[RMC] 20 ธีม EPW แห่งความอนาถ

posted on 30 Jan 2012 21:04 by hiyuura  in RMC

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

Character: Spunk

20 THEMES FOR RMC EPIC WAR

คำเตือน: เอนทรี่นี้เข้มข้นด้วยรังสีของความอนาถ 

 

แผนภาพสมองของชาวร๊อคชื่อสปังค์

(เพื่อประกอบความไร้สาระในธีมฟิกด้านล่าง 555+)

 

1. ไรเฟิล 

“พี่บุญธรรมครัฟ ไรเฟิลพี่บุญธรรมเจ๋งเป็นบ้าเลยอะครัฟ ขอปั๊งดูหน่อยได้ปะครัฟ!” สปังค์กระโดดโลดเต้นด้วยพลังชีวิตอันเปี่ยมล้น “ปั๊งได้ยินพี่หนวดบอกว่าไรเฟิลของพี่บุญธรรมเป็นรุ่นเดียวกับที่พรานรพินทร์ใช้ในเพชรพระอุมาอะครัฟ!” 

“…ขออภัยครับ…แต่ผมไม่ค่อยชอบให้คนแตะต้อง…ปืนของผม” วาเลอเรียส เดอ ครูซไม่ชอบให้คนแตะต้องไรเฟิลแต่งพิเศษที่เป็นอาวุธคู่มือของเขา เพียงเพราะอาวุธคู่มือที่เขาใช้เป็นประจำนั้น…เป็นเหมือนของสิ่งเดียวที่ที่บ้านของเขามอบให้…ที่เขารู้สึกว่าเป็นของเขาอย่างแท้จริง

“แม๋นนนนน อย่าใจร้ายใจดำดิครัฟ ขอปั๊งเบิ่งนิดนึง ชาวร๊อคให้สัญญา ไม่ทำเสียหายแน่นอนครัฟ แค่ลองจับนิดเดียวนะครัฟ จะได้เป็นบุญของปั๊ง!”

“…” นัยน์ตาสีโลหิตจับจ้องไปที่ร่างกำยำหนาราวกำแพงตึกที่กำลังเต้นบีบอยรอคำตอบจากเขาด้วยนัยน์ตาเหมือนลูกหมาตัวใหญ่…

เห็นชัดๆว่าต้องเป็นหมาพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด…

 “…แค่ได้สัมผัสก็พอแล้วใช่ไหมครับ” 

“แม่นครัฟ! แค่ได้แตะโดนนิดเดียว ชีวิตปั๊งจะเหมือนมีค่าขึ้นนะครัฟ ของหายากแบบนี้ ชาวร๊อคไม่ดูไม่ได้ มันต้องเอามาเขย่าหัวใจชาวร๊อคครั---แอ๊ฟฟฟฟ!!!” 

พานปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์โมเดล 70 กระทุ้งเข้าที่กลางท้องน้อยไอ้หนุ่มสปังค์…เด็กหนุ่มร้องโอดครวญแต่ไม่ปลิวด้วยความหนา…ก่อนจะทรุดลงในท่าคุกเข่ากุมท้อง…เจ็บปวดแบบร๊อคๆ… 

“แม๋นนนนน สวดยวดมากครัฟ พี่บุญธรรม นี่ดีนะครัฟ พี่ไม่เอาตบหัวปั๊ง ปั๊งไม่ใช่ซอมบี้ แต่พานปืนตะกี้…แรงดี หนักหน่วง! ร๊อคสุดๆครัฟ The Rifleman’s Rifle!!!” สปังค์ยังมิวายขอชูนิ้วร๊อค

“………” วาเลอเรียสไม่เอ่ยอะไร หากแต่หันหลังกลับ…เขาคิดว่าเขาต้องทำความสะอาดท้ายปืนของเขาที่อาจจะเลอะเหงื่อของคนที่มีกลิ่นตัวแรง…

 

2. เอวบาง 

“อุเคะนั้น…จะต้องมีลักษณะอ่อนหวานน่ารัก หรือไม่ก็ดื้อดึงซึนเดเระ…มีรูปร่างหน้าตาน่าเอ็นดู น่ารักน่าก(อ)ด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…อุเคะนั้นจะต้องมีเอวที่บางเฉียบราวกับผ้าอนามัยวิสะเปอร์” 

อีวา โรมาโนอ่านหนังสือคู่มือชาววายออกมาดังๆ ก่อนเด็กสาวจะย่นจมูกอย่างไม่สบอารมณ์พลางโยนหนังสือที่ว่าลงถังขยะข้างๆ 

“โหยยยย Outdated! Outdated สุดๆ! นั่นมันความเชื่อสมัยไหนกันแล้ว เสะเคะมันไม่แบ่งแยกแค่เรื่องแบบนั้นสักหน่อย คนเขียนหนังสือนั่นมันต้องเป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีล้าสมัยแหงๆ”

“แหม่ ก็จริงน่ะขรั่บ!” นายหนวดขน ไฝเสน่ห์รีบเสริม “ดูอย่างกระพ้มสิขรั่บ เป็นเคะที่ออกจะโซฮอตขนาดนี่ เอวกระพ้มยังสัดส่วนทองคอวิลลอฟบี้เลยขรั่บ!!!” เจ้าตัวว่าไม่ว่าเปล่าเบ่งกล้ามโชว์

“…ดูพี่ปั๊งดิ…” อีวาทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดหนวด สาวเจ้างับบ๊วยแผ่นเข้าปากคำโตคำหนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่สปังค์ “ดูดิ๊ เอวก็หนาเป็นตันแบบนี้…ยังติดเชื้อ Perfect Wife Wannabe ได้เลย พี่ปั๊งเคะ…เคะชัดๆ!!!”

“แม๋นนนนน พี่หนวด น้องอีวา คุยอะไรกันครัฟ PWW อะไร ปั๊งไม่เห็นรู้เรื่อง แต่วันนี้ได้เวลาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว…มาเต้นรัก 1000% กันเถอะครัฟ วู้ววววว!!!” เด็กหนุ่มทำท่าหกสูงต่อด้วยตีลังกา…โชว์เอวหนาเป็นตึกที่หาความบางไม่มีให้อีวาได้ฟันธง…

“พี่ปั๊ง…ความเสะติดลบ…ไร้สาระ 1000%” 

 

3. เป็ดล้างห้องน้ำ 

เด็กสังกัดวองโกเล่ทุกคนต่างก็พากันรู้ดีถึงสรรพคุณและความร้ายกาจของยาล้างห้องน้ำเป็ดโปรที่ผู้พิทักษ์รุ่นพรีโมแห่งวายุอย่าง G ใช้เป็นอาวุธสะดวกมือแทนการงัดธนูที่สามารถทำร้ายคนถึงตายออกมาใช้…

การลงโทษแบบ ‘เอาเป็ดไปกินซะ’ กลายมาเป็นคำเล่าลือหนาหูที่ชวนให้เด็กสังกัดวองโกเล่หลายคนขยาด จนมีสมญาให้ปู่แดงแร๊งแรงแห่งวายุกันลับหลังว่า… ‘ปู่สาดเป็ด’

แต่ใครเลยเล่าจะล่วงรู้…ถึงเจ้าของอำนาจแห่งเป็ดโปรที่แท้จริง…

G…หรือที่เหล่าเด็กสังกัดวองโกเล่รุ่นหลังเรียกกันว่า ‘ปู่สาดเป็ด’ หาใช่ผู้มีอำนาจขั้นสุดยอดแห่งเป็ดที่แท้จริงไม่…

“ฮะๆๆๆ เด็กพวกนั้นเรียก G ว่าปู่สาดเป็ดจริงๆหรือขอรับ” อาซาริ อุเกทสึหัวเราะร่า ขณะที่ G พ่นควันมะเร็งอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

“มันแค่สะดวกมือดี แค่สาดเฉยๆไม่ได้มีเป็นคลังแสงอย่างนายสักหน่อย…อุเกทสึ” ผีสิงแหวนหัวแดงขมวดคิ้วนิ่วหน้า…เมื่อเจ้าตัวนึกถึงตอนเขากับอุเกทสึนึกสนุกไปสิงร่างคนมีเลือดเนื้อ…และอุเกทสึที่เผลอสะดุ้งตกใจเพราะเสียงกระหึ่มจากวิวัฒนาการยุคใหม่ดันเผลอสาดเป็ดที่เจ้าของร่างถืออยู่มาถูกร่างของ G ให้ปวดแสบปวดร้อนพอดิบพอดี…

ตั้งแต่วันนั้น…ผีสิงแหวนอาซาริ อุเกทสึ…ก็เริ่มสะสมเป็ดโปรเอาไว้ที่ห้องลับในปราสาทวองโกเล่…โดยมีชื่อสมญาที่เหล่าพรีโมแอบเรียกกันลับหลังว่า ‘เจ้าพระยาพระคลังเป็ด’ 

 

4. ดับเครื่องชน 

“หัวหน้าเบลแย่! แย่ที่สุด เอาซาดาฮารุของฉันไปไม่ยอมบอกอ๊ะ!” อีวา โรมาโนทำหน้าบูดบึ้ง “ฉันอยากเล่นกับซาดาฮารุอ่ะ พี่ปั๊ง อยากเล่น อยากเล่นนน!!!” 

“แม๋นนนน เจ้าชายเบลเฟกอลคงไม่ได้ใจร้ายจะยึดไปจากน้องอีวาหรอกครัฟ คุยกะเจ้าชายรึยังครัฟ” สปังค์แสดงความมีเหตุผลนอกเหนือจากความร๊อคพลางยืดอกอย่างสมชายชาตรี 

“แต่ถ้าวันนี้น้องอีวาอยากเล่น พี่ปั๊งจะเป็นซาดาฮารุให้น้องอีวาแทนเองนะครัฟ” ไอ้หนุ่มชาวร๊อคทุบอกปั้กๆ 

“ว้าว~~ พี่ปั๊งจะเป็นซาดาฮารุให้ฉันจริงๆอ่ะ!” อีวาแสยะยิ้มเกรียน ก่อนจะกระโดดขึ้นไปขี่หลังสปังค์ “เย้~ วันนี้พี่ปั๊งเป็นควายให้ฉันขี่นะ!!!”

“แม๋นนนนนน ได้หมดครัฟ เพื่อน้องอีวา พี่ปั๊งจะเป็นควายให้เองครัฟ!!!”

ยังไม่ทันที่อีวาจะเกาะหลังสปังค์ดี…เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากอีกฟากของถนน

“กรี๊ดดดดดดด ควายหลุดดดดด!!!” 

สปังค์กับอีวาหันไปตามเสียงก็เห็นกระบือตกมันตัวหนึ่งวิ่งปุเลงๆตรงเข้ามาทางที่พวกเขาอยู่ รูจมูกที่ถูกสนตะพายของมันพ่นลมหายใจฟืดฟาดรุนแรง 

“โอเอ็มจี ควายหลุด!!! แบบนี้ทำไงดีครัฟเนี่ย!!?”

“วันนี้พี่ปั๊งเป็นควายนะ อย่ายอมแพ้มันดิ๊ ดับเครื่องชน! ขวิดมันเลยยย!!!” 

เพลงใน BG ขึ้น…ไอ้ปั๊งหนุ่มน้อยหน้ามน เขาเป็นนักชนที่ไม่เคยกลัวใคร~

ไอ้หนุ่มชาวร๊อคบ้าจี้…มอออออ!!! ควายตกมันพุ่งเข้ามาใส่ด้วยความเร็วที่ดูราวกับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากแต่สปังค์ไม่รอช้า…เจ้าตัวดับเครื่องชน…พุ่งเข้าเอากล้ามกระแทกกับควาย…

ตูมมมมมมมมมม!!! 

อีวา โรมาโน…กระเด็นลอยหายไปพร้อมกับแรงปะทะเป็นดาวตก…

ไม่มีใครล่วงรู้…ชะตากรรมของควายและสปังค์…

  

5. ปีกแห่งแสง 

“โอเอ็มจี!!! ปีกแห่งแสง!!! ปีกแห่งแสงนี่มันร๊อคสุดๆเลยครัฟ!!!” สปังค์ชูนิ้วร๊อคด้วยความทึ่ง เมื่อเพื่อนร่วมทีมของเขาปล่อยสัตว์กล่องออกมาจากกล่อง…

เอธอนกับมิโดริลอยหวืออยู่กลางเวหา…แต่ละตัวต่างมีออร่าของไฟธาตุห่อหุ้มเป็นรังสี 

ปีกแห่งแสงอรุณและปีกแห่งแสงอัสนี…

“แม๋นนนนน พี่เต้ครัฟ ไดจิครัฟ! ปีกแห่งแสงนี่มันร๊อคเป็นบ้า ร๊อคแมว่กกกก!!!” สปังค์ตีลังกาซัมเมอร์ซอลท์สามตลบ ก่อนจะหันกลับไปอัดไฟวรุณใส่กล่อง เรียกเอาจูเลียตจัง…บลอบฟิชพิรุณดึกดึ๋ยออกมา 

“จูเลียตจังของปั๊งไม่มีปีก แต่จูเลียตจังของปั๊งมีความพิเศษนะครัฟ จูเลียตจังน่ารักผูกโบว์แดง ไม่มีจมูก แถมยังบินไปบินมาในอากาศแบบไม่ต้องมีปีกได้ด้วยครัฟ!”

จูเลียตจังตัวเป็นเมือกเรืองแสงธาตุพิรุณสีฟ้าอ่อน ก่อนจะพ่นน้ำใส่ไดจิกับดันเต้อย่างเริงร่า…

ถึงจะไม่มีปีกแห่งแสง แต่บลอบฟิชวรุณตัวนี้…รับแขกมารยาทดีเป็นที่สุด

 

6. หนุ่มเนิร์ด

“พี่เต้ครัฟ…มีคนบอกปั๊งว่าพี่เต้เป็นหนุ่มเนิร์ด จริงปะครัฟ” สปังค์เต้นหมุนหัวติ้วๆเข้าไปข้างๆคนที่นั่งจิ้มคอมพิวเตอร์อย่างมันมือราวกับจมอยู่ในห้วงภวังค์ เสียงหัวแข็งๆของไอ้หนุ่มชาวร๊อคที่หมุนอยู่บนพื้นไม้ก่อกำเนิดเป็นคลื่นเสียงก่อกวนโสตสมาธิคนกำลังทำงานแฮคเกอร์ได้เป็นอย่างดี 

ดันเต้ เทสทารอสซาหรี่ตาน้อยๆ ก่อนจะหันกลับมามองไอ้คนที่ยังเอาขาชี้ฟ้ากลับหัวกลับหาง เงามืดพาดผ่านใบหน้าของชายหนุ่มวูบหนึ่ง ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทางแบบปกติ

“ผมไม่ใช่หนุ่มเนิร์ดนะครับ ปั๊งคุง” ดันเต้ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะทำการล๊อคหน้าจอคอมพิวเตอร์ “แล้วก็ไม่ได้เป็นฮิคคิโคโมริอย่างที่ใครๆเขาว่ากัน แต่ถ้าใครอยากจะพูดอะไรผมคงไม่มีสิทธิไปตัดสิน” 

ใช่แล้ว…ดันเต้ เทสทารอสซาไม่ใช่หนุ่มเนิร์ด…เขาเป็นแค่ Geek ที่รักคอมพิวเตอร์กับโปรเจ็คลับของเขาคนหนึ่ง…เขาไม่ได้เป็นฮิคคิโคโมริ…เขาแค่ซ่อนตัวเพื่อหลบรี้หนีจากเกรียนตัวเอ้อย่างเฟลิเซ…

ดันเต้ไม่ใช่หนุ่มเนิร์ด…แต่เขามั่นใจว่า…

“โอเคครัฟ พี่เต้ไม่เนิร์ด แต่พี่เต้เป็นชาวร๊อค เราเป็นเบสท์บัดดี้กัน เพราะงั้นปั๊งจะบอกทุกคนว่าพี่เต้ร๊อคเหมือนปั๊งนะครัฟ!!!”

ไม่ว่าใครจะเป็นอะไร สปังค์…ก็จะสามารถเหมารวมให้เขาคนนั้นเป็นชาวร๊อคได้…ถ้ามีมูลเหตุเชื่อมโยงที่ไร้สาระพอ…

 

7. เพศที่สาม 

“นี่มัน…น่างงงวยสุดๆเลยอะครัฟ!!!” สปังค์ปุจฉาขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เขากับอีวานั่งกินข้าวปั้นฝีมือหนวดกันอยู่บนเสื่อที่หนวดเอามาในสวนสาธารณะ 

“งงอะไรอีกอะ พี่ปั๊ง” อีวาคว้าข้าวปั้นไส้บ๊วยเค็มมายัดใส่ปาก…รสชาติของบ๊วยเค็มอย่างดีให้ความรู้สึกราวกับขึ้นสวรรค์ผิดกับบ๊วยดองตราบอสอารมณ์บูดที่วาเรียแจกให้สมาชิกเอามานั่งมองเวลากินมาม่า แถมยังมีการกำชับด้วยสีหน้าโหดของบอสที่ข้างกล่องด้วยว่า ‘ห้ามแดร๊กเด็ดขาด’ 

“ก็…พี่หนวดอะครัฟ ก็เห็นชัดๆว่าเป็นพี่หนวด แต่ทำไมตอนนี้บอกว่าไม่ใช่พี่หนวดแต่บอกว่าชื่อนูน่าอะครัฟ หรือว่าพี่หนวดเขามีแฝด!?” 

“เหยยย พี่ปั๊งไปหลงอยู่ที่ไหนมาเนี้ย~ พี่หนวดเขาเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว นี่อย่าบอกนะว่าพี่ปั๊งซื่อบื้อขนาดไม่รู้จักว่าเพศที่สามคืออะไรน่ะ!!!” 

“ก็…มีเพศชายกับเพศหญิง แล้ว…นั่นดิครัฟ เพศที่สามคืออะไรอะครัฟ”

“ป๊าดดดด” อีวามองสปังค์อย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะชี้มาที่ตัวเอง “นี่เสะ” ชี้ปั๊ง “นี่เคะ” ก่อนจะพยักเพยิดไปทางหนวดขนในโหมดนูน่า ไฝไฟที่กำลังสวอนเลคลันล้าอยู่กลางสวนสาธารณะรออ่อยหนุ่ม “ส่วนนั่น…”

อีวายัดข้าวปั้นเข้าไปจนหมด เคี้ยวตุ้ยๆอย่างไวจนข้าวเลอะมุมปาก “เค้าเรียกว่าพวกเป็นรุกแต่อยากรับอะ เกทปะ” 

“แม๋นนนนนนน แบบนี้นี่เอง งั้นเพศที่สามก็คือพี่หนวดเวลาอยากรับโทรศัพท์สินะครัฟ สวดยวดดดด อัพสกิลประชาสัมพันธ์ ร๊อคแมว่กกกกกครัฟ วู้วววววว!!!” 

อีวา…พ่นข้าวที่กำลังเคี้ยวใส่หน้าสปังค์

 

8. รัดติ้ว 

“ฉันไม่ใส่ไอ้ชุดแบบนั้นเด็ดขาด พอเลยนะ ปั๊ง” เสียงเข้มดังมาจากหนุ่มใหญ่ล่ำที่ทะลุมิติมาจากโลกอีกสิบปีข้างหน้าอย่างภรรยาของเวอร์เมลลาส โดแซน เนโครเอสทัสเซคโคอย่างริชาร์ด อดีตนามสกุลไฟน์แมนสัน 

“แม๋นนนนน พี่อาร์โนลด์ครัฟ ชาวร๊อคเราต้องกล้าๆดิครัฟ ไอ้ชุดแบบโบแรตนั่นเหมาะกับพี่ออกนะครัฟ ถ้าพี่เป็นยอดมนุษย์ ปั๊งจะได้เป็นไซด์คิกคู่กับฮีโร่อย่างพี่ไงครัฟ!” ไอ้หนุ่มชาวร๊อคทุบอกปั้กๆ ก่อนจะเต้นสามสเตปเทพชี้นิ้วไปทางชุดว่ายน้ำสแปนเด็กซ์สีเขียวสะท้อนแสงรัดติ้ว 

“ไม่เด็ดขาด ยังไงก็ไม่ ถ้านายอยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ฉันยกให้นายใส่เองเลย ปั๊ง” ริชาร์ดยกมือขึ้นกุมขมับ ต่อให้ตาย เขาก็จะไม่ใส่ชุดรัดติ้วอุบาทว์ตาตัวนั้นเป็นอันขาด

“ไม่ครัฟ เฮียริค ปั๊งไม่ใส่! ไม่ใช่ว่าปั๊งไม่กล้านะครัฟ แต่ตัวนั้นของเฮียคนเดียวเลยครัฟ ปั๊งเตรียมชุดไซด์คิกของปั๊งไว้แล้ว ร๊อคไม่แพ้กัน เรามาปฏิบัติการณ์การกู้โลกด้วยความร๊อคกันเถอะครัฟ!!!”

สปังค์ตีลังกาสามตลบก่อนจะหยิบชุดรัดติ้วสีเหลืองบาดตาขึ้นมา…เขาออกแบบเอาไว้ดีแล้วว่า ถ้าเขากับริชาร์ดออกไปกู้โลกไร้ความร๊อคด้วยกัน…ทั้งโลกจะสดใสซาบซ่าและทุกสายตาจะต้องถูกสะกด…

กับชุดรัดติ้วสีเขียวเหลืองที่มีดีไซน์กิ๊บเก๋ยูเรก้าที่สุด…

 

9. เกาะร้าง(ห่างรัก)  

สัญญาณควันไฟลอยสูงสู่ฟากฟ้า…บนชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตาของเกาะร้างกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ไอ้หนุ่มรู้ตัวว่ากำลังจะห่างรักเพราะเกาะแห่งนี้ไม่มีคลื่นสัญญาณอย่างฮิบิกิ ไดจิกำลังโยนเศษชิ้นผ้าและอะไรอย่างอื่นที่พอจะหามาเป็นเชื้อเพลิงได้ลงไปในกองไฟที่พวกเขาพยายามจะก่อให้ควันลอยสูง…

หรือจริงๆ…ควรจะบอกว่าเขาทำงานแค่คนเดียว…

ชำเลืองมองไปทางซ้าย…มหากาฬคอมพิวเตอร์อย่างดันเต้ เทสทารอสซ่ากำลังทะมึนจิตตกไม่สนอะไรอย่างอื่นเพราะลูกรักอย่างฮิปนอสหมายเลขสองถูกแรงกระแทกจนเมนบอร์ดดับอนาถ 

ชำเลืองมองไปทางขวา…….

“แม๋นนนนน น้ำทะเลที่นี่ใสแจ๋วสุดยอด…จูเลียตจัง เราไปว่ายน้ำกันเถอะครัฟ!!!” ไอ้หนุ่มชาวร๊อคอย่างสปังค์หาได้รู้สึกรู้สากับการมาติดเกาะ…เด็กหนุ่มเปิดกล่องเอาปลาบลอบฟิชติดโบว์แดงแสลงใจธาตุพิรุณออกมากระโดดดำผุดดำว่ายในทะเลอย่างสนุกสนาน

ชะรอย…การที่เรือของพวกเขาล่มจนต้องมาติดเกาะร้างแบบนี้…คนที่ห่างรักจนอยากจะหนีออกจากเกาะไวๆคงจะมีแค่คนที่กำลังจะได้เป็นสะใภ้(?)วาเรียอย่างโปจิ เอ๊ย ไดจิกระมัง…

 

10. แทงข้างหลัง  

“คุณปั๊งครับ…ผมให้คุณ A ลบลบลบลบลบลบลบลบ…” ชูฟงยูยกป้ายคะแนนความสามารถในการจีบของสปังค์ (เทียบกับ Level of Allowance) ให้ติดลบแทบจะเป็นอนันต์… 

“ดูท่าว่าชาตินี้คงไม่มีอะไรเปลี่ยนคุณปั๊งได้แล้วล่ะครับ…ถ้าไม่มีดาวหางพุ่งลงมากระแทกหัวคุณปั๊ง” ลูเซียโน่ นาร์ดอซซี่ถอนหายใจอย่างปลงแล้วปลงอีกกับความสิ้นหวังในการทำให้สปังค์เป็นผู้เป็นคนขึ้นกับการหัดจีบ

“ฉันว่าชาตินี้พี่ปั๊งไม่มีทางเป็นเสะได้แน่ๆเลยอ่ะ” อีวา โรมาโนส่ายหัว ต่อให้หายจากโรค Perfect Wife Wannabe แล้วก็เหอะ แต่สปังค์ไม่มีทีท่าว่าจะเอาถ่านขึ้นแต่อย่างใด…

 

“ฟงยู ลู’โน่ น้องอีวาเค้าว่ายังงี้อะครัฟ พี่บุญธรรม ปั๊ง…ปั๊งเสียใจครัฟ! เห็นแบบนี้ชาวร๊อคก็มีความพยายามนะครัฟ ปั๊งจะต้องเพิ่มสกิลการจีบให้ได้ครัฟ!” สปังค์ทุบอกปั้กๆด้วยความช้ำใจพลางระบายความคับแค้นของชาวร๊อคในอก 

“…” วาเลอเรียสที่กำลังชั่งใจระหว่างเรื่องช่วยสอนสปังค์เรื่องเทคนิคการจีบกับกลิ่นตัวอันรุนแรงของสปังค์หันไปมองซิกอย่างขอความเห็น

เจ้าของเรือนผมสีเปลวตะวันขยับรอยยิ้ม “เดี๋ยวผมจะช่วยสะกดจิตคุณให้เองนะครับ” ชายหนุ่มหยิบเหรียญกลมมีรูออกมาจากกระเป๋า… 

10 นาทีต่อมา…

“แม๋นนนนน เฮียซิกครัฟ ปั๊งรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นอีกหลายเท่าเลย แบบนี้ภารกิจต้องสำเร็จแน่ครัฟ!!!” ปั๊งบีบอยเดินถอยหลังออกประตู ก่อนจะสเตปเทพถอยหลังต่อไปเรื่อยๆแล้วถอยหลังเข้าไปในลิฟท์…

“…คุณสะกดจิตอะไรคุณสปังค์หรือครับ?” วาเลอเรียสถามขึ้นทันทีที่ประตูลิฟท์ปิดลง

“แค่ช่วยให้เขามีความมั่นใจในการถูกแทงข้างหลังครับ” อีกฝ่ายตอบพร้อมรอยยิ้ม

วาเลอเรียสหัวเราะเบาๆ…ทั้งสองคนไม่มีใครสนใจจะถามให้รู้เลยว่า…คนที่สปังค์ต้องการจีบ…คือสาวเซเลบผู้งดงามประดุจนางฟ้า…คุณแซวร่าห์ต่างหาก…

 

11. เจ้าชาย 

“น้องอีวาครัฟ…”

“อะไรเหรอ พี่ปั๊ง” อีวา โรมาโนที่นั่งกินไอศกรีมรสฟักทองอยู่หันกลับมามองไอ้หนุ่มชาวร๊อคที่ทำท่าเหมือนมีความลับสุดยอดอยากจะบอกซะเต็มประดา

“พี่ปั๊งมีเรื่องจะสารภาพครัฟ”

“สารภาพว่าพี่ปั๊งเป็นเคะอะเหรอ” เด็กสาวจ้องมองคนตรงหน้าตาแป๋ว ก่อนจะหันกลับไปสนใจไอศกรีมในมือต่อ

“ไม่ใช่นะครัฟ!” แต่สปังค์ยังมิวายไม่ลดละความพยายาม “ความจริงแล้วพี่ปั๊ง…”

อีวาเลิกคิ้วน้อยๆ 

“ความจริงแล้วพี่ปั๊งเป็นเจ้าชายครัฟ!!!”

“………………………….” 

ไม่มีเสียงตอบจากสวรรค์…มีเพียงเสียงหยดของไอศกรีมที่เริ่มละลายเป็นน้ำหยดลงเลอะมือและกระโปรงตัวเก่งของอีวา ก่อนที่…

“ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆ พี่ปั๊งเนี่ยนะ เจ้าชาย!!! โอ๊ยยยย มุขเด็ดมากเลยอ่ะ พี่ปั๊ง ถ้าพี่ปั๊งเป็นเจ้าชาย พี่ปั๊งต้องร๊วย~ รวย~ แล้วก็มีเงินเยอะแยะมาซื้อขนมให้ฉันกิน แถมไม่ต้องแปะโป้งค่าโทรศัพท์บะหมี่เกี๊ยวร้านอาแปะแล้วดิ๊!”

“แต่พี่ปั๊งเป็นเจ้าชายจริงๆนะครัฟ!” สปังค์ยังไม่ยอมแพ้ พลางเปิดกล่องเอาจูเลียตจังออกมากอดไว้แนบอก

“พี่ปั๊งเป็นเจ้าชายฟิลิปของจูเลียตจัง เพราะถ้าพี่ปั๊งเป็นโรมิโอ เราจะครอสเคาน์เตอร์กันตายคู่ พี่ปั๊งเลยเป็นเจ้าชายฟิลิปแทนโรมิโอที่ไปคู่กับซินเดอเรลล่าแทนครัฟ!!!”

เสียงหัวเราะของอีวา โรมาโนกริบไป…คงเหลือเพียงแต่สายตาของเด็กสาว…ที่จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความเหวงสุดกำลัง

 

12. ปราสาทผีสิง 

สปังค์ยังคงฝันร้ายอยู่เรื่อยๆถึงทริปไปโรมาเนียเมื่อคราวนั้น…มันเริ่มจากความผิดพลาดของหนวดขนที่พาพวกเขาไปยังปราสาทผีสิงหลังนั้น…แทนที่จะเป็นบ้านตระกูลเดอ ครูซ…

ชาวร๊อคที่มีความฝันเป็น Rock Star ซูเปอร์ฮีโร่นอนกระสับกระส่าย…เหงื่อกาฬไหลผากซึมทั่วสรรพางค์เมื่อภาพความทรงจำเล่นซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้งในความฝันของเขา…เล่นซ้ำและแปรเปลี่ยน…เป็นฝันร้ายที่สยองขวัญน่ากลัวยิ่งกว่า…

สิ่งที่น่าหวาดหว่ั่นชวนขวัญผวาอย่างอื่นมากมายในปราสาทผีสิงหลังนั้น…ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวร่างโชกเลือดที่โผล่มาจากก๊อกน้ำในห้องของฟงยูกับลูเซียโน่…ผีกระดูกจำนวนมากที่ยั้วเยี้ยวิ่งไล่ตามพวกเขาเต็มไปหมด…โกเลมตัวยักษ์…โทรลล์หัวเห็ด…ผีปู่โสม…หรือหมึกเทนทาเคิลจากเหมืองมอเรีย(!?)…ทั้งหมด…เทียบไม่ได้เลย…กับความเจ็บปวดที่ยากจะจางหาย…

ภาพของจูเลียตดัมมี่ยักษ์ตัวบวมอืดเหม็นเน่า…

“โน้ววววววววววววว ไม่นะครัฟ จูเลียตจังงงงงงง อย่าเป็นไปตามจูเลียตดัมมี่!!!” ปั๊งกรีดร้องก่อนจะสะดุ้งลุกตื่นขึ้นมากลางดึก…เพียงเพื่อที่จะตรวจดูว่า…จูเลียตจังของเขา…ยังคงอยู่ดีมีสุข…ไม่เหมือนกับจูเลียตดัมมี่ในปราสาทผีสิง…

 

13. หนามยอกเอาหนามบ่ง 

“โน้ววววววว ไม่เอาครัฟ พี่เซวี่ย! ปั๊งไม่ไปบ้านผีสิงเด็ดขาด ชาวร๊อคไม่วอนท์ ไม่เอาครัฟ!!!” ไอ้หนุ่มชาวร๊อคส่งเสียงกรีดร้อง(?)โวยวาย เมื่อชูฟงเซวี่ยพยายามฉุดกระชากลากถูกเขาเข้าไปในบ้านผีสิงบรรยากาศน่าสยองขวัญ

“จะอะไรนักหนาห๊ะ ปั๊ง…แค่เข้าไปในบ้านผีสิงสวนสนุกเนี่ย ใครๆเขาก็รู้กันว่าของในสวนสนุกมันของปลอมทั้งนั้น” ฟงเซวี่ยว่า มือยังคงพยายามฉุดกระชากลากถูสปังค์ที่แรงควายกว่า แต่เหมือนว่าจะอนาถดิ้นไม่หลุดเสียอย่างนั้น 

“ไม่เอาครัฟฟฟ!!! ป…ป…ปั๊งกลัวผี ต่อให้เป็นผีปลอมปั๊งก็ไม่อยากเจอครัฟ โน้ววววว จูเลียตจัง! เซฟมี~~~~!!!” 

“ไม่ได้! ตกลงกันแล้วนะ ปั๊ง หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง นี่ไง กลัวผี เจอบ่อยๆจะได้ชิน มา เราไปเข้าบ้านผีสิงกัน…ที่มืดๆมันสบายดีออก” เงาดำพาดผ่านใบหน้าของฟงเซวี่ย เจ้าตัวยังพยายามเข็นสปังค์เข้าไปให้พ้นประตูรับตั๋วบ้านผี 

“โน้ววววว อย่าครัฟ หนามยอกไม่ต้องเอาหนามบ่ง อย่าทำปั๊งเลยครัฟ พี่~~!!!” เสียงกรีดร้องโหยหวนยังคงดังเรื่อยมา…สองคน หนึ่งหนุ่มมืดมนกับอีกหนึ่งบักอึ้ดตัวเท่าควายยื้อยุดฉุดกระชาก…ก่อนที่พนักงานสวนสนุกจะเดินมา…พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า…

“สวนสนุกปิดแล้วครับ”

 

14. คนสนิท 

“พี่เต้ครัฟ ปั๊งโดนลงโทษให้เขียนเรียงความเรื่องคนสนิทอะครัฟ” สปังค์เอ่ยพลางชี้ไปที่กระดาษ A4 ว่างๆที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้เขียนอะไร ที่เจ้าตัวโดนลงโทษก็หาใช่อะไรอื่น แต่เป็นเพราะอาหารข้าวกล่องปักษาพิโรธใส่ถั่วเน่าฝีมือชาวร๊อคที่เล่นเอาวองโกเล่พรีโมเกิดอาการมวนท้องอย่างหนักจนต้องเข้าไปนอนให้น้ำเกลือในโรงพยาบาลเสียหลายวัน…

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท ‘ปู่สาดเป็ด’ หรือที่คนทั่วไปรู้จักเขาในนาม G จึงได้สั่งทำโทษสปังค์ (นอกเหนือจากการขู่ตัดเงินเดือนและสาดเป็ดโปรล้างห้องน้ำใส่เจ้าหนุ่มคนที่ว่า) ด้วยการให้เจ้าตัวไปเขียนเรียงความเรื่องดังกล่าวเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจถึงข้าวกล่องอันร้ายกาจนั้น

“แล้ว…ปั๊งคุงจะเขียนยังไงล่ะครับ” ดันเต้ถาม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากเกรียนและความชวนเหวงทั้งหลายทั้งปวงของเจ้าตัวเริ่มทำงานบอกว่าให้เขารีบตัดไฟแต่ต้นลมและหนีไปเสียให้ไวที่สุด 

“แม๋นนนนนนนนน ไอ้เขียนปั๊งเขียนทีหลังก็ได้ครัฟ แต่ปั๊งต้องการทดลองความร๊อคของการมีเพื่อนซี้คนสนิท!” แต่ดูเหมือนดันเต้จะก้าวขาออกได้ช้าเกินไปทันทีที่สปังค์ยื่นข้าวกล่องปักษาพิโรธราดถั่วเน่าสูตรพิเศษชาวร๊อคของตัวเองมา

“กินเลยครัฟ พี่เต้! ด้วยพลังชาวร๊อคของคนสนิทกัน ปั๊งจะได้เขียนเรียงความรับประกันให้บอสพรีโมกับคุณ G อ่านครัฟ ว่ามิตรภาพของสหายชาวร๊อค…หากเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะกินอะไรก็ไม่มีวันเป็นอะไรแน่นอน กินเลยครัฟ!!!” 

ดันเต้…รู้สึกอยากขย้อนของเก่า…ทันทีที่กลิ่นถั่วเน่าที่ผสมปนเปกับกลิ่นตัวของปั๊งลอยโชยมาเตะจมูก

 

15. เชียร์ลีดเดอร์ 

“แหม่ คุณปั๊ง คุณดันเต้ คุณไดจิ อยู่ทีมเดียวกันหรือขรั่บ!” นายหนวดขน ไฝเสน่ห์ยกมือขึ้นทาบอก เมื่อข่าวสงครามจากมีลฟีโอเล่มาเยือนถึงหู และทางวองโกเล่ที่ผสานกำลังกับวาเรียและชิมอนจัดตั้งทีมฝ่ายรับ…

“เยสสสส!!! แม่นแล้วครัฟ พี่หนวด! ปั๊ง พี่เต้ ไดจิอยู่ทีมเดียวกัน รวมพลังชาวร๊อควองโกเล่ ทีมนี้…ร๊อคสุดๆครัฟ! ร๊อคแมว่กกกกก วู้ววววว!!!” สปังค์กระโดดตีลังกาสามตลบ ก่อนจะชูนิ้วโป้งทำท่าไนซ์กาย ฟันที่ได้รับการทำความสะอาดหลังการรับประทานบะหมี่เก๊ียวร้านอาแปะอย่างดีทอประกายแวบๆ 

“แล้วคู่ต่อสู้ทางนั้นเป็นใครล่ะขรั่บ!” 

“ปั๊งไม่แน่ใจ…แต่เหมือนจะได้ยินจากน้องอีวาแว่วๆว่าคนชื่ออาเรียล ควอโทรอยากจะตัวตัวกะไดจิอะครัฟ” 

“อุ่ยยย นี่มันศึกน้องหวงพี่นี่ขรั่บ แบบนี้ระวังน่ะขรั่บ คุณปั๊งกับคุณดันเต้อาจจะพลอยซวยตามคุณไดจิได้ขรั่บ!”

“แม๋นนนนน เลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครัฟ แต่ชาวร๊อคอย่างเราไม่เคยทำให้ใครแค้นเคือง ไม่น่าเลวร้ายขนาดนั้นนะครัฟ!”

“ไม่ต้องห่วงขรั่บ! เดี๋ยวกระพ้มกับซิสต้าปาปิยองจะไปเต้นเป็นเชียร์ลีดเดอร์ข้างสนามเอง รับรอง…ต่อให้ช้างมาทั้งโขลง แรงใจจากพวกเฮาก็ช่วยคุณปั๊งกับคุณดันเต้ได้แน่ขรั่บ!” หนวดขนว่าพลางหยิบชุดเชียร์ลีดเดอร์สีสดใสกับพู่ปอมปอมออกมาเตรียมเปลี่ยนใส่ 

 

16. Facebook 

“แม๋นนนนน นี่เฟซบุ๊คของเฮียเทชแน่เหรอครัฟ” 

“ทำไมเหรอครับ คุณปั๊ง” ลูเซียโน่ นาร์ดอซซี่หันกลับไปมองคนที่ยืมคอมพิวเตอร์ในห้องของเขานั่งเล่น…

ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ของลูเซียโน่เอง…เขาอาจจะเป็นห่วงนิดหน่อยเรื่องข้อมูลในเครื่องที่เป็นความลับเฉพาะแฟมิลีหรือส่วนตัวของเขาเอง เพราะใครเลยเล่าจะรู้…ถึงทุกความเป็นไปได้ที่อาจเกิดเพราะความร๊อคของสปังค์…

แต่นี่มันเป็นคอมพิวเตอร์บอสประทานที่ชูฟงยูไอ้หนุ่มโลว์เทคไม่เคยใช้เลยต่างหาก 

“ก็เนี่ยอะครัฟ เขียนว่าเป็นเฟซบุ๊คของเฮียเทช แต่รูปในอัลบัมเฟซมีรูปรัฟฟี่เยอะกว่ารูปเฮียเทชอีกอะครัฟ”

ลูเซียโน่เดินเข้าไปดูหน้าจอเห็นเป็นจริงดังที่สปังค์ว่าก็หัวเราะ 

“เป็นเฟซบุ๊คของคุณเชรดดดด เอ๊ย คุณเชเทชไม่ผิดแน่นอนครับ” หมอหนุ่มว่า “นี่ไงครับ คุณปั๊ง ชื่อยังบอกว่าเป็นของคุณเชเทชเลย”

“แต่อัลบัมพวกนี้เป็นรูปของรัฟฟี่หมดเลยอะครัฟ” 

“แหม คุณสปังค์ไม่รู้เหรอครับ…คุณเชรดดดด เอ๊ย เชเทชเขาชอบอวยเมียเด็ก”

“แม๋นนนนนน ปั๊งเพิ่งรู้ เขาเป็น…อย่างงี้กันจริงดิครัฟ!” สปังค์ชูนิ้วก้อยทำหน้าเอ็กไซต์ตื่นเต้น “โอเอ็มจี แบบนี้เฟซบุ๊คเฮียเทชก็ผิดกฎหมาย พรากผู้เยาว์ชัดๆเลยครัฟ!!!” 

 

 

17. หน้าแตก 

“พี่บุญธรรมครัฟฟฟ!!! ปั๊งหน้าแตกกกก!!! หน้าแตกอย่างร้ายกาจอะครัฟฟฟฟ!!!” สปังค์วิ่งกระหืดกระหอบมาฟ้อง ‘พี่บุญธรรม’ ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและชุ่มโชก…ซึ่งเป็นเคราะห์ดีสำหรับวาเลอเรียส เดอ ครูซที่น้ำที่ว่าดูจะเป็นน้ำสะอาดที่สปังค์ใช้ล้างหน้ามากกว่าที่จะเป็นน้ำเค็มเกลือทะเลที่จูเลียตจังพ่นออกมาหรือเหงื่อไคลที่ไหลย้อยจนเต็มหน้า 

“…เรื่องปกติไม่ใช่หรือครับ?” วาเลอเรียสถามนิ่งๆ ก่อนจะหันกลับไปจัดตั้งหนังสือที่อีวาชนล้มลงมาให้เข้าที่  

“โน้วววววว!!! ปกติที่ไหนกันครัฟ พี่บุญธรรม! นี่มันร้ายกาจ…ร้ายกาจจนชาวร๊อคต้องร้องโอเอ็มจีเลยนะครัฟ!!!” 

“…” วาเลอเรียสหันกลับไปมองหน้าสปังค์ครู่หนึ่ง “…ผมไม่เห็นว่าจะมีเลือดอยู่บนหน้าคุณ” 

“แม๋นนนนนน ยังครัฟ พี่บุญธรรม เลือดยังไม่ออก แต่นี่มันแตก…แตกแล้วจริงๆนะครัฟ ดูดิครัฟ!!!” สปังค์สเตปเทพก้าวเข้าไปใกล้วาเลอเรียส ก่อนจะชี้ไปที่สิวเม็ดเบ้งที่ขึ้นตรงข้างแก้มตัวเองแบบเน้นเหลือเกินกว่ากรุณาซูม ซู้ม ซูม~ 

“ปั๊งหน้าแตกแล้วอะครัฟ เนี่ยครัฟ! หน้าแตกเนื้อหนุ่ม ร้ายกาจมากกก เจ็บครัฟ แต่มันร๊อ---แอ๊ฟฟฟฟฟฟ!!!” 

ไรเฟิลวินเชสเตอร์โมเดล 70 ลำกล้องบรรจุกระสุน .375 H&H กระแทกเข้าที่หน้าท้องล่ำๆของสปังค์อีกครั้ง…อย่างเต็มรัก 

ไร้ปรานี… 

 

18. สะพานเหล็ก 

“พี่คงครัฟ น้องอีวาเค้าฝากปั๊งไปซ่อม PSP ไปซ่อมที่ไหนถึงจะดีอะครัฟ” สปังค์หยิบ PSP ของอีวาที่สาวเจ้าถลุงเงินส่วนหนึ่งจากที่บังคับเวอร์เมลลาส โดแซน เนโครเอสทัซเซคโคสร้างปราสาทขนมหวานให้ไปซื้อขึ้นมาให้เกรียน เอ๊ย อาจารย์คงเดช เกษมสมบัติดู 

“สะพานเหล็กไงครัฟ น้องปั๊ง ถูกและดี แผ่นผีก็เยอะนะครัฟ” คงเดชให้คำแนะนำ ก่อนจะหันไปงึมๆงำๆกับสัตว์พยนต์ที่มีคู่ค้าธุรกิจมาสั่งทำเอาไว้รับเป็นรายได้เสริม

“แม๋นนนนนน ‘เคครัฟ พี่คง ขอบคุณมากนะครัฟ ไว้ปั๊งจะซื้อชายสี่บะหมี่เกี๊ยวมาฝากนะครัฟ!” สปังค์กระโดดโลดเต้นตีลังกาสามตลบ ก่อนจะวิ่งแผล็วออกไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยทางเข้าปราสาทวาเรียให้ไปแถวสะพานเหล็ก…

 

 

“พี่วินแมงกะไซค์ครัฟ สะพานเหล็กเนี่ย มันทำด้วยเหล็กจริงปะครัฟ” 

“ไม่ได้ทำด้วยเหล็กทั้งสะพานหรอก น้อง ก็ชื่อสถานที่ธรรมดาที่หนึ่งนี่แหละ แต่เค้าเรียกกันว่าสะพานเหล็ก” วินมอเตอร์ไซค์ตอบ ขณะขับมอเตอร์ไซค์บิดรถบึ่ง

“แม๋นนนนนน ไม่ร๊อคเลยอะครัฟ แบบนี้ปั๊งว่า…ปั๊งจะเอาแบบสะพานนารุโตะโอฮาชิ ไปเปิดสะพานร๊อคสักที่ ถ้ามีทุน…รับรอง ร๊อคครัฟฟฟฟ!!!”

วินมอเตอร์ไซค์หัวเราะ “โห~ นี่น้องจะลงทุนทำสะพานหินทั้งสะพานเลยเหรอ จ๊าบว่ะ จับดีๆนะ อีกไม่กี่วันก็ถึงสะพานเหล็กแล้ว น้องเอ๋ยยย ฮ่าๆๆ”

 

19. ครีมทาผิว 

แดดบนเกาะร้างชวนกร้านสะท้านผิว…สามหนุ่มสุดอนาถที่ติดเกาะยังมองไม่เห็นอนาคต…เมื่อสัญญาณโทรศัพท์สัญญาณวิทยุไม่สามารถใช้งานได้…สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ระหว่างรอเรือหรือเฮลิคอปเตอร์สักลำสังเกตเห็นสัญญาณควันไฟ…ก็คือการเอาชีวิตรอดและฆ่าเวลา…

“แม๋นนนนน แดดที่นี่มันร้อนยังกับรูโอโซนบนหัวมันแหว่งเลยนะครัฟ แบบนี้ถึงปั๊งจะชอบออกกำลังกลางแจ้ง แต่มะเร็งอาจจะถามหา ชาวร๊อคต้องรักษาสุขภาพ พี่เต้ ไดจิ เรามาทาครีมกันแดดกันเถอะครัฟ!!!”

“นายพกครีมกันแดดมาด้วยเรอะ” ไดจิถาม พร้อมกับส่งสายตาไม่ไว้ใจมาให้ไอ้หนุ่มชาวร๊อค…ราวกับกลัวว่า โรค Perfect Wife Wannabe ที่สปังค์เคยติดและได้รับการรักษาด้วยเข็มล้มควายของหมอลูเซียโน่จะยังไม่หาย ขณะที่ไอ้หนุ่มเจ้าพ่อคอมพิวเตอร์อย่างดันเต้ยังคงโศกเศร้าโศกากับการจากไปของฮิปนอสหมายเลข 2 

“เปล่าครัฟ แต่เราจะใช้เมือกของจูเลียตจังทาตัวแทน รับรอง…ลงน้ำได้ ซำบายหายห่วง ร๊อคแมว่กกกกครัฟฟฟฟ!!!”  

คำตอบของปั๊ง…ทำให้แม้แต่ดันเต้ก็ละความสนใจจากซากของลูกรัก…พากันร่วมมือร่วมใจกับไดจิ…โยนกล่องจูเลียตจังลงทะเลใสที่ทอดตัวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา… 

“โน้วววววว กลับมาครัฟ จูเลียตจังของปั๊งงงง!!!” 

 

20. โรงพยาบาล

“แหม่…คุณวาลนี่ก็รุนแรงเหมือนกันน่ะขรั่บ” นายหนวดขน ไฝเสน่ห์ขยับแว่น ดวงตาสีน้ำตาลใต้เลนส์หนาจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีปีกกาที่มาเยี่ยมคนป่วยตามมารยาท “แหม่…ทำอีท่าไหนขรั่บ เล่นซะคุณปั๊งช้ำในแบบนี่”

“โหววว~ เห็นรอยช้ำชัดม๊าก~ มากอ่ะ เห็นแบบนี้…พี่ปั๊งเค้าก็เป็นเคะตัวเขื่องอ่อนด้อยประสบการณ์ที่คะแนนการจีบต่ำกว่าขั้น A…เป็นแบบ A ลบลบลบลบลบลบลบลบนะ วาล~” อีวากระโดดเกาะขอบเตียงคนป่วย นัยน์ตากลมโตตรวจสอบดูรอยช้ำบนร่างล่ำๆของสปังค์

“ถึงวาลจะชอบเล่น SM แต่แบบนี้สงสัยพี่ปั๊งจะรอดยากแล้วล่ะ” อีวาฟันธงอย่างไม่ไยดีไอ้คนที่นอนช้ำในอยู่บนเตียงพยาบาลโดยมีอีกสามคนมาเยี่ยมไข้ 

“เดี๋ยวดิครัฟ น้องอีวา…ปั๊ง…” สปังค์เถียงพร้อมส่งเสียงโอดครวญ “ปั๊งยังไม่ตายนะครัฟ” เจ้าตัวโงกหัวขึ้นมา พร้อมชูนิ้วร๊อคบอกว่ายังโอเค  

“จะยังไงก็แล้วแต่…” อีวาผลักหัวสปังค์ให้กลับลงไปนอนเหมือนเดิม “เพราะวาลเป็นคนทำ วาลต้องรับผิดชอบนะ”

“…” วาเลอเรียสกลอกตาน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะให้ใครก็ตามที่แอบฟังอยู่ข้างนอกได้ยิน 

“ผมอาจจะมือหนักไปหน่อยที่เอาพานท้ายไรเฟิลกระทุ้งหน้าท้องคุณสปังค์ ผมจะออกเงินค่าใช้จ่ายเข้าโรงพยาบาลให้…แต่ถ้าจะให้ดี…พวกคุณสองคนควรจะเลิกใช้คำพูดอะไรที่ทำให้คนที่แอบฟังอยู่ข้างนอกเข้าใจผิด…” 

สปังค์โงกหัวขึ้นมาอีกรอบ “แม๋นนนนน เข้าใจผิดอะไรครัฟ พี่บุญธรรมทำปั๊งช้ำใน ถูกต้องที่สุดแล้วครัฟ โมเดล 70 ของพี่บุญธรรม…ใหญ่จริง…ร๊อคแมว่กกกกก!!!” 

วาเลอเรียสแทบอยากจะหันหลังเดินหายไป…และไม่กลับมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้อีก