คำเตือนสำหรับคนเข้าบลอกนี้ประจำ: เอนทรี่นี้...มีสาระ 

 

เมื่อวันอาทิตย์มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องหนึ่งทาง UBC ค่ะ ปกติเห็นจขบ.ชอบเรื่องลึกลับหรือแอคชั่นโหดๆอะไรแบบนี้ แต่จริงๆต้องบอกว่าเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังผีเอาซะเท่าไหร่ (ถ้าใครเคยอ่านเอนทรี่ตอนไปดูหนังป๋าเดปป์ก่อนหน้านี้ จะรู้ว่านังยูระ...กลัวผีมาก) สาเหตุหลักๆก็คือ...ตอนดู อาจจะไม่ค่อยรู้สึก แต่พอออกจากโรงมาแล้ว มันจะเกิดอาการที่เรียกว่า 'หลอนในภายหลัง' โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เวลาอยู่คนเดียว

แต่ที่ไม่ค่อยอยากจะทัศนาเสียกว่า คงจะเป็นหนังฆาตกรโรคจิตอารมณ์ Silence of the Lambs, Hannibal หรือแม้แต่ SAW (แม้ว่ามันจะให้ข้อคิดดีก็เถอะ) อะไรพวกนั้น แต่ตอนที่เปิดมาเจอหนังเรื่องนี้ สิ่งที่ทำให้นั่งดูได้จนจบ แม้ว่าจะกำลังนั่งกินพิซซ่า ก็คงจะเป็นสิ่งที่หนังพยายามจะสื่อให้เรารู้ถึงความจริงข้อหนึ่งในสังคมเปิดของโลกอินเตอร์เนต

พวกเราทุกคนต่างก็รู้ว่า อินเตอร์เนตมีทั้งคุณแล้วก็โทษ อินเตอร์เนตเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อโลกทั้งโลกเข้าด้วยกันได้ เพียงแค่คุณเปิดหน้าจอของคุณ อินเตอร์เนตก็เหมือนกับโลกเสรีที่เปิดกว้างต่อหน้าเราอีกโลกหนึ่ง แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่ง มีเวบไซต์ที่ใช้ความเปิดกว้างนั้นให้กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าละคะ?

จะขอเล่าย่อๆพอเป็นน้ำจิ้ม (ใครสนใจอยากได้ลูกชิ้นปิ้งไปหากินเอาเองนะคะ) ละกันค่ะ สำหรับหนังเรื่องนี้

 

Movie: Untraceable (2008)  

 

เรื่องของเรื่องก็คือ...มีฆาตกรโรคจิตรายหนึ่งที่เผยแพร่การฆาตกรรมผ่านทางเวบไซต์ที่มีชื่อว่า killwithme.com โดยการฆาตกรรมจะดำเนินไป หากมีผู้คลิกเข้ามาชมเวบมากขึ้นเรื่อยๆ (ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีใครคลิกเข้าไป คนที่ถูกจับไปก็จะรอด) แต่ว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่ไม่มีเหยื่อรายใดรอด

ที่น่าสลดใจกว่าก็คือ...เมื่อมีการประกาศทางสื่อ ขอประณามการกระทำของฆาตกรผู้นี้ และผู้ที่เข้าชมจะถือว่าเป็นผู้ร่วมทำการฆาตกรรม แทนที่ตัวเลขสถิติที่เข้าชมจะลดลง แต่กลับมีผู้เข้าชมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เหยื่อรายต่อๆไปต้องมีอันเป็นไปเร็วขึ้น

คำถามที่สมควรตั้งก็คือ...จิตสำนึกของคนเรามันเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว

และถึงจะบอกว่า มันก็เป็นแค่หนัง แต่เราคิดว่า ต่อให้เป็นเรื่องจริง ผลก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ

 

  

Website: http://www.killwithme.com

 

ตอนที่เราหา trailer ของหนังเรื่องนี้ส่งให้เพื่อนเมื่อวันก่อน ทำให้เราได้ทราบและตกใจมากๆว่าเวบไซต์ในหนังเรื่องนี้มีจริงๆค่ะ! แน่นอนว่า เราทราบว่าเป็นการทำเพื่อโปรโมตหนัง แต่ตอนที่เปิดขึ้นมาแล้วเหมือนกับในหนังจริงๆ เล่นเอาตกใจไปเหมือนกัน

ก่อนที่จะกด Enter เข้าไป จะมีคำเตือนขึ้นมาค่ะ ว่า ถ้าเข้าชมเวบไซต์นี้จะทำให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องประสบเรื่องเลวร้าย คุณจะยังเข้าชมหรือไม่...ไม่ว่าคุณจะตอบว่า Yes หรือว่า No...จะมีสถิติการเลือกเข้าชมหรือไม่เข้าชมเวบไซต์นี้ขึ้นมาให้ดู ถึงจะบอกว่าเป็นการกดเข้าไปชม ด้วยความอยากรู้อยากเห็น (หรือหลายๆคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นแค่หนัง) แต่มีแค่ 14% ที่เลือกว่า จะไม่เข้าชมเวบไซต์ 

เพื่อความสบายใจของหลายๆคน ในเวบไม่มีฉากการฆาตกรรมอะไรน่ากลัวสยดสยองค่ะ แต่จะมีเกมสืบสวนจับฆาตกรให้เราเล่นแทน ^^;;

 

ในตอนท้ายของหนัง ฆาตกรจับนางเอกไปและทำการถ่ายทอดการฆาตกรรมสดผ่านทางเวบไซต์อีกเช่นเคย แต่ว่าผลกลับตรงกันข้าม เมื่อนางเอกฮึดสู้ และยิงฆาตกรตาย (นางเอกเป็น FBI ค่ะ) เธอได้ทำการโชว์ป้าย FBI ทางกล้องวีดีโอที่ถ่ายภาพนี้ออกไปทั้งโลก แต่สิ่งที่ปรากฎขึ้นมาในเวบบอร์ด ไม่ใช่ความดีใจที่ฆาตกรโรคจิตผู้นี้ถูกจับ แต่กลับเป็นคำพูดที่ว่า...

"วันนี้ อัจฉริยะตายไปจากโลกอีกคนแล้ว" กับ "ต่อจากนี้ ใครจะอัพโหลดคลิปวีดีโอพวกนี้ให้เราดู"

แล้วก็ทิ้งตอนจบเอาไว้แบบนั้น...ซึ่งถ้าถามจขบ. เราคิดว่าเป็นฉากจบที่สะเทือนใจมาก...

 

สื่อมีหลายด้าน และการนำเสนอก็เป็นหน้าที่ของสื่อ แต่หากสื่อถูกใช้ไปในทางที่ผิด ก็รังแต่จะทำให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี แต่เราจะสามารถห้ามสื่อ หรือแม้แต่ห้ามขี้ปากคน ไม่ให้นำเสนอหรือพูดในสิ่งที่ไม่ควรได้เสมอหรือ

คำตอบคือ "ไม่" และ "เป็นไปไม่ได้"

คำถามหนึ่งที่พระเอกเปรยถามนางเอกในเรื่อง... "โลกเรา บ้ากันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ทำให้รู้สึกได้เลยว่า จิตสำนึกของคนเรามันหายไปไหนหมด

จริงอยู่ว่า สื่อเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่จิตสำนึกของคน ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ หากคนเรามีวิจารณญาณที่ดี

ถ้าในเรื่อง คนเรามีจิตสำนึก ไม่เลือกบริโภคและนำเสนอสิ่งที่ผิด มีเมตตาจิตมากกว่าความอยากรู้อยากเห็น หรือสนุกกับความทรมานหรือเรื่องเดือดร้อนของคนอื่น ไม่คลิกเข้าไปดู ไม่สาดน้ำมันเข้ากองไฟ ก็คงจะไม่มีคนตาย จริงไหมคะ

 

สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ก็คือ...ไม่ว่าจะสิทธิในการเลือกบริโภคข้อมูล การออกความคิดเห็น คะแนนเสียง หรืออะไรก็ตาม หนึ่งเสียงของคุณมีค่า กรุณากาเบอร์เดียว ขอให้พึงระลึกถึง ดราม่า ผลกระทบที่จะตามมาเอาไว้เสมอ ถ้าคุณคิดว่า "แค่คลิกเดียวเอง ฉันคลิกแค่คนเดียว มันไม่ถึงกับฆ่ามดได้หรอก"

แต่ถ้าคน 10 ล้านคนคิดแบบคุณ...สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่มดตัวเดียวที่ตาย ต่อให้รังมดก็อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ

อินเตอร์เนตเป็นโลกเสรี มีความเป็นสาธารณะ แต่บางครั้งคนเราก็ควรจะมีคำว่า "ความพอดี" อยู่ในเสรีภาพที่มีนั้น (ไม่ใช่ว่าบอกว่า ประเทศแห่งนี้มีเสรีภาพ คุณจะสามารถเอามีดไปกระซวกใครตายก็ได้ไม่ผิดเสียเมื่อไหร่) และบางครั้ง "ความพอดี" ที่ว่านั้น แม้นไม่มีตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ คนที่มีมโนสำนึก คนที่คู่ควรจะเรียกว่า "มนุษย์" ก็สมควรจะสามารถรู้ได้ว่าอะไรที่ควรและอะไรที่ไม่ควร

 

ถึงจะไม่มีคนตายหรือฆาตกรโรคจิตแบบในหนัง แต่คุณก็สามารถทำสถานที่ที่เรียกว่า "โลกเสรี" แห่งนี้ให้น่าอยู่ได้ จริงไหมคะ

 

ปล. เปลี่ยนธีมบลอกแล้ว กด f5 แล้วมาดื่มน้ำชาคลายเครียดยามบ่ายกันเถอะค่ะ

ปลล. แล้วเดี๋ยวของคลายเครียดจะตามมา...เอนทรี่หน้าค่ะ (ฮา)