[NURARIHYON NO MAGO FIC] Tsukumogami no Uta

posted on 28 Sep 2008 15:19 by hiyuura  in Fanfiction

วันนี้นั่งอ่านสปอยนูระหลานก๋ง  Nurarihyon no Mago เพลิน

เพราะที่ onemanga เอามาลงเสียสองตอนรวด

(หลังจากที่ดองให้เราลงแดงเล่นมาหนึ่งอาทิตย์)

ประกอบกับท่านอาซานะมาสปอยต่อที่พันทิป...

เลยเกิดคันไม้คันมืออยากเขียนฟิกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกตะหงิดๆ

แต่เพราะ...ยังไม่มีไอเดียสำหรับคู่ที่โดนใจ...

เมื่อวาน UBC ฉาย Corpse Bride...ก็เลยเอาเรื่องของซึคุโมะงามิ

(สิ่งของที่ถูกวิญญาณสิงสู่จนกลายเป็นภูต) มาเขียนซะเลย  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Tsukumogami no Uta
Rating: G
Character(s): Original Tsukumogami, Karasu Tengu, Rikuo
Warning: OC (if to be considered OC at all)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ข้าเป็นหญิงสาว...หญิงสาวอัปลักษณ์

ข้าเป็นหญิงสาวน่ารังเกียจที่สิ้นไร้คนจะมารัก...

ผู้คนสาปแช่ง...สาปส่ง...ไม่เมียงมอง...

เพียงเพราะข้าอัปลักษณ์...อัปลักษณ์จนตัวตาย


Tsukumogami no Uta
付喪神の唄


ในบ้านไม้หลังหนึ่ง...ยังมีตุ๊กตาตัวหนึ่ง...ตุ๊กตาแสนสวยในรูปของหญิงสาว...ห่อหุ้มกายาคือผ้าไหมเนื้อดีเนื้อละเมียด...สีและลายปักงามพอจะให้เจ้าของที่ครองนั้นอิจฉา...

ตุ๊กตาผิวนวลขาวดังไข่ปอก...กับริมฝีปากแดงจิ้มลิ้ม...และเส้นผมยาวดำขลับ...เธอสวยดังอัญมณีที่เลอค่า...เลิศเลอกว่าสิ่งของชิ้นอื่นใด หากแต่วิญญาณที่สิงสู่อย่างภายในกลับตรอมตรมด้วยจิตริษยา...


ริษยา...ริษยา...ข้าริษยาคนมีชีวิต...

ริษยา...ริษยา...ข้ารู้ว่าข้าผิดที่คิดโทษ...

ข้าเคยเป็นหญิงสาว...เคยมีรัก...

แต่ไยผู้คนรังเกียจนัก...ไม่รักข้า...


จันทราอ่อนแสง...ไร้เรี่ยวแรง...จนบรรยากาศวังเวงยิ่งอับเฉา...บ้านไม้เก่าเงียบสงัด...ได้ยินแต่เพียงเสียงสายลมเล่นกับใบไม้กรอบแห้งและพื้นลั่น...

เอียดอาด...เอียดอาด...พื้นไม้ลั่นเอียดอาด...เอียดอาด...เอียดอาด...ใครบางคนกำลังมา...มาเยี่ยมเยือนนิวาศสถานร้าง...และดวงวิญญาณที่บอบช้ำ...

เหงาหงอย...สร้อยเศร้าเหลือเกิน...จนอยากจะครวญให้ใครสักคนนั้นยินเสียง...บทเพลงของวิญญาณในตุ๊กตา...


ครั้งหนึ่งข้าเป็นหญิงสาว...อัปลักษณ์...

ใครๆรังเกียจนัก...ไม่รักข้า...

จนชีพวายกลายมาเป็นตุ๊กตา...

คนเก็บมาจึงรักข้ายิ่งดวงใจ...

โอ้ ไยรัก...รักที่ความงดงามข้า...

ผ้าไหมหนาห่อคลุมร่างน่าพิสมัย

แต่ยามข้ามีชีวิต...เพราะเหตุใด...

ท่านจึงได้แกล้งกลั่นฉันท์เศษเดน...

แสนคิดถึงชายผู้นามคือฝันข้า...

บุรุษผู้...บอกว่าท่านรักฉัน...

ได้แต่นับรอออกเรือน...ท่านสู่ขอ...ทุกคืนวัน...

แต่พอถึงวันนั้น...ท่าน...ไม่มา...


เสียงหวีดครวญแสนเศร้าดังมาจากตุ๊กตาเก่าๆบนหิ้งในบ้านร้าง...บทเพลงแสนเจ็บปวดที่ร้องขอความเห็นใจมากกว่าจะทำให้พรั่นพรึง

“นายน้อย...ตุ๊กตานี่...” อีกาปีกดำผู้อารักขาผู้สืบทอดรุ่นจากเจ้าบ้านผู้ชราเอ่ยกระซิบ เมื่อยามผู้เป็นนายเบนสายตาจับจ้องร่างเล็กๆเปื้อนฝุ่นแสนสวยบนหิ้ง...

“ซึคุโมะงามิ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ พลางหลับตาลงสดับฟังบทเพลงและความเศร้าในสุ้มเสียง เมื่อราตรีเริ่มดึกดื่นและเมฆดำบังจันทรา


ฤาเพราะข้าอัปลักษณ์ท่านจึงแกล้ง

จึงเสแสร้งว่าท่านรัก...ในตัวข้า...

วันวิวาห์...วิวาห์รัก...ท่านไม่มา...

ท่านทิ้งข้า...ทิ้งร้างรา...เพื่ออีกนาง

แสนเจ็บปวด...ข้าเป็นเหมือน...ตัวตลก...

รอรัก...รอ...รักร้าวจนฟ้าสาง...

แสนเจ็บช้ำช้ำชอกตอกย้ำพลาง

สุดท้ายนางทรลักษณ์จักยอมตาย


เด็กหนุ่มย่างเยื้องเข้าใกล้ตุ๊กตาที่สิงสู่วิญญาณนางทรลักษณ์ เสียงราบเรียบหากแต่อ่อนโยนเอื้อนเอ่ยถาม “ซึคุโมะงามิ...วิญญาณเจ้าพอใจหรือไม่ที่จะอยู่ต่อไปในร่างของตุ๊กตา”

พลันดวงหน้าของตุ๊กตางดงามที่เปื้อนฝุ่นพลันสร้อยเศร้า...เสียงครวญเงียบเหงาพลันหวีดกรีดเสียงขึ้นกรีดก้อง...


ข้าเกิดใหม่สดสวยดังตุ๊กตาที่เลือกซื้อ

แต่ใจหรือข้าเจ็บปวดแหลกสลาย

ขื่นขมตรมฮาราคีรีชีวาวาย

จนเจ้านายใหม่มาหยิบซื้อข้าไป

นางเป็นหญิงสาวสวยวัยแรกรุ่น

ข้านั้นคุ้นเสียงนางแสนรักใคร่

แต่เพราะจิตริษยาในดวงใจ

ไม่หวังให้นางได้สมในความรัก

ข้าจึงได้ปลิดชีพชีพบุรุษ

ที่ข้าสุดเคียดแค้นในมุสา

น้ำตาเลือดหลั่งรินจากเบ้าตา

อัปลักษณ์...คือใจข้า...คือข้าเอง...


สิ้นเสียงเพลงหวีดครวญ...หยาดโลหิตแดงก่ำก็ไหลรินจากสองตาของซึคุโมะงามิ...นางค้อมศรีษะที่ประดับเรือนผมและเครื่องทรงแสนงามลงเคารพผู้มาเยือน...เพียงเพราะ...แม้แต่ภูติต่ำต้อยแสนสกปรกเยี่ยงนางก็รู้ดีว่าบุรุษนี้คือผู้ใด...

นางค้อมศรีษะอยู่อย่างนั้น...ราวกับรอคอย...สิ่งอื่นที่ไม่ใช่คำพูดใด เพราะรู้ดีว่าบาปของนางไม่อาจชำระล้าง...วิญญาณอัปลักษณ์ของนางรอคอยแต่เพียง...

“เจ้าไม่ได้อัปลักษณ์ เพียงแต่...น่าเศร้า”

ผู้หมายตำแหน่งราชันย์แห่งความมืดกระซิบ ก่อนที่สายลมจะพัดพาให้เมฆาลอยห่างจากบังจันทร์...คมดาบสีเงินสะท้อนแสงจันทราเป็นประกายวาววับ...และ...ดังเส้นใยของแมงมุม...ประกายดาบคมก็ฟาดลงเป็นเส้นเงินในความมืด...สะบั้นร่างของตุ๊กตาในชุดแพรไหมเก่าทว่าสดสวยออกเป็นสองท่อน...

ปลดปล่อยนาง...จากความทรมานทั้งปวง...

“นายน้อย...ทำไม...?”

คาราสึเท็นงูจ้องมองร่างของซึคุโมะงามิที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างรวดเร็ว...ว่องไว...ไวจนสิ้นไร้ความเจ็บปวด ตัดเอาเยื่อใยสุดท้ายของวิญญาณที่ผูกพันกับโลกนี้ให้สิ้นไป หากริคุโอะปรารถนาจะเป็นผู้นำขบวนภูติผีแห่งรัตติกาลแล้ว...ไยจึงยอมปลดปล่อยภูติที่อาจสวามิภักดิ์ให้โดยง่าย...หากภูตนั้นไม่คิดที่จะแข็งขืน

ในสถานกาณ์ฉุกเฉินที่กลุ่มนูระอาจระส่ำระสาย...การเพิ่มภูตใต้อาณัติแม้เพียงสักตนสองตนก็มีความหมายอย่างยิ่ง...หากแต่...

“เจ้ากาเอ๋ย จงจำคำข้าไว้ให้ดี” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกล่าวทำลายความเงียบ...ราบเรียบแต่ก็หมายมั่นจนชวนให้ขนลุก “ข้าจะร่วมดื่มกับเหล่าภูตสักกี่จอกก็ได้...แต่ข้าจะไม่ขอดื่มความทรมานโศกเศร้าเพื่อเพิ่มความพรั่นพรึงให้กับรัตติกาล...”

ขบวนปีศาจแห่งราตรีที่ท่องเที่ยวแห่แหนไป...ยิ่งใหญ่...เกรียงไกร...แม้แต่ในคืนอับแสงจากจันทรา...

“ขบวนภูติของเราไม่ต้องการความพรั่นพรึงที่มาจากความทรมานและโศกเศร้า...”

สิ้นคำ...ผู้หมายสืบทอดตำแหน่งราชันย์แห่งความมืดก็เก็บดาบ...ทิ้งเอาความโศกเศร้าของวิญญาณในตุ๊กตาไว้เบื้องหลัง โดยไม่แม้แต่จะเหลียวหันกลับไป...


Fin


จะว่าไป...เพิ่งเคยเขียนฟิกที่ตั้งชื่อเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน

แต่คิดว่าถ้าตั้งชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นจะดูเข้ากับเนื้อเรื่องและฟีลของเรื่องนี้มากกว่า

(Tsukumogami no Uta หมายถึง เพลงของซึคุโมะงามิ ค่ะ)

อ่านแล้ว...เหมือนจะยาว แต่จริงๆมีแต่เพลงเพ้อๆจากอารมณ์ชั่ววูบของคนแต่ง

(บอกว่าเพลงดีกว่า เพราะมันเหมือนจะเป็นกลอนแปดแต่ก็ไม่ใช่ 555+)  

แต่ก็... เอ้อ...ถือว่า...เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากฟิกวายบ้างละกันค่ะ เหอๆๆ ^^'''

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราว่าแต่งดีมากเลยอ่ะ

ทำให้เข้าใจซึคุโมะงามิมากกว่า สิ่งของที่อายุเกินร้อยปีที่ถูกวิญญานร้ายสิง

เศร้ามากๆเลยค่ะ

ปล.ท่านริคุโอะเท่มาก เข้าใจความรู้สึกของซึคุโมะงามิด้วยconfused smile

#1 By kizume (124.122.165.86) on 2008-09-28 18:23

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก *ดิ้นๆ* ชอบฟิคอารมณ์เเบบนี้ว่ะค่ะ !! ยูระซ๊างงงงง ตรงกลอนน่ะ กรี๊ซซซซซซซซซซซวว เข้าใจถึงจิตใจของซึคุโมะงามิเลย TwT น่าสงสารเนอะ....รอเค้า เเต่เค้าไม่มาเลยอาฆาต....


นัตไม่ได้อ่านเรื่องนี้เเฮะ =w= เเต่ชอบฟิคซะเเล้ว

#2 By o::Shirokuro::o on 2008-09-28 18:30

เศร้ากินใจสุดยอดเลยครับT T

อ่านแล้วรู้สึกเจ็บปวดแทนยังไงไม่รู้
ชอบจังเลยค่ะ ได้อารมณ์ยามค่ำคืนที่ต้องแสงจันทร์ยวงสีเงินซึ่งเหล่าภูตจะออกสำแดงเดชจริงๆ

คำว่า uta นอกจากจะแปลว่าบทเพลง แปลว่าบทกลอนก็ได้ เป็นชื่อที่เหมาะกับฟิคนี้มากเลยล่ะค่ะ double wink

นายน้อยเท่ห์ค่ะ อ่านแล้วคิดว่านายน้อยคงอยากให้ไปสู่สุขคติ มากกว่าจมอยู่กับความโศกเศร้าไปตลอดกาล

อยากแต่งบ้าง แต่ตอนนี้อยากเก็บข้อมูลต่อ
ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านกันนะคะ

#4 By Asana Fay on 2008-09-28 20:32

อ่านแล้วรู้สึกได้อารมณ์ขึ้นมา...แบบสงบ...
โฮกกกกกกกกกกกกกกกก อยากแต่งบ้าง แต่ขอเก็บข้อมูลมากกว่านี้อีกนิด แต่ถ้าจะแต่ง เอาแค่โอซีพอจะไหวกระมัง...

ขอบคุณสำหรับฟิคดีอีกเรื่องค่าbig smile

#6 By renren119 as Shiba Kaien on 2008-09-30 09:48

อัปลักษณ์...คือใจข้า...คือข้าเอง...

ซึ้งโฮร๊กกกกกกกกกกก

นายน้อยเท่มากค่ะ!! รับรู้ถึงึวามเศร้าสร้อยและสิ้นหวัง ที่ก่อเกิดเป็นความเคียดแค้นของซึคุโมะ ซ้ำยังช่วยปลดปล่อยจากพันธนาการทางจิตใจให้อีก..

#7 By Lina on 2008-10-03 17:19

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ชอบมากค่า
กะลังพีคนูระอยู่พอดี

สุดยอด ใช้ภาษาสวยมากๆเลยค่ะ!!!
ริคุโอะเท่มากกกกกกก>///<

#8 By K@De_alchemist on 2008-12-21 07:39