[อ่านกันสักนิด] จากใจนักแต่งฟิก
posted on 14 Jul 2008 14:52 by hiyuura in Etcก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า...ที่กำลังจะร่ายยาวต่อไปนี้
ไม่ได้เกิดจากความบาดหมางส่วนตัวกับใครอะไรที่ไหนนะคะ
แต่เมื่อเช้าเจ้าของบลอกไปค้นฟิกเก่าๆจาก บอร์ดเก่าที่เคยสิง
แล้วก็พบสิ่งที่ตัวเองเคยแปะเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว...พอได้อ่านดูก็รู้สึกว่า...
จากวันนั้นถึงวันนี้ปัญหาในแฟนดอมส่วนมากก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ
แต่ไม่ทราบว่าเราคิดไปเองหรือเปล่าว่ามันดูจะทวีความรุนแรงและถี่ครั้งขึ้น
จนป้าแก่อย่างเรา (ยอมรับหน้าตายเลยค่ะ ปีนี้เราอายุ 22 แล้ว) เริ่มรู้สึกว่า...
แฟนดอมสมัยนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด
เราไม่ได้ว่าเด็กรุ่นหลังไม่ดีหมดนะคะ
เรารู้จักน้องๆหลายคนที่น่ารักและก็มีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะคุยกันรู้เรื่อง
หรือบางคนอาจจะเด็กจริงแต่ก็มีมารยาทน่าคบหา
(อ๊ะ บอกไว้ก่อน เราไม่มีรสนิยมโชตะ/โลลิค่อนนะคะ)
เพราะบางทีคนรุ่นๆเดียวกับเราหรืออาวุโสกว่าเรา...ก็ยังทำตัวไม่มีเหตุผลไม่เป็นที่น่านับถือได้
ปัญหาเดิมๆที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ถ้าเกิดกับตัวเองก็ชวนให้มีน้ำโหหรือจิตตกกันไม่เลิก
จนบางคนถึงกับปลงไปแล้วก็มี บางทีเกิดกับคนอื่นหรือคนใกล้ตัวก็ยังชวนเหนื่อยแทนด้วยซ้ำ
ในฐานะที่เจ้าของบลอกเป็นนักแต่งฟิกคนหนึ่ง ถึงฝีมือจะไม่ได้ดีเด่อะไร
แต่ไหนๆจะเขียนแล้วก็เลยขอสาธยายข้อคาใจต่างๆจากมุมมองของนักแต่งฟิกเลยละกันนะคะ
(ซึ่งสำหรับบางข้อเราคิดว่าสำหรับคนที่วาดรูปก็อาจจะเคยประสบปัญหาเดียวกัน)
ปัญหาอันดับต้นๆเลยคงจะไม่พ้นเรื่อง...
กรณีก๊อปฟิก เรื่องโดนก๊อปนี่เป็นปัญหาหนักกบาลของนักแต่งฟิกหลายๆท่านมาก
ซึ่งคนที่เรารู้จักหรือแม้แต่ตัวเราเองก็ยังเคยโดนมาแล้วสองสามครั้ง
(ซึ่งก็ได้ทำการเคลียร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความสงบ)
ปุถุชนคนเราไม่ว่าอะไรที่เป็นของของตัวเองมันก็หวงกันทั้งนั้น อย่าว่าแต่แค่ข้าวของเลยค่ะ
เพราะลำพังบางทีแค่ความคิดก็สามารถนำไปจดเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาได้
ถึงเราจะเชื่อว่าโลกกลมๆ(ที่ไม่กลมเสียทีเดียว เพราะมีลักษณะเหมือนผลส้ม)ใบนี้
จะมีความเป็นไปได้ที่คนเราจะคิดอะไรได้เหมือนกัน
(ดูอย่างตำนานน้ำท่วมโลกสิคะ จะเมโสโปเตเมียหรือพวกยูดาห์ก็เล่าเรื่องที่คล้ายๆกันทั้งนั้น)
แต่เราก็เชื่อค่ะว่าสิ่งที่คนเราคิดขึ้นมาด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองนั้น
เป็นไปไมได้ที่จะเหมือนกัน 100%
(ซึ่ง...กรณีก๊อปเค้ามาแล้วแปลงเราจะพูดถึงในภายหลังนะคะ)
คิดดูสิคะ ขนาดฝาแฝดยังไม่เหมือนกันเลย สมองของมนุษย์เราประกอบด้วยออลเฟกตอรี่บัลบ์
ทำหน้าที่ดมกลิ่น ซีรีบัมทำหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ ทาลามัสถ่ายทอดกระแสประสาท
ไฮโปทาลามัสเป็นศูนย์กลางระบบประสาทอัตโนมัติ ออปติกโลปเจริญไปเป็นส่วนที่มีผลกับการได้ยิน
พอนส์ควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เมดัลลาเกี่ยวกับการหายใจ และซีรีเบลลัมควบคุมกล้ามเนื้อ
จากที่แจงออกมาจนชวนหลายท่านนึกถึงวิชาชีวะแอบชวนหลับนี้...
เราไม่เห็นส่วนไหนที่มันจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องถ่ายเอกสารเลยค่ะ
ฉะนั้นอยากจะวอนสักนิดค่ะ ผลงานแต่ละเรื่องแต่ละชิ้นที่ผู้แต่งแต่ละท่านใช้เวลา
ใช้ความพยายาม ใช้มันสมองในการคิดขึ้นมา ถึงแม้ว่าท่านจะมองว่าเรื่องที่เขียนเป็นเรื่องไร้สาระ
แต่จุดประสงค์ของการอ่านส่วนหนึ่งก็คือความบันเทิงไม่ใช่เหรอคะ เพราะฉะนั้น...
อย่าให้ความบันเทิงของคนที่เขียนมาเพื่อให้ผู้อ่านได้บันเทิงต้องกลายเป็นเรื่องที่ชวนให้โมโห
และผิดใจกันเพียงเพื่ออยากจะนำผลงานของผู้อื่นไปแอบอ้างว่าเป็นของตัวเองเลยนะคะ
ถึงจะเขียนเองแล้วมันออกมาไม่ได้ดังที่ตั้งใจ แต่คนเรามีผิดพลาดมีเรียนรู้กันได้
ไม่ว่าผลงานที่ออกมาจะเป็นเช่นไร ถึงจะมีคนบอกว่าไม่ดี
แต่เราคนหนึ่งละค่ะที่จะชื่นชมในความพยายามของท่าน ^^
กรณีก๊อปแล้วแปลงฟิก เคยมีอยู่เหมือนกันค่ะ
กรณีของคนที่โดนนำเค้าโครงเรื่องของฟิกตัวเองไปดัดแปลงเป็นเรื่องอื่น
เชื่อค่ะว่าไม่ว่าใครที่เคยดูหนังลิขสิทธิ์คงจะชินตาและคุ้นหูกับประโยค
'ห้ามดัดแปลง แก้ไขเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย'
ก็คล้ายคลึงกันนั่นแหละค่ะ เหมือนอย่างที่เราอ่านมาด้านบน...สมองคนเรามีเหมือนกัน
ก็ควรจะใช้ไปในทางที่สร้างสรรค์ดีกว่าทำเหมือนเด็กลอกข้อสอบบางข้อ ทำเองอีกบางข้อ
แต่ถึงยังไงก็ยังถือว่าลอกข้อสอบมีความผิดอยู่ดี
ยกเว้นแต่กรณีที่เจ้าของผลงานให้ความยินยอม ซึ่งกรณีนี้เราเห็นบ่อยในกรณีของแฟนดอมฝรั่งค่ะ
จะมีการส่ง PM หรืออีเมล์ไปบอกเจ้าของผลงานและขออ้างแบบฟิกในการเขียนผลงานของตัวเองขึ้นมา
ซึ่งในกรณีนี้ นอกจากได้รับการยินยอมจากเจ้าของผลงานแล้ว
จำเป็นต้องทำการเครดิตเจ้าของผลงานด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องที่ตามๆมา...ต้องขอบอกว่านี่ไม่ใช่ความเห็นของเราแค่คนเดียว
แต่มีเสียงมาจากหลายๆท่านที่มาบ่นให้เราฟังบ้าง ระบายไว้ในบลอกหรือตามเวบบอร์ดบ้าง
ซึ่งสรุปโดยรวมแล้วคงจะเป็นเรื่อง...มารยาทค่ะ
มารยาทที่ว่าจริงๆแล้วคงต้องมองกันกลับไปถึงเรื่องมารยาทในการใช้เวบบอร์ดสาธารณะทีเดียวค่ะ
ซึ่งมารยามเบื้องต้นในการใช้เวบบอร์ดนี้ ส่วนมากแล้วแอดมินแทบทุกเวบบอร์ด
จะได้ทำการตั้งกระทู้ปักหมุดเอาไว้หรือเป็นข้อตกลงที่ต้องอ่านตั้งแต่ตอนสมัครสมาชิกแล้วนะคะ
แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ...เรากล้าพูดได้เลยว่า มีเพียงไม่กี่คนที่ได้อ่านข้อความนั้นโดยละเอียด
ส่วนมากก็แค่อ่านผ่านๆตาหรือไม่ก็ไม่อ่านเลยแค่กด agree
ตอบว่าเห็นด้วยหรือรับทราบไปให้เสร็จๆเรื่องก็เท่านั้น
ซึ่งข้อปฏิบัติส่วนมากที่ผู้คนละเลยที่จะอ่านไปโดยรวมแล้วก็มีดังนี้ค่ะ
มาลองอ่านทบทวนกันดูอีกสักรอบนะคะ
1. ห้ามใช้คำพูดดูหมิ่นสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์
2. หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดดูหมิ่นผู้อื่น หรือพาดพิงผู้อื่น บุคคลที่สาม เว็บไซต์อื่น ๆ
ในทางที่เสื่อมเสีย อันจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
3. ใช้วาจาที่สุภาพ ไม่หยาบคาย ไม่เป็นการยั่วยุหรือเหยีดหยามเพื่อนสมาชิก
4. เคารพในความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกด้วยกัน
5. หลีกเลี่ยงการตั้งกระทู้ซ้ำซาก หรือ กระทำการใด ๆ ที่เจตนาไปในทางเพิ่มจำนวนการโพสต์
6. ใช้ภาพ Avatar และ ลายเซ็น ที่สุภาพ ไม่ส่อไปในทางลามกอนาจาร หรือ
พาดพิงผู้อื่นให้เสื่อมเสีย
7. ปฏิบัติตามกฏ กติกา และมารยาทที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
จาก 7 ข้อข้างบน...ข้อที่ติดใจเราที่สุดคงจะไม่พ้นข้อ 2, 3, 4 และ 5...
ซึ่งในกรณีข้อ 2, 3 และ 4 จะขอพูด(เขียน)รวมกันกับกรณีปัจจุบัน
ที่ชวนให้เราและอีกหลายๆท่านเหนื่อยใจมากเลยนะคะ...ซึ่งนั่นก็คือ...
กรณีแม่ยก แม่ยกนั้นมีกันมาทุกยุคทุกสมัย แม่ยก (นาม) คือ
สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ถ้าบ้าอะไรเข้าขั้นก็จะทำการ 'ยก' อุ้มชูอุปถัมภ์สิ่งนั้น
มากน้อยแล้วแต่กรณีความยึดมั่นถือมั่น ซึ่งแต่ละคนก็มีรสนิยมความชอบไม่เหมือนกัน
แต่ไม่ทราบว่าเราคิดไปเองหรือเปล่าจึงได้รู้สึกว่า แม่ยกสมัยนี้...แรงจนน่ากลัว
การที่ใครจะชอบอะไรสักอย่างหรือใครสักคนนั้นไม่ผิดค่ะ
ตัวเจ้าของบลอกเองก็มีสิ่งที่ชอบ แต่สิ่งที่ไม่ชอบมันก็มีเหมือนกัน
แต่ทุกสิ่งย่อมมีขอบเขตจำกัดในคำว่า 'รับได้' และ 'การอยู่ร่วมกันอย่างสงบ' ค่ะ
ซึ่งไอ้ที่เราพาอ้อมโลกมาจนถึงตรงนี้...
เราก็จะขอนำไอ้สิ่งที่เราไปขุดค้นเจอในถิ่นเก่ามาแปะเอาไว้ที่นี่ชุบชีวิตให้มันอีกสักครั้งละกันนะคะ
อนึ่ง...หลักการอยู่ร่วมกันในแฟนดอมอย่างสงบสุขนี้
เราไม่ได้เป็นคนแต่งเองแต่นำมาแปลจากต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษใน livejournal นะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
The Fan/Fandom Creed
I. ฉันรู้ว่าแฟนดอมสามารถ เคย และจะอยู่ได้โดยไม่มีฉัน
ฉันไม่ใช่คนสำคัญ สิ่งที่ฉันทำ คนอื่นก็สามารถสานต่อได้ แม้ว่าแฟนดอมนั้นจะเล็ก
แต่ก็อาจจะมีแฟนๆอื่นอีกหลายคนที่ฉันอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน เขียน วาด หรือว่าฝันถึง
สิ่งที่สามารถทำให้ฉันหลงใหลได้ หากไม่มีฉัน แฟนดอมนั้นก็ยังคงอยู่ได้
II. ฉันรู้ว่าไม่ว่าฉันจะลงทุนลงแรงกับมันไปมากแค่ไหน แต่แฟนดอมไม่ได้ติดค้างอะไรฉัน
ฉันไม่ต้องการชื่อเสียง หรือหวังว่าจะได้รับการประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดจากคนอื่นๆในแฟนดอม
หากมีคนนับถือฉัน ก็ให้เขานับถือ หากไม่คนไม่ชอบฉัน ก็ให้เขาไม่ชอบ
ฉันจะไม่กลัวที่จะจากไป หรือหวังว่าจะให้ใครมาแคร์ อย่างแน่นอน
III. ฉันรู้ว่าไม่ว่าฉันจะเป็นคนที่ใหญ่โตแค่ไหนในโลกแห่งความเป็นจริง
ในแฟนดอม ฉันก็เป็นเพียงแฟนอีกคนหนึ่งเท่านั้น
ฉันอาจจะเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง หรือจิตรกรโด่งดัง หรือแบรด พิตต์ แต่ในแฟนดอม
ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนสร้างสรรค์ผลงานที่ถูกต้องตามลิขสัทธิ์ ฉันก็เป็นแค่ผู้ตาม
และฉันจะจดจำความจริงข้อนี้เอาไว้
IV. ฉันรู้ว่าแฟนดอมคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นและจะคงอยู่ต่อไปด้วยคนมากกว่าหนึ่ง
หลายๆคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับฉัน ฉันอาจจะไม่เห็นด้วยกับหลายๆคน
แม้ว่าฉันจะมีสิทธิในการออกเสียงไม่เห็นด้วย บ่น หรือวิจารณ์ในทางลบ
แต่ฉันจะไม่ใช้คำหยาบหรือด่าว่าใครเกี่ยวกับความเห็นส่วนตัวของเขาอย่างเด็ดขาด
ไม่ว่าจะเป็นในที่สาธารณะหรือเป็นการส่วนตัว หากมีการตั้งกระทู้โต้เถียงกัน
มันจะเป็นกระทู้ของคนที่ศิวิไลซ์แล้วและรักษาไว้ซึ่งความสงบ
V. ฉันรู้ว่าจะมีส่วนของแฟนดอมที่ฉันไม่ชอบอยู่ด้วยเสมอ
ฉันยังรู้ว่าจะมีส่วนหนึ่งของแฟนดอมที่ไม่ชอบฉันเช่นกัน ซึ่งส่วนนี้ ฉันจะไม่สนใจ
จะมีผู้คนมากมายที่ไม่เห็นตามสิ่งที่ฉันเห็นเสมอ ไม่ว่าใครจะพูดหรือทำอะไร
จะมีคนที่ผลิตผลงานที่ฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งออกมา แต่ เช่นนั้นแล้ว
ถึงฉันจะสงวนสิทธิในการไม่เห็นด้วย บ่น หรือวิจารณ์ติเตียนในทางลบ
แต่ฉันจะไม่พยายามที่จะห้ามไม่ให้เขาแสดงซึ่งความคิดนั้น
เพราะเขามีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและจินตนาการ เช่นเดียวกับที่ฉันมี
VI. ฉันรู้ว่า เหมือนกับที่แฟนดอมไม่ได้ติดค้างอะไรฉัน แฟนๆคนอื่นๆก็เช่นกัน
มันไม่เกี่ยวว่าฉันจะเป็นใคร ถ้าแค่ฉันสร้างกลุ่มของตัวเองขึ้นมา
และคนหลายคนเห็นด้วยกับความคิดของฉันเกี่ยวกับตัวละคร A
ไม่ได้หมายความฉันจะมีสิทธิพิเศษกว่าใครๆในแฟนดอมนั้น
ถ้าฉันได้รับคำชม ฉันจะจำไว้เสมอว่า คำชมนั้นได้มาอย่างอิสระ ไม่ใช่เพราะกำหนดไว้
หากฉันได้รับคำวิจารณ์เชิงติ ฉันก็จะรับมันไว้และจำไว้ว่า คำวิจารณ์เชิงตินั้นได้มาอย่างอิสระเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นอย่างใด ฉันก็จะรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ
VII. ฉันรู้ว่าแฟนดอมก็คือแฟนดอม และไม่ว่าคนบางคนจะปฏิบัติอย่างไร
คนแต่ละคนมีรสนิยมแบบไหน ไม่มีผลใดๆกับชีวิตจริง
ถึงแม้ฉันจะสงวนสิทธิที่จะชอบหรือไม่ชอบใครเกี่ยวกับความเห็นของเขา
แต่ฉันจะไม่ตัดสินใครจากความเห็นของเขาในแฟนดอมเท่านั้น
เหมือนกับที่คนแต่งฟิกชายรักชายไม่จำเป็นต้องเป็นเกย์เสมอ
และคนชอบเล่น RP ไม่จำเป็นต้องใส่ตัวเองลงไปทุกครั้ง
ฉันรู้ว่าคนที่ฉันรู้จักในแฟนดอมกับคนที่ฉันอาจจะไม่รู้จักในชีวิตจริง
อาจจะเป็นคนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็เป็นได้
VIII. ฉันรู้ว่าจะมีแฟนคนอื่นที่ฉันไม่ชอบเป็นการส่วนตัว
ฉันยังรู้ด้วยว่าอาจมีคนอื่นๆที่ไม่ชอบฉันเป็นการส่วนตัวเช่นกัน
บุคคลเหล่านี้ ฉันจะไม่สนใจ และ แม้ว่าฉันจะสงวนสิทธิในการออกความเห็นเมื่ออยู่เป็นส่วนตัว
ฉันจะไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขาอย่างเปิดเผย หากพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด
IX. ฉันรู้ว่า เช่นเดียวกับที่ฉันอยู่ในแฟนดอมเพื่อความบันเทิง
คนอื่นๆในแฟนดอมก็มีเหตุผลเดียวกัน และฉันจะจดจำข้อนี้ไว้
ฉันจะไม่ทำอะไรที่ทำให้คนอื่นๆสูญเสียความบันเทิง ไม่ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยกับเขาเท่าไรก็ตาม
กรณีสิทธิในการออกความเห็นและวิจารณ์ตำหนิเป็นข้อยกเว้นในที่นี้
แต่ฉันจะไม่พยายามทำอะไรที่จะหยุดไม่ให้คนอื่นๆได้รับความบันเทิงในแบบที่เขาต้องการ
และฉันจะไม่สนใจคนที่บอกให้ฉันหยุดความบันเทิงในแบบของตัวเองเช่นกัน
X. ฉันรู้ว่า เหมือนๆกับที่คนอื่นๆเป็นคน ฉันก็เป็นคนเหมือนกัน
ไม่ว่าแฟนคนอื่นๆจะคิดเกี่ยวกับฉันที่พวกเขาเห็นในแฟนดอมยังไง
ฉันจะไม่ให้ภาพพจน์นั้นมามีส่วนกับตัวตนจรองๆของฉัน
ถ้า/เมื่อฉันมีโอกาสได้สนทนากับคนเหล่านั้นอกแฟนดอม
ถ้าพวกเขาเคารพฉัน ฉันก็จะขอบคุณพวกเขา
ถ้าพวกเขาไม่ชอบฉัน ฉันก็จะยอมรับ
แต่สิ่งเหล่านี้ฉันจะไม่ยอมให้มามีส่วนใดๆกับความเป็นเพื่อนหรือชีวิตจริงของฉันอย่างเด็ดขาด
XI. ฉันรู้ว่ายังมีหลายคนที่ไม่สนใจในแฟนดอมของฉัน
แต่ฉันจะไม่บังคับให้ใครมาเข้าแฟนดอม
ฉันจะไม่พูดถึงแฟนดอมที่คนเหล่านั้นไม่สนใจ และไม่บังคับให้พวกเขาดู อ่าน หรือโต้ตอบใดๆ
กับสิ่งที่พวกเขาไม่เห็นชอบด้วย ฉันรู้ว่าแฟนดอมเป็นสิ่งเฉพาะ
และการถูกบังคับให้ดูสิ่งที่ไม่ได้สนใจนั้นเป็นเรื่องน่าอึดอัด ดังนั้นฉันจะไม่ประพฤติเช่นนั้นกับคนอื่นๆ
XII. ฉันรู้ว่า สุดท้ายแล้ว ชีวิตจริงก็คือชีวิตจริง แฟนดอมก็คือแฟนดอม
หากแฟนดอมเริ่มที่จะมีผลกับชีวิตจริงของฉันในทางลบ
ฉันจะจดจำไว้ว่าฉันสามารถเลือกที่จะออกจากแฟนดอมนั้นได้ทุกเมื่อ
และถ้ามันมีผลเสียมากๆ ฉันก็จะเลือกที่จะไป หากฉันไม่ชอบทิศทางที่แฟนดอมนั้นๆกำลังดำเนินไป
ฉันจะจดจำไว้ว่าฉันมีตัวเลือกที่จะสร้างกลุ่มขึ้นมาใหม่ที่รวมแต่กลุ่มคนที่มีความสนใจแบบเดียวกันกับฉัน
หรือเลือกที่จะอยู่และปฏิเสธที่จะตามกระแสนั้นๆ
ฉันจะจดจำไว้ว่า แฟนดอมเป็นการแลกเปลี่ยนของเวลากับความบันเทิง
และถ้าความบันเทิงที่ได้รับไม่คุ้มค่ากับราคา ฉันก็จะจดจำไว้ว่า ฉันแค่เสียเวลาไปเท่านั้น
นอกเหนือจากนั้น ฉันจะจำไว้ว่า การอยู่ในแฟนดอม เป็นการกระทำโดยสมัครใจของฉันเอง
Credit: http://www.livejournal.com/users/grayout/63861.html
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เราไม่ได้หวังว่าทุกคนจะสามารถปฏิบัติตามหลัก 12 ข้อด้านบนได้ และไม่ได้คิดที่จะบังคับใครให้ทำตาม
แค่นำมาลงให้ได้อ่านดูเพื่อจะใช้เป็นแนวทางเท่านั้นนะคะ ส่วนอีกเรื่องที่อยากจะพูดก็คือข้อ 5 ค่ะ...
การปั่นกระทู้ จริงๆไอ้เรื่องปั่นกระทู้นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับที่ร่ายยาวมาทั้งหมดหรอกค่ะ
แต่ไหนๆก็ไหนๆพูดแล้ว ในฐานะที่เราเองก็ดำรงตำแหน่งเป็น moderator ของบอร์ดแห่งหนึ่งอยู่
และเรื่องปั่นกระทู้ก็เป็นเรื่องนอกจากการลบ spam ที่ชวนให้ปวดหัวได้อยู่เหมือนกัน
สาเหตุการปั่นกระทู้หลักๆที่เราสรุปเองเป็นไปได้ 3 กรณีค่ะ
1. ในกรณีที่บอร์ดมี ranking คนปั่นกระทู้จะทำการปั่นเพื่อให้ได้ rank สูงๆ
2. กรณีปั่นกระทู้ตัวเองเพื่อให้ดูเหมือนมีคนเข้ามาในกระทู้มาก
3. กรณีปั่นกระทู้เก่าๆขึ้นมาเพื่อจงใจทับกระทู้ใหม่
ในกรณีที่ 1 และ 3 มีผลเหมือนกันคือ ทำให้กระทู้อื่น(ที่อาจเพิ่งได้รับการโพสต์ใหม่)ตกลงไปข้างล่าง
ทำให้ผู้อ่านไม่ได้รับสารที่ต้องการ เชื่อเถอะค่ะ กรณีนี้เหมือนเล็กๆ
แต่เราเคยต้องปวดหัวกับกระทู้เก่าเก็บค้างปีที่ถูกขุดขึ้นมา
ทับกระทู้ใหม่ที่น่าสนใจหรือเป็นเรื่องเร่งด่วนมาแล้ว
จึงอยากขอความกรุณามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ อย่าปั่นกระทู้เลยค่ะ
ส่วนข้อ 2 นั้น...จริงๆแล้วอาจไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
แต่ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเป็นการทำให้เปลืองพื้นที่โดยใช่เหตุและส่วนหนึ่งก็เป็นการเสียมารยาทมากๆด้วย
ยกเว้นในกรณีที่ความเห็นหนึ่งยาวเกินไปจนต้องเพิ่มอีกหนึ่งความเห็น(และต่อๆไป)จริงๆ
โพสต์ครั้งหนึ่งก็ใช้แค่ความเห็นเดียวเถอะค่ะ
ส่วนเรื่องสุดท้าย...เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายท่านไม่อยากจะพูด(หรือไม่กล้าพูด)
แต่จริงๆแล้วแอบมีอะไรลึกๆในใจ...นั่นก็คือเรื่อง...
การคอมเมนต์ จริงๆแล้วนี่ก็เป็นเรื่องเก่าค่ะ เก่ามากแต่ก็มีคนบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้เรื่อยๆเสมอมา
จะขอยกกรณีที่บอร์ด alptraum ที่ริกซังเคยยกขึ้นมากล่าวใน กระทู้นี้ นะคะ
จนถึงปัจจุบันก็ยังอยากจะยืนยันคำเดิมที่ตอบไว้ในกระทู้
'พวกเรานักเขียนแต่งๆกันเนี่ย ก็เพื่อความบันเทิงส่วนตัวที่ให้ส่วนรวมได้มามีส่วนร่วมด้วยนะคะ
ไม่ได้มีเจตนาทำเพื่อเผยแพร่ให้คนอ่านอ่านโดยเฉพาะ เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อค่าตอบแทน
แต่ทำเพื่อความสนุก รักอะไร ชอบอะไร มันก็ไม่ผิด
แต่น่าจะให้เกียรติเจ้าของความคิดเขาบ้าง อยากให้มีความเกรงใจกันสักนิด
เพราะว่านักเขียนไม่ได้มีชีวิตอยู่แต่ในโลกไซเบอร์ที่ไม่เห็นหน้าค่าตา พวกเราเป็นคนค่ะ
มีชีวิตประจำวันที่ต้องดำเนินไปและมีภารกิจหน้าที่ที่ต้องกระทำ ไม่ได้มีอาชีพเป็นนักเขียนจริงๆ
พวกเราแค่ทำกันเป็น "งานอดิเรก" เท่านั้น'
แต่ก็อยากจะเพิ่มเติมว่า...จริงค่ะที่พวกเรานักเขียนเขียนเพื่อความสนุก
(แม้ว่าบางทีจะแอบหมดไฟ เพราะปลงตกกับอะไรหลายๆอย่างไปแล้ว)
แต่อยากจะพูดแทนนักเขียนหลายๆท่านรวมทั้งเพื่อนๆที่เคยลงความเห็นไว้ในกระทู้ด้านบนนะคะว่า...
ถึงจะพยายามพูดให้สวยหรูว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
แต่เราว่านักแต่งฟิกทุกคนก็อยากให้คนชื่นชมผลงานกันทั้งนั้น
ดังนั้นถ้าท่านเข้ามาอ่าน ท่านก็อ่านผลงานที่นักแต่งฟิกได้ใช้เวลา
ใช้มันสมองและความคิดบรรจงขีดเขียนเติมแต่งมันลงไป
หากท่านอ่านแล้วชอบก็ทิ้งคอมเมนต์ไว้ให้กำลังใจคนแต่งบ้างเถอะค่ะ
เจ้าของบลอกเคยเห็นหลายๆคนใช้วิธีส่งหลังไมค์ทำการดักผี ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ
จนกระทั่ง...เกิดอุตริอยากลองกับเขาบ้าง พอลองทำดู...
โอ้โห...มีหน้าแปลกๆโผล่มาเยอะอย่างน่าตกใจ เราเชื่อแล้วค่ะว่า...
โลกไซเบอร์ก็เฮี้ยนได้...
จริงๆแล้วเรื่องคอมเมนต์ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับกันค่ะ เป็นเรื่องที่ให้กันตามความสมัครใจ
และเราก็ยอมรับในสิทธิเสรีตรงนั้น
(แต่เชื่อเถอะค่ะ ไม่ว่าใครๆก็อยากได้คอมเมนต์เยอะๆกันทั้งนั้น)
อย่างไรก็ดี บางครั้งคอมเมนต์น้อยๆแค่ 2-3 คอมเมนต์แต่เป็นคอมเมนต์ที่อ่านแล้วชวนชื่นใจ
อ่านแล้วทำให้ยิ้มได้ มันก็เพียงพอแล้วจริงๆนะคะ เพราะถึงจะมีคนคอมเมนต์น้อย
แต่เราเชื่อว่านักแต่งฟิกหลายท่านค่ะที่
ถึงจะได้คอมเมนต์น้อยๆ แต่มีคนอ่านและชอบจริงๆผู้แต่งก็ปลื้มใจแล้ว...
ดีกว่ามีคนเมนต์เยอะแต่สักแต่เมนต์ อ่านรึเปล่าก็ไม่รู้หรอก
เพราะไม่ว่ายังไงคนแต่งก็รับคอมเมนต์ติชมเพื่อพัฒนาและปรับปรุงค่ะ
ดังนั้นเราจึงไม่เห็นว่าการบังคับคนให้คอมเมนต์ในสิ่งที่เขาไม่ชอบเป็นประโยชน์แต่อย่างใดนะคะ
ตามตื๊อไปมีแต่จะทำให้รำคาญและหมางใจกันไปเปล่าๆ
ที่สำคัญการคอมเมนต์ก็เหมือนอย่างที่ได้กล่าวไว้ด้านบนคือควรทำด้วยความสุภาพ
และให้เกียรติกันในขอบข่ายที่สมควรด้วยค่ะ
ก็...ที่คิดว่าจะเขียนนิดเดียวก็ยาวเสียจนพอเหลือบมองด้านบนแล้วก็ชวนให้ตกใจ
ขอย้ำอีกครั้งนะคะ
ที่ร่ายยาวมานี่ไม่ได้เกิดแต่ความบาดหมางส่วนตัวหรือมีเรื่องเครียดอะไร
หรือหมั่นไส้แฟนดอมไหนนะคะ แต่คิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว
เขียนๆมันลงไปเป็นอนุสรณ์สาระในบลอกเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน (ฮา)
เพราะฉะนั้น...สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามา...ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ
ยังรักทุกคนเหมือนเดิมและยังชิวชีวิต(แม้ว่าพรุ่งนี้จะมีสัมภาษณ์เรียนต่อปริญญาโท)ค่ะ แหะๆ ^^;;
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทเทศนายาวเหยียดชวนหาวของเรานะคะ
สำหรับวันนี้...สวัสดีค่ะ m(_ _)m
--จากใจนักแต่งฟิกคนหนึ่ง
และเห็นด้วยกับกาคอมเม้นท์มากๆ ค่ะ!!แต่ก่อนไม่ได้มาเป็นักแต่งฟิคก็ไม่ได้ยึดติดอะไร.. เมนท์มั้งไม่เม้นท์มั้ง.. แต่พอมาเป็นนักแต่งฟิคสมัครเล่นคนหนึ่งแล้วถึงเข้าใจค่ะ... คอมเม้นท์เป็นทั้งกำลังใจ...และการต่อยอด..และอะไรหลายๆ อย่างระหว่างคนเขียนและคนอ่าน...
ฉะนั้น..
ถ้าท่านใดเจียดเวลาอ่านฟิคใด..หรือผลงานเขียนใดๆ ที่ชอบเเล้วก็ขอเวลาอีกสักนิดเม้นท์ให้เป็นกำลังใจหน่อยเถอะค่ะ
#1 By Lina on 2008-07-14 17:40