ปล. ใครอยากรู้ว่าเสื่อมประมาณไหน...ลากค่ะ ลาก...

>> เบียคุรัน - พกถุงแต่ไม่พก lube...มาโซสมกับเป็นฮันนี่ของฉัน << /me เผ่น!!!

 

ปลล. แวบกลับมาอีกนิด...วันนี้วันที่ 12 สิงหาคม

สุขสันต์วันแม่นะคะ ถึงจะดุไป(ไม่)หน่อย หวงลูกเกินไป(ไม่)นิด

แต่หนูก็รักมามี๊มากๆนะค้า~ ♥♥♥

 

"แล้ววันนี้...คุณทำดีเพื่อแม่หรือยังเอ่ย~~?"