[GIFT FIC] [KHR] [Dr59] La Melodia di Chiamata - HBD 59/Asana-sama
posted on 09 Sep 2008 11:19 by hiyuura in Gift-Request++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: La Melodia di Chiamata
Pairing: Dr.Shamal/Gokudera Hayato
Rating: PG
Warning: BL, mild shota-con/oji-con(?)
Prompt: Dr59, ฟิกที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนกอด
Requested by: asana-sama
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เคยมีสีส้มตัวอ้วนใหญ่ชอบมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวหน้าต่างปราสาท
แมวตัวอ้วนที่ดูปราดเปรียวผิดกับรูปร่างที่มีลูกนัยน์ตาแสนสุกใส...
แมวตัวเขื่องที่ชอบแวะมาเยี่ยมเยียนราวกับปราสาทแห่งนี้เป็นบ้านหลังหนึ่งของมัน
La Melodia di Chiamata
Happy Birthday Gokudera Hayato/Asana-sama
จำได้ว่า...สมัยเด็ก...มีแมวแก่ๆตัวหนึ่ง...พุงพลุ้ยอ้วนพีชอบมาเดินเล่น...สี่ขาเรียวเล็กผิดกับพุงพลุ้ยๆพามันก้าวอย่างปราดเปรียวไปตามกำแพงและหน้าต่างปราสาท...เจ้าแมวสีส้มที่แก่จนหนวดกลายเป็นสีขาว...กระโดดจับนกไวว่องราวกับอายุไม่เคยเป็นอุปสรรคของมัน
พ่อของเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ แต่ฮายาโตะมักจะแอบเอาอาหารไปวางไว้แถวหน้าต่างทุกครั้ง...รอคอยว่าเมื่อไหร่เจ้าตัวใหญ่จะแวะเวียนมา...ดีใจ...ที่ช่วยให้เจ้าแมวแก่ๆตัวนี้อิ่มจนพุงที่พลุ้ยอยู่แล้วแทบจะปลิ้นลากพื้นได้ทุกครั้งที่มันมาพบอาหาร และ...ผิดหวัง...ทุกครั้งที่เจ้าแมวแก่ตัวสีส้มตัดสินใจไปทานมื้อเย็นที่อื่น
เขาไม่ได้เลี้ยงมัน...แต่ทุกครั้งที่มันแวะเวียนมา ขนปุยๆกับแก้มป่องๆนิ่มๆและหนวดยาวๆที่ชวนให้จั๊กจี้ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นได้ทุกครั้ง...เขา...ที่ไม่เคยมีเพื่อนในวัยเดียวกัน นอกจากพี่สาวที่เขาไม่ค่อยอยากจะเข้าหน้า...เขารักเจ้าเหมียวตัวนี้เหมือนกับมันเป็นเพื่อนยากมากกว่าแค่แมวจรจัดตัวนึง
เพราะอย่างนั้น...วันใดที่เจ้าแมวตัวส้มไม่มา...เขาจึงได้รู้สึกเหงา...และอาจจะหงุดหงิดเล็กๆ
เพราะอย่างนั้น...ตอนที่เขารู้วิธีว่าจะเรียกเจ้าแมวอ้วนส้มตัวนี้มา...ได้อย่างไร...เขาถึงได้ดีใจ...เป็นที่สุด
เจ้าแมวตัวเขื่องสีส้มที่แก่จนหนวดยาวๆเปลี่ยนเป็นสีขาว...เจ้าแมวอ้วนตัวนั้น...มันชอบเสียงเพลงเป็นที่สุด
เมื่อใดที่เขาจรดปลายนิ้วลงบนคีย์บอร์ดสีดำสลับขาว...เมื่อใด...ที่ปลายนิ้วของเขาขยับเล่น...รังสรรค์บทเพลงจากเพลงที่ง่ายที่สุด...เขาจะเห็น...หนวดหรอมแหรมสีขาวโพลนโผล่มาจากริมหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้...และเมื่อเล่นเพลงต่อไปที่ยากขึ้นจากบทแรกสุด...เจ้าอ้วนพุงพลุ้ยก็จะก้าวทอดน่องเข้ามา...และเมื่อเขาเล่นต่อไป...มันก็จะเดินเข้ามาใกล้ๆ...แล้วสุดท้าย...ก็จะล้มตัวลงนอนแหมะอยู่ที่เท้าของเขา เอาหน้าที่เต็มไปด้วยขนซุกไซร้ด้วยความรักเบาๆ ก่อนจะนอนฟังเพลงที่ยากที่สุด หากแต่ไพเราะที่สุด...หลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์...
แล้วทุกวัน...ฮายาโตะก็จะเล่นเพลง...เพื่อรอให้เจ้าแมวอ้วนมา
เจ้าแมวสีส้มที่มีดวงตาสุกสกาว...เขารักที่จะจ้องตาวาวๆของมันนิ่งๆ ก่อนที่มันจะเอาหัวปุกปุยมาถูกับมือและแขนของเขา
ฮายาโตะเล่นเพลงทุกวัน...แล้วเจ้าแมวตัวเขื่องก็แวะเวียนมาหาเขาทุกวันโดยไม่ต้องรออาหาร...มันมานอนฟังเพลง...เคล้าแข้งเคล้าขาเขาเล่น...กินอาหารจนอิ่ม...ร้องเหมียวๆอย่างสบายอารมณ์แล้วก็เดินนวยนาดจากไป...
เพียงเพื่อจะได้กลับมาหาเขาใหม่ในวันต่อมา
ฮายาโตะมีความสุข...และเขาก็คิดว่าเจ้าแมวตัวเขื่องมีความสุข...
จนกระทั่งวันหนึ่ง...เจ้าแมวก็เลิกมา
ไม่ว่าจะเรียกสักเท่าไร...เล่นเพลงที่มันรักที่จะนอนแผ่ฟังบ่อยครั้งสักแค่ไหน...เจ้าเหมียวก็ไม่มา...
จานข้าวที่เอาไปวาง...อาหารที่อยู่ในจาน...ไม่เคยลดลง
เจ้าเหมียว...ไม่มาอีกแล้ว...ทั้งๆที่ใกล้จะถึงวันเกิดของเขา...
มันไม่มา...เพราะมันไม่อาจมาหาเขาได้...เจ้าแมวแก่ที่มีนัยน์ตาสุกใสที่เขารัก และมีขนสีส้มที่ฟูนุ่มตัวนั้น...มันนอนนิ่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆบานหน้าต่างที่มันชอบมาป้วนเปี้ยน...นอนนิ่งสนิทไม่ไหวติง...
เจ้าแมวสีส้มตัวเขื่องมันตายแล้ว...มันทิ้งเขาไป
ไม่ว่าจะเล่นเพลงที่มันชอบบ่อยสักแค่ไหน...มันก็จะไม่มาหาเขาอีก
“อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ฮายาโตะ คนเก่งของแม่...”
เคย...มีผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่มีน้ำเสียงที่อบอุ่นและไพเราะอ่อนโยนที่สุดพูดกับเขา
“เจ้าเหมียวน่ะแก่แล้ว มันไปสบายแล้วล่ะ ฮายาโตะต้องเข้มแข็งนะ ลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ ถ้าฮายาโตะร้องไห้เจ้าเหมียวคงไม่ดีใจหรอก ยิ้มเอาไว้นะ...”
ผู้หญิงที่เขาเรียกว่า ‘แม่’ ที่เขาแทบจะไม่ได้พบหน้า...
“อย่าเพิ่งเลิกเล่นเปียโนสิ ฮายาโตะน่ะ มีความสามารถนะ เอายังงี้ดีไหม...ถึงเจ้าเหมียวจะมาหาฮายาโตะไม่ได้ แต่ถ้าฮายาโตะหัดเล่นเปียโนให้เก่งๆ...ปีหน้าแม่จะมาหาฮายาโตะอีก...ดีไหมจ๊ะ”
แม่...ที่ปีหนึ่งๆ...เขาจะได้พบแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น...
“สัญญานะครับ”
แม่...ผู้หญิงที่เขารักที่สุด...
“อื้อ...สัญญาเลย”
คำสัญญากับรอยยิ้มของแม่...ทำให้เขายิ้มได้...
ฮายาโตะกับแม่ช่วยกันทำสุสานให้เจ้าแมวแก่...สุสานแบบง่ายๆที่คนสองคนช่วยกันขุด แต่ก็ดูจะเป็นที่พักที่สงบตลอดกาล...ของเพื่อนที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง...
สุสานมือขุด...กับดอกไม้สำหรับไว้อาลัยที่ร้อยเป็นพวงเล็กๆ...วางไว้เป็นอนุสรณ์สำหรับมัน...
ฮายาโตะไม่เคยลืมคำสัญญาของแม่...เขาเฝ้าซ้อมดีดเปียโนทุกวัน...ความสามารถที่แม้แต่คนเป็นพ่อที่ไม่สนิทกันนักก็ภาคภูมิ...เพียงเพื่อรอ...ที่จะอวดฝีมือให้กับแม่ที่เขารัก
หนึ่งปีเวียนไปจนครบ...และวันเกิดของฮายาโตะก็มาถึง...
แต่แม่...ไม่มา...
แม่ผิดสัญญา...เพราะไม่อาจจะรักษาสัญญาได้...แม้ว่าจะอยากรักษาสักแค่ไหน...อยากพบหน้าลูกชายที่รักสักเพียงไร...เพียงเพราะแม่...ไม่สามารถมาพบหน้าลูกชายที่เธอรักได้...
รถของเธอเสียหลักตกเขา...มืออบอุ่นที่เคยเกี่ยวก้อยสัญญายังคงกอดของขวัญที่จะมอบให้ลูกชายคนเก่งเอาไว้แน่น...
เธอมาพบฮายาโตะไม่ได้...เหมือนกับที่เจ้าเหมียวมาพบฮายาโตะไม่ได้
เธอจากไปแล้ว...อย่างไม่มีวันกลับ และไม่ว่าฮายาโตะจะไปเยี่ยมเยียนที่อันเป็นดังสุสานของเธอสักกี่ครั้ง ริมฝีปากของเขาก็ไม่มีรอยยิ้ม...เหมือนกับที่เขายิ้มได้ตอนที่ทำสุสานมือขุด...
เพลงที่เขาเล่น...เรียกใครมาไม่ได้...อีกแล้ว...
ฮายาโตะเลิกเล่นเปียโน...เพราะถึงเล่นไป...เพลงที่เขาเล่น...ก็ไม่มีใครฟัง...ถึงจะมี...แต่คนที่ฟัง...ก็ไม่อาจสร้างรอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาได้...
ห้องโถงที่มีเปียโนที่เขาเคยรักตัวนั้น...จึงได้เงียบหงอย...หงอยเหงา...เพียงเพราะที่ขอบหน้าต่างจะไม่มีเงาของเจ้าแมวตัวเขื่อง...และบนคีย์บอร์ดสีดำสลับขาวของมัน...จะไม่มีมือของผู้เป็นมารดาที่ขยับดีดเล่น...ไม่มีรอยยิ้มที่แสนหวานและอบอุ่นอ่อนโยนนั้น...
ฮายาโตะเลิกดีดเปียโน...จนกระทั่ง...หนึ่งปีได้เวียนไป...
วันเกิดของเขาที่ไม่มีเสียงเปียโน...วันเกิด...ที่ไม่มีคนที่รอคอย...
ถึงจะมีเค้ก...มันก็ไม่อร่อย...ถึงจะเป่าเทียนอธิษฐาน...สิ่งที่ปรารถนาก็ไม่มีวันเป็นจริงได้...
“มาอยู่ที่นี่เองเรอะ ฮายาโตะ รู้ไหม คนอื่นๆเขาหานายกันให้ควั่กเชียวล่ะ”
เสียงหนึ่งที่ไม่ใช่เสียงหวีดหวิวของสายลมดังขึ้นท่ามกลางความอ้างว้างของสุสานมือขุด ฮายาโตะเงยหน้าขึ้น...
“...ชามาลเองเหรอ”
เด็กชายเอ่ยเงียบๆ นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าของคุณหมอที่คุ้นเคยดีแต่เพียงชั่วครู่ ก่อนนัยน์ตาคู่นั้นจะหรุบลง จ้องมองแต่เพียงดอกหญ้าที่ขึ้นอยู่บนเนินสุสานเล็กๆเท่านั้น หากแต่...
“โอ๊ย!!!”
มือใหญ่กดลงบนหัวเล็กๆของเด็กชาย ตามมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังคล้ายเหลืออดแกมหมั่นไส้เต็มที
“ไม่ใช่ ‘ชามาลเองเหรอ’ ต้อง ‘สวัสดีครับ’ สิ! หนอย ให้มันน้อยๆหน่อย เจ้าเด็กนี่! ลูกผู้ชายเขาไม่ทำตัวอมทุกข์กันหรอก เสียเชิงชายหมด แล้วแบบนี้สาวที่ไหนจะมาหลง หือ!!!”
มือใหญ่ทั้งกดทั้งขยี้หัวเล็กๆจนฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงด้วยความมันเขี้ยว
“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย ไอ้เจ้าหมอบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!” เด็กชายร้อง มือเล็กๆพลันขยับขึ้นข่วนมือใหญ่ด้วยอารามเหมือนลูกแมวพยายามป้องกันตัว พอคว้ามือใหญ่ได้ก็ดึงมางับเข้าเต็มๆ
“โอ๊ยยยย!!!”
คราวนี้คุณหมอเป็นฝ่ายดึงมือหนีบ้าง เห็นตัวแค่นี้แต่กัดเจ็บแทบน้ำตาเล็ด ชามาลสะบัดมือที่เห็นรอยเจ้าเด็กแสบกัด...ชะรอย...เย็นนี้พรุ่งนี้มันคงขึ้นเป็นรอยเขียวช้ำเป็นแน่
นัยน์ตาสีมรกตลอบชำเลืองมาทางคนโดนกัด คล้ายๆว่าจะถึงเคืองแต่ก็เริ่มจะเป็นห่วงด้วยเล็กๆ แต่เด็กชายก็รั้นเกินกว่าจะเอ่ยปากว่า...ขอโทษ
“!?”
อะไรบางอย่างถูกยื่นใส่หน้าคนลอบมองแทนที่
“ถ้ามีแรงโวยวายได้ขนาดนี้ คงยังไม่ได้เป็นโรคซึมเซาสินะ”
นัยน์ตาสีแมกไม้มองกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญสีแดงสด
“นี่คือ...”
“เปิดสิ” คนตัวโตกว่าพูด พลางกระแอมเบาๆ “คงยังไม่ลืมวันเกิดตัวเองหรอกนะ”
เสียงแกะห่อของขวัญดังกรอบแกรบ กระดาษห่อของขวัญสีสวยที่ห่อหุ้มถูกแกะออกอย่างช้าๆ เหลือเอาไว้แต่เพียงกล่องกระดาษสีขาวสะอาดตา...มือเล็กๆค่อยๆเปิดฝากล่องปริศนานั้นออกดูของที่อยู่ข้างใน...
นี่...เป็นกล่องของขวัญกล่องแรกที่เขาเปิด...และอาจจะเป็นกล่องเดียวที่เขาเปิดในรอบปีนั้น...
ของที่อยู่ภายใน...
ตุ๊กตาแมวตัวกลมสีส้มกำลังทำหน้ายิ้มทะเล้น...หูของมัน...สวมเฮดโฟน...
“แมว...เฮดโฟน?”
ชามาลอดที่จะยิ้มน้อยๆไม่ได้ “ใช่ แมวเฮดโฟน ก็เห็นว่าชอบแมวนักนี่ เอาไอ้เจ้าตัวนี้ไว้ รับรอง มันไม่แก่ ไม่ตาย ไม่หนีหายไปไหนแน่นอน”
นัยน์ตากลมโตจ้องมองเจ้าแมวหน้ายิ้มตัวนั้น...ก่อนสองมือเล็กๆจะค่อยๆอุ้มมันขึ้นมา
นุ่ม...
ความรู้สึกแรกที่ขนฟูๆของเจ้าตุ๊กตาแมวยัดนุ่นสัมผัสอุ้งมือคือความนุ่มนิ่มที่ไม่ต่างจากแมวจริงๆ...นุ่ม...แล้วก็อุ่น...มาก...
อย่างไม่ทันรู้ตัว...สองแขนเล็กอุ้มเอาเจ้าตุ๊กตาแมวเฮดโฟนมากอดเอาไว้แนบอก รู้สึกได้ถึงความนุ่มและความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากปุยขนสีส้มของมัน...
จะว่าไป...เขาไม่ได้กอดใคร...หรือรู้สึกว่าถูกกอด...มานานแล้วสินะ...
เด็กชายกอดตุ๊กตาแมวเอาไว้แน่น...พอรู้สึกตัวอีกที...ก็โดนคนอายุมากกว่าอมยิ้มมองด้วยสายตาที่เหมือนจะทิ่มแทงเขาเล็กๆว่า ‘นี่...แค่ตุ๊กตาตัวเดียวเองนะ เอาใจง่ายยังกะเด็กผู้หญิงเลยแฮะ’
ฮายาโตะปูดแก้ม...แต่ก็จนด้วยถ้อยคำจะพูดอะไร เวลาถูกกอดหรือได้กอดใคร...มันอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด...อบอุ่น...จนเรียกให้เบ้าตาทั้งสองมันร้อนผ่าวไปหมด...เด็กชายเม้มริมฝีปากแน่น...เขาจะไม่ร้องไห้...ไม่อยากร้องไห้ให้คนตรงหน้าแซวเขาเล่นอีก
“…แผลที่โดนกัด...เจ็บมากรึเปล่า”
ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ แต่แค่อยากจะพูดอะไรที่ดูเป็นลูกผู้ชาย กล้าทำกล้ารับบ้าง...ก็แค่นั้น
ชามาลหัวเราะ มือใหญ่ขยี้เรือนผมสีเงินของเด็กหนุ่มเล่นอย่างเอ็นดู
“ลูกผู้ชายน่ะ เจ็บแค่นี้...งั้นๆแหละ”
…
“นี่...ชามาล...”
“อะไรอีกล่ะ”
“ทำไมแมวมันถึงสวมเฮดโฟนล่ะ”
“เอ้อ...ก็...ก็แมวมันชอบฟังเพลงละมั้ง...เพราะใครบางคนแถวนี้ไม่ยอมเล่นเปียโน...แมวมันก็เลยต้องหาอย่างอื่นฟัง”
…
มือบางวางลงบนคีย์บอร์ดสีดำสลับขาว เปียโนคนละตัวกัน แต่ก็รังสรรค์บทเพลงเดียวกัน...บทเพลงที่แม่ของเขาเคยสอน...บทเพลงที่เจ้าแมวเหมียวสีส้มตัวเขื่องมันรัก...บทเพลงที่เขาเล่นให้กับสิ่งที่มองไม่เห็น...บางทีอาจจะเป็นวิญญาณของคน...และแมวพเนจรที่เขารักฟัง...
เพลงที่ไม่จำเป็นต้องรอให้มีคนมาปรบมือให้...และเพลง...ที่ไม่เรียก...เพื่อนหรือคนผู้ใดให้มาหา...
เขาก็แค่เล่น...เพราะอยากจะเล่น...ดีดมัน...เพราะไม่อยากจะลืม...เรื่องมันก็ง่ายๆ...แค่นั้น...
ไม่ได้เล่น...เพื่อเรียกร้องสิ่งใด...ไม่ได้ดีด...เพราะรอคอยผู้ใด...
เขายังจำได้ดี...ในหูเฮดโฟนของเจ้าแมวตัวส้ม...มีกระดาษแผ่นเล็กๆเขียนข้อความบางอย่างที่ชวนให้หงุดหงิดซ่อนเอาไว้...เขาบังเอิญพบมัน ตอนที่นึกพิเรนทร์อยากจะดึงหูฟังของเจ้าเหมียวออก...หวังลมๆแล้งๆว่ามันจะยอมฟังเพลงของเขาบ้างสักครั้ง...
กระดาษที่มีข้อความชวนหงุดหงิดที่เขาไม่ได้อยากจะจำ...
แต่กลับจำได้...ไม่ลืมเลือน...
“นึกว่าใคร...เจ้าฮายาโตะนี่เอง...ถึงว่าเพลงมันฟังดูคุ้นหูดีชะมัด...มาเล่นเปียโนบ้านคนอื่นแบบนี้ ใครสั่งใครสอนให้แกเป็นคนไม่มีมารยาทเนี่ย”
มือบางยกจากแป้นคีย์บอร์ดที่เล่น...นัยน์ตาสีเขียวมรกตหันไปจับจ้องที่ร่างของนายแพทย์วัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาว
“เปียโนตัวนี้มันไม่ได้มีป้ายแปะเอาไว้นี่ว่า ‘ห้ามโกคุเดระ ฮายาโตะ เล่น’” ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง พลางย่นจมูก “เหม็นเหล้าเป็นบ้า”
“เหอะ เหล้าขวดนี้มันก็ไม่มีป้ายแปะเอาไว้นี่ว่า ‘ห้ามดร.ชามาลสุดหล่อดื่ม’” ชามาลย้อน ใบหน้าแดงก่ำไปหมดเพราะพิษสุรา หากแต่สายตาของเขากลับหาใช่คนที่กำลังเมามายไม่...
มันเฉียบคมและรู้ดีเสียยิ่งกว่าอะไร
“ที่แกถ่อมาหาฉันถึงนี่ มีปัญหาอะไรอีกละสิ หือม์”
เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วน้อยๆ นัยเนตรสีมรกตเป็นประกายมุ่งมั่น...
“ชามาล...”
อะไรบางอย่างถูกโยนใส่มือของชายหนุ่ม
มันคือไดนาไมต์ที่ยังไม่ได้จุด...
“ช่วยสอนวิธีการต่อสู้เพิ่มให้ฉันได้ไหม”
ไม่ได้คิดจะขอร้อง...ก็แค่บอกกล่าว...ประโยคบอกเล่าธรรมดาๆที่แค่อยากพูดให้คนตรงหน้าได้ยิน...
ลูกแมวตัวน้อยที่ได้แต่ร้องง้องแง้ง...ตอนนี้กลับมีเขี้ยวเล็บที่พร้อมจะปกป้องดูแลสิ่งที่ตนรัก...
“…เหอะ นึกว่าเรื่องอะไร...บอกไว้ก่อน ฉันไม่รักษาผู้ชาย ถ้าเจ็บตัวมาอย่ามางอแงละกัน”
เพียงเพราะ...ไม่อยาก...ที่จะแพ้...
ที่ห้องนอนของโกคุเดระ ฮายาโตะ...หลบซ่อนจากทุกสายตาราวกับผู้เป็นเจ้าของกลัวว่ามันจะถูกพบเห็น...ยังมีตุ๊กตาแมวสีส้มตัวหนึ่ง...ใบหน้าของมันยิ้มทะเล้นระรื่นราวกับกำลังมีความสุข...ความสุขที่ได้จากเสียงเพลงที่มันได้ฟังจากในหู...หู...ของเฮดโฟนอันใหญ่...ที่เคยซ่อนกระดาษที่มีข้อความอะไรบางอย่าง...
กระดาษ...ที่บัดนี้กางแผ่หราเอาไว้ราวกับเพิ่งถูกดึงออกมาอ่าน...
ไง...ฮายาโตะ...ตอนที่เจอข้อความนี่...ฉันคงจะไม่อยู่ที่อิตาลีแล้ว...ชีวิตคนเรามันก็มีขึ้นมีลง...เป็นเรื่องธรรมดา...ไอ้ฉันน่ะ...ขอแค่ให้มีที่ที่อยู่ได้กับสาวๆสวยๆให้เหล่ก็มีความสุขแล้ว...ฉันจะไม่บอกว่าลาก่อนหรอกนะ...เพราะคนอย่างฉันน่ะ มันไม่ตายง่ายๆหรอก ถึงจะมีใครบางคนแช่งชักหักกระดูกอยู่ทุกวี่ทุกวันก็เหอะ...แล้วฉัน...ก็จะไม่บอกเหมือนกันว่าเวลานายเหงาหรือว่าเศร้า...ฉันจะมาหานาย...ลูกผู้ชายน่ะ มันต้องเข้มแข็งสิ ฉันน่ะใจอ่อนกับน้ำตาสาวงาม แต่กับผู้ชายน่ะ มันคนละเรื่อง...
นายเอง...สักวันก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ควรจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้แล้ว...จะเอาแต่พึ่งพาชาวบ้าน...มันไม่ไหวหรอกนะ ถ้ามีปัญหา...ก็ต้องใช้สมองแก้ ไม่ใช่เอาแต่ร้องไห้...บางอย่างที่มันแก้ไขไม่ได้...ก็ต้องกัดฟันทนมันไป แล้วนายจะเข้าใจ...ว่าโลกของผู้ใหญ่น่ะมันไม่เหมือนกับโลกของเด็ก ถ้ามีปัญหานัก...ฉันจะไม่มานายหรอกนะ แต่...เอ้อ...พูดแล้วเลี่ยนแปลกๆ แต่นายมาหาฉันได้เสมอนะ...นั่น...ก็...ถ้านายหาตัวฉันเจอนะ สุดท้ายนี้...รักษาสุขภาพด้วยก็แล้วกัน เพราะฉันไม่อยากจ่ายเงินค่าทำศพเด็กที่เคยรู้จักกัน หรือกลับมารักษาผู้ชายหรอกนะ
หวังว่า...คงได้เจอกันสักวัน...หรือไม่ต้องเจอเลยก็ได้...อย่าร้องไห้ก็แล้วกัน ฮายาโตะ...เจ้าเด็กขี้แย
--ชามาล
Fin
แถมอีกนิด...
[Omake]
“ที่แกถ่อมาหาฉันถึงนี่ มีปัญหาอะไรอีกละสิ หือม์”
เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วน้อยๆ นัยเนตรสีมรกตเป็นประกายมุ่งมั่น...
“ชามาล...”
อะไรบางอย่างถูกโยนใส่มือของชายหนุ่ม
มันคือไดนาไมต์ที่ยังไม่ได้จุด...
.......................ซะเมื่อไหร่เล่า!!!
“เออ มีปัญหาแน่สิ ไอ้แก่หลายใจ หนอยย ไม่รักษาผู้ชาย พูดได้ดีนี่ กะนอกใจใช่ไหมล่ะ ตายซะเถอะ!!!”
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
แล้วไดนาไมต์...ก็ระเบิด...เปลวไฟส่งประกายวิญญาณลุง...งดงาม...ดุจดอกไม้ไฟ... (ฮา)
...
สำหรับ omake ข้างล่าง ถ้าทำให้หมดซึ้งต้องขออภัยอย่างสูงนะคะ
แต่เขียนฉากนั้นแล้ว...อดไม่ได้จริงๆ แล้วมือมันก็พาไป 555+
ยังไงก็...สุขสันต์วันเกิดฮายาโตะคุงและท่านอาซานะนะคะ เกิดวันเดียวกันเลย~ >w<
ขอสารภาพว่า...เขียนเรื่องนี้นานมาก แล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจเอาซะเลย
เพราะว่าเป็นคู่แล้วก็แนวที่ไม่ค่อยถนัด แต่อย่างน้อยๆ...
ก็หวังว่าฟิกนี้จะถูกใจ...ไม่มากก็น้อยนะคะ แหะๆ ^^;;
สุดท้าย...แปะรูป เพราะเดี๋ยวฮายาโตะคุงจะหาว่าลำเอียงน้อยหน้าสับปะรด XP
(แต่เพราะเป็นวันเกิดท่านอาซานะด้วยเลยลงเป็น Dr59 ละกันเนอะ ^^'')
Credit: APPLE BOMB
Happy Birthday Gokudera Hayato/Asana-sama
9/9/08
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ซาบซึ้ง TTvTT เป็นดร.59ที่น่ารักมากๆเลยค่ะ
ชามาล...แหม กับสาวๆน่ะมือไวจะแย่ แต่พอกับเด็กน้อยแล้วขี้อาย ไม่กล้าพูดตรงๆ ต้องแอบเอาจดหมายไปซุกไว้ในเฮดโฟนเจ้าเหมียวนะ หุๆ ลุงเขินน่ารักเป็นบ้าค่ะท่าน 55
แอบสะดุ้งกับ "แมวสีส้มแก่ๆ" ท่านไม่ได้กำลังหมายถึงเราใช่ไหม??(ฮา)
แอบนึกถึงน้องกาก้าด้วยล่ะท่าน (กาก้าน่ากอดค่ะ อรั๊ง)
น้ำตาซึมตอนคุณแม่ไม่มาตามสัญญา
"แมว...เฮดโฟน" ขำจะเป็นจะตายเลยล่ะท่าน โกคุเหมือนลูกแมวดุๆ มีขู่ฟ่อ ข่วนและงับ จบได้น่ารักค่ะ เด็กขี้แงคงไม่ร้องแล้วล่ะ
ว่าแต่เจ้าของแถมเนี่ย...เราว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่นะท่าน กร๊ากกกก
ขอบคุณอีกทีค่ะ
#1 By Asana Fay on 2008-09-09 13:15