[KHR FIC] [10069] Opheliac I: My Beloved Doll
posted on 18 Jun 2008 16:42 by hiyuura in Fanfictionปั่นตอนต่อออกมาด้วยแรงบ้าในกระแสเลือด ช่วงนี้เหมือน 10069 กินสมองชอบกล ดูจากเรทด้านล่างแล้ว...แน่นอนว่าครอบขาวอีกเช่นเคย ขอให้ลากอ่านกันให้สนุกนะคะ เหอๆๆ ^^''
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: Opheliac
Pairing: Byakuran/Mukuro (10069)
Rating: NC-21
Warning: BDSM, BL, blood, brainwash, possible spoiler, yaoi
Previous Chapter: | Prologue |
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
You know the games I play
And the words I say
When I want my own way
You know the lies I tell
—Opheliac—
Chapter I: My Beloved Doll
ขาวโพลน...ทุกสิ่งทุกอย่าง...ขาวโพลนไปหมด...ความขาวที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับความมืดดำก่อนหน้า...สว่างจนชวนให้ตาพร่า...หากแต่...กลับทำให้นึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด...ช่วงเวลาที่ไม่อยากจะนึกถึงกับสีขาวสว่างตาและกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ไม่น่าพิสมัย...
ที่ที่ไม่อยากจะกลับไป...ที่ที่ความเป็นมนุษย์ของเขาถูกทรยศ...
“ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากที่ไหนสักแห่งในความขาวพิสุทธิ์...นุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบจากเทวดา นัยน์ตาสีไพลินเพียงข้างเดียวปรือปิดลงเพราะสู้แสงที่สว่างเกินไปไม่ไหว โลกที่เขาควรอยู่คือโลกแห่งความมืดมิดที่เขาต้องการจะย้อมโลกมนุษย์แห่งนี้ที่เขาชิงชัง...หากแต่...มือที่อบอุ่นนั้นกลับยังคงสัมผัส...ลูบไล้...อ่อนโยนราวกับจะปลอบประโลมความเจ็บปวดและโศกเศร้า...สัมผัสนั้นช่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดสัมผัสเขาเช่นนั้นมาก่อน...
มันทำให้เขาหวาดกลัว...
ดวงวิญญาณต้องสาปที่ไร้ปีกแห่งอิสรา...หวาดกลัวสรวงสวรรค์ เพียงเพราะ...หากสวรรค์เลิกที่จะโอบกอดเขาด้วยอ้อมแขน...เขาก็คงร่วงหล่น...ตกสู่ผืนพิภพและสิ้นไป...เพราะเขารู้ดีว่า...สรวงสวรรค์ที่ใฝ่ฝัน...
นัยน์ตาสีท้องฟ้าลืมเปิดขึ้นอีกครั้ง...บัดนี้เบื้องหน้าหาได้สว่างเกินกว่าที่คิด...เขายังคงอยู่ในโลกที่เขาแสนรังเกียจและชิงชัง...และสิ่งแรกตรงหน้าที่เด่นชัดขึ้นมาในนัยน์ตาที่เหลือเพียงข้างเดียวนั้น...คือนัยน์ตาสีอเมนทิสต์คู่งาม...ที่ประดับอยู่บนใบหน้า...ของสีขาวที่น่ารังเกียจที่สุด...ในสถานที่ที่น่ารังเกียจที่สุด...
...ไม่เคยต้อนรับเขา...
“เจ้าหญิง...” เสียงที่นุ่มนวลเอ่ยปนกระเซ้า ใบหน้าคมเคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้ม “เจ้าชายยังไม่ทันจะได้ประทับจุมพิตเลยนะ” รอยยิ้มของเทวดาที่แสนหลอกลวง...
ปลายนิ้วเรียวยาวแสนอบอุ่น...ลากวนไปมาบนนวลแก้มขาวซีด...ราวกับพยายามจะมอบสีสัน...และชีวิต...หรือพยายามจะบอก...ว่าเป็นเจ้าชีวิตกันแน่นะ...?
นิ้วยาวเลื่อนไล่เกลี่ยสัมผัสบนกลีบปาก...รับรู้ถึงชีวิตเปราะบางที่โลหิตที่เขาสามารถทำให้รินหลั่งไหลเวียนอยู่เบื้องใต้ นัยน์ตาสีอเมนทิสต์ใต้แพขนตาสีเข้มสะท้อนภาพของร่างงามที่เป็นดังลูกไก่ในกำมือตรงหน้า...สะท้อนความชิงชังในนัยน์ตาสีฟ้าแสนงามที่เขาใหลหลง...
“หลับตารับจูบสิ”
...จ้องมองนัยน์ตาเพียงข้างเดียวที่ไม่ยอมหลับลงนั้น...เพียงเพื่อจะค้นหาสิ่งที่ถูกซุกซ่อนไว้ลึกล้ำภายใน...เพียงเพื่อ...จะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง...และกุมหัวใจของผู้ถูกพันธนาการไว้...
กริ๊ง...
ข้อมือบางยังคงเหลือรอยตรวนที่บาดลึกแม้มันจะถูกถอด...เพียงเพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่า...ร่างงามหมดสิ้นแรงที่จะต่อต้าน...ข้อเท้าเล็กถูกปล่อยจากโซ่ที่รึงรั้ง...เพียงเพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่าแม้จะปลดทิ้งร่างงามก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะหนีไปไหน หากแต่...เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยังคงรั้น...ยังคงสะบัดหน้าหนี...ปฏิเสธทุกสิ่งที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ แม้แต่ความอบอุ่นที่ชวนให้ร่ำไห้แม้นัยน์ตาจะแห้งสนิทนั้น เพียงเพื่อ...
กริ๊ง...
จะให้สายโซ่เดียวที่ยังคงอยู่นั้นดึงรั้ง...กระชากเอาริมฝีปากที่เม้มแน่นปฏิเสธเข้ามารับจุมพิตที่ไม่ต้องการ
มือแกร่งกระชากสายโซ่ที่ล่ามไว้กับปลอกคอหนังรอบคอระหง สายโซ่ที่ถูกดึงอย่างแรงกระตุกให้ปลอกคอรัดคอของร่างงามแน่น “อะ...!!!” และเพียงแค่อ้าปากเพื่อจะหายใจ...ลิ้นอุ่นร้อนก็รุกล้ำเข้าไปในโพรงปาก...ควานไซร้ไปทั่วถามหาความหอมหวานจากความทรมานและดื้อรั้นของอีกฝ่ายจนพอใจ
นัยน์ตาเพียงข้างเดียวพร่าเลือน...โกรธแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรได้...เกลียดชังที่ทุกสิ่งทุกอย่างถูกพรากไปจนหมด...มาเฟียที่แสนน่ารังเกียจ...ความโสมมที่เริ่มต้นขึ้นเพราะพวกมาเฟีย...ในที่ที่สมควรจะถูกทำลาย...ในที่ที่ชีวิตอันน่าสมเพชได้เริ่มต้น...
ห้องสีขาวที่ในทีแรกที่ลืมตาช่างดูเจิดจ้า...บัดนี้มันกลับชัดเจนในความมืดดำและสกปรก...สายไฟและท่ออุปกรณ์ที่ห้อยระโยงระยางในห้อง กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่น่ารังเกียจ และ...โหลเก็บรักษาซากอินทรียสารที่น่าจะยังมีประโยชน์...ตามมาด้วยกลิ่นที่คุ้นเคยของคาวเลือดจางๆและน้ำยาดอง...ที่ไม่ว่าทำยังไงก็ไม่อาจกลบให้หมด...
ห้องทดลอง...
น่าสะอิดสะเอียนจนอยากจะหัวเราะ
“คึ...หึหึ...หึหึหึ...” หัวเราะด้วยความเกลียดชัง “...ฆ่าผมซะสิครับ” เพราะไม่สามารถร่ำไห้ได้
“...เธอนี่ดื้อด้านจริงนะ” มือแกร่งกดร่างบางเอาไว้กับเตียงที่บัดนี้รู้ชัดว่าเป็นเตียงสำหรับผ่าตัด ร่างสูงเหยียดรอยยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบ “ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ...ว่าฉันจะทำให้เธอเป็นตุ๊กตาของฉัน” ลิ้นเปียกลากเลียไปตามใบหู...ลมหายใจอุ่นจนร้อนที่ระรดทำให้ร่างงามระริกสั่นอย่างช่วยไม่ได้
“เกลียดฉันมากไม่ใช่เหรอ”
มือแกร่งลูบไล้หน้าท้องขาวที่หดเกร็งราวกับปฏิเสธสัมผัสของเขา
“ถ้าเกลียดนักฉันจะทำให้เธอรักฉัน...ต้องการฉัน...ขาดฉันไม่ได้”
เลื่อนต่ำลง...ต่ำลง...
ลิ้นอุ่นลากจากใบหูเลื่อนไปยังแก้มนุ่ม ใบหน้าสวยแดงระเรื่อร้อนผ่าวด้วยความเจ็บอาย “ผม...อึก...จะไม่มีวันเป็น...ของคุณ”
นิ้วยาวเรียวคลำสายโซ่ที่ทำให้เขาเป็นนายในมือเล่น นัยน์ตาสีอเมนทิสต์เป็นประกายระริก “ฉันก็ชอบนะ ที่เธอดื้อแบบนี้ เพราะอีกหน่อยเธอคงจะว่าง่ายน่าดู นี่เป็น...พลังเฮือกสุดท้ายแล้วใช่ไหมล่ะ”
มุคุโร่กัดริมฝีปากแน่น...โลหิตสีแดงครั่งหยดซึมลงมา...อีกฝ่ายพูดถูกแม้ว่าเขาไม่ต้องการจะยอมรับ...เขาแพ้...ตั้งแต่ตอนทิ่ติดกับในกำแพงสี่เหลี่ยมที่มองไม่เห็น...จิตของเขาไม่สามารถหนี...และตอนนี้...มันกำลังจะถูกพลังที่มองไม่เห็นจับ...ในที่ที่ไม่มีทางหนี...ผู้ล่าก็เพียงรอให้เหยื่ออ่อนล้าจนหมดแรงที่จะวิ่ง...และ...เมื่อถูกจับได้ก็จะหมดหนทาง...ที่จะต่อต้านอะไรอีก...
เบียคุรันหัวเราะเบาๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าเกราะที่ป้องกันรอบจิตใจของอีกฝ่ายเริ่มอ่อนแอ...บั่นทอนกำลังกาย...บั่นทอนพลังใจ...นี่คือเกมที่เขากำลังเล่น...ชื่นชอบที่จะเล่น...และในโลกนี้...ก็คงมีเพียงร่างตรงหน้า...ที่อยู่เล่นกับเขาได้นานพอจนเขาต้องการที่จะครอบครองทุกสิ่งที่เป็นของร่างนี้ทั้งหมด รวมทั้ง...
กริ๊ก...
ทันทีที่ชายหนุ่มกดสวิทช์...ก็ปรากฏขวดโหลใสที่บรรจุอะไรบางอย่างขึ้นจากกำแพงที่ซ่อน...
นัยน์ตาสีไพลินเพียงข้างเดียวเบิกกว้าง...บนซีกหน้าอีกข้าง ที่ที่ดวงตาอันต้องสาปถูกควักออกไปกำลังปวดแปลบ...ราวกับเรียกร้อง...ถึงสิ่งที่เคยอยู่ตรงนั้น
ในโหลแก้วคือนัยน์ตาสีแดงข้างที่หายไป...
“ฉันจะคืนนัยน์ตาข้างนี้ให้กับเธอ” เบียคุรันกระซิบ
สิ่งที่เคยอยู่ในเบ้าตาที่บัดนี้มืดบอดสนิท...บาดแผลและโลหิตที่หลั่งกำลังเรียกร้อง หากแต่...
“ผมไม่ต้องการ”
สิ่งที่ไม่ใช่ของของเขาตั้งแต่แรก...เขาไม่ต้องการมัน เจ้านัยน์ตาต้องสาปที่สร้างแต่เพียงความเจ็บปวด...เจ้านัยน์ตาแห่งพลังที่นำพาความทรงจำที่แสนเศร้า...เจ้านัยน์ตาที่เรียกร้องความมืดมิดมากเท่ากับที่เขาเรียกร้องคนที่จะโอบกอด...ปลอบประโลมด้วยความรักที่เขาไม่เคยได้...สิ่งที่ทำให้เขาสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง...บัดนี้เมื่อมันเรียกร้องอยากกลับมาอยู่กับเขา...เขากลับต้องการแต่เพียง...
ความตาย...
“ต้องการสิ...เพราะอีกหน่อยเธอจะต้องใช้มันเพื่อฉัน”
ความคิดที่เป็นเสมือนเกราะกำบังปริแตก...ความคับแน่นที่รวดร้าวเสียดแทงเข้ามาในร่าง...พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงที่สุดแห่งความพ่ายแพ้...อัปยศจนอยากร้องขอความตาย...
“เธอจะเชื่อ...ทุกคำโกหกที่ฉันพูด...”
ความตายที่ใครบางคนไม่ยินยอมที่จะมอบให้...เพียงเพราะ...
“เพราะต่อจากนี้เธอคือของของฉัน”
เขาบอกว่าเขาเป็น...
“อา...ท...ท่าน...เบียคุ...รัน”
เจ้าชีวิต...
“ตุ๊กตา...ที่รัก”
…
นภา...เป็นสีเลือด
อาทิตย์อัสดงฉาบฟากฟ้าสนธยาให้เป็นสีแดงฉาน ก่อนราตรีจะมาเยือน...ทุกอย่างช่างนิ่งสนิทราวกับภาพวาด...แน่นิ่ง...และเงียบงัน ราวกับเหล่านกกาต่างพากันหนีหาย...ฤาแม้แต่แมลงตัวจ้อยต่างก็พากันหวาดผวา...รี้เร้นให้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจพบเห็น...หากแต่ภายในฐานลับใต้ดินที่เร้นลับเสียยิ่งกว่า...ในห้องสีขาวโพลนแสนสงัด...ร่างของเด็กสาวที่ทั้งยังเยาว์และอ่อนเดียงสานอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงคนไข้ พลังของแหวนวองโกเล่เพียงแค่ยื้อชีวิตเธอออกไปชั่วคราวเท่านั้น...
ความตาย...กำลังใกล้เข้ามา...
เปลวเทียนชีวิต...ริบหรี่รอเวลาดับ...ดังเม็ดทรายที่ไหลรินลงเมื่อนาฬิกาทรายหมุนกลับด้าน...เชื่องช้า...แต่ก็ต่อเนื่องและแน่นอนนัก หากแต่...
เบื้องหลังเปลือกตาขาวซีดบนใบหน้าแสนอิดโรย...คือสถานที่...ที่เธอรักที่สุด
สระบัวแสนสวยที่โอบล้อมด้วยสายหมอกซีดจาง...เส้นแบ่งระหว่างเขตแดนแห่งภพ...ดำรงอยู่ระหว่างความเป็นความตาย...คือสถานที่...ที่เธอพบท่านมุคุโร่เป็นครั้งแรก...ที่...ที่เธอได้อยากได้ยินคำที่อยากได้ยินที่สุด...รอคอยมาทั้งชีวิต...ว่ามีใครสักคน...ที่ต้องการเธอ...ต้องการชีวิตที่แสนไร้ค่านี้...
ผมต้องการพลังของคุณ...
ท่านมุคุโร่พูดกับเธอแบบนั้น...และตั้งแต่ตอนที่เธอจับมือที่เขายื่นมาให้...ชีวิตเธอก็เป็นของเขาทั้งหมด...เธอได้มอบ...ชีวิตให้กับเขาไปแล้ว...ชีวิตแสนไร้ค่าที่มีเพียงเขาที่เอ่ยบอกว่าต้องการนี้...หากแต่...
“ท่านมุคุโร่...อยู่ที่ไหนคะ...”
ตอนนี้...ไม่ว่าจะร้องเรียกสักเพียงไร...กลับไม่อาจมองเห็น...หรือสัมผัสได้...ถึงคนผู้นั้น คงมีเพียงแต่...หอกแห่งพันธะสัญญาที่คนผู้นั้นแสนภาคภูมิใจ...หอกที่น่าจะหักไปแล้ว...ตั้งแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเท่านั้น
หอกที่เปรียบเสมือนความภาคภูมิใจ...
มือเล็กสั่นระริกเมื่อยามเอื้อมออกไปเพื่อสัมผัสมัน...ความหนาวเย็นเข้ากอบกุมจิตใจของเด็กสาว...หวาดกลัว...ว่าเมื่อยามได้จับต้อง...สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นจะมลายไป...ดังสายหมอก...ดังมายา...
โคลม...
หากแต่เสียงที่คุ้นเคยกลับแว่วมา...แผ่วเบาราวกระซิบ...แว่วแผ่วเหมือนกำลังอ่อนแรง...เหมือนสายหมอกเบาบางที่อาจสลายไปแม้นยามลมพัดแผ่ว เด็กสาวกำด้ามหอกในมือเอาไว้แน่น...เพียงเพราะเธอรู้ดี...
ความภาคภูมิใจของผม...ผมขอมอบมัน...ให้กับคุณ
นี่...คือการบอกลา...
สายหมอกที่ใครๆต่างก็พากันรังเกียจชิงชังในความเหน็บหนาว...สายหมอกที่ใครๆก็บอกว่าไร้จิตใจ...สำหรับเธอแล้ว...มันช่างอบอุ่นนัก...อบอุ่นที่สุดจนไม่เคยคิดอยากไขว่คว้าหาตะวัน แต่ว่าตอนนี้...แต่ว่าต่อจากนี้...
ไม่มีอีกแล้ว...
สระบัวพร่าเลือน...สายหมอกจางหาย...คงเหลือแต่เพียงความมืดมิดหลังเปลือกตา...
ชีวิตที่เธอเคยมอบให้กับเขา เขากลับนำมันมาคืน...ชีวิตที่เขาบอกว่าไม่ไร้ค่า...หากไม่มีเขา...มันก็ไม่มีความหมาย...เพราะไม่มีสิ่งใดจะทดแทนนายผู้เป็นเจ้าของชีวิต...ผู้ที่เธอเคยมอบทั้งชีวิต...ให้ครอบครอง
หยาดน้ำใสไหลรินจากนัยน์ตาของเด็กสาว บนเตียงพยาบาลในห้องสีขาว...ลมหายใจที่เคยรวยรินบัดนี้กลับสงบและต่อเนื่อง หัวใจที่อ่อนแรงจนใกล้จะหยุดเต้นกลับมีชีพจรชีวิต...หากแต่แม้ผ้าที่ห่มจะหนา และหยาดน้ำตาที่รินลงมาจะอุ่น...แต่ในโลกสีดำเบื้องหลังเปลือกตา...เด็กสาวกลับรู้สึกว่า...มันช่าง...
หนาวเหน็บนัก...
…
“ท่าน...เบียคุรัน...”
ลมหายใจร้อนรุ่ม...ถี่กระชั้นขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากคู่สวยพร่ำเรียกชื่อของคนที่เคยเกลียด ร้องขอ...ด้วยความปรารถนาและเทิดทูน...
หมดสิ้นแล้ว...ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ...
“ท่านเบียคุรัน...”
นัยน์ตาสีฟ้าใสปราศจากร่องรอยของความชิงชังและเหยียดหยาม สองแขนเรียวโอบกอดคนตรงหน้าเอาไว้ด้วยความสมัครใจ
“ฮ้า...ท่านเบียคุ...อ๊ะ!”
เพียงเพราะตอนนี้...ไม่สามารถจดจำอะไรได้อีก...
“ใจเย็นๆสิ มุคุโร่คุง...ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นเด็กดี” ร่างสูงยิ้มอย่างพึงพอใจ มือแกร่งลูบไล้ต้นขาขาวที่สั่นระริกด้วยความต้องการอย่างปลุกเร้า “อ้าขาออก...กว้างๆสิ”
ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง...ของส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ...
ใบหน้างามขึ้นสีระเรื่อ หากแต่ชายหนุ่มกลับข่มความรู้สึกอับอาย... “...ค...ครับ” ขาเรียวแยกออกอ้ารับเอาความร้อนรุ่มที่คนตรงหน้าบังคับให้รับเอาไว้ซ้ำๆ “อ...อะ....อ๊า!”
สายหมอกที่ถูกคว้าจับเอาไว้...
“ดีมาก...เด็กดี...เธอเป็นเด็กดีจริงๆ...ฉันจะให้รางวัลนะ”
บัดนี้เป็นเพียงแค่ตุ๊กตา...
“ฮะ! อ๊า!!!”
ตุ๊กตาตัวโปรด...
“...นัยน์ตาต้องสาปดวงนี้...เธอจะรับมันเอาไว้เพื่อฉันไหม...”
ตุ๊กตา...
“ผมจะทำทุกอย่าง...เพื่อท่านเบียคุรัน...”
...ที่รัก
TBC
อยากงัดซีโฟร์กับสปาตามาทุบใส่หัวอิป๋า~!!!!!!!!!!!!!
เคยคิดจะกดคุณมุของปวงประชาแบบปกติๆ บ้างไหมเว้ยค่ะ!!!
เคือง!! เคืองเฟร้ยยยยยยยยยยยยย~!!!!!!
สังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่มีโหลดองกับคุณมุอยู่บนเตียงผ่าตัดแล้ว...
อิป๋าบร้าาา~!!!!!!
#1 By Lina on 2008-06-18 17:56