[KHR FIC] [6918] The Halloween Chase - Happy Halloween!

posted on 31 Oct 2008 00:37 by hiyuura  in Fanfiction

เอาฟิกฮาโลวีนมาลงค่ะ เผาทันพอดี เอิกส์

เห็นคู่แล้วต้องบอกว่าไม่ได้ตาฝาดค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกก

ไม่ได้เขียนคู่นี้มานาน จน นัตจัง มางอแงว่าไม่เขียนคู่นี้เลย

ก็เลยเอามาเขียนสวนกระแสซะหน่อยทำเซอร์ไพรส์ อิอิ ♥

หมายเหตุ: ใครอ่านจบแล้วไม่อยากถีบมุคุ

อนุญาตให้ถีบกุโละแทนเจ้าของบลอกได้เลยค่ะ กร๊ากกกกกกกกกก

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ 

Title: Halloween Chase
Pairing: 6918
Rating: PG-13
Warning: BL, crack

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

Chase me, chase me, oh pretty skylark
In the darkness, there hides this mischievous snark
Your annoyance looks to me so lovely,
And so is your precious tonfas’ ferocity
Come find me, oh little skylark
Let us begin this Chase filled with amusing spark


The Halloween Chase:
Treat Me or Let Me Trick You


30 ตุลาคม
16.40 นาฬิกา ห้องประชุมสภากิจกรรมนักเรียน


“มีเรื่อง...จะพูดแค่นี้ใช่ไหม” หัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่เป็นเหมือนสัญญาณบ่งบอกการสิ้นสุดการประชุม นัยน์ตาสีนิลคมกริบเหลือบมองสมาชิกสภากิจกรรมของชมรมต่างๆที่เข้าประชุมทีละคน ฮิบาริ เคียวยะ เกลียดการสุมหัวและรวมกลุ่ม หากแต่ เพื่อการควบคุมกิจกรรมของโรงเรียนมัธยมต้นมนามิโมริให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่เขาต้องการตามหน้าที่ของหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ การเข้าควบคุมการประชุมจึงเป็นหน้าที่และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่มีใครกล้าขัดใจฮิบาริ เคียวยะ สภากิจกรรมไม่มีความหมายใดๆ หากชายผู้รักสันโดษผู้นี้ไม่อนุมัติเห็นชอบ

“เอ้อ...”

แต่ทว่า...บางครั้ง...ก็มีผู้กล้าหรือไม่รู้ว่าเซ่อจนไม่รู้อะไรกันแน่ ที่บังอาจท้าทายอำนาจมืดอยู่เสมอ

“คือว่า...เราอยากจะเสนอ....ให้มีการจัดปาร์ตี้ฮาโลวีนน่ะค่ะ”

เด็กสาวคนหนึ่งที่ดูท่าทางจะเป็นเจ้าของไอเดียกิจกรรมเอ่ยขึ้น พลางขยับแว่นตา

“อะไรนะ” นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวฉายแววเชือดเฉือนราวกับจะกรีดเนื้อได้ตวัดมองไปทางเด็กสาว

“ฉันคิดว่า โรงเรียนเราไม่ได้มีการจัดเทศกาลอะไรในโรงเรียนมานานแล้ว เลยอยากจะจัดปาร์ตี้ฮาโลวีนสำหรับฉลองกันวันพรุ่งนี้น่ะค่ะ” สาวเจ้าเอ่ย ทำใจดีสู้เสือ “ทางชมรมเราเอง...ก็ได้เตรียมการเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ขาดก็แต่รอท่านประธานอนุมัติเท่านั้น”

“แล้วกิจกรรมที่จะจัดในเขตโรงเรียนของฉัน มันขัดต่อกฎรึเปล่าล่ะ” ฮิบาริ เคียวยะถามช้าๆ น้ำเสียงเข้มแฝงแววดุอันตราย “กฎ...ที่ห้ามให้มีการสุมหัวรวมกลุ่มกันในเขตโรงเรียนน่ะ”

“เอ่อ...คือ...”

“ออกไปให้หมด การประชุมเลิกแล้ว แล้วถ้าไม่อยากถูกลงโทษ อย่าได้เอ่ยเรื่องกิจกรรมไร้สาระนั่นให้ฉันได้ยินอีก”

เหล่าคนที่รู้ดีถึงอันตรายพากันทยอยออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็วและแผ่วเบาที่จะไม่รบกวนโสตหูของประธานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนคนที่ยังเซ่อพอจะอ้อยอิ่งอยู่...คุสะคาเบะ เท็ตซึยะที่รู้งานดีพอ ก็รีบไล่ต้อนออกไปจนหมด

จนกระทั่งเมื่อพวกสมาชิกสภากิจกรรมออกไปจนหมดแล้ว ฮิบาริจึงได้เอ่ยขึ้น

“นายเองก็กลับไปได้แล้ว รองประธาน ฉันเหนื่อย อยากจะพักผ่อน”

“…” คุสะคาเบะมองฮิบาริหาวหวอดๆแล้วก็พยักหน้า “ครับ...ประธาน” ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย

ไม่มีใครกล้าขัดใจฮิบาริ เคียวยะ และคนทั่วไป...ก็รู้ดีเกินกว่าจะกล้าที่จะขัดใจ



นัยน์ตาสีนิลลืมเปิดขึ้นอย่างงัวเงีย และ...สิ่งแรกที่เขารู้สึกได้ก็คือ...อะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปในบรรยากาศ

ฟ้านอกหน้าต่างมืดสนิท...มืดเกินกว่าจะเป็นเวลาแค่พลบค่ำ...ฮิบาริแหงนหน้ามองนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ประตูห้อง

เที่ยงคืน...

เด็กหนุ่มหรี่ตาลง นี่เขาหลับไปนานขนาดนั้นเลยงั้นรึ...?

ไม่น่าจะเป็นไปได้

ฮิบาริดันตัวลุกขึ้น ก่อนจะฉวยเอาเสื้อกักคุรันที่เขาใช้ต่างผ้าห่มขึ้นมาพาดบ่า นัยน์ตาคมมองไปรอบๆอย่างระแวดระไว สัญชาติญาณของเขากำลังบอกว่าอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง...และเขาพร้อมที่จะชักทอนฟาคู่มือออกมารับมือกับมันทุกเมื่อ

ลมเย็นโชยเข้ามาทางหน้าต่างที่เขาจำไม่ได้ว่าได้เปิดไว้ กลิ่นหวานของซากุระลอยมาเตะจมูก

ซากุระ...? นี่มันสิ้นเดือนตุลา...?

ทอนฟาคู่มือถูกชักออกมาจากที่ซ่อน สำหรับคนที่มีรสนิยมแย่พอที่จะเล่นเกมบ้าๆแบบนี้ ที่เขานึกออกมีแค่คนเดียว...

“ต้องการอะไร” ทอนฟาหนักอึ้งเหวี่ยงหวือเข้าหาร่างที่จู่ๆก็ปรากฎขึ้นเบื้องหลัง ปลายท่อนเหล็กหวิดพลาดใบหน้าคมที่ริมฝีปากมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เขาเกลียดที่สุดไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร

“อ้าว อ้าว...มาถึงก็รุนแรงกันเลยนะครับ” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเหยียดรอยยิ้ม ก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นตรงหน้า ทำราวกับจะห้ามทัพ หากแต่...แค่กองทัพคงไม่อาจหยุดโทสะของฮิบาริ เคียวยะได้

ทอนฟาอีกข้างถูกเหวี่ยงเข้าหาเด็กหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำทันที หากแต่คราวนี้...โรคุโด มุคุโร่ไม่คิดจะหลบ


แก๊ง!!!


ท่อนโลหะหนักอึ้งถูกหยุดด้วยอาวุธคู่มือของอีกฝ่ายที่ชักออกมาไวไม่แพ้กัน นัยน์ตาสองสีเป็นประกายระริกเมื่อทอนฟาของฮิบาริถูกหยุดด้วยสามง่ามคมกริบ

“ใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะครับ...ฮิบาริ เคียวยะ” นัยน์ตาสองสีหรี่ปรือลงเล็กน้อย เรียวปากบางขยับรอยยิ้มเหยียดยาวขึ้น “ยังเจ็บใจอยู่เหรอครับ...ที่คุณ...คึหึหึ...แพ้ผมตอนนั้นน่ะ” 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ ใช่...ตอนนั้นเขาแพ้ แต่นั่นก็เพราะมุคุโร่เล่นสกปรก และในเมื่ออีกฝ่ายมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาอีกครั้ง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดไม่มีอะไรมากไปกว่าการแก้มือ 

“ฉันจะขย้ำแกให้ตาย”

เขาเกลียดความพ่ายแพ้ และเขาจะพิสูจน์...ว่าเอาเข้าจริงแล้ว...อีกฝ่ายหาใช่คู่มือของเขา

“อ้าว อ้าว” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินขยับถอยไปข้างหลัง เมื่ออีกฝ่ายยังคงพยายามซัดอาวุธใส่เขา “ดุจริงๆ...แต่...”

โรคุโด มุคุโร่เหยียดยิ้ม

“ถ้าอยากจะ ‘ขย้ำผมให้ตาย’ ขนาดนั้นละก็...” นัยน์ตาสองสีทอประกายด้วยอารมณ์ขัน “คึหึหึ มาเล่นไล่จับกันสักตั้งเป็นไงครับ” สิ้นคำ เปลวไฟดับเครื่องชนก็ปรากฎขึ้นในดวงตาสีแดงของเด็กหนุ่มพร้อมกับตัวอักษรคันจิหมายเลขสี่ สามง่ามคมกริบสวนซัดทอนฟาหนักอึ้งกลับไป...โลหะกระทบโลหะเป็นประกายคมปลาบ

ตัวอักษรในนัยน์ตาต้องสาปสีแดงแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง...ทันทีที่ท่อนทอนฟาท่อนหนึ่งพุ่งลอดการ์ดเข้ามา...

ริมฝีปากของเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเหยียดรอยยิ้มหยัน

จงใจ...

ทอนฟาเหล็กฟาดไม่โดนสิ่งใด...นอกจากภาพลวงตา เมื่อร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินสั้นในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังเลือนหายไปราวกับเป็นเพียงม่านหมอกพร้อมกับเสียงหัวเราะหยัน

“คึหึหึ...มาสิครับ ฮิบาริคุง...จับผมให้ได้...จับให้ได้...ก่อนที่กลีบของซากุระข้างนอกจะร่วงหล่นหมด” 

นัยเนตรคมตวัดมองซากุระที่เบ่งบานผิดฤดูนอกหน้าต่าง...กลีบสีขาวอมชมพูที่ราวกับจะสะท้อนแสงของจันทราแล้วชูสีเด่นขึ้นได้เองราวกับต้องมนตร์ขลัง กลีบของมัน...ค่อยๆหล่นร่วง แม้ว่าจะไม่มีแม้สายลมที่แผ่วพัด...

ซากุระในวันฮาโลวีน

ฮิบาริทำเสียงคำรามในลำคอ...

ไร้รสนิยมที่สุด

ไม่รู้ว่าเจ้าหัวสับปะรดนั่นว่างจัดขนาดไปหาดู ‘โฉมงามกับเจ้าชายอสูร’ จนอินเกินไปหรือเปล่า แต่เขาไม่มีเวลาสำหรับเกมบ้าๆนี่...ที่เขาต้องการก็แค่...

ขย้ำเจ้านั่นให้ตาย

กลีบซากุระสีสวยลอยเข้ามาตกในห้อง...ราวกับให้สัญญาณเริ่มต้น

ฮิบาริเปิดประตู



ระเบียงทางเดินของชั้นสามเงียบสนิท ไม่มีวี่แววของเหยื่อที่เขากำลังตามล่า หากแต่...สัญชาตญาณนักล่าของเขาบอกเขาว่า...เขาอยู่ไม่ไกลจากเป้าหมายมากนัก เด็กหนุ่มกระชับท่อนทอนฟาในมือ...

แกหนีไม่พ้นหรอก เจ้าพืชไร่

ทันใดนั้นเอง!!! ประสาทหูอันฉับไวของเขาก็ได้ยินเสียงของการเคลื่อนไหวดังมาจากภายในห้องแผนกวิทยาศาสตร์ เด็กหนุ่มหรี่ตาลง พลางเงี่ยหูฟัง...

เสียงฝีเท้าหยุดอยู่ที่หลังประตู...

ฮิบาริไม่รอช้า...เขาเลื่อนประตูเปิดออก พร้อมกับเหวี่ยงอาวุธเข้าใส่อย่างดุเดือดทันที...


ผัวะ!!!!!!


ศรีษะมารถูกซัดลอยหวือ...ร่วงตกลงกรามค้างแหงกที่พื้นจนร่างที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นต้องกลายเป็นมีแต่ร่างที่ไร้หัว

“คึหึหึ...” เสียงหัวเราะชวนโมโหดังมาจากเป้าหมายที่แท้จริง มือที่สวมถุงมือหยิบเอาหัวกระโหลกของโครงกระดูกห้องวิทยาศาสตร์ที่ถูกฮิบาริซัดซะลอยหวือหลุดจากร่างขึ้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดีดเอากรามที่อ้าค้างจนขากรรไกรเกือบหลุดนั่นให้เข้าที่ “แรงดีไม่มีตกจริงๆ ถ้าเป็นผมที่ยืนอยู่ตรงนั้น...คงจะได้เลือดมากมิใช่น้อยซะแล้ว...”

“แกจะเล่นอะไรของแก” ฮิบาริเอ่ยถามเสียงต่ำ...ไม่สบอารมณ์

ถึงจะไม่สลักสำคัญอะไรกับเขานัก แต่ยังไงๆโครงกระดูกของห้องวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติของโรงเรียนมัธยมต้นนามิโมริ

ริมฝีปากเรียวเหยียดรอยยิ้ม และ...ทันทีที่เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินขยับนิ้ว เจ้าโครงกระดูกไร้หัวก็ขยับวิ่งเข้าใส่ฮิบาริ

“คึหึหึ ไม่เคยได้ยินเหรอครับ...เรื่องเล่าเจ็ดสยองของโรงเรียน...เรื่องที่หนึ่ง โครงกระดูกห้องวิทยาศาสตร์ที่ออกมาวิ่งเล่นได้เองตอนกลางคืน” มุคุโร่เอ่ย ก่อนจะเอานิ้วดีดกรามหัวกระโหลกในมือตัวเองเล่นอีกครั้ง จ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่กลวงโบ๋ “ท่าทาง...เจ้าโครงกระดูกนี่...คงจะเป็นโครงกระดูกของนักวิ่งมาราธอนนะครับ ฮิบาริคุง แต่...อา...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า...”

ฮิบาริสอยโครงกระดูกไร้หัวที่วิ่งเข้าหาเขาร่วง

พรุ่งนี้ถ้าแผนกวิทย์มาของบค่าโครงกระดูกใหม่...เขาจะอนุมัติให้ก็ได้

“ทำไมทุกโรงเรียนถึงได้บังเอิญซื้อโครงกระดูกที่เคยเป็นของนักวิ่งมาราธอนมาก่อนได้เหมือนกันหมดนะครับ”

สิ้นคำกล่าว เด็กหนุ่มก็โยนหัวกะโหลกในมือใส่ฮิบาริ

หัวกะโหลกลอยหวือไปนอนกรามค้างคู่กะโครงกระดูกที่แตกเป็นชิ้นๆด้วยกันบนพื้น...นัยน์ตาสีดำคมกริบมองไปรอบๆห้อง...

มุคุโร่หายไปแล้ว



ฮิบาริ เคียวยะไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระ เขาเป็นนักล่า...นักล่าที่กำลังหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆเมื่อเหยื่อนั้นแสนจะเจ้าเล่ห์แสนกลจนยากที่จะจับ แต่เขาจะจับมัน...ไอ้พืชไร่กวนประสาทนั่น...เขาจะจับมันให้ได้ จับ...แล้วก็ขย้ำให้ตาย...เอาให้หัวเราะไม่ออก ให้น้ำสับปะรดไหลโจ๊กเป็นสีแดงยิ่งดี...มันจะได้สำนึกและไม่กล้ามาหาเรื่องเขาในถิ่นที่เป็นอาณาเขตของเขาแห่งนี้

ที่หมายต่อไปของเขา...ที่ที่เขาคิดว่าเหยื่อของเขาได้ไปหลบซ่อน...

ห้องศิลปะ


แอ๊ด...


ประตูห้องค่อยๆแง้มเปิดออก...ฮิบาริใช้เวลาไม่นานในการหาสวิทช์ไฟ...ในห้องดูเหมือนจะว่างเปล่า และมีเพียงแต่รูปหล่อปูนปั้นที่วางเรียงรายกันอย่างไม่เป็นระเบียบนักในห้องเท่านั้น หากแต่...ฮิบาริรู้สึกเหมือนว่า...มีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาทางเขา

อากาศในห้องเย็นเฉียบลงจนรู้สึกได้ เช่นเดียวกับ...

รูปปั้นหน้ามนุษย์ที่หันมามองเขาโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะค่อยๆ...ฉีกยิ้ม

ทว่า...ในดวงตาของหัวหน้าและประธานกรรมการรักษาระเบียบโรงเรียนมัธยมต้นนามิโมริหาได้มีความหวาดกลัว

“ทรัพย์สินของนามิโมริอย่างพวกแก...ก็ต้องปฏิบัติตามกฎของนามิโมริ” ฮิบาริเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ “กฎก็คือ...ห้ามให้มีการสุมหัวรวมกลุ่ม” ว่าแล้ว...เจ้าตัวก็ไม่รอช้า จัดการใช้อาวุธคู่ใจ...


เพล้งงงงง!!!


เสยเอารูปปั้นที่อยู่ใกล้มือที่สุดลอยหวือกระเด็นชนหน้าต่างแตกก่อนจะร่วงลงไปกลิ้งทั้งที่ยังฉีกยิ้มอยู่ที่พื้นสนามหญ้า

...ถ้าพรุ่งนี้แผนกศิลปะมาร้องเรียนเรื่องผลงานศิลปะถูกทำลาย เขาจะสั่งให้จัดระเบียบการวางผลงานใหม่ให้สันโดษและไม่รวมกลุ่ม...

ที่มุมอับของสายตาของพญาอินทรีแห่งนามิโมริ...โรคุโด มุคุโร่ที่ปลอมตัวเป็นรูปปั้นกรีกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งสุนทรีย์และรำพึงรำพัน

“เจ็ดสยองของโรงเรียนเรื่องที่สอง...แทนที่จะเป็นรูปปั้นศิลปะที่หันมามองและฉีกยิ้มได้...คงจะกลายเป็นรูปปั้นที่เหินฟ้าออกไปนอกหน้าต่างสินะครับ”

ตอนที่ฮิบาริหันควับกลับไป...รูปปั้นกรีกปริศนา...ก็หายไปเสียแล้ว



กลีบซากุระแสนสวยโรยร่วง...เวลาที่ให้ไว้สำหรับเกมในราตรีพิลึกพิลั่นเหลือน้อยลงทุกทีๆ...

เช่นเดียวกับความอดทนของฮิบาริ

เขาเดินลงมาจนถึงชั้นล่างของโรงเรียน...และตัดผ่านแปลงดอกไม้ของชมรมกิจกรรม...ก่อนจะหยุดอยู่ที่ห้องแถวแบบญี่ปุ่นที่ใช้ร่วมกันของชมรมจัดดอกไม้และชงชา 

แสงจันทร์สาดส่องลงมาฉายให้เงาของสรรพสิ่งที่ถูกแสงเงินยวงนั้นต้อง...พิมพ์ประทับลงบนฉากของประตูกระดาษ ทุกอย่างเงียบสนิท...เว้นแต่เพียงเสียงของลมหายใจ กลีบซากุระร่วงหล่น...เมฆดำบังจันทร์...

ฮิบาริหยุดฝีเท้าลง

และ...ทันทีที่แสงสีเงินยวงสาดส่องลงมาอีกครั้ง...ภาพที่ฉายทาบบนฉากกระดาษก็ไม่ได้มีแค่เงาของเขาอีกต่อไป

เงาที่ฉายทาบคือ...เงาของหญิงสาวในชุดกิโมโนโบราณที่กำลังจัดดอกไม้ใส่แจกันที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่...เธอจะไอ...ออกมาเป็นเลือด

“ชีวิตของข้า...คงเหลืออีกไม่นาน...” เธอกระซิบ เสียงของเธอแหบแห้งผิดจากหญิงสาวทั่วไป ก่อนที่เสียงนั้นจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ “คึหึหึ...ไม่สิ ชีวิตของข้าสิ้นไปนานแล้วตะหาก”

ฮิบาริถีบประตูกระดาษตรงหน้าดังโครม ส้นตีนรองเท้านักเรียนขัดมันอย่างดีของเด็กหนุ่มทะลุประตูกระดาษอย่างง่ายดายราวเอาพลั่วทุบเต้าหู้

“เล่นตลกบ้าอะไรของแก”

มุคุโร่ในชุดกิโมโนและวิกปลอมหัวเราะ มือหนึ่งหยิบหน้ากากละครโนะที่ชมรมการละครใช้เวลาในการรังสรรค์ขึ้นมาโบกเล่น

“คึหึหึ...ไม่สนุกเหรอครับ เจ็ดสยองของโรงเรียนเรื่องที่สาม...วิญญาณหญิงสาวในห้องญี่ปุ่น”

ฮิบาริยกทอนฟาขึ้น “ฉันจะขย้ำแกให้ตาย”

“อ้าว อ้าว...ยังฟังไม่ครบเจ็ดเลยนะครับ ใจร้อนเหลือเกิน...” มุคุโร่ดึงวิกที่จะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ออกจากหัวเผยให้เห็นหงอนสับปะรดที่เด้งชูขึ้นมาเด่นทันทีที่วิกผมดำยาวสลวยถูกถอด

วิกที่ว่าถูกโยนหวือเข้ารับทอนฟาแทนที่หัวกบาลสีน้ำเงินอันเป็นของแท้

มุคุโร่หายตัวไปอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะ...และแจกันที่ถูกเหยียบแตก

ฮิบาริพ่นลมออกทางจมูกด้วยความโมโหและขัดใจ

...พรุ่งนี้...ถ้าชมรมจัดดอกไม้มาของบสำหรับทำประตูหรือซื้อแจกันใหม่ หรือชมรมการละครมีเสียงโวยวายเรื่องของย้ายที่ เขาจะตะเพิดมันกลับไปให้หมด...



ซากุระร่วงโรยจนแทบจะหมดต้นแล้ว...และความอดทนของฮิบาริ เคียวยะก็เป็นดั่งเส้นด้ายบางที่สามารถจะขาดผึงลงได้ทุกเมื่อ

ครั้งนี้...อีกฝ่ายจงใจเชิญเขาไปหาถึงที่...

เสียงเปียโนที่ดังมาจากห้องดนตรี...

เจ้าพืชไร่นั่น...คิดจะเล่นตลกอะไรอีก

ฮิบาริขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน...ถึงตอนนี้ ถ้าไม่ฟาดให้เละ คงไม่สาแก่ใจแน่ เจ็ดสยองวันฮาโลวีนบ้าบออะไรของมัน...เด็กหนุ่มเดินผ่านห้องน้ำที่มีกระดาษเขียนแปะเอาไว้ เขียนด้วยลายมือหวัดๆว่า

‘เจ็ดสยองของโรงเรียนเรื่องที่สี่

ปุจฉา: รู้ไหมครับ วันฮาโลวีนน่ะประตูนรกจะเปิด แต่...มันจะเปิดที่ไหนในโรงเรียนกันนะ

วิสัชชนา: โถส้วมคือประตูที่แม้แต่คุณคงไม่คาดคิด เพราะฉะนั้น...ก่อนวันฮาโลวีนพึงล้างส้วมเอาไว้ให้ดี’

ฮิบาริรู้สึกถึงเส้นเลือดที่ผุดขึ้นที่ขมับ นัยน์ตาสีนิลคมกริบฉายประกายวาวโรจน์ ก่อนจะดึงเอาเจ้ากระดาษที่ว่ามาฉีกออกเป็นชิ้นๆ...

ไอ้เกมบ้าๆนี่...ชักจะไร้สาระเข้าไปทุกทีๆแล้ว

และ...ดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะเริ่มใช้มุขเห่ยสนิทขึ้นทุกที...

...แน่นอน พรุ่งนี้เขาจะสั่งให้คนมาล้างส้วม...

ฮิบาริขมวดคิ้ว โยนเศษกระดาษในมือทิ้งลงถังขยะอย่างที่ผู้พึงรักษาโรงเรียนพึงกระทำ ก่อนจะดันประตูห้องดนตรีให้เปิดออก



ของเหลวสีแดงไหลอาบบนคีย์บอร์ดเปียโน...พร้อมๆกับเสียงเล่นดนตรีที่แว่วหวาน...

“เจ็ดสยองของโรงเรียนเรื่องที่ห้า..เปียโนที่เล่นได้เมื่อมีการสังเวยด้วยเลือด...หึหึหึ...หึหึหึ...”

มุคุโร่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังสยดสยอง ในมือถือขวดซอสมะเขือเทศซึ่งเจ้าตัวเอามากินแกล้มกับเฟรนช์ฟรายส์ที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปได้มาจากไหน

“เจ็ดสยองของโรงเรียนเรื่องที่หก...เฟรนช์ฟรายส์ปริศนาที่ปรากฎออกมาให้ผู้หิวโหยในยามวิกาล”

คิ้วเรียวของฮิบาริกระตุก...นี่มันจะ...ไร้สาระกันไปทุกทีๆแล้ว...

“ถ้าแกไม่ชักอาวุธออกมา ฉันจะซัดแกให้คว่ำซะตอนนี้เลย” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีปีกกาเอ่ยขู่

“โอ๋...เวลาใกล้จะหมดแล้ว แต่คุณยังจับผมไม่ได้เลยนะครับ พ่อนกน้อย~” นัยน์ตาสองสีเสมองซากุระที่ร่วงหล่นนอกหน้าต่าง ก่อนจะใช้สองนิ้วคีบเฟรนช์ฟรายเข้าปากอย่างมีศิลป์ในการกินอย่างยิ่ง

“ไม่อยู่ฟังเรื่องสุดท้ายก่อนเหรอครับ”

“ฉันเบื่อเกมของแกเต็มทนแล้ว” ฮิบาริไม่รอช้า...เขาพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็วทันที


แก๊ง!!!


ท่อนทอนฟาหนักอึ้งปะทะเข้ากับสามง่ามของอีกฝ่ายอีกครั้ง ไฟดับเครื่องชนของพิภพอสูรลุกโชนในนัยน์ตาสีแดงดังโลหิต นัยเนตรสีนิลเข้มจ้องสบตอบสายตาของอีกฝ่าย ก่อนรอยยิ้มเล็กๆจะปรากฎขึ้นที่มุมปากของหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ

รอยยิ้มกระหายเลือด...

...ในที่สุด...ก็เอาจริงสักที

ฮิบาริคิด ก่อนจะซัดทอนฟาเข้าใส่อีกฝ่ายอีกครั้ง

มุคุโร่ใช้อาวุธรับการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้อีกเช่นเคย...ครั้งแล้วครั้งเล่า...จนกระทั่ง...

นัยน์ตาสองสีเหลือบมองนาฬิกา ก่อนริมฝีปากเรียวจะเหยียดรอยยิ้ม

รอยยิ้มน่าหมั่นไส้ที่ฮิบาริเกลียดที่สุด

“เจ็ดสยองของโรงเรียนเรื่องสุดท้าย...” นัยน์ตาสองสีหรี่ปรือลง สายหมอกเจ้ามายารับการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะใช้มือที่ว่างอยู่ดึงคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้...และประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากนุ่ม

“ฮิบาริ เคียวยะ หัวหน้าและประธานกรรมการรักษาระเบียบโรงเรียนมัธยมต้นนามิโมริ โดนขโมยจูบในวันฮาโลวีน”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินแย้มรอยยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่ออีกฝ่ายยืนแน่นิ่งราวกับรูปปั้นหิน กลีบซากุระสุดท้ายร่วงหล่นแล้ว...และเวลาของเขา...ก็หมดลง

“ราตรีสวัสดิ์นะครับ ฮิบาริคุง แล้วก็...” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบ “สุขสันต์วันฮาโลวีน”

ก่อนที่ฮิบาริจะรู้สึกตัวหรือโต้ตอบด้วยอาวุธที่ถือไล่ล่ามาตลอดเวลาที่ซากุระผิดฤดูโรยกลีบนั้น...ร่างของเด็กหนุ่มอีกคน...ก็จางหายไปราวกับสายหมอกที่ไม่อาจไขว่คว้า...จับต้อง...จางหาย...และพร่าเลือน...



“ท่านประธานครับ” คุสะคาเบะเอ่ยขึ้น ในเช้าวันต่อมา ในทีแรกเขาเองก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นฮิบารินอนหลับอยู่ในห้องประชุมเหมือนเมื่อวานเย็นที่เขาจำได้ตอนออกจากห้อง แต่ว่า...ความผูกพันที่ราวกับผีเจ้าที่ของฮิบาริที่มีต่อโรงเรียนและเมืองแห่งนี้ เมื่อมาคิดๆดู...อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเสียทีเดียวที่จะมีสักวันที่ฮิบาริคิดจะนอนค้าง

ฮิบาริ เคียวยะลืมตาขึ้นด้วยความง่วงงุน และก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่พบตัวเองยังคงนอนอยู่บนโซฟาท้ายห้องประชุมสภากิจกรรมเหมือนเมื่อเย็นวันก่อน

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อต้องครุ่นคิดใคร่ครวญถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...

...บางที...เจ้าพืชไร่น่ารำคาญนั่นอาจจะเล่นตลกกับความฝันของเขา...หรืออาจจะเป็นฝันของเขาเองที่เล่นตลกกับเขาก็เป็นได้...

เจ้าตัวหาวหวอดๆ ก่อนจะลุกขึ้น คิดว่าจะเดินไปล้างหน้าล้างตา ทว่า...

“มีใครก็ไม่รู้เอาไอ้นี่มาวางไว้บนโต๊ะ จ่าหน้าถึงท่านประธานด้วยครับ”

คำพูดของคุสะคาเบะ เท็ตสึยะ เรียกความสนใจไปจากเขา

และนัยน์ตาสีรัตติกาลก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นเจ้าสิ่งนั้น...

สับปะรดฝานเปลือกด้านบนบรรจุขนมหวานเต็มลูกที่ถูกคว้านเนื้อในออกวางเด่นหราอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับกระดาษที่เขียนชื่อของเขากับตัวหนังสือหวัดๆที่เขาจำได้ดีว่าแปะอยู่บนกระดาษหน้าส้วมในความฝัน

‘ฮิบาริคุง...ขอบคุณสำหรับขนมหวานเมื่อคืนนี้นะครับ

และผมหวังว่า...คุณก็คงจะสนุกกับเรื่องเล่าเจ็ดสยองของโรงเรียนของผม...

แล้วไว้พบกันอีกนะครับ

Ti amo…ด้วยรักอย่างสุดซึ้ง’

ฮิบาริฉีกกระดาษนั้นทิ้ง และสั่งให้เอาสับปะรดลูกนั้นไปเผาทันที

ช่วงบ่ายของวัน...สภากิจกรรมก็นำเรื่องเดือดร้อนต่างๆเข้ามาถวายฎีกาต่อราชาทอนฟาแห่งนามิโมริ


Fin

 

Omake


31 ตุลาคม
0.04 นาฬิกา สนามหน้าโรงเรียนนามิโมริ


เสียงซุบซิบของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นที่ลานสนามหญ้าหน้าโรงเรียน

“ไม่ต้องกลัวครับ ท่านรุ่นที่ 10 เจ็ดสยองของโรงเรียนก็แค่เรื่องแต่ง ไอ้ทดสอบความกล้าแค่นี้ทำอะไรท่านรุ่นที่ 10 ไม่ได้หรอกครับ” เสียงแรกดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น

“ต...แต่ว่าโกคุเดระคุง...” ตามมาด้วยเสียงที่ฟังอ่อยๆและหวาดหวั่น

“ฮะๆๆ...ไม่ต้องห่วงหรอกน่า สึนะ ถ้ามีตัวอะไรออกมา ฉันจะปกป้องนายเอง” และเสียงที่สามที่ร่าเริงจนผิดบรรยากาศ


เพล้งงงงง!!!


จู่ๆ...กระจกหน้าต่างชั้นสองก็แตก พร้อมๆกับอะไรบางอย่างที่ร่วงหวือลงมา...

“เห…?”

ร่างเงาตะคุ่มทั้งสามขยับเข้าไปดูสิ่งนั้นใกล้ๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น...

มันคือ...

หัวของรูปปั้นศิลปะที่ควรจะอยู่ในห้องศิลป์...

“มันร่วงลงมาได้ยังไงน่ะ?” เจ้าของเสียงร่าเริงเอ่ยขึ้นก่อน

“ท่านรุ่นที่ 10 ระวังนะครับ! ที่นี่อาจจะมีโจรบุกเข้ามาก็ได้!!!” เจ้าของเสียงที่สองทำท่าเหมือนจะควักอาวุธ

หากแต่...

ร่างเงาที่ดูจะตัวเล็กกว่าเพื่อนก้มหน้าลงมองเจ้าสิ่งที่ร่วงลงมานอนแอ้งแม้งบนพื้น...

เจ้ารูปปั้นศิลปะ...เหลือบมองเขาตรงๆ...ก่อนจะ...ฉีกยิ้มกว้าง...

“อี๋~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!”

และเสียงกรีดร้องปริศนาที่ดังขึ้นในคืนฮาโลวีน...ก็กลายมาเป็นเรื่องเล่ายอดนิยมอีกเรื่องของเหล่านักเรียนที่ชื่นชอบเรื่องสยองขวัญ...ไม่แพ้เจ็ดสยองของโรงเรียน (ฮา)

 

Happy Halloween

31.10.08

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ถีบสัปป้าค่า~~~~~~~~~~~~~~~~~~ (น่าน...)

เรื่องแรกๆ ยังหลอนได้อยู่ พอมาหลังๆ ชักหนัก.... สงสารนร.คนอื่นที่ต้องไปเก็บกวาดจริง ฮ่าๆ ว่าแต่...

แกหนีไม่พ้นหรอก เจ้าพืชไร่

...... เหมือนจะเครียด แต่อ่านแล้วฮาแตกค่ะ คุณเคียวพูดแล้วมัน... มัน... (นกฮูกลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น ฮา)

ลป. โอมาเกะได้ใจค่ะ กร๊าก XD

ลป2. ชมรมหลังๆ ซวยมาก... (ชมรมแรกยังจะได้รับอนุมัติอยู่เลย โธ่ =w=')

#1 By Irregulars on 2008-10-31 01:04

มุคุเจ๋งจริงๆ 555555
เรื่องสุดท้ายนี่โด้นโดน~open-mounthed smile

#2 By dearchan on 2008-10-31 01:42

อ่านถึงรองเท้าแล้วสงสัยว่า...
ใครเป็นคนขัดรองเท้า่ ทำกับข้าว ซักกกน.ให้คุณฮิกันนะ

#3 By talalan on 2008-10-31 01:48

แกหนีไม่พ้นหรอก เจ้าพืชไร่ 555+

ด้วยรักนะครับ18... กรี๊ดดดดดดดดดๆๆๆๆ

//โอมาเกะฮาXD
ถีบสัปป้า แอ่กกกกกกก(ไอ้ประที่ว่าด้วยรักอย่างสุดซึ้งนี่อร๊ายยยยยยยยยยย)
...สงสารชมรม = =
....สงสารสึนะ (ว่าเเต่รูปปั้นพวกนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าจริงๆสินะ...และรูปปั้นพวกนั้นคงต้องยิ้มโดยมีแค่หัวต่อไป...(โดนฮิป้อกกี้ฟันขาดไปแล้ว))

#5 By : zheanarzhean : on 2008-10-31 09:11

รู้สึกมันฉ่อยขึ้นทุกทีนะสัปป้า กร๊ากกกกกกกก XD

ไม่แปลกใจเลยที่คุณฮิจะโมโหน่ะ~แต่เรื่องสุดท้ายแอบหวานโฮกกกกกกกกก!

6918ไม่ได้เห็นมายาวนาน (เพราะ1869มันบดบัง?)

ชอบOmakeค่า >< สามหน่อนี่น่าร้ากกกกก

ปล.สุขสันต์วันฮาโลวีนนะคะยูระจัง cry

#6 By ~Kumi~ on 2008-10-31 10:26

มุคุ.... วันนี้ทำได้ทุกอย่าง
กร๊ากกกกกกกกกก
ตั้งกะใส่วิกสวมกิโมโน ยันขโมย xxx กรรมการนักเรียน
รั่วทั้งมุคุทั้งคุณฮิเลย 55555

...แน่นอน พรุ่งนี้เขาจะสั่งให้คนมาล้างส้วม... <<<

ส่วน Omake .... น่าร้ากกกกกก 5555

ปล. Happy Halloween นะค้า ^^
ปล.2 เลือกได้คงไม่ถีบใครเลย เพราะวันนี้มันรั่วได้ใจไอ้นามินทุกคน กร๊ากกกก (แม่ไม่ถีบลูกหรอกค่ะน้องโละ )

#7 By =NaMi= on 2008-10-31 11:05

อ่า คุณฮิคงต้องฟาดพาราไปหลายเม็ด (แอบสงสารบรรดาผู้คุมชมรมทั้งหลาย ท่านประธานลำเอียง กร๊ากกก~~~)

ตอนแรกน่ากลัว แต่หลังๆช่อยสิ้นดี (หรือนี่จะเป็นเสน่ห์สับปะรด?)

ขำๆซีเปีย Happy Hallowen ครับ ยูระซัง

#8 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-10-31 13:07

อา............ตกลงนี่เป็นการเล่นไล่จับเวอร์หฤโหดกันสินะ......ว่าแต่....สัปป้า จุดประสงค์ที่แท้จริงของแกครือkiss ของฮิบารินอ่ะ!!! 555+

แบบว่าคุณฮิช่างน่ากลัว ต้องเรียกว่าทอนฟาสยบตำนานจินะ อืมๆ *หงึกๆ* ขนาดรูปปั้นผีของแต๊ยังลอยเท้งเต้งออกนอกหน้าต่างไปอ่ะ ทูน่าน่าสงสารๆ *หัวเราะ*

สุดท้าย.......มันก็กลายเป็นฟิกฮารับขวัญวันฮาโลวีนนี่เอง กร๊ากกกกกก นี่คือtreat ของยูระสินะ งั้นก็trick ไม่ได้แล้วอ่ะจิ เสียดายๆ (ฮา)
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก โอยยยย ปวดท้อง ~~!!

อยากถีบมุคุว่ะค่ะ !! มันจะรั่วไปหน๊าย~!!

เจ็ดเรื่องสยอง...หึหึหึหึ..หึหึหึหึ เเล้วมันเกี่ยวอะไรกับเเกกินเฟรนส์ฟรายฟะ !!=[ ]=

เเล้วไอ้แต่งตัวเป็นผีญี่ปุ่นิอีก - - เห่ยสิ้นดี...

ฉวยโอกาส~~~!! เรื่องที่เจ็ดมันไม่มีนี่นาเเก๊~

ยังไงก็สุขสันต์วันฮาโลวีนเคร่อะยูระซัง TvTb ขอบคุณที่เขียนคู่นี้มาให้อ่าน(ฮา)

#10 By o::Shirokuro::o on 2008-10-31 19:55

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ไหวแล้วท่าน ใครเทเซราดิกซ์ลงไปในโถดองเกินขนาดน่ะ?? สับป้าถึงออกมาอย่างกับเมาโคเคนแบบนี้เนี่ย เริ่มตั้งแต่ไอ้วิ่งล้าลา จับผมให้ได้สิคะ ก่อนจะไปร้องไห้พับเพียบกระซิกๆเป็นผีสาวห้องญี่ปุ่น มันเป็นอะไรเนี่ยท่าน กร๊ากกก

แต่ตอนจบน่ารักค่ะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอยู่ในโหลดองนานๆนอกจากจะบ่มเพาะความแร่ด ยังบ่มเพาะความรั่วได้ด้วย กร๊ากกก
รั่วได้ใจ ชอบสับป้าแบบเน้~~~

#11 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-10-31 20:30

หลอนอยู่ดี....

พืชไร่...พืชไร่...

อนุมัติ... ไม่อนุมัติ...

ท่าคีบเฟรนฟรายสุดแร่ด....

ไม่ไหวแล้วววววววววววววววววววววววววว

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

กร้ามจะค้าง..ฮาโลวีนปีนี้คุณฮิคงจำไปอีกนานแสนนานเลยค่ะ...

ซือคุงน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก แต่เป็ฯลินตกปุ๊มาแบบนั้นก็ไม่ไหวเหมือนกันนะคะ...

ปล.ยามะเนียนได้อีก... เดี๋ยวปั๊ดส่งไปหาเกนจังซะเลยนิ!!

#12 By Lina on 2008-10-31 22:12

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มุคุ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก T[]T
มุคุกวนติงแบบนี้น่ารักมากอ่ะพี่ยูระ กรี๊ดๆๆๆ
เรื่องสยองเรื่องสุดท้าย =,.= แจ่มมากค่ะ 555+ (ทำไมเรื่องๆหลังๆมันมั่วๆ555+)

ชอบฟิคพี่ยูระตรงที่อ่านแล้วเห็นภาพนี่ล่ะค่ะ


6918ฟีลนี้แจ่มแท้ๆ TvT+ Happy Halloweenค่ะพี่ยูระ

#13 By ★ O*MIX ★ on 2008-10-31 22:51

หึ

หึ

หึ

หึ

*นั่งขำมุคุ* ไม่ไหวเเล้วววววว

อุส่าชื่นชมมาตั้งนาน เจอแบบนี้ 55555555+++ นั่งขำ

(เเต่ยังรักอยุนะ)

"พืชไร่" << ใจร้ายๆๆๆๆๆๆๆๆ

ป.ล. สุขสันวานฮัลโลวีนเคร่อะ >3<

#14 By Hikari_Ai ~ * on 2008-10-31 22:57

โฮกกกกกกก ชอบฟิคนี้คะ(<< มีฟิคไหนแกไม่ชอบมั้ง sad smile)
มุคุพาท่านฮิทัวร์เรื่องสยองขวัญ แต่อ่านไปอ่านเริ่มฮาคะ
กวนได้โล่นะคะมุคุ
ส่วนเรื่องสยองขวัญเรื่องสุดท้ายนี่ อรั๊งงง คิดได้ไงอ่าสัปป้า~~~~>w<

สงสารทูน่ากับผองเพื่อน(ดูมันเรียก-*-)จริงๆคะ โดนลูกหลงไปด้วยเลย 55555+

Happy Halloween นะคะ

#15 By =Hatsu= on 2008-10-31 23:14

กรีดร้อง หนูอยากได้1869 TTTTT[]TTTTT โฮกกกกก /meโดนพี่ยูระถีบออกนอกบล๊อค 55+

(แต่คุณฮิน่ารักได้อีกค่ะ 555+)


happy halloween นะค้า >w<!

#16 By syaolee on 2008-10-31 23:51

คุฟุฟุ ฮามากๆเจ้าค่ะ แอบสงสารสึนะเล็กน้อย รับกรรมไปด้วยเลย ชอบเรื่องสยองเรื่องสุดท้ายมากๆเค่อะ