[KHR FIC] [10069] Opheliac III: Tainted Color

posted on 26 Jun 2008 20:25 by hiyuura  in Fanfiction

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Opheliac
Pairing: Byakuran/Mukuro (10069)
Rating: NC-21
Warning: BL, blood, brainwash, yaoi 

Previous Chapters: | Prologue | Chapter 1 | Chapter 2 |

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

Doubt thou the stars are fire
Doubt thou the sun doth move
Doubt truth to be a liar
But never doubt I love


—Opheliac—
Chapter III: Tainted Color


เจ้าตุ๊กตาเอย...จงมองโลกใบนี้ที่เคยทอดทิ้งเจ้า...ภาพที่สะท้อนในกระจกเงา...บัดนี้คือนัยน์ตาสองสี...

...ยังจำได้ไหม...ที่ครั้งหนึ่งเคยถามหาสรวงสวรรค์...สวรรค์ที่เจ้าหวาดหวั่นจะร่วงหล่นจาก...เพียงเพราะความรัก...ลวงหลอกกันได้...เพราะความอ่อนโยน...เสแสร้งได้หมด...และความอบอุ่น...เป็นเพียงภาพลวง...

จำได้หรือเปล่าว่าได้ถูกสะบั้นปีกให้ขาดลงเยี่ยงไร...จึ่งได้ร่วงหล่น...ถูกจองจำไว้ด้วยพันธนาการ... 

ภาพที่สะท้อนในกระจกไม่เคยเปลี่ยน...กระจกเงาสะท้อนแต่เพียงความเป็นจริงตรงหน้า หากแต่ผู้คนตรงหน้าที่เมียงมองกระจกต่างหากที่เปลี่ยนไป...

จำได้ไหม...คนโง่งมที่ร่ำไห้ถามหาแต่สรวงสวรรค์ที่ไม่มีวันอ้าแขนรับทั้งที่รู้ดีคนนั้น...เสียน้ำตากับความปรารถนาในความรักมากเพียงไร...จึ่งได้เลิกที่จะเชื่อ...เลิกถามหาสรวงสวรรค์แสนสว่างที่ไม่มีวันตอบรับ และโอบกอดความมืดมิดไว้ทั้งที่ยังไม่อาจลืมเลือนความปรารถนา...ทั้งๆที่รู้ว่าสวรรค์ไม่เคยคิดจะที่จะเหลียวมอง...

นัยน์ตาสองสีจ้องมองภาพสะท้อนในกระจก...หยดน้ำใสเกาะอยู่บนเรือนร่างขาวซีดราวกับรักใคร่หวนแหน...เส้นไหมสีน้ำเงินยาวเปียกน้ำลู่ลงคลอเคลียผิวกายราวกับพยายามจะซุกซ่อน...ร่องรอยจุมพิตบนเรือนกายนั้น...ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจซ่อนได้หมด แพขนตาสีเข้มหรี่ปรือลง...มือเรียวยกขึ้นสัมผัสรอยแดงบนต้นคอขาวเบาๆ...

เพราะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า...จึงได้หลงใหลแผ่นฟ้า...เหม่อมองนภาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...นภาที่ในคุกมืดแห่งพันธนาการไม่อาจได้เห็น...เพียงเพราะเชื่อว่า...ยังคงมีสรวงสวรรค์...บนท้องนภานั้น...


แม้ว่านภา...จะเป็นสีเลือดก็ตาม...


แสงไฟในห้องสะท้อนใบมีดโกนคมในอีกมือบางเป็นประกายขาว...คมปลาบ...จนแม้เพียงออกแรงกดเบาๆ ก็สามารถเรียกสีสันอันแดงฉานออกจากปลายนิ้วมนที่ขยับลากไปตามคมมีดได้

เจ็บปวดเพราะลวงหลอกและถูกหลอกลวง...เจ็บปวดเพราะหลอกตัวเองวันแล้ววันเล่า...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...เพียงเพราะไม่มีที่แห่งใดจะอ้าแขนรับ...และไม่เชื่อว่ามีที่แห่งใดจะยินยอมรับ...ผู้ที่ถูกสาปให้จมปลักกับคำเท็จของตัวเองอยู่ลำพัง...เพียงเพราะสายหมอก...เพียงเพราะมายา...จะลวงหลอกผู้สรรสร้างมากเท่ากับที่มันจริงแท้ในความเท็จที่จะเชื่อ...

ปลายนิ้วมนกดเข้ากับคมมีดวาววับ...โลหิตแดงฉานไหลซึมออกจากบาดแผล...อาบซึมไปทั่วใบมีดขาวนั้น...


เพียงเพื่อจะปิดช่องว่างในจิตใจ...


“มุคุโร่คุง...” เสียงที่อ่อนโยนดังกระซิบที่ข้างใบหู...เพียงเพราะพริบตาที่ละสายตามาเมียงมองใบมีดโกนคมกริบ...อีกหนึ่งบุรุษได้มาเยือน “อยู่ๆก็หายตัวมาแบบนี้...ฉันเป็นห่วงนะ” แขนแกร่งโอบร่างบางเปียกปอนเอาไว้โดยไม่ห่วงว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่จะเปียก


...ที่บัดนี้ได้ลืมเลือนในความเจ็บปวดไปสิ้นแล้ว...


“...ขอโทษครับ” นัยน์ตาคู่สวยหรุบลงต่ำ มือเรียวกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น “ผมแค่อยากจะอาบน้ำ” ราวกับกลัว...ว่าจะทำให้โกรธ...กลัวว่าจะทำให้ไม่พอใจ...

โลหิตสีครั่งหยดจากปากแผลบนปลายนิ้วขาว...เปื้อนเปรอะหลังมือแกร่ง นัยน์ตาสีอเมนทิสต์เหลือบมองใบมีดโกนเปื้อนเลือดในอ่างล้างหน้า


สีแดงสดบนสีขาว...


ร่างสูงเหยียดรอยยิ้ม “เธอนี่ซนจริงๆ” ก่อนจะคว้าข้อมือบางดึงไปทางบานกระจกที่ใหญ่กว่า...กระจกที่สะท้อนทุกสิ่งทุกอย่างเด่นชัด...ตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า...  “ฉันคงต้องสอนเธอให้ขึ้นใจสินะ...ว่าร่างกายเธอเป็นของฉัน...” มือแกร่งลูบไล้เรือนผมนุ่มที่ยังชื้นเปียก นิ้วยาวเกี่ยวพันเส้นไหมสีสวยและออกแรงดึง...ไม่แรงพอที่จะเรียกว่ากระชาก...แต่ก็แรงพอที่จะทำให้รู้สึกเจ็บ... “เส้นผมนี่...เป็นของฉัน”

ร่างงามส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ ขาเรียวทรุดฮวบเมื่ออีกมือของร่างสูงกอบกุมเอาส่วนที่ไวต่อการตอบสนองไว้...ปรนเปรอให้...นัยน์ตาสองสีปิดลง เสียงลมหายใจกระชั้นถี่ขึ้นทุกขณะ หากแต่...

“อ๊า!” 

มือแกร่งที่ออกแรงบีบรูดหนักขึ้นทำเอาร่างงามยืนแทบไม่อยู่...หากไม่เป็นเพราะอีกฝ่ายรั้งตัวเอาไว้ กลีบปากนุ่มลากเลื่อนสัมผัสใบหู...พลางเอ่ยเสียงกระซิบที่มาพร้อมกับคำสั่ง “อย่าหลับตาสิ เวลาฉันสอน เธอต้องมองให้ชัดๆ...แล้วจำเอาไว้...ว่าฉันสัมผัสเธอยังไงบ้าง” มือที่ลูบคลำส่วนอ่อนไหวที่หว่างขาขยับกระตุ้น...บ่งบอกข้อความที่ร่างบางไม่อาจปฎิเสธ...

นัยน์ตาคู่สวยค่อยๆลืมเปิดขึ้น...มองภาพสะท้อนที่บัดนี้เด่นชัดยิ่งกว่าเก่าในกระจก 

“นะ...เด็กดี” มือแกร่งละจากส่วนอ่อนไหว ของเหลวก่อนหลั่งสีออกขุ่นเปื้อนเปรอะมือนั้นทั่ว “อย่าเพิ่งปล่อยออกมาจนกว่าฉันจะสั่งล่ะ”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินกัดริมฝีปากเบาๆ ใบหน้าขาวซีดถูกแต่งแต้มด้วยสีระเรื่อ เมื่อนิ้วยาวที่เปื้อนเปรอะของของเขากดวางลงบนริมฝีปากราวกับจะบอก...ให้เขาลิ้มรสมันเสียเอง

“ริมฝีปากนี่...ก็เป็นของฉัน” เบียคุรันยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อลิ้นเล็กสอดผ่านกลีบปากนุ่ม...เลียเอาสิ่งที่เปื้อนเปรอะบนนิ้วนั้น ก่อนจะอมเข้าไป... “อืม...” มือแกร่งอีกข้างเลื่อนไล้ตามเรือนผมนุ่มนิ่มก่อนจะผละจากอย่างอ้อยอิ่ง...เลื่อนเปลี่ยนมาคลึงเคล้นยอดอกสีชมพูจนเสียดแปลบ...

“อะ...” ร่างงามแอ่นเกร๊ง...ความเสียวซ่านที่แล่นปลาบดังกระแสไฟฟ้ายิ่งกระตุ้นความต้องการที่จะปลดปล่อย “ท...ท่านเบียคุรัน...”

“ร่างกายของมุคุโร่คุงเป็นของฉัน...” ร่างสูงคว้าข้อมือบางขึ้นมา ก่อนจะเลียเอาโลหิตที่ยังคงมีให้เห็นรินไหลออกจากปากแผลเล็กๆนั้นเบาๆ “เลือดของเธอก็เป็นของฉัน...”

ทรมาน...เพียงเพราะต้องการปลดปล่อย...ให้ถึงที่สุดแห่งปรารถนา...

ทรมาน...รุ่มร้อนดังเพลิงกาฬที่สุมเผา...

อะไรบางอย่างที่แข็งขืน...จ่อสัมผัสที่ปากช่องทางอ่อนนุ่ม...จงใจขยับไล้...ให้ทรมานเล่น เพราะยังไม่ยอมที่จะล่วงล้ำ...

“คราวนี้...บอกฉันได้หรือยัง...ทำไมถึงได้เอามีดโกนมาเล่นซน หือม์”

ใบหน้างามขึ้นสีเด่นชัดขึ้น นัยน์ตาสองสีหรุบลง ไม่ยอมสบกับคู่อัญมณีสีอเมนทิสต์ในกระจก “ผมแค่...คิดว่าสีขาวของมันเหมือนกับท่านเบียคุรัน...”   

สีขาวที่คมกริบ...

ร่างสูงหัวเราะ ก่อนจะขบใบหูที่แดงก่ำเล่น

น่ารัก...


ถ้าเธอยังเป็นเธอ...ฉันจะได้เห็นเธอทำหน้าแบบนี้ไหม...หรือว่า...เธอจะยัง...


“รู้ไหม...ฉันว่า สีแดงก็เหมาะกับมุคุโร่คุง...”


หัวเราะ...ทั้งๆที่ฉันรู้ว่านัยน์ตาคู่นี้ของเธอไม่เคยยิ้ม


สีแดงของโลหิต...ที่แต่งแต้มลงบนสีขาว...


เพราะพวกเรา...ล้วนลวงหลอก...พอกัน


นัยน์ตาสีอเมนทิสต์จับจ้องนัยน์ตาสองสีในกระจกให้แน่นิ่งราวกับสะกดเอาไว้ ความเงียบเข้าครอบคลุมทุกสรรพสิ่งจนได้ยิน...แม้เสียงลมหายใจเด่นชัด...จนกระทั่งเทวดาลวงหลอกเอ่ยกระซิบ...บอกกล่าวคำพูดที่เป็นประกาศิต...คำพูด...ที่ใครบางคน...เคยอยากจะได้ยินที่สุด...ปรารถนา...เหลือเกิน...

“หากโลกนี้หันหลังให้กับเธอ...ฉันจะโอบกอดเธอเอาไว้...เพราะสรวงสวรรค์...เราสามารถสร้างขึ้นมาเองได้...แม้ว่ามันจะมีแต่เพียงสีแดงก็ตาม...ฉันจะให้เธอได้เห็น...โลกที่ไม่ปฏิเสธเธอ”


เพราะจากนี้ไป...ฉันคือโลกของเธอ


...เจ้าตุ๊กตาเอย...เมื่อใครบางคนหยิบยื่นเอาสรวงสวรรค์และอ้อมแขนที่จะโอบกอดมาให้...เจ้ายังคงหวาดกลัว...ที่จะร่วงหล่นอีกหรือเปล่า...ในเมื่อเจ้า...ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอะไร...ทั้งๆที่สรวงสวรรค์นั้นลวงหลอก...และโหดร้ายยิ่ง...ในความรักที่เจ้า...เคยปรารถนานั้น...

“ฉันรักเธอนะ...”


ตุ๊กตาที่เป็นเหมือนกับผ้าขาวที่ยังไม่ติดสี...


ล้างไปหมดสิ้นแล้ว...สีสันอันแสนเศร้า...


หลอก...ลวงไปให้คิดว่ารัก...รัก...ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงความหลง...หลงใหลปรารถนาอยากได้เจ้า...ครอบครองเอาไว้แต่เพียงลำพัง...เพื่อใช้ประโยชน์...เพื่อเป็นของเล่น...เพื่อ...

“ร้องขอฉันสิ...เด็กดี”


ฉันจะย้อมสีเธอ...ให้เป็นไปตามที่ฉันต้องการ...


...ให้เจ้าเจ็บปวดทั้งที่ไม่รับรู้อะไร...

“อา...ท่านเบียคุรัน...ได้โปรด...”


เพราะเธอคือ...


...เจ้าตุ๊กตา...

“อ...อา...อ๊า!.......ผม......”


ของของฉัน


“...ผม...รัก...ท่าน...เบียคุรัน...”



“อะไรนะ!? ที่ว่ามุคุโร่ยังไม่ตายน่ะ เรื่องจริงเหรอ!?”

เสียงของผู้พิทักษ์แห่งอรุณของวองโกเล่ดังแหวกความเงียบขึ้นมาก่อน ทันทีที่อัลโกบาเลโน่เจ้าของจุกนมสีเหลืองเอ่ยแถลง

“จริง ที่โคลมยังมีชีวิตอยู่นี่ก็เป็นหลักฐานยืนยันที่ดี” รีบอร์นเอ่ย พลางพยักเพยิดไปทางเด็กสาวในชุดเครื่องแบบโรงเรียนโกคุโยที่บัดนี้ แม้สีหน้าจะยังไม่สู้ดีนัก แต่ก็สามารถลุกเดินเหินได้เป็นปกติ

“แต่ถ้าเรื่องที่พวกมีลฟีโอเล่ถอนกำลังทั้งหมดกลับไปอิตาลีเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้ก็นับว่าชอบมาพากลอยู่”

“ถ้ายังงั้นจะเอายังไง? จะให้ติดต่อพวกวาเรียที่อิตาลีดีไหม อย่างน้อยเรื่องที่พวกเราชนะที่นี่ก็...”

“เอะอะน่ารำคาญ...นั่งลงซะทีเถอะ เกะกะลูกตา” เสียงเย็นดังขึ้นมาจากเจ้าของเรือนผมสีรัตติกาลที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ห่างจากโต๊ะประชุมออกไปเล็กน้อย

“ว่าไงนะ!? นายก็ยืนเหมือนกันนั่นแหละ แล้วคนที่บอกว่าไม่ชอบสุมหัวกับชาวบ้านอย่างนายทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่!? กวนโอ๊ย! กวนโอ๊ยสุดหูรูดเลยเฟ้ย!”

“แล้วแกจะตะโกนทำไมฟะ ไอ้หัวสนามหญ้า! ทำตัวแบบนี้เสียชื่อวองโกเล่ของท่านรุ่นที่ 10 หมด!”

“เอาน่าๆ...สึนะไม่ใช่บอสที่ใจแคบซะหน่อย จะตะโกนหรือไม่ก็ให้สึนะตัดสินใจดีกว่าน่า ฮะๆๆ”

นั่นไม่ใช่ประเด็น...แล้วก็...อย่าโยนระเบิดมาทางนี้ได้ไหม... สึนะมองเพื่อนๆผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างอ่อนเปลี้ยละเหี่ยใจ

“จางนินี...ตรวจสอบเครื่องกลมสีขาวของอิริเอะ โชอิจิเป็นยังไงบ้าง” รีบอร์นหันไปถามวิศวกรร่างท้วมแทนที่จะสนใจกับบทสนทนาอันไร้สาระของเจ้าพวกละอ่อน

“การตรวจสอบขั้นต้นตอนนี้ เราได้ข้อมูลมาแค่ 40% ยังสรุปอะไรที่แน่ชัดไม่ได้ครับ แต่ว่า...ที่รู้แน่ๆ...”

จางนินีถอนหายใจเฮือกใหญ่

“การจะให้เจ้าเครื่องนี้ทำงานหรือหยุดทำงานจำเป็นต้องใช้กุญแจเฉพาะซึ่ง...ทางเราไม่สามารถทำมันขึ้นมาได้เองครับ”

“...หมายความว่ายังไง ที่บอกว่าไม่สามารถทำขึ้นมาได้เองน่ะ” รัล มิลจิที่นิ่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง

“...ก็หมายความว่า...กุญแจที่จะใช้เดินเจ้าเครื่องนี้...”

วิศวกรร่างท้วมกดสวิทช์ฉายภาพซูมวิเคราะห์ภาพรูกุญแจสำหรับเดินเครื่องให้คนในห้องได้เห็นกันชัดๆ...

“คือมาเลริงแห่งนภาเท่านั้นครับ”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมกลางของฐานทัพลับวองโกเล่...ทุกคนล้วนรู้ดีถึงความหมายของคำพูดนั้น...สึนะกลืนน้ำลายหนืดลงคอ...ราคาที่จะต้องจ่ายสำหรับการเดินทางกลับไปสู่โลกอดีตที่พวกเขาจากมา...อาจสูงถึงชีวิต...เพราะการจะให้ได้มาเลริงแห่งนภามา...มีเพียงการเผชิญหน้ากับบอสใหญ่แห่งมีลฟีโอเล่ที่เป็นผู้ถือครองสิทธิในแหวนนั้นเท่านั้น... 

“ถ้ายังงั้นก็ต้องไปอิตาลีจริงๆสินะ” เรียวเฮเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้ง หากแต่น้ำเสียงในคราวนี้กลับดูสงบและจริงจังขึ้นกว่าที่ตะโกนเอะอะในทีแรกมาก

“แกมม่า...สำนักงานใหญ่ของมีลฟีโอเล่อยู่ที่ไหน นายคงรู้สินะ” อัลโกบาเลโน่เจ้าของจุกนมสีเหลืองหันไปถามชายร่างสูงที่นั่งฟังเงียบๆในฐานะที่เป็นผู้อาศัยและ...ในตอนนี้ถือว่าเป็นพันธมิตรร่วม

“...ตึกสำนักงานใหญ่ของมีลฟีโอเล่...” เจ้าของนามสายฟ้าฟาดยังไม่ทันจะได้เอ่ย...สัญญาณภาพบางอย่างก็ถูกส่งเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ของฐานวองโกเล่

“มันอะไรน่ะ” คนในห้องประชุมพากันหันไปดูภาพสัญญาณที่ถูกส่งเข้ามาด้วยรหัสที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ไม่ใช่สัญญาณจากวาเรีย...ตรวจสอบแล้วไม่มีไวรัส...” จางนินีเอ่ย ก่อนจะกดรับเพื่อไขข้อสงสัยของทุกชีวิตในห้อง

พรึ่บ!

ภาพแผนที่ทั้งภายนอกและภายในรวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยของตึกระฟ้าสูงใจกลางเมืองแห่งหนึ่งถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆและฉายบนจอภาพ

“นี่มัน...”

“ภาพแผนที่ของตึกบัญชาการของมีลฟีโอเล่”

อดีตหัวหน้าหน่วยบัญชาการที่ 3 แห่งแบล๊คสเปลเอ่ยยืนยัน



ภาพแรกที่นัยน์ตาสองสีเห็นหลังจากลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งคือห้องที่ว่างเปล่า...ไม่มี...วี่แววของคนคนนั้น...คนที่เป็นเจ้าของชีวิต...

เท้าบางเปลือยเปล่าก้าวลงจากเตียงนอน...สัมผัสพื้นพรมอ่อนนุ่ม นัยน์ตาคู่สวยสอดส่องมองหาร่างของคนที่รักและเทิดทูนยิ่งนั้น...หากแต่สิ่งที่พบกลับมีเพียง...เสื้อผ้าชุดหนึ่งที่ถูกพับวางเอาไว้ใกล้ๆ...พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กๆ...

‘ฉันจะรออยู่ที่ชั้น 19 ตอนนี้...ใส่เสื้อผ้าของฉันไปก่อนนะ’

“...” มือเรียวขาวซีดหยิบเอาเสื้อเชิ้ตสีดำขึ้นมาใส่ตามคำสั่ง...เสื้อออกจะตัวใหญ่และหลวมไปบ้าง แต่...

ร่างงามซบหน้าลงกับแขนเสื้อที่ยาวกว่าแขนของตัวเองสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆที่คล้ายกับกลิ่นของดอกไม้ที่คุ้นเคยที่ติดอยู่บนเสื้อ...


กลิ่นของท่านเบียคุรัน...


แพขนตายาวหรี่ปรือลงเมื่อยามนึกถึงกลิ่นกายของท่านผู้นั้นเมื่อยามถูกเขาโอบกอด...


“หากโลกนี้หันหลังให้กับเธอ...ฉันจะโอบกอดเธอเอาไว้...เพราะสรวงสวรรค์...เราสามารถสร้างขึ้นมาเองได้...”


เสื้อผ้าถูกสวมใส่...และประตูห้องถูกเปิดออกหลังจากที่ต้องมาอยู่ที่ห้องนี้หลังการผ่าตัดเป็นครั้งแรก...

เจ้าตุ๊กตาเดินไปตามระเบียงทางเดิน...เพียงเพื่อจะได้พบกับชายในเครื่องแบบสีขาวสองคน...

“อ้าว~ นี่มันอะไรกันเนี่ย~ ไม่ใส่กางเกงออกมาเดินแบบนี้ คิดจะยั่วกันรึไงจ๊ะ”

เสื้อเชิ้ตสีดำตัวยาว...อาจจะยาวพอที่จะปิดส่วนสำคัญ...แต่ก็ไม่ยาวพอ...ที่จะปกปิดทั้งหมด

“...” นัยน์ตาสองสีไม่แม้แต่จะชำเลืองมอง...เพียงเพราะคนพวกนี้...ไม่ได้อยู่ในสายตา

“ฮั่นแน่~ เรียกแล้วไม่หัน...แบบนี้แปลว่าชอบให้เล่นอะไรหนักๆสินะ...” ชายหนุ่มเลียริมฝีปากแผลบ “ถ้ายังไงให้ฉันได้เห็นเลือดของเธอหน่อยดีไหม”


“เลือดของเธอเป็นของฉัน”


ชั่วพริบตา แววตาที่เคยว่างเปล่ากลับฉายประกายอันตราย เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนสะท้านไปทั่วโถงทางเดิน...เมื่อโลหิตที่เคยเป็นของร่างที่เคยมีชีวิตสาดกระจาย...

เท้าขาวบางเปลือยเปล่าที่เคยเย็นเยียบแปดเปื้อนโลหิต...สีแดงสดอุ่นที่หลั่งรินจากร่างที่บัดนี้ไร้แล้วซึ่งชีวิต และ...

ริมฝีปากบางที่ไร้รอยยิ้มตั้งแต่ตื่นจากห้วงนิทราที่สิ้นไร้สีสันของความโศกเศร้า...บัดนี้กลับมีรอยยิ้มที่คล้ายกับที่เคยเป็น...


“สรวงสวรรค์...สามารถสร้างขึ้นมาเองได้...แม้ว่ามันจะแปดเปื้อนด้วยเลือดก็ตาม...”


“หึหึ...หึหึหึ...สีเลือดของพวกคุณ...ช่างสวยงามจริงๆเลยนะครับ...”


สีเลือดที่ติดตุ๊กตา...


นัยน์ตาสีอเมนทิสต์จ้องมองภาพบนมอนิเตอร์ของห้องควบคุมชั้น 19 เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์เหยียดรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจ มือหนึ่งหยิบขนมมาร์ชเมลโล่จากในถุง ขณะที่อีกมือปิดหน้าต่างการส่งสัญญาณข้อมูลไปยังฐานทัพวองโกเล่ที่แล้วเสร็จดีแล้ว ก่อนจะลุกขึ้น

"ท่านเบียคุรัน...จะออกไปข้างนอกเหรอครับ" ชายชราผมสีดอกเลาเอ่ยถาม เมื่อเห็นชายหนุ่มหยิบคีย์การ์ดสำหรับออกไปนอกตัวอาคาร

เบียคุรันยิ้ม


สีของฉัน...เริ่มที่จะติดเธอแล้วใช่ไหม...


"อื้ม เดี๋ยวฉันจะพามุคุโร่คุงไปซื้อเสื้อผ้า ฝากดูแลทางนี้ด้วยนะ เลโอคุง~"


ต่อจากนี้คงจะมีอะไร...ให้สนุกอีกเยอะ


TBC

 

สารภาพค่ะ...น้องตุ๊กตาสับปะรดทำเอาเราขนลุก...เขียนไปขนลุกไป...อารมณ์แบบว่า...ชีทำเหมือนสาวน้อยคลั่งรักยังไงไม่รู้ =v='''

เรื่องช้ำๆจะตามมาในเร็วๆนี้...เพราะถ้าสับปะรดไม่ช้ำมันก็ไม่สนุกจริงๆค่ะ หึหึหึ //เลือด S พุ่งปรี๊ดดดด~

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์เช่นเคยค่า m(_ _)m

Edit: เปลี่ยนธีมใหม่เพื่อความสะใจ ถ้ายังไม่เห็นกรุณากด F5 ค่ะ กร๊ากกกกกกกกกก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซวววววววววววววว
ฟิค 10069 !!!!!!!!!!!!!!!!

ขอแอดเฟฟนะคะ TTvTTb !
แล้วเดี๋ยวจะไล่อ่านทีละตอนค่ะ

#1 By Luscinia on 2008-06-26 20:44

สาวน้อยคลั่งรัก....
เวอร์ชั่นนี้สยดสยองขนลุกเกรียวกราว.. น่ากลัวจริงๆ

*ซีด*

ว่าแต่...
ซือคุง...รู้แล้ว! รู้แล้วใช่ไหมว่าว่าคุณสามียังอยู่!!

โฮร๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไปรับกลับด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าเลยนะคะ.. คุณลูกค่า~!!!!!!!

#2 By Lina on 2008-06-26 21:16

69คลั่ง 100โรคจิต นับวันชักบอกไม่ถูกแล้วว่า2คนนี้ ใครจิตกว่ากัน(ซีด)

#3 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-06-26 21:31

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

//สลบคาที่

มุคุน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

69บันซายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

/เช็ดเลือด
เหอะ ๆ เรทอีกแล้วเหรอครับ


นี่ตกลงใจคอกะย้อมบลอคให้เป็นสีเลือกสินะครับ เหอ ๆ



ป.ล. เลือดกำเดากระฉูดดด
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่าคคคคคคคคคคคค เมื่อกดมาก็เห็นสิ่งนั้น!!!

นั่นคือ เฮดบล็อคคคค 16999!!!1699999!!!

TwTได้โปรดกลั่นแกล้งสัปป้า อีกเถิดค่า!!!

โฮกกกกกกกกกกก !!

รู้สึกว่าคุณเบียน่ารักขึ้นทุกวันทุกวันนะคะ

เคี๊ยกๆๆๆ จะไปซื้อเสื้อผ้าให้ภรรยาตัวน้อยด้วย

แหมน่าอิจฉาสัปป้าจริงเชียว TwT open-mounthed smile

อยากเห็นเวลาที่เธอขาดท่านเบียคุรันไม่ได้(แบบจริงๆ)

รออ่านอย่างใจจดใจจ่อค่า มาต่อไวๆน้า

(จงกลั่นแกล้งสัปป้าต่อไป~~)

#6 By ☜┃NAME★KAH0┃☞ on 2008-06-27 18:45

หวัดดี พี่ยูระ จำได้ป่าว

นี่เลออนนะ

ขออนุญาติแอดนะ

#7 By LEOON on 2008-07-03 23:04

...อารมณ์แบบว่า...ชีทำเหมือนสาวน้อยคลั่งรักยังไงไม่รู้ =v='''

กร๊ากกกกกกกกกกกก เห็นด้วยกับประโยคนี้ สำเนาถูกต้อง โชะๆๆๆๆๆ
น่ารักเกินไปแล้วสัปป้าน้อยยยย กรี๊ดดดดดด วี๊ดดดดดดดดดดดดดด *สครีม*
อีป๋ามันหลอกลวงมุคุงสินะคะ TvT หลอกว่ารักแบบนี้ถูกใจคนอ่าน (กร๊าก)
ถ้าไม่อ่านเจอว่าเสียงหัวเราะของมุคุโร่ไม่ใช่คึหึหึ
เราก็คงเข้าใจว่ามุคุโร่รู้สึกตัวแล้วล่ะค่ะ
ความเหี้ยมแบบนั้น เราเชื่อว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่เป็นมุคุโร่ตามปรกติเท่าไหร่ เพียงแต่ตอนนี้ความสามารถนั้นมีเพื่อคนๆเดียว คือ"ท่านเบียคุรันของผม"เท่านั้น...
อ๊ะ..? แบบนี้ก็สาวน้อยคลั่งรักจริงๆน่ะสิ? กร๊ากก

#9 By Asana Fay on 2008-07-06 18:30