[KHR FIC] [10069] Opheliac I: My Beloved Doll

posted on 18 Jun 2008 16:42 by hiyuura  in Fanfiction

ปั่นตอนต่อออกมาด้วยแรงบ้าในกระแสเลือด ช่วงนี้เหมือน 10069 กินสมองชอบกล ดูจากเรทด้านล่างแล้ว...แน่นอนว่าครอบขาวอีกเช่นเคย ขอให้ลากอ่านกันให้สนุกนะคะ เหอๆๆ ^^''  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ 

Title: Opheliac
Pairing: Byakuran/Mukuro (10069)
Rating: NC-21
Warning: BDSM, BL, blood, brainwash, possible spoiler, yaoi

Previous Chapter:Prologue |

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

You know the games I play
And the words I say
When I want my own way
You know the lies I tell


—Opheliac—
Chapter I: My Beloved Doll


ขาวโพลน...ทุกสิ่งทุกอย่าง...ขาวโพลนไปหมด...ความขาวที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับความมืดดำก่อนหน้า...สว่างจนชวนให้ตาพร่า...หากแต่...กลับทำให้นึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด...ช่วงเวลาที่ไม่อยากจะนึกถึงกับสีขาวสว่างตาและกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ไม่น่าพิสมัย...

ที่ที่ไม่อยากจะกลับไป...ที่ที่ความเป็นมนุษย์ของเขาถูกทรยศ...

“ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากที่ไหนสักแห่งในความขาวพิสุทธิ์...นุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบจากเทวดา นัยน์ตาสีไพลินเพียงข้างเดียวปรือปิดลงเพราะสู้แสงที่สว่างเกินไปไม่ไหว โลกที่เขาควรอยู่คือโลกแห่งความมืดมิดที่เขาต้องการจะย้อมโลกมนุษย์แห่งนี้ที่เขาชิงชัง...หากแต่...มือที่อบอุ่นนั้นกลับยังคงสัมผัส...ลูบไล้...อ่อนโยนราวกับจะปลอบประโลมความเจ็บปวดและโศกเศร้า...สัมผัสนั้นช่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดสัมผัสเขาเช่นนั้นมาก่อน...

มันทำให้เขาหวาดกลัว...

ดวงวิญญาณต้องสาปที่ไร้ปีกแห่งอิสรา...หวาดกลัวสรวงสวรรค์ เพียงเพราะ...หากสวรรค์เลิกที่จะโอบกอดเขาด้วยอ้อมแขน...เขาก็คงร่วงหล่น...ตกสู่ผืนพิภพและสิ้นไป...เพราะเขารู้ดีว่า...สรวงสวรรค์ที่ใฝ่ฝัน...

นัยน์ตาสีท้องฟ้าลืมเปิดขึ้นอีกครั้ง...บัดนี้เบื้องหน้าหาได้สว่างเกินกว่าที่คิด...เขายังคงอยู่ในโลกที่เขาแสนรังเกียจและชิงชัง...และสิ่งแรกตรงหน้าที่เด่นชัดขึ้นมาในนัยน์ตาที่เหลือเพียงข้างเดียวนั้น...คือนัยน์ตาสีอเมนทิสต์คู่งาม...ที่ประดับอยู่บนใบหน้า...ของสีขาวที่น่ารังเกียจที่สุด...ในสถานที่ที่น่ารังเกียจที่สุด...

...ไม่เคยต้อนรับเขา...  

“เจ้าหญิง...” เสียงที่นุ่มนวลเอ่ยปนกระเซ้า ใบหน้าคมเคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้ม “เจ้าชายยังไม่ทันจะได้ประทับจุมพิตเลยนะ” รอยยิ้มของเทวดาที่แสนหลอกลวง...

ปลายนิ้วเรียวยาวแสนอบอุ่น...ลากวนไปมาบนนวลแก้มขาวซีด...ราวกับพยายามจะมอบสีสัน...และชีวิต...หรือพยายามจะบอก...ว่าเป็นเจ้าชีวิตกันแน่นะ...?

นิ้วยาวเลื่อนไล่เกลี่ยสัมผัสบนกลีบปาก...รับรู้ถึงชีวิตเปราะบางที่โลหิตที่เขาสามารถทำให้รินหลั่งไหลเวียนอยู่เบื้องใต้ นัยน์ตาสีอเมนทิสต์ใต้แพขนตาสีเข้มสะท้อนภาพของร่างงามที่เป็นดังลูกไก่ในกำมือตรงหน้า...สะท้อนความชิงชังในนัยน์ตาสีฟ้าแสนงามที่เขาใหลหลง...

“หลับตารับจูบสิ”

...จ้องมองนัยน์ตาเพียงข้างเดียวที่ไม่ยอมหลับลงนั้น...เพียงเพื่อจะค้นหาสิ่งที่ถูกซุกซ่อนไว้ลึกล้ำภายใน...เพียงเพื่อ...จะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง...และกุมหัวใจของผู้ถูกพันธนาการไว้...

กริ๊ง...

ข้อมือบางยังคงเหลือรอยตรวนที่บาดลึกแม้มันจะถูกถอด...เพียงเพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่า...ร่างงามหมดสิ้นแรงที่จะต่อต้าน...ข้อเท้าเล็กถูกปล่อยจากโซ่ที่รึงรั้ง...เพียงเพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่าแม้จะปลดทิ้งร่างงามก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะหนีไปไหน หากแต่...เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยังคงรั้น...ยังคงสะบัดหน้าหนี...ปฏิเสธทุกสิ่งที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ แม้แต่ความอบอุ่นที่ชวนให้ร่ำไห้แม้นัยน์ตาจะแห้งสนิทนั้น เพียงเพื่อ...

กริ๊ง...

จะให้สายโซ่เดียวที่ยังคงอยู่นั้นดึงรั้ง...กระชากเอาริมฝีปากที่เม้มแน่นปฏิเสธเข้ามารับจุมพิตที่ไม่ต้องการ

มือแกร่งกระชากสายโซ่ที่ล่ามไว้กับปลอกคอหนังรอบคอระหง สายโซ่ที่ถูกดึงอย่างแรงกระตุกให้ปลอกคอรัดคอของร่างงามแน่น “อะ...!!!” และเพียงแค่อ้าปากเพื่อจะหายใจ...ลิ้นอุ่นร้อนก็รุกล้ำเข้าไปในโพรงปาก...ควานไซร้ไปทั่วถามหาความหอมหวานจากความทรมานและดื้อรั้นของอีกฝ่ายจนพอใจ

นัยน์ตาเพียงข้างเดียวพร่าเลือน...โกรธแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรได้...เกลียดชังที่ทุกสิ่งทุกอย่างถูกพรากไปจนหมด...มาเฟียที่แสนน่ารังเกียจ...ความโสมมที่เริ่มต้นขึ้นเพราะพวกมาเฟีย...ในที่ที่สมควรจะถูกทำลาย...ในที่ที่ชีวิตอันน่าสมเพชได้เริ่มต้น...

ห้องสีขาวที่ในทีแรกที่ลืมตาช่างดูเจิดจ้า...บัดนี้มันกลับชัดเจนในความมืดดำและสกปรก...สายไฟและท่ออุปกรณ์ที่ห้อยระโยงระยางในห้อง กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่น่ารังเกียจ และ...โหลเก็บรักษาซากอินทรียสารที่น่าจะยังมีประโยชน์...ตามมาด้วยกลิ่นที่คุ้นเคยของคาวเลือดจางๆและน้ำยาดอง...ที่ไม่ว่าทำยังไงก็ไม่อาจกลบให้หมด...

ห้องทดลอง...

น่าสะอิดสะเอียนจนอยากจะหัวเราะ

“คึ...หึหึ...หึหึหึ...” หัวเราะด้วยความเกลียดชัง “...ฆ่าผมซะสิครับ” เพราะไม่สามารถร่ำไห้ได้

“...เธอนี่ดื้อด้านจริงนะ” มือแกร่งกดร่างบางเอาไว้กับเตียงที่บัดนี้รู้ชัดว่าเป็นเตียงสำหรับผ่าตัด ร่างสูงเหยียดรอยยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบ “ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ...ว่าฉันจะทำให้เธอเป็นตุ๊กตาของฉัน” ลิ้นเปียกลากเลียไปตามใบหู...ลมหายใจอุ่นจนร้อนที่ระรดทำให้ร่างงามระริกสั่นอย่างช่วยไม่ได้

“เกลียดฉันมากไม่ใช่เหรอ”

มือแกร่งลูบไล้หน้าท้องขาวที่หดเกร็งราวกับปฏิเสธสัมผัสของเขา

“ถ้าเกลียดนักฉันจะทำให้เธอรักฉัน...ต้องการฉัน...ขาดฉันไม่ได้”

เลื่อนต่ำลง...ต่ำลง...

ลิ้นอุ่นลากจากใบหูเลื่อนไปยังแก้มนุ่ม ใบหน้าสวยแดงระเรื่อร้อนผ่าวด้วยความเจ็บอาย “ผม...อึก...จะไม่มีวันเป็น...ของคุณ”

นิ้วยาวเรียวคลำสายโซ่ที่ทำให้เขาเป็นนายในมือเล่น นัยน์ตาสีอเมนทิสต์เป็นประกายระริก “ฉันก็ชอบนะ ที่เธอดื้อแบบนี้ เพราะอีกหน่อยเธอคงจะว่าง่ายน่าดู นี่เป็น...พลังเฮือกสุดท้ายแล้วใช่ไหมล่ะ”

มุคุโร่กัดริมฝีปากแน่น...โลหิตสีแดงครั่งหยดซึมลงมา...อีกฝ่ายพูดถูกแม้ว่าเขาไม่ต้องการจะยอมรับ...เขาแพ้...ตั้งแต่ตอนทิ่ติดกับในกำแพงสี่เหลี่ยมที่มองไม่เห็น...จิตของเขาไม่สามารถหนี...และตอนนี้...มันกำลังจะถูกพลังที่มองไม่เห็นจับ...ในที่ที่ไม่มีทางหนี...ผู้ล่าก็เพียงรอให้เหยื่ออ่อนล้าจนหมดแรงที่จะวิ่ง...และ...เมื่อถูกจับได้ก็จะหมดหนทาง...ที่จะต่อต้านอะไรอีก...

เบียคุรันหัวเราะเบาๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าเกราะที่ป้องกันรอบจิตใจของอีกฝ่ายเริ่มอ่อนแอ...บั่นทอนกำลังกาย...บั่นทอนพลังใจ...นี่คือเกมที่เขากำลังเล่น...ชื่นชอบที่จะเล่น...และในโลกนี้...ก็คงมีเพียงร่างตรงหน้า...ที่อยู่เล่นกับเขาได้นานพอจนเขาต้องการที่จะครอบครองทุกสิ่งที่เป็นของร่างนี้ทั้งหมด รวมทั้ง...

กริ๊ก...

ทันทีที่ชายหนุ่มกดสวิทช์...ก็ปรากฏขวดโหลใสที่บรรจุอะไรบางอย่างขึ้นจากกำแพงที่ซ่อน...

นัยน์ตาสีไพลินเพียงข้างเดียวเบิกกว้าง...บนซีกหน้าอีกข้าง ที่ที่ดวงตาอันต้องสาปถูกควักออกไปกำลังปวดแปลบ...ราวกับเรียกร้อง...ถึงสิ่งที่เคยอยู่ตรงนั้น

ในโหลแก้วคือนัยน์ตาสีแดงข้างที่หายไป...

“ฉันจะคืนนัยน์ตาข้างนี้ให้กับเธอ” เบียคุรันกระซิบ

สิ่งที่เคยอยู่ในเบ้าตาที่บัดนี้มืดบอดสนิท...บาดแผลและโลหิตที่หลั่งกำลังเรียกร้อง หากแต่...

“ผมไม่ต้องการ”

สิ่งที่ไม่ใช่ของของเขาตั้งแต่แรก...เขาไม่ต้องการมัน เจ้านัยน์ตาต้องสาปที่สร้างแต่เพียงความเจ็บปวด...เจ้านัยน์ตาแห่งพลังที่นำพาความทรงจำที่แสนเศร้า...เจ้านัยน์ตาที่เรียกร้องความมืดมิดมากเท่ากับที่เขาเรียกร้องคนที่จะโอบกอด...ปลอบประโลมด้วยความรักที่เขาไม่เคยได้...สิ่งที่ทำให้เขาสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง...บัดนี้เมื่อมันเรียกร้องอยากกลับมาอยู่กับเขา...เขากลับต้องการแต่เพียง...

ความตาย...

“ต้องการสิ...เพราะอีกหน่อยเธอจะต้องใช้มันเพื่อฉัน”

ความคิดที่เป็นเสมือนเกราะกำบังปริแตก...ความคับแน่นที่รวดร้าวเสียดแทงเข้ามาในร่าง...พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงที่สุดแห่งความพ่ายแพ้...อัปยศจนอยากร้องขอความตาย...

“เธอจะเชื่อ...ทุกคำโกหกที่ฉันพูด...”

ความตายที่ใครบางคนไม่ยินยอมที่จะมอบให้...เพียงเพราะ...

“เพราะต่อจากนี้เธอคือของของฉัน”

เขาบอกว่าเขาเป็น...

“อา...ท...ท่าน...เบียคุ...รัน”

เจ้าชีวิต...

“ตุ๊กตา...ที่รัก”



นภา...เป็นสีเลือด

อาทิตย์อัสดงฉาบฟากฟ้าสนธยาให้เป็นสีแดงฉาน ก่อนราตรีจะมาเยือน...ทุกอย่างช่างนิ่งสนิทราวกับภาพวาด...แน่นิ่ง...และเงียบงัน ราวกับเหล่านกกาต่างพากันหนีหาย...ฤาแม้แต่แมลงตัวจ้อยต่างก็พากันหวาดผวา...รี้เร้นให้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจพบเห็น...หากแต่ภายในฐานลับใต้ดินที่เร้นลับเสียยิ่งกว่า...ในห้องสีขาวโพลนแสนสงัด...ร่างของเด็กสาวที่ทั้งยังเยาว์และอ่อนเดียงสานอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงคนไข้ พลังของแหวนวองโกเล่เพียงแค่ยื้อชีวิตเธอออกไปชั่วคราวเท่านั้น...

ความตาย...กำลังใกล้เข้ามา...

เปลวเทียนชีวิต...ริบหรี่รอเวลาดับ...ดังเม็ดทรายที่ไหลรินลงเมื่อนาฬิกาทรายหมุนกลับด้าน...เชื่องช้า...แต่ก็ต่อเนื่องและแน่นอนนัก หากแต่...

เบื้องหลังเปลือกตาขาวซีดบนใบหน้าแสนอิดโรย...คือสถานที่...ที่เธอรักที่สุด

สระบัวแสนสวยที่โอบล้อมด้วยสายหมอกซีดจาง...เส้นแบ่งระหว่างเขตแดนแห่งภพ...ดำรงอยู่ระหว่างความเป็นความตาย...คือสถานที่...ที่เธอพบท่านมุคุโร่เป็นครั้งแรก...ที่...ที่เธอได้อยากได้ยินคำที่อยากได้ยินที่สุด...รอคอยมาทั้งชีวิต...ว่ามีใครสักคน...ที่ต้องการเธอ...ต้องการชีวิตที่แสนไร้ค่านี้...


ผมต้องการพลังของคุณ...


ท่านมุคุโร่พูดกับเธอแบบนั้น...และตั้งแต่ตอนที่เธอจับมือที่เขายื่นมาให้...ชีวิตเธอก็เป็นของเขาทั้งหมด...เธอได้มอบ...ชีวิตให้กับเขาไปแล้ว...ชีวิตแสนไร้ค่าที่มีเพียงเขาที่เอ่ยบอกว่าต้องการนี้...หากแต่...

“ท่านมุคุโร่...อยู่ที่ไหนคะ...”

ตอนนี้...ไม่ว่าจะร้องเรียกสักเพียงไร...กลับไม่อาจมองเห็น...หรือสัมผัสได้...ถึงคนผู้นั้น คงมีเพียงแต่...หอกแห่งพันธะสัญญาที่คนผู้นั้นแสนภาคภูมิใจ...หอกที่น่าจะหักไปแล้ว...ตั้งแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเท่านั้น

หอกที่เปรียบเสมือนความภาคภูมิใจ...

มือเล็กสั่นระริกเมื่อยามเอื้อมออกไปเพื่อสัมผัสมัน...ความหนาวเย็นเข้ากอบกุมจิตใจของเด็กสาว...หวาดกลัว...ว่าเมื่อยามได้จับต้อง...สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นจะมลายไป...ดังสายหมอก...ดังมายา...


โคลม...


หากแต่เสียงที่คุ้นเคยกลับแว่วมา...แผ่วเบาราวกระซิบ...แว่วแผ่วเหมือนกำลังอ่อนแรง...เหมือนสายหมอกเบาบางที่อาจสลายไปแม้นยามลมพัดแผ่ว เด็กสาวกำด้ามหอกในมือเอาไว้แน่น...เพียงเพราะเธอรู้ดี...


ความภาคภูมิใจของผม...ผมขอมอบมัน...ให้กับคุณ


นี่...คือการบอกลา...

สายหมอกที่ใครๆต่างก็พากันรังเกียจชิงชังในความเหน็บหนาว...สายหมอกที่ใครๆก็บอกว่าไร้จิตใจ...สำหรับเธอแล้ว...มันช่างอบอุ่นนัก...อบอุ่นที่สุดจนไม่เคยคิดอยากไขว่คว้าหาตะวัน แต่ว่าตอนนี้...แต่ว่าต่อจากนี้...

ไม่มีอีกแล้ว...

สระบัวพร่าเลือน...สายหมอกจางหาย...คงเหลือแต่เพียงความมืดมิดหลังเปลือกตา...

ชีวิตที่เธอเคยมอบให้กับเขา เขากลับนำมันมาคืน...ชีวิตที่เขาบอกว่าไม่ไร้ค่า...หากไม่มีเขา...มันก็ไม่มีความหมาย...เพราะไม่มีสิ่งใดจะทดแทนนายผู้เป็นเจ้าของชีวิต...ผู้ที่เธอเคยมอบทั้งชีวิต...ให้ครอบครอง

หยาดน้ำใสไหลรินจากนัยน์ตาของเด็กสาว บนเตียงพยาบาลในห้องสีขาว...ลมหายใจที่เคยรวยรินบัดนี้กลับสงบและต่อเนื่อง หัวใจที่อ่อนแรงจนใกล้จะหยุดเต้นกลับมีชีพจรชีวิต...หากแต่แม้ผ้าที่ห่มจะหนา และหยาดน้ำตาที่รินลงมาจะอุ่น...แต่ในโลกสีดำเบื้องหลังเปลือกตา...เด็กสาวกลับรู้สึกว่า...มันช่าง...

หนาวเหน็บนัก...



“ท่าน...เบียคุรัน...”

ลมหายใจร้อนรุ่ม...ถี่กระชั้นขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากคู่สวยพร่ำเรียกชื่อของคนที่เคยเกลียด ร้องขอ...ด้วยความปรารถนาและเทิดทูน...

หมดสิ้นแล้ว...ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ...

“ท่านเบียคุรัน...”

นัยน์ตาสีฟ้าใสปราศจากร่องรอยของความชิงชังและเหยียดหยาม สองแขนเรียวโอบกอดคนตรงหน้าเอาไว้ด้วยความสมัครใจ

“ฮ้า...ท่านเบียคุ...อ๊ะ!”

เพียงเพราะตอนนี้...ไม่สามารถจดจำอะไรได้อีก...

“ใจเย็นๆสิ มุคุโร่คุง...ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นเด็กดี” ร่างสูงยิ้มอย่างพึงพอใจ มือแกร่งลูบไล้ต้นขาขาวที่สั่นระริกด้วยความต้องการอย่างปลุกเร้า “อ้าขาออก...กว้างๆสิ”

ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง...ของส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ...

ใบหน้างามขึ้นสีระเรื่อ หากแต่ชายหนุ่มกลับข่มความรู้สึกอับอาย... “...ค...ครับ” ขาเรียวแยกออกอ้ารับเอาความร้อนรุ่มที่คนตรงหน้าบังคับให้รับเอาไว้ซ้ำๆ “อ...อะ....อ๊า!”

สายหมอกที่ถูกคว้าจับเอาไว้...

“ดีมาก...เด็กดี...เธอเป็นเด็กดีจริงๆ...ฉันจะให้รางวัลนะ”

บัดนี้เป็นเพียงแค่ตุ๊กตา...

“ฮะ! อ๊า!!!”

ตุ๊กตาตัวโปรด...

“...นัยน์ตาต้องสาปดวงนี้...เธอจะรับมันเอาไว้เพื่อฉันไหม...”

ตุ๊กตา...

“ผมจะทำทุกอย่าง...เพื่อท่านเบียคุรัน...”

...ที่รัก


TBC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากงัดซีโฟร์กับสปาตามาทุบใส่หัวอิป๋า~!!!!!!!!!!!!!

เคยคิดจะกดคุณมุของปวงประชาแบบปกติๆ บ้างไหมเว้ยค่ะ!!!

เคือง!! เคืองเฟร้ยยยยยยยยยยยยย~!!!!!!

สังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่มีโหลดองกับคุณมุอยู่บนเตียงผ่าตัดแล้ว...

อิป๋าบร้าาา~!!!!!!

#1 By Lina on 2008-06-18 17:56

อุ...เรท...

=TT= สุดยอดดดด

#2 By @yumi_Megido ~ 姜子牙様!! on 2008-06-18 19:24

ก่อนอื่นต้องขออภัยค่ะ ที่ให้พี่ยูระลบคอมเมนท์แปลกๆ
นามิน - ขาวโพลนนนนนน....
(กดพลาดค่ะ สาตุ๊)

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด โน๊ววววววววววววววววววว
ม่ายยยยยยยยยยยยยยย มุคุของแม่ TT{}TT

เฮียโฉดเกินไป หนูเกลียดเฮียแล้วววววววววววววว
ไม่ต้องเอารอยยิ้มเทวดาละลายโลกมาไซโคหนูเลยนะ แง่ง แง่ง

โฮฮฮฮฮฮฮ มาต่อไวๆนะคะพี่ยูระ << อ้าว

#4 By =NaMi= (58.9.185.147) on 2008-06-18 20:52

หน้าใส ๆ แต่แอบหื่นนะครับ เหอ ๆ

แอบเลือดกำเดาไหลพรากกกกกกกกก
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อ่าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค

ฟิค10069!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

พระจร้าววววววว ขอบคุณค่ะ รักคุณคนแต่งงงงงงง

โฮกกกกกกกกก มันเป็นฟิคแรร์ มากค่ะท่านนน

ชอบมว่ากกก รออ่านต่อนะค้าาาาา

แต่งมาเย้อ เย้อ เราชอบมากค่า

รัก10069 ที่สูดดดด

#6 By ☜┃NAME★KAH0┃☞ on 2008-06-19 18:22

อ่านคอมเม้นท์นามิจังแล้วขำ คิดเหมือนกันเลย 55 ขาวโพลน

แต่ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ ไม่รู้ทำไม พอมุคุโร่กลายเป็นเด็กดีแล้ว...มันช่างได้ใจนัก คึ หึหึหึ
ชอบฉากร่ำลาน้องโคลมที่ท่านใส่ลงไป...เป็นความพยายามเฮือกสุดท้ายจริงๆ..
สงสารก็สงสารนะ..แต่พอมาอ่านมุคุโร่น้อยในกำมือลิงภูเขาแล้ว...สเน่ห์ด้านมืดมิดช่างเย้ายวนราวกับมีเสียงกระซิบ "Come to the dark side"ที่เซ็กซี่เสียยิ่งกว่าดาร์คลอร์ด 555
คำนับท่านยูระหนึ่งจอกค่ะcry

#7 By Asana Fay on 2008-06-19 20:53

...
พระเจ้า...ป๋าเบียขี้โกงนี่หว่า
(อ้าว ไม่โกงแล้วมันจะโฉดชั่วเรอะ?)
แต่ฟิคพี่นี่...ขาวโพลนจริงๆ
(ไม่ใช่ขาวสะอาดใสซะด้วยสิ หึหึหึ)

#8 By Violet Sapphire Lucifer on 2008-06-20 13:44

เรทกระจายอ่ะ แจ่มเลยยยย

ปาดเลือดกำเดา...
*ตายอย่าสงบ*
TvT พีค169สุดๆแล้วค่ะ อ่านแล้วมันโฮกมาก กรี๊ด.....*กรีดร้องในลำคอ*
เราหวั่นไหวกับท่านเบียเรียกชื่อ 'มุคุโร่คุง...'
คำว่า'คุง' มันเสริมความโมเอะได้มากขึ้นถึง 10069%

น่าสงสารโคลมจังนะคะ TvT คุณมุคุที่เทิดทูนโดนปู้ยี่ปู้ยำ อ๊าก......
(แต่คนอ่านชอบ =,.=b กร๊ากกก)