[REQUESTED FIC] [KHR] [All69] A Girl's Wish: Part A
posted on 06 Dec 2009 18:10 by hiyuura in Fanfictionส่งรีเควสแรกค่ะ...จริงๆสารภาพว่า ตอนแรกยังไม่ได้เลือกจะทำรีเควสนี้ก่อน แต่เพราะเมื่อคืนคุยกันกับนกฮูกแล้วรั่วก่อนแหกโค้งสุดท้าย (ฮา) กันจนได้ไอเดียบรรเจิด...ก็เลยกลายมาเป็นส่งเควสนี้ก่อนซะงั้นละค่ะ ว่าแล้วก็...แปะ 555+
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: A Girl's Wish
Pairing: All69, very mild 6996
Rating: PG-15
Warning: BL, utter crack
Requested by: โอตาคุ 3 หน่อ
คำเตือนสำหรับบุคคลทั่วไป: เอนทรี่นี้ประกอบไปด้วยความเสื่อม ฉ่อย รั่วและดราม่าอย่างสุดซึ้ง...ผู้ใดที่ไม่ถูกกับสี่อย่างดังว่า...กรุณากด back โดยทันท่วงทีค่ะ = =+
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
โรคุโด มุคุโร่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน...ไม่เคย...แม้แต่จะจินตนาการ...หรือมีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสงสัย...ไม่...เขาไม่เคยเอะใจเลยสักนิด...สิบปี...เขารู้จัก...ไม่สิ...เขาและเธอ...อยู่ด้วยกันโดยมีความคิดที่เชื่อมโยงกันได้แทบตลอดเวลามาตลอดสิบปี...แต่ว่า...มุคุโร่...ไม่เคย...ไม่เคย...ไม่เคยคิด...
ว่า...โคลม โดคุโร่...โคลมที่น่ารัก...โคลมที่แสนจะใสซื่อ...
จะกล้าขอ...ของขวัญวันเกิด...ที่ทำให้ท่านมุคุโร่ผู้นี้ลำบากใจที่สุด
A Girl’s Wish...
Is Not So Innocent - Part A
ลมแรง...พัดเอาธงทิวสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของวองโกเล่ปลิวสะบัด...บนยอดหอสูงของปราสาทวองโกเล่...ที่ซึ่งมองเห็นแผ่นฟ้าได้เจนชัด...หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกับดอกไวโอเลตยืนนิ่ง...มองสีของฟากฟ้าแปรเปลี่ยนจากดำหยดหมึกเป็นซีดจาง...เมื่อสายลมหอบเอาเสียงระฆังจากที่แสนไกลบ่งบอกว่า...เป็นเวลาเช้า...เช้าวันใหม่...
บ่งบอกว่า...วันใหม่ได้มาถึงแล้ว...วันใหม่ที่ควรจะเป็นวันที่แสนธรรมดาเหมือนกับทุกวันในรอบปี แต่ว่า...วันนี้...
“โคลม...” เสียงนุ่มที่คุ้นเคยดังมาจากที่ข้างหลัง เสียงที่เธอจำได้ดีเสมอ...ในความทรงจำและห้วงความคิด...หญิงสาวค่อยๆหันกลับไป...ชายกระโปรงของเธอปลิวไสวในสายลมยามอรุณรุ่ง
เขาคนนั้น...อยู่ที่นั่น...สายหมอกที่เธอเคยแต่สัมผัสต้องได้แต่เพียงในมโนคิด เขาอยู่ตรงนั้น...ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำสนิท...ดูราวกับปีกของนกกาที่กระพือสะบัด...ทว่าไม่โบยบินหาย...แสงทองของฟ้าใหม่มาเยือนแล้ว...หากแต่แสงของทิวาหาได้ไล่สายหมอกให้จางสิ้น...
“โคลมครับ...” รอยยิ้ม...คลี่ปรากฎบนดวงหน้าคมที่ติดจะสวยหวาน “Buon Compleanno” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเอ่ย...น้ำเสียงของเขา...นุ่มนวลราวกับแพรไหม
ดวงหน้าของหญิงสาวขึ้นสีระเรื่อราวผลตำลึงสุก มือเล็กประสานเข้าด้วยกันราวกับขัดเขิน “ท่านมุคุโร่...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“คึหึหึ...ก็เพิ่งมาถึงนี่ล่ะครับ...ผมกลัวจะมาไม่ทันวันเกิดคุณซะแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนจะเดินเข้ามาจับมือของหญิงสาว “ผม...อยากจะบอกสุขสันต์วันเกิดคุณเป็นคนแรก”
เลือดฝาดบนนวลแก้มของหญิงสาว...ดูจะเด่นชัดยิ่งขึ้น...ทุกวินาทีที่ผ่าน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...แค่ท่านมุคุโร่อยู่ที่นี่...ฉันก็ดีใจแล้วค่ะ”
“โคลมที่น่ารักของผม...” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน นัยเนตรสองสีจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู “บอกผมสิครับ...คุณอยากได้อะไรเป็นของขวัญ”
“ม...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่อยากทำให้ท่านมุคุโร่ลำบากใจ”
“พูดมาเถอะครับ ถ้าเพื่อโคลมที่น่ารักของผม...อะไรผมก็ให้ได้ทั้งนั้น”
“จริงเหรอคะ!?” ความดีใจ...เบิกบาน...ทอประกายชัดในดวงตาของหญิงสาว
“คึหึหึ ผมจะโกหกคุณทำไมละครับ” มุคุโร่ยืนยัน “โคลม...ฟังนะครับ ถ้าในโลกนี้มีคนที่ผมจะไม่โกหก...ก็คงเป็นคุณ...คุณคนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น...บอกผมมาเถอะครับ โคลมที่น่ารักของผม”
“...” หญิงสาวหรุบตาหนีสายตาอ่อนโยนของชายหนุ่ม เธอนิ่งไปพักใหญ่ๆ และ...หากดวงหน้าของเธอขึ้นสีจัดอยู่แล้ว...สีสันที่ปรากฎบนใบหน้าของเธอ...คงจะเข้มยิ่งกว่าสีที่แดงจัดที่สุดกระมัง เมื่อริมฝีปากสวยขยับ...เอ่ยเอื้อนคำตอบ... “คือ...”
นัยน์ตาสีดอกไวโอเลตค่อยๆช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า
“ท่านมุคุโร่...”
“ครับ...”
“..........ช่วยโดนผัวจับกดให้ดูแบบจะจะสักหนจะได้ไหมคะ”
คำขอที่เป็นประหนึ่งประกาศิตของเธอ...ดังมาพร้อมกับเสียงอันกังวาลก้องของระฆังยามเช้า...
ก๊อง~~~~~~~~
ประกาศิต...จากนรก...
...
ชายหนุ่มยืนนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่...สายลมผ่านมา...แล้วก็ผ่านไป...เสียงอื้ออึงของสายลมและเสียงของทิวธงที่สะบัดพัด...ยังหาได้ดังเท่าเสียงแห่งประกาศิตที่ดังก้องอยู่ในโสตหู...
ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...
จนกระทั่ง...เมื่อสุริยาเคลื่อนคล้อยและสับปะรดเหมือนจะตั้งสติได้ ชายหนุ่มจึงได้เอ่ยขึ้นด้วยความพยายามเล่นลิ้นตอแหล
“เอ่อ...โคลมครับ...เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ดีกว่าเหรอครับ”
“...ไม่ได้เหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า...ทำท่าเหมือนจะทรุดลงร้องไห้อยู่รอมร่อ “ทั้งๆที่ฉันคิดว่า...ฉันคิดว่า...”
“ม...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ” น้ำตาสาวเจ้าเล่นเอาแม้แต่สับปะรดตอหลดยังแอบสะอึก “แต่ โคลมครับ...ผมเป็นผู้ชายจะมีผัวได้ยังไงครับ”
สาวเจ้าใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ดูว่าจะซึมๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยริมฝีปากสั่นระริก “ได้สิคะ ท่านมุคุโร่” แถมด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ แม้นว่าริมฝีปากของสาวเจ้าจะเหยียดคลี่รอยยิ้ม “จะผัวคนไหนก็ได้ ขอให้มีจับกด...แค่นั้นก็พอค่ะ”
นี่...ช่วงที่ผมไม่อยู่เกิดอะไรขึ้น...นี่ผมไปนานขนาดนั้นเลยรึ...หรือว่าช่วงตอนที่ผมหลับอยู่ในโหลดอง...มีอะไรที่สะเทือนใจเกิดขึ้นกับโคลมที่น่ารักของผม...ทำไม...ทำไม...ทำไม...
โคลมที่แสนน่ารัก...โคลมผู้ใสซื่อ...โคลมผู้บริสุทธิ์...ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้!?
เสียงในใจของมุคุโร่กรีดร้อง รู้สึกอิมแพ็คหน่วงหนักราวกับจะทรุดลงไปกองเองเสียให้ได้ หากทว่า...
“คุณมุคุโร่ อยู่ที่นี่เองเหรอครับ” เสียงสวรรค์ที่ราวกับจะดังขึ้นถูกที่ถูกเวลาพอดีก็เข้ามาช่วยดวงวิญญาณที่น่าสงสารของเขา “ท่านรุ่นที่สิบต้องการพบครับ เห็นว่าเกี่ยวกับรายงานภารกิจที่ไปทำ”
“อา...วองโกเล่ต้องการพบผมสินะครับ” เมื่อมีคนโยนเชือกให้คนที่กำลังจะตกหน้าผา...มีหรือจะไม่รีบคว้าเอาไว้ มุคุโร่แย้มรอยยิ้มหวานกระชากจิตให้สาวเจ้าพอเป็นพิธี “แล้ว...ไว้ค่อยคุยกันนะครับ โคลม” ก่อนจะรีบเดินตามลิ่วล้อนิรนามไป
หากแต่ยังมิวาย สาวเจ้ายังมีเอ่ยให้หลอนทิ้งท้าย
“ท่านมุคุโร่...อย่าลืมนะคะ...ผัว...จับกด”
...
ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...
เสียงที่เปรียบประหนึ่งคำสาปที่เลวร้ายที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่ม...ราวกับไม่อาจสลัดความหลอนให้หลุดออกไปได้...
ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...
แต่ เดี๋ยวก่อน! ไอ้ที่บอกว่าโดนจับกด...ถ้าไม่มีการให้คำนิยามจำกัดความคำว่า ‘จับกด’ เอาไว้ก่อน...เขาจะแค่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แล้วให้ ‘ผัว’ ทำการ ‘จับ’ แล้วก็ ‘กด’ ลงกับพื้นผิวใดๆก็ได้สัก 5 วินาทีต่อหน้าสาวเจ้า...ก็อาจเรียกได้ว่าทำภารกิจลุล่วงได้แล้ว...
“เอ่อ...มุคุโร่...”
ปัญหาที่เหลืออยู่ก็แค่...
“นี่ มุคุโร่...”
เสียงเรียกชื่อทำให้ชายหนุ่มหลุดจากห่วงโซ่ของความคิด นัยเนตรสองสีเหลือบมองคนตรงหน้าแทนที่กำแพงว่างๆเป็นครั้งแรก... “เอ่อ...ครับ วองโกเล่?”
ที่ตรงหน้าเขา...นัยเนตรสีน้ำตาลอบอุ่นของชายหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยอารามเป็นห่วง
“เป็นอะไรรึเปล่า...ฉันพูดอะไรไปก็เหมือนนายไม่รับรู้...มีอะไรไม่สบายใจงั้นเหรอ”
ไม่สบายใจ...ไม่หรอก...นี่มันยิ่งกว่าไม่สบายใจเสียอีก ทำไมนะ...ทำไม...โคลมที่น่ารักถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้
หากทว่า...เสียงโอดครวญเล็กๆในใจของพืชไร่ก็ดูเหมือนจะเงียบลงไป...เมื่อความคิดอันโลดแล่นในการหาทางออกให้ชีวิตผุดขึ้นในสมองอันฉลาดล้ำของสับปะรด นัยเนตรสองสีเหลือบมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างประเมินสถานการณ์
ซาวาดะ สึนะโยชิ (24) ตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบ ผู้นำของขั้วอำนาจแห่งโลกมาเฟีย...จิตใจดี อบอุ่น เป็นห่วงเป็นใยชาวบ้านอยู่เสมอ และไม่เอาเปรียบใครโดยไม่จำเป็น ลักษณะภายนอก...ถึงจะสูงขึ้นมากกว่าเมื่อสิบปีก่อน แต่รากเหง้าพื้นฐานยังเป็นปลาทะเลที่โผล่ไม่พ้นผืนน้ำ...ส่วนสูงอันน่าเศร้าที่ได้มาแต่บรรพบุรุษ...ไม่สิ...ถ้าจะเปรียบจิออตโตเป็นปลาชีลาเคนส์...
ซาวาดะ สึนะโยชิ...คงจะเป็นปลาทูน่าที่ว่ายน้ำได้ลึกติดพื้นสมุทรที่สุดตัวหนึ่งกระมัง...
เสียงหัวเราะคึหึหึดังมาจากพืชไร่ชวนให้ปลาทะเลที่ว่าเสียวสันหลัง เมื่อแผนอันสุดโสภีที่ไม่ว่าจะอย่างไร...สับปะรดก็ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยบรรเจิดขึ้น
“วองโกเล่...” ริมฝีปากสวยแย้มรอยยิ้มหวาน “คุณช่วยเป็น ‘ผัว’ ผมสักวันได้ไหมครับ”
...
แกร๊ก!
“ห...หา!?”
ปากกาหมึกซึมชั้นดีร่วงตกลงจากมือของซาวาดะ สึนะโยชิ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ้าปากค้าง...และพะงาบๆอยู่อย่างนั้นราวกับปลาขาดน้ำ...จนกระทั่ง...เมื่อร่างงามขยับเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มถึงได้สติ
“ด...เดี๋ยวก่อน มุคุโร่...มะ หมายความว่ายังไงน่ะ ตะกี้ที่ว่า...” ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มขึ้นสีสุกก่ำไม่แพ้โคลม โดคุโร่ในโหมดขัดเขิน “ผ...ผ...ผัวน่ะ...!?”
คำพูดตัว ผ. หลุดออกจากริมฝีปากบางอย่างยากเย็น ประหนึ่งคำต้องห้ามอันสยดสยองด้วยคำสาปร้าย
“คึหึหึ จริงๆแล้ว...มันก็ไม่เชิงตามความหมายหรอกครับ...ก็แค่...”
หากทว่า...แผนสุดโสภีที่ดูเหมือน(น่า)จะราบรื่น...ก็ต้องมีอันทลายลงแทบจะทันใด...
ปัง!!!
ดาวมฤตยูไม่เคยจางหาย...
“แกว่าไงนะ!!!?”
เคราะห์ร้าย...ยังไม่จากไป...จากดวงชะตาของสับปะรด
“แกคิดจะจับท่านรุ่นที่สิบ มันจะมากไปแล้วนะ!!!”
ในบรรดาคนบ้าห้าร้อยจำพวก...วองโกเล่...เป็นศูนย์รวมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของคนบ้าเหล่านั้น
โกคุเดระ ฮายาโตะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกผาง...ดูเหมือนว่า...เขาจะได้ยินบทสนทนาที่ว่าอย่างเต็มสองหู
“แก...มุคุโร่...แกคิดจะทำอะไรของแก” ผู้พิทักษ์แห่งวายุเดินอาดๆเข้ามาคว้าคอเสื้อของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก “อย่ามาล้อเล่นกับท่านรุ่นที่สิบนะ!”
“คึหึหึ...ก็ไม่ได้ล้อเล่นนี่ครับ” นัยเนตรสองสีหรี่ปรือลงตามนิสัยคนช่างยั่ว ถึงจะกำลังเดือดร้อนยังไง...เวลาเจออารมณ์หุนหันของวายุแล้ว...ก็อดไม่ได้ทุกทีที่จะแหย่ “ผมแค่อยากจะให้วองโกเล่ช่วยผมนิดหน่อย...ก็เท่านั้น”
“แก!!!”
“ก...โกคุเดระคุง...” สึนะพยายามเอ่ยปรามอารมณ์ร้อนของชายหนุ่ม และ...
“ฮะๆๆ เอาน่า โกคุเดระ ซีเรียสไปได้ มุคุโร่อาจจะมีเรื่องจำเป็นจริงๆก็ได้” เป้าหมายที่ดีในการเบี่ยงเบนอารมณ์ร้อนนั้น...ก็ดูเหมือนจะปรากฎตัวได้ทันท่วงที
“อะไรนะ เจ้าบ้าเบสบอล!” โกคุเดระคลายมือจากคอเสื้อของสายหมอก หันมาตะคอกใส่ผู้พิทักษ์แห่งวรุณทันที “เจ้านี่มันเห็นท่านรุ่นที่สิบเป็น One Night Stand ฉันจะยอมได้ยังไง!”
ยามาโมโตะ ทาเคชิหัวเราะ “ฮะๆๆๆ เขาอาจจะไม่ได้หมายความว่ายังงั้นก็ได้ จริงๆนะ...นายอาจจะคิดในเชิงเสียเปรียบมากเกินไป”
“อะไรนะ...นี่แกหาว่าฉันเคะอย่างนั้นเรอะ!?” โกคุเดระทำท่าเหมือนใกล้จะควงหมัดเต็มที หากแต่เจ้าตัวยังรั้งตัวเองเอาไว้ “ยามาโมโตะ ทาเคชิ...แกนี่มันไม่ได้รู้อะไรเลยนะ ถึงสิบปีก่อน 8059 จะเป็นที่นิยม แต่ตั้งแต่แกไปเป็นเคะชนกำแพง ตอนนี้ 5980 มันก็เริ่มจะมาแรงแล้วรู้ไหม”
“5...5980!!!?” สึนะถึงกับผงะ...เจ้าตัวพยายามไล่ภาพความคิดอันสยดสยองออกไป...ว...วันนี้...มันวันอะไรกันเนี่ย
“ฮะๆๆ” ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนยังหัวเราะได้ “นั่นมันก็เรื่องของกระแส แต่ถ้านายอยากจะเปลี่ยนจาก ‘โกเคะ’ มาเป็น ‘Go เสะ’ ฉันคงต้องเปลี่ยนมาทำการกุศล” มือแกร่งวางลงบนไหล่ของเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงิน “ไม่ต้องห่วง มุคุโร่ ฉันจะเป็นผัวให้นายเอง”
นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างขึ้นด้วยความแอบตกใจในพลังดาร์คเนียน แต่แล้ว...พลัน...สมองอันฉับไว...ก็เริ่มประเมินสถานการณ์อีกครั้ง...
ยามาโมโตะ ทาเคชิ (24) ตำแหน่งผู้พิทักษ์วรุณแห่งวองโกเล่ ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนลูกชายเจ้าของร้านขายซูชิ ไอ้คนที่ได้ชื่อว่ามีพรสวรรค์ฆาตกรแต่กำเนิด ซูชิซามูไร...ถูกปลดกลางอากาศจากตำแหน่งเสะแน่ๆ มาเป็นเคะเห็นๆตอนพุ่งชนกำแพงแล้วล้มลงเสียท่าอย่างโมเอะ เหมือนจะเคยเสียท่าให้สควอโล่และทนต์กระเด็นไปหนแต่ยังไม่เข็ด สิบปีมานี้ อัพความหน้าเสะด้วยแผลเป็นที่คาง ที่สำคัญ...
ความดาร์คเนียนที่เกิดจากความเก็บกดทำให้ความหื่นกามไม่เป็นสองรองใคร แม้จะทำเป็นหน้ายิ้มๆ
ถ้าเอาไอ้หมอนี่เป็นผัว...กลัวว่า...จะรอดตัวยาก...จากจับกดเล่นๆ จะได้โดนกดจริงๆ...ไม่...ไม่มีทาง...เรื่องอะไรโรคุโด มุคุโร่ผู้นี้จะยอมเสียตัว...!
แต่ไอ้ครั้นจะเรียกเคนหรือจิคุสะทาสผู้แสนดีมา...ก็เกรงจะเสียหน้าว่าไปเสียรู้นังหนูโคลม
มือเรียวขยับ...จะปัดมือของไอ้หนุ่มดาร์คเนียนออก หากทว่า...อีกมือที่ว่องไวกว่า กลับคว้ามือของไอ้ดาร์คเนียนที่ว่าไว้ “ไม่ต้องเลย เจ้าบ้าเบสบอล อย่างแกน่ะ เป็นเคะชนกำแพงไปก็ดีแล้ว”
โกคุเดระ ฮายาโตะเอ่ย...นัยเนตรสีเขียวเป็นประกายคุกรุ่นด้วยเพลิงแค้นที่ถูกดูถูกว่าเป็นเคะ “ถ้าอย่างแกเป็นได้ ฉันก็เป็นได้ ฉันจะเป็นผัวให้ไอ้เจ้าสับปะรดนี่เอง”
“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!”
เสียงกรีดร้องดังมาจากซาวาดะ สึนะโยชิ...นี่มัน...จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว
มุคุโร่มองทีท่ามุ่งมั่นของวายุผู้ไม่ยอมเสียหน้า แล้วก็เริ่มประเมินสถานการณ์อีกครั้ง...
โกคุเดระ ฮายาโตะ (24) ตำแหน่งผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่ เด็กมีปัญหา ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อิตาเลียน หัวดี เล่นเปียโนเก่ง แต่อารมณ์หุนหันพลันแล่น อัพเสะขึ้นมาเพราะว่าเสะขาประจำไปเป็นเคะชนกำแพง เคารพเทิดทูนวองโกเล่รุ่นที่สิบ ตามติดต้อยๆเหมือนลูกหมา และถ้าเป็นไปได้คงจะจุดธูปเทียนบูชารุ่นที่สิบที่ว่าวันละสามครั้ง สูบบุหรี่จัด และเวลาเข้าโหมดเนิร์ดจะพูดอะไรเข้าใจยากเหมือนคนบ้า...ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ
...ยังไงๆ...5969 มันก็ไม่เวิร์ค...ไม่...ไม่มีทางเลย พี่น้อง...
“ฮะๆๆ เดี๋ยวสิ โกคุเดระ พูดแบบนี้ฉันเสียหมดนะ ยังไง 8059 มันก็เป็นคู่ออฟฟิศเชียล นายน่ะเคะกว่าฉัน เพราะฉะนั้น...ให้ฉันเป็นผัวมุคุโร่ก็ถูกแล้ว”
“ไม่ถูกเฟร้ย! เคะชนกำแพงอย่างแก จะไปเป็นเมียสควอโล่หรือเกนคิชิฉันก็ไม่สนใจหรอก ถ้าเจ้ามุคุโร่มันอยากมีผัว ฉันจะเป็นผัวให้มันเอง!”
วรุณและวายุเริ่มทุ่มเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ขณะที่สายหมอกตัวต้นเหตุทำท่าโอเวอร์รีแอคกุมขมับ...
“อา...ถึงสเน่ห์ผมจะแรงแค่ไหน แต่มาทุ่มเถียงกันเพราะผมแบบนี้...ผมก็เสียใจนะครับ”
ทั้งๆที่คนอยากจะกุมขมับจริงๆคงเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบซะละมากกว่า
“แต่ผมคงยอมเป็นเมียพวกคุณสองคนไม่ได้หรอกครับ ถึงจะเป็นพืชไร่แต่ก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีนะครับ เพราะฉะนั้น...” เรียวปากสวยเหยียดรอยยิ้มชั่วร้าย “ไปกันเถอะครับ วองโกเล่” ไม่ทันขาดคำ เจ้าตัวก็กระชากแขนวองโกเล่รุ่นทีสิบวิ่งเผ่นออกจากห้องด้วยความเร็วชนิดวิ่งหน้าตั้งแทบจะทันทีทันใด
“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!! ด...เดี๋ยวสิ มุคุโร่!!!”
“เฮ้ยยยยยยยยยยย!!! ท่านรุ่นที่สิบ!!!” โกคุเดระที่กำลังเถียงกับยามาโมโตะหันขวับ “ไอ้สับปะรดร่านสวาท แกจะพาท่านรุ่นที่สิบไปไหน กลับมาเป็นเมียฉันเดี๋ยวนี้นะว้อยยยยย!!!”
ไวเท่าความคิด...เจ้าของตำแหน่งวายุแห่งวองโกเล่ก็รีบวิ่งไล่กวดสายหมอกที่ลากปลาทะเลติดพื้นสมุทรไปทันที...ไว...ให้สมกับที่เป็นวายุ
“ฮะๆๆ...ไปกันหมดซะแล้วเหรอเนี่ย~”
...ทิ้งไว้แต่เพียงยามาโมโตะ ทาเคชิที่ยืนหัวเราะอยู่เดียวดายในห้องที่เอกสารสำคัญของวองโกเล่ปลิวว่อน
ไอ้หนุ่มดาร์คเนียนมองทางเดินที่ทั้งสามคนวิ่งไล่กวดเหมือนหนังแขกตามกันไป ก่อนนัยเนตรสีทองจะทอประกายดาร์คสมสมญาดาร์คเนียนที่ว่า...
“ไม่เป็นไร...เพราะยังไง...เดี๋ยวพวกนายสามคนก็จะเป็นเมียฉันหมดแล้วล่ะ ฮะๆๆๆ”
ว่าแล้ว...เจ้าตัวก็ออกวิ่ง...วิ่งตามไปอีกคน...ไว...เหมือนกับลูกเบสบอลที่ถูกปา...
...
เสียงอึกทึกคึกโครมนอกห้อง ทำให้หญิงสาวที่นั่งรอของขวัญวันเกิดด้วยความหวังต้องเงยหน้าขึ้น
“ไอ้สับปะรดร่านสวาท แกจะพาท่านรุ่นที่สิบไปไหน กลับมาเป็นเมียฉันเดี๋ยวนี้นะว้อยยยยย!!!”
“ไม่เป็นไร...เพราะยังไง...เดี๋ยวพวกนายสามคนก็จะเป็นเมียฉันหมดแล้วล่ะ ฮะๆๆๆ”
เสียงจากระเบียงทางเดินที่ดังก้อง กับเสียงแห่งความดาร์คที่ลอยมาจากมอนิเตอร์ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดที่เธอแอบติดเอาไว้ในห้องบอสทำให้หัวใจของเธอนั้นเริงร่า...
“อา...เริ่มแล้วสินะ...” หญิงสาวเอ่ย “ไม่ว่าใครจะเป็นผัวของท่านมุคุโร่...ก็ดีทั้งนั้น”
โคลม โดคุโร่...ทอดถอนหายใจราวกับตกอยู่ในห้วงความฝัน เธอมองภาพการวิ่งไล่กวดบนมอนิเตอร์ฉายภาพอีกครั้ง ก่อนจะเอนตัวลง...นอนอ่านนิยายวายอย่างสบายใจเฉิบอีกครั้ง...
อีกไม่นาน...ฝันของเธอก็จะเป็นจริงแล้วสินะ...
“รีบๆโดนผัวจับกดสิคะ...ท่านมุคุโร่...”
...
“ด...เดี๋ยวก่อนสิ มุคุโร่!” ซาวาดะ สึนะโยชิ...บอสหนุ่มดวงซวยที่โดนลากเข้ามาเอี่ยวกับนรกบนดินเต็มๆพยายามจะตั้งสติ...เจ้าตัวพยายามเอ่ยถามไล่เรียงเรื่องราวให้มันรู้เรื่อง...
ไอ้เรื่อง..ผ...ผัว...นี่...มันเรื่องบ้าอะไรกัน ให้ตายเหอะ!
“น...นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!?”
“ผมก็อยากจะอธิบายนะครับ แต่ว่า...” นัยเนตรสองสีหันกลับไปมองวายุและวรุณที่หน้ามืดวิ่งไล่กวดมาติดๆ “เพื่อความปลอดภัยของประตูหลังคุณและผม เราควรจะหาที่ปลอดภัยกันก่อนนะครับ”
“ที่ปลอดภัย...ที่ปลอดภัยเหรอ” สึนะหันซ้ายหันขวา...ถึงเขาจะไม่เกี่ยว แต่ไอ้รังสีพลังหน้ามืดจากด้านหลัง...โดยเฉพาะไอ้พลังดาร์คเนียนของ ‘เคะชนกำแพง’ ที่ว่า...ทำให้เขาสำเหนียกว่า...มุคุโร่พูดถูกล้านเปอร์เซ็นต์ ในฐานะวองโกเล่รุ่นที่สิบ...เขาคือผู้ที่รู้จักเส้นทางลี้ลับของปราสาทวองโกเล่นี้ดีที่สุด...ใช่...ใช่แล้ว!
ครีบปลาทะเลหยิบคว้าเอากุญแจในกระเป๋าที่ซ่อน...
“ทางนี้!” เจ้าตัวเปลี่ยนมาเป็นคนนำทาง ดึงสายหมอกที่แทบจะวิ่งแหกโค้งตรงหน้าหลบเข้าไปทางประตูลับหลังรูปภาพท่านเจ้าคุณจิออตโต
ร่างเล็กแตะนิ้วลงบนริมฝีปาก บอกให้อีกฝ่ายอย่าส่งเสียง ก่อนจะค่อยๆคลำทางนำไปทางช่องแคบๆ ที่ค่อยๆกว้างออกในที่สุด...วองโกเล่รุ่นที่สิบไม่รอช้า เจ้าตัวยัดกุญแจที่หาเอามาได้เมื่อครู่ใส่รูกุญแจตรงหน้า
คลิ๊ก...
ประตูห้องที่ถูกปิดเอาไว้ถูกเปิดออก...
“เฮ้อ...ที่นี่...น่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ” สึนะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะล๊อคประตูตามหลัง
“ที่นี่มัน...” มุคุโร่มองห้องที่ดูจากขนาดและการตกแต่งแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นห้องของผู้พิทักษ์เช่นกัน...แต่ข้าวของภายในห้องกลับเป็นระเบียบและดูเหมือนกับแทบจะไม่เคยถูกแตะต้อง
“...ห้องของคุณฮิบาริน่ะ” สึนะหอบน้อยๆ “ปกติคุณฮิบาริมักจะอยู่ที่ฐานที่ญี่ปุ่น แต่ถึงยังไง...ก็ไม่ค่อยมีคนกล้ามาเพ่นพ่านแถวนี้...น่าจะปลอดภัยแหละ”
“คึหึหึ...นั่นสินะครับ” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินอดหัวเราะไม่ได้...เขาต้องมาซ่อนตัวในห้องของฮิบาริ เคียวยะ...ช่างน่าขันเสียจริงๆ
“เอาล่ะ...ตอนนี้...นายจะเล่าให้ฉันฟังได้รึยังว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่” สึนะเอ่ย เมื่อเจ้าตัวหาที่นั่งสำหรับตัวเองได้...นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองคนตรงหน้าอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ...ใช่...ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้ทำตัวสมกับเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบ
“เรื่องนั้น...” สายหมอกเอนตัวพิงกำแพงใกล้ๆด้วยความเหนื่อยอ่อน “คุณบอกผมมาก่อนสิครับ...”
นัยเนตรสองสีที่เลื่อนขึ้นสบมองนัยเนตรสีน้ำผึ้ง...ดูหม่นสีลงอย่างสุดแสนจะสิ้นหวัง...
“ทำไม...โคลมที่น่ารักของผมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”
“...” สึนะถอนหายใจยาว รอยยิ้มแห้งๆปรากฎขึ้นบนริมฝีปากของวองโกเล่รุ่นที่สิบ “คือ...เรื่องมันยาวน่ะ...”
...
“ตั้งแต่เอาสับปะรดออกมาจากโหลดอง...โคลมคงจะรู้สึกว่า...สายสัมพันธ์ที่เธอเคยมีกับนายมันห่างไกลออกไปจากที่เคยเป็น...พอนายไปทำภารกิจ...โคลมเองก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า...ฉันพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เธอกลับมาร่าเริง แต่โคลมไม่ยอมกินอาหาร...เธอเอาแต่นั่งนิ่งๆอยู่แต่ในห้อง...ถ้าปล่อยเอาไว้ โคลมคงจะอดตายแน่...
แต่แล้ววันหนึ่ง...ยูนิที่มาเยี่ยมก็เสนอทางออกที่ช่วยชีวิตและเปิดหนทางเส้นใหม่ให้กับโคลม...
มันคือ...โดจินชิ...
โดจินวายทำให้โคลมกลับมาร่าเริงอีกครั้ง...หลังจากนั้น...โคลมก็เริ่มถลำลึก...ทุกครั้งที่นายไม่อยู่...เธอจะขลุกตัวอยู่ในห้อง...อ่านโดจิน...อ่านฟิก...อ่านนิยาย...หรือแม้แต่ดูอนิเมวาย...
ฉันขอโทษนะ มุคุโร่ ฉันทำอะไรไม่ได้เลย...ฉันพยายามแล้ว...แต่ดูเหมือนว่า...โคลมจะเสพติดมันมาก...ถึงในตอนแรกมันจะดูเหมือนกับเป็นทางออกที่ดีแต่...”
สึนะเล่าด้วยความรู้สึกผิดแกมหวาดหวั่น...ใช่...แม้แต่เขาที่เป็นหัวหน้า...เป็นบอสของวองโกเล่...ยังไม่กล้าจะแหยมเข้าไปในห้องของสาววายเวลาเธอกำลังของขึ้น...ชายหนุ่มใช้มือทั้งสองปิดหน้าด้วยความสิ้นหวัง
“ยกโทษให้ฉันเถอะนะ มุคุโร่”
ร่างโปร่งบางได้ฟัง...ก็แทบจะทรุดลงไปกองด้วยความสิ้นหวังไม่แพ้กันทันใด...
โธ่...โคลม...โคลมที่น่ารักของผม...ผมไม่อาจช่วยเหลือวิญญาณของคุณได้อีกแล้วสินะ...
ผมขอโทษที่มีเวลาให้คุณน้อยเกินไป...
ความสิ้นหวังเข้าครอบงำห้องของเมฆาแห่งวองโกเล่ที่เจ้าของห้องไม่อยู่...จนดูราวกับทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างว่างเปล่าสิ้นดี...สึนะลุกจากที่นั่ง..ก่อนจะตบบ่าของผู้พิทักษ์สายหมอกผู้น่าสงสารเบาๆด้วยความเห็นอกเห็นใจแกมรู้สึกผิด
“...ฉัน...จะไปดูต้นทางนะ” ชายหนุ่มเอ่ย...เปิดประตู...ก่อนจะค่อยๆปีนออกไปทางช่องลับแคบๆ ทิ้งสับปะรดที่เริ่มเฉาเอาไว้กับดราม่าที่ชวนให้น้ำตานั้นร่วงหล่นตามลำพัง
...
เรื่องราวที่ซาวาดะ สึนะโยชิเล่านั้น...สุดแสนจะชวนให้น้ำตานั้นร่วงเผาะ โคลม...โคลมผู้น่าสงสารของผม...ผิว่าเธอจะเปลี่ยนไปเยี่ยงไร...เธอก็ยังเป็นแก้วตาดวงใจที่สับป้านั้นสุดจะรักแสนรัก...คำขออันร้ายกาจของสาวน้อยทำให้สับป้าถึงกับน้ำตาตก แต่...เดี๋ยวสิครับ...ซาวาดะ สึนะโยชิ...คุณอย่าเพิ่งไป...
ร่างโปร่งบางลุกขึ้นจากที่นั่งทรุดลงไปน้ำตาเช็ดหัวเข่า เจ้าตัวเปิดประตูออก จะเรียกหาวองโกเล่...หวังว่าความรู้สึกผิดในใจของปลาทะเลจะช่วยให้ปลาทะเลที่ว่ามาเล่นละครให้เขารอดสันดอนไปอีกสักฉาก แต่ทว่า...
“วองโกเล่...”
แอ๊ดดดด...
ทันทีที่เขาแง้มประตูเปิดออก...คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า...กลับกลายเป็นไอ้คนที่ว่าไม่ค่อยจะอยู่ที่ห้อง...
ผู้พิทักษ์แห่งเมฆา ฮิบาริ เคียวยะ
“แก...เจ้าพืชไร่...” นัยเนตรสีดำคมจับจ้องพืชไร่ตรงหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ฉันได้ยินว่าแกจะจับเจ้าปลาทะเลทำผัว”
คำพูดอันสุดแสนจะอิมแพ็ค...ตอกย้ำความรันทดในใจสับปะรด...
ผัว...จับกด...ผัว...จับกด...
“...” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินแย้มรอยยิ้มหยัน “คึหึหึ...ทำไมครับ หรือว่าคุณไม่เห็นด้วย...อยากจะได้ตำแหน่งภรรยาวองโกเล่รุ่นที่สิบขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
พลั่กกกกก!!!
เจ้าของเรือนผมสีปีกกาซัดผัวะเข้าใส่เจ้าคนปากดีทันที...ร่างบางถูกแรงอัดเซล้มลงพอดิบพอดีบนเตียงนุ่ม...
“พูดอะไรน่าหัวเราะ...อย่างเจ้าสัตว์กินพืชนั่นหรือจะมาเสะกว่าฉัน...” รอยยิ้มซาดิสม์ที่ผสมปนเปได้ดีกับความอีโก้และแรงแค้นประดับบนใบหน้าคมของชายหนุ่ม ลูกผู้ชาย...สิบปีล้างแค้นยังไม่สาย มือแกร่งกดไหล่ร่างบางให้นอนนิ่งอยู่บนฟูกที่นอน ก่อนจะปีนขึ้นคร่อม
“ฉันจะเป็นผัวให้แกเอง”
...
ฮิบาริ เคียวยะ (25) ตำแหน่งผู้พิทักษ์เมฆาแห่งวองโกเล่ เจ้าของสมญาเจ้าที่สถิตย์นามิโมริ ชายหนุ่มผู้กว่า 80% ในหัวมีแต่คำว่า ‘นามิโมริ’ กับ ‘ขย้ำให้ตาย’ แค้นฝังหุ่นที่พ่ายแพ้เพราะพิษไข้ซากุระมาตั้งแต่สิบปีก่อน ตอนนี้ถือคติสิบปีอัพเสะกว่า ล้างแค้นตอนนี้ยังไม่สาย งานอดิเรกคือการรีดไถเงินชาวบ้านเข้าองค์กรส่วนตัว ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังซึนเดเระ โหด...โฉด...ดุ...
และจากความสัมพันธ์รักในรอยแค้นตลอดสิบปีที่ผ่านมานี้...ถ้ามีอันต้องมาสัมพันธ์ฉันท์ผัวเมีย...
จากการประมวลผล...
ฮิบาริ เคียวยะ...ขย้ำไม่มีเลี้ยงแน่...
มุคุโร่พยายามพลิกกลับ...
“ฮิบาริคุง...ยังไง 6918 ก็เจริญหูเจริญตาชาวประชามากกว่านะครับ”
หากแต่มือแกร่งของอีกฝ่ายกลับกดเขาเอาไว้ให้อยู่เบื้องล่างแน่นิ่ง
“หึ สภาพอย่างแกตอนนี้...เป็นเคะก็ถูกแล้วไม่ใช่รึไง ถ้าร่านขนาดอยากได้เจ้าสัตว์กินพืชนั่นเป็นผัวน่ะ”
ยังไม่ทันขาดคำ...
“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!”
เสียงกรีดร้องของสัตว์กินพืชที่ว่าก็ลอยมา พร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมของฝีเท้าที่อาจทำให้ปราสาทวองโกเล่ต้องถล่มภายในหนึ่งวัน...
TBC
เอิกส์ จริงๆจะทำเป็น one shot แต่ยิ่งเขียนยิ่งยืด (อีกแล้ว)...เอาเป็นว่าขอตัดเป็น 2 Part ละกันนะคะ แล้วจะมาต่อ Part B เร็วๆนี้ค่ะ เหอๆๆ ^^;;
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด...เลทไปวันนึง (เพราะเมื่อวานเป็นวันพ่อพอดี ^^;; )
Buon Compleanno, Chrome Dokuro
5.12.09
สุขสันต์วันเกิดอีสาวดาร์คเนียน น้องโคลมค่ะ~~ ♥
แล้วไว้มารั่วกันต่อ...เอนทรี่หน้า กร๊ากกกกกกกกกกกกก
Update @ สารบัญฟิกรีเควส















