[KIRIBAN FIC] [KHR] [5927] Shall We Dance
posted on 02 Nov 2008 01:38 by hiyuura in Gift-Requestฟิกเรื่องที่สองสำหรับวันนี้...อึดปั่นได้สองเรื่อง น่าจดบันทึกเป็นประวัติการณ์
คราวนี้มาเป็นฟิกจากที่เคยเปิดรีเควสในคิริบันไว้นะคะ
ฟิกใสๆกึ่งรั่ว ของคู่ใสประจำวิก...5927 รีเควสโดย น้องนกฮูก ค่ะ ^^
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: Shall We Dance
Pairing: 5927
Rating: PG
Warning: BL, slight crack
Prompt: TYL
Requested by: irregulars
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Shall We Dance
ซาวาดะ สึนะโยชิกำลังกลุ้ม...
ปัญหาเกี่ยวกับมีลฟีโอเล่จบลงด้วยดีแล้ว หลังจากวองโกเล่ทำสัญญาสงบศึกกับมีลฟีโอเล่ได้สามเดือน เขาก็ได้ข่าวว่าฝ่ายแบล๊คสเปลล์หรือเดิมก็คือ...จิสโรเนโรแฟมิลี ได้ขอแยกตัวกลับออกมาจากทางไวท์สเปลล์คือ เจสโซ กลับเป็นสองแฟมิลีดังเดิม ผลของการเจรจาเท่าที่เขารู้...ดูจะเป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่คิด จะว่าไป...เมื่อเบนเข็ม...หรือต้องเบนเข็มจากเป้าหมายเดิมไปแล้ว ทางเบียคุรันเอง ก็ไม่ใช่คนยุ่งยากที่จะเจรจา
จิสโรเนโรแยกตัวออกมา และยูนิก็ได้คืนตำแหน่งประมุข หลังจากพ้นจากมนตร์สะกดและได้คุยกับเจ้าหล่อนเป็นการส่วนตัว (แต่แน่นอนว่าไม่ปราศจากผู้ติดตาม...อย่างน้อยก็หนึ่งคน...สายฟ้าฟาดแกมม่า...เป็นห่วงองค์หญิงน้อยของเขาเกินกว่าจะยอมให้อยู่ในห้องกับชายหนุ่มอื่นสองต่อสอง) เขารู้สึกชื่นชมในตัวของเด็กสาวมิใช่น้อย
เธอเป็นนภาที่อบอุ่นและสดใสโดยแท้จริง
ส่วนทางเจสโซแฟมิลี่...ก็ใช่ว่าจะเลวร้ายนัก อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เขาคิดในระดับหนึ่ง แม้ว่า...คนของเขาเองจะไม่ค่อยพอใจสมาชิกส่วนใหญ่ของเจสโซมากนัก จะให้พูดก็คือ...แม้แต่โคลมที่เขาคิดว่าไม่ค่อยจะมีปากเสียง กลับแสดงท่าทีรังเกียจผู้นำสาส์นจากเจสโซที่เขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าชื่อกุโละ คิชเนียอย่างเห็นได้ชัด
แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรเป็นไปได้อย่างไม่ติดขัด...มากนัก
สึนะ...ควรจะดีใจที่ผลลัพธ์ในการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี ก่อนหน้านี้เขาต้องลำบากกับการคืนศูนย์ถ่วงให้กับวองโกเล่ในสงครามกับมีลฟีโอเล่อย่างหนัก เพราะแผนของรีบอร์นทำให้เขาต้องไปเรียนฝึกวิธีแกล้งตายอย่างแนบเนียนอย่างสุดแสนจะลำบากแทบตายจริงๆ แน่นอนว่าเขารู้สึกแย่กับการที่ต้องหลอกพวกเพื่อนๆ แต่รีบอร์นยังคงไร้น้ำใจเหมือนเดิมเสมอ และยกคติจะหลอกศัตรูต้องหลอกมิตรให้ได้ก่อนมาใช้
แผนของรีบอร์นได้ผล เขาตลบหลังมีลฟีโอเล่ เปลี่ยนความเสียเปรียบเป็นได้เปรียบ แม้ว่าจะไม่อาจเผด็จศึกเด็ดขาดได้ แต่ก็นำไปสู่การเจรจาที่สัมฤทธิ์ผล...
ต้องขอบคุณความโหดเหี้ยมที่ไม่เคยเปลี่ยนของรีบอร์น
แต่เพราะว่าเป็นแบบนั้น...ตอนนี้...เขาถึงได้ต้องมานั่งกลุ้มอย่างหนัก เพราะผลการสนทนาในการพบปะกันระหว่างสามแฟมิลีครั้งล่าสุด...
…
สึนะมาถึงที่ที่ประชุมเป็นคนสุดท้าย แน่นอนว่ายูนิกับเบียคุรันรอเขาอยู่ก่อนแล้ว เพียงแค่มองแวบแรก เขาก็รู้ได้ทันทีว่าทางจิสโรเนโรรู้สึกโล่งใจที่เขาปรากฏตัวมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แกมม่าที่ยืนประชิดไม่ยอมห่างจากองค์หญิง เพราะกลัวว่าจิ้งจอกเผือกจะทำมิดีมิร้ายเด็กสาว
เขายิ้มและเอ่ยทักทายตามมารยาท หากแต่...ที่ด้านหลังเขา...โกคุเดระ ฮายาโตะ มือขวาคนสนิทกลับยังมีทีท่าระวังระไวและตึงเครียด ผิดกับบอสของเขา
และสึนะก็รู้ถึงข้อนี้ดี
เขารู้ว่าโกคุเดระไม่ไว้ใจคนพวกนี้...อย่างน้อยก็เบียคุรันคนหนึ่ง เขาเคยบอกให้มือขวาของเขาทำตัวให้เคร่งเครียดน้อยลงบ้าง แต่คิดว่า...คงเป็นเพราะเรื่องที่เขาแกล้งทำเป็นตายก่อนหน้า ทำให้โกคุเดระ...ไม่ยินยอมที่จะลดความระวังลงแม้สักวินาที เขาคิดว่าเขาทำพลาด เขาคิดว่าเขาไม่อาจปกป้องท่านรุ่นที่สิบได้ เพราะอย่างนั้น...เมื่อมีโอกาส...เมื่อโอกาสหวนกลับมาให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง...เขาจะไม่ยอมคลาดสายตาจากท่านรุ่นที่สิบที่เขารักและเคารพอีก
ซื่อสัตย์และอุทิศให้ได้ทั้งชีวิต...นั่นแหละ คือ โกคุเดระ ฮายาโตะที่เขารู้จัก
เพราะเป็นแบบนั้น...เขาจึงไม่กล้า...ที่จะพูดเรื่องนี้กับโกคุเดระอีก
ถึงทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี และหลายคนปล่อยให้มันผ่านไปราวกับเป็นปาฎิหาริย์ในเรื่องร้ายๆ ยามาโมโตะเองยังหัวเราะและคิดว่ามันเป็นมุขตลกที่เข้าท่า แต่สึนะเองนั้นเจ็บปวด...เพราะเขารู้ว่า ก่อนความจริงจะเปิดเผย หลายคนที่คิดว่าเขาตายนั้นเจ็บปวด...และเขาก็เจ็บปวดที่เขาหลอกลวงเพื่อนๆทุกคน
และยิ่งรู้สึกผิด...เพราะเขารู้ว่าคำขอโทษของเขาจะได้รับการให้อภัยเสมอ...
“ยูนิจัง” สึนะเอ่ยขึ้น เขาสนิทกับเธอพอที่จะเรียกแบบนั้นได้โดยไม่ขัดเขิน และเด็กสาวก็ยิ้มให้
“คุณเบียคุรัน” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์แย้มรอยยิ้มที่ดูเจิดจ้าจนคิ้วของแกมม่ากระตุกปึดๆ
“ที่เรามาประชุมกันวันนี้ เพื่ออยากจะยืนยันว่าแฟมิลี่ของเราได้ดำเนินการไปในทางที่สมานฉันท์และด้วยความสัมพันธ์ที่ดีฉันท์มิตร...” สึนะกระแอมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อไป เขาท่องบทที่จะกล่าวในวันนี้จนขึ้นใจชนิดไม่ต้องอ่านจากกระดาษ...รีบอร์นเคยบอกให้เขาท่องเรื่องที่จะพูด เพราะมันทำให้เขาดูรู้เรื่อง...เข้าเรื่อง และไม่พูดตะกุกตะกัก จนกระทั่งถึงวันนี้...มันก็เลยกลายมาเป็นนิสัย
“สุดท้ายนี้...ฉันจึงอยากให้พวกเราช่วยกันเสนอกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่แฟมิลีของพวกเราจะทำร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ว่า”
แน่นอนที่สุด...นโยบายของวองโกเล่รุ่นที่ 10 เป็นนโยบายเพื่อสันติภาพ สำหรับสมาชิกหัวรุนแรงของวองโกเล่ หรือพูดให้ชัดก็คือ วาเรีย แล้ว นโยบายของซาวาดะ สึนะโยชิ...เป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุด
27 ครั้ง ใน 365 วัน ทั้งวองโกเล่ รวมทั้งวาเรีย จะต้องช่วยกันอาบน้ำให้สุนัขจรจัดที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างถนน
“จิสโรเนโรเราจะไม่ไปอาบน้ำให้หมาหรอกนะ” แกมม่าท้วงขึ้นทันทีก่อนที่ยูนิจะทันได้ห้าม จริงอยู่ในฐานะผู้ติดตาม ในการประชุมเขาไม่มีสิทธิ์จะออกเสียง แต่เรื่องแบบนั้น...เขาสนใจที่ไหนล่ะ
“แกมม่า..” ยูนิเอ่ยขึ้น แต่ใบหน้าของตาลุง...เอ่อ...น้า...แกคัดค้านแข็งขัน เด็กสาวจึงเอ่ย
“เป็นความคิดที่ดีค่ะ แต่ฉันคิดว่า...เราควรจะหากิจกรรมอย่างอื่น”
แต่อะไรล่ะ...?
คำถามนี้แขวนห้อยอยู่ในหัวของหลายๆคน จนกระทั่ง...
“ไม่เห็นยากเลยนี่ ก็จัดงานเต้นรำกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแฟมิลี่เป็นไงล่ะ” เบียคุรันเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มฟีโรโมนกระจาย
และนั่น...เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องกลุ้มใจของสึนะ
…
โกคุเดระ ฮายาโตะเพิ่งกลับจากงานตรวจเช็คดูสินค้าของบริษัทธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวองโกเล่ และดูจากปราสาทวองโกเล่ที่วันนี้เงียบเหลือเกินจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแก้วแตกจากห้องพำนักส่วนตัวของพวกวาเรีย...ท่าทางว่า...วันนี้เขาจะเสร็จจากภารกิจได้ไวกว่าคนอื่น
ยามาโมโตะไปทำหน้าที่อารักขาแขกคนสำคัญของวองโกเล่
แรมโบ้กับอี้ผิงไปส่งของให้ดีโน่ที่คาบัคโรเน่
เจ้าหัวสนามหญ้ามีภารกิจต้องไปช่วยกู้กับระเบิดแถวๆรอยต่อระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์
ฮิบาริยังอยู่ที่ฐานของตัวเองเลี้ยงนกและเม่นที่ญี่ปุ่น
โคลม โดคุโร่ออกไปลาดตระเวนจดจำนวนสุนัขจรจัด
และ...โรคุโด มุคุโร่ที่ออกจากโหลดองมาได้สี่เดือนเศษ ได้ตั๋วพิเศษเป็นตัวแทนวองโกเล่ไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันเกิดองค์ดาไลลามะ
โกคุเดระถอนหายใจ เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกวางพาดไว้อย่างลวกๆบนเก้าอี้ และหยิบซองแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่จำเป็นต้องส่งรายงานให้รุ่นที่สิบ ก่อนจะเดินไปเตรียมเคาะประตูห้องของบอสของเขา...
และก็ต้องแปลกใจที่ประตูห้องของสึนะเปิดอ้าซ่าเอาไว้
วองโกเล่รุ่นที่ 10 ดูจะมีเรื่องกลุ้มให้ครุ่นคิดหนักจนไม่ทันสังเกตว่าเขาเข้ามา
“ท่านรุ่นที่ 10?”
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเงยขึ้นสบมองร่างสูงที่เข้ามาในห้องเป็นครั้งแรก ก่อนริมฝีปากบางจะแย้มรอยยิ้มน้อยๆ
“กลับมาแล้วเหรอ โกคุเดระคุง”
โกคุเดระยิ้มตอบ ก่อนจะนำเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าบอสของเขาโดยยังไม่เปิดผนึก ตอนนี้มันยังไม่มีความสำคัญขนาดนั้น
“มีเรื่องกลุ้มใจอะไรเหรอครับ”
สึนะถอนหายใจ ท่าทางเหมือนกำลังลังเลว่าจะพูดดีหรือเปล่า โกคุเดระจึงเดินไปปิดประตู
เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนอดที่จะขอบคุณในความรู้ใจของอีกฝ่ายไม่ได้
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งในหลายๆเหตุผล...ที่เขาเลือกให้โกคุเดระเป็นมือขวาของเขา
สึนะกระแอมเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาทางเขา “เอ้อ...คือ...” ชายหนุ่มเริ่ม...ใบหน้าเริ่มขึ้นสีน้อยๆราวกับเรื่องที่จะพูดชวนให้ขัดเขิน
ชั่วขณะหนึ่ง...วองโกเล่รุ่นที่ 10 ที่แสนสง่าผ่าเผยตรงหน้า...กลับกลายเป็นซาวาดะ สึนะโยชิ นายเห่ยที่พูดตะกุกตะกักและทำอะไรไม่ค่อยจะได้เรื่อง
“โกคุเดระคุง...จำเรื่องที่ไปประชุมกับเจสโซกับจิสโรเนโรเมื่อสองอาทิตย์ก่อนได้ไหม”
“ครับ มีปัญหาอะไรเหรอครับ” แน่นอนว่าเขาต้องจำได้ เวลาที่มีประชุมกับแฟมิลี่อื่น โกคุเดระมักจะขอเป็นผู้ติดตามไปเองเสมอ ในฐานะมือขวา และผู้ที่จะปกป้องรุ่นที่ 10 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...หากแฟมิลี่ที่ไปพบมีเจสโซรวมอยู่ด้วย...เขายิ่งต้องระวัง และไม่อาจปล่อยให้รุ่นที่ 10 คลาดสายตาได้
นัยน์ตาสีมรกตหรี่ลง คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิดถึงบรรดาสารพันปัญหาที่จะทำให้ท่านรุ่นที่ 10 กลุ้มได้...
“หรือว่าเจ้าเบียคุรันมันมีแผนชั่วอะไรอีก”
“…” สึนะถอนหายใจ “ไม่ใช่หรอก โกคุเดระคุง”
“แล้ว...?”
“คือ...ฉัน...เต้นรำไม่เป็น”
…
ยามาโมโตะ ทาเคชิคงจะหัวเราะจนฟันหัก เพราะเขาจะพูดว่าการเต้นรำเป็นเรื่องง่ายๆ และโกคุเดระจะชกเขาให้ฟันร่วงหมดปาก
ใช่...มันเป็นเรื่องไม่คาดคิด...และเขาไม่เคยคิดมาก่อน เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า...ท่านรุ่นที่ 10 ที่เป็นดังนภาที่โอบอุ้มทุกสิ่ง...ท่านรุ่นที่ 10 ที่เขารักและเคารพ...ท่านรุ่นที่ 10 ที่กลายมาเป็นผู้นำที่หาทางออกได้เสมอ...ท่านรุ่นที่ 10…ที่สั่งให้อาบน้ำให้สุนัขจรจัดปีละ 27 ครั้ง...เขาไม่เคยคิดเลยว่า ท่านรุ่นที่ 10 คนนั้น...
...จะเต้นรำไม่เป็น...
หลายปีมานี่...เขาคงจะคุ้นเคยกับท่านรุ่นที่ 10 ที่กลายมาเป็นผู้นำของวองโกเล่ได้อย่างสง่าภาคภูมิมากเกินไป จนลืมไปว่า...ท่านรุ่นที่ 10 ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถผิดพลาดและบกพร่องได้
คนเรา...ผิดพลาดได้เสมอ เว้นเสียแต่บางครั้ง...ที่ความผิดพลาดมันใหญ่หลวงเกินกว่าจะยกโทษให้ตัวเองได้
แต่สำหรับเรื่องเล็กๆ...
“ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ ท่านรุ่นที่ 10” โกคุเดระ ฮายาโตะยิ้ม
สามารถแก้ไขได้เสมอ
“ผมจะสอนท่านรุ่นที่ 10 เต้นรำเอง”
บทเรียนเต้นรำ...ที่เขาไม่ได้นำมาใช้เสียนาน
…
“ค่อยๆก้าวตามผมนะครับ ไม่ยากครับ แค่ขยับไปตามจังหวะ”
นัยน์ตาสีน้ำตาลได้แต่จ้องมองร่างตรงหน้าอย่างอึ้งๆ...มันควรจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่มีพื้นฐานครอบครัวอย่างโกคุเดระที่จะได้รับการฝึกสอนเต้นรำมาก่อน สึนะรู้ว่าโกคุเดระเล่นเปียโนเก่ง และเขาก็ควรจะเดาได้ว่า..อีกฝ่ายน่าจะเต้นรำได้ดี แต่...
เขาก็ยังไม่อาจห้ามความประหลาดใจที่ผุดขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากว่าจะสอนเขา
มันเป็น...เรื่องแปลกที่ต้องเต้นรำกับผู้ชายด้วยกัน
สึนะเคยจับคู่เต้นรำกับผู้ชายมาก่อน แต่นั่นก็เพราะจำนวนคนในห้องเป็นเลขคี่และเขาก็อยู่แค่ประถม...แน่นอนว่า สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การเต้นรำแต่คือการเหยียบเท้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้คู่ของเขาโกรธมาก ด้วยความกลัวจะมีเรื่อง เขาถึงได้หนีกลับบ้าน
แต่ตอนนี้มันต่างกัน
เขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว...และ...เขาก็จำไม่ได้ว่า...โกคุเดระคุงที่เขารู้จักมานาน...สูงถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บ่าของอีกฝ่าย...กว้างและก็หนา...และมือที่จับมือของเขาให้วางพาดบนไหล่นั่นก็ใหญ่และอุ่น...
บางทีเขาอาจจะมองแต่ภาพรวมมากเกินไป...จนรู้สึกแปลกเมื่อได้มองสิ่งที่เคยคิดว่าคุ้นเคยใกล้ๆ และพบว่ามันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
และนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นที่จ้องมองเขา...
“อุ๊บ!!!” นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ “ขอโทษนะ โกคุเดระคุง เจ็บรึเปล่า”
นัยน์ตาสีมรกตที่จ้องมองเขาอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้เอง ลองใหม่อีกครั้งนะครับ”
เขารู้สึกว่า...วันนี้...ตรงนี้...หากเขากลับไปเป็นนายเห่ยสึนะอีกครั้ง...คนตรงหน้าก็ไม่คิด...และไม่มีทาง...ที่จะทอดทิ้งเขา
“โกคุเดระคุง...”
“ครับ?”
“…ขอบคุณมากนะ”
…
เป็นไปตามที่คาด ฮิบาริปฏิเสธที่จะมางานเลี้ยงในทีแรก แต่ด้วยวิธีการอันเป็นแบบฉบับเฉพาะของรีบอร์น...ในที่สุดเมฆาแห่งวองโกเล่ก็มาร่วมงานเต้นรำกระชับความสัมพันธ์ของสามแฟมิลีด้วย...แน่นอนว่า...อย่างไม่สู้เต็มใจนัก
อย่างน้อยๆ สึนะก็ยังไหวตัวทันที่จะเชิญดีโน่ที่ถึงจะเป็นคนนอกในกรณีนี้ แต่ก็นับว่าเป็นพันธมิตรที่สำคัญและไม่อาจขาดได้คนหนึ่งของวองโกเล่มาร่วมงานด้วย
อย่างน้อยๆ คุณดีโน่ก็สามารถพอจะกันไม่ให้ฮิบาริไปมีเรื่องฟาดปากกับคนอื่นในงานได้...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนจากแฟมิลี่เดียวกัน
โรคุโด มุคุโร่...ที่ตอนนี้เจ้าตัวดูท่าจะไม่มีเวลาไปยุ่งกวนประสาทพ่อนกน้อยสักเท่าไหร่ เพราะทันทีที่กุโละ คิชเนียมาชวนโคลมไปเต้นรำ และเจ้าหล่อนปฏิเสธทันที ก่อนจะรีบขอตัวออกไปทำธุระที่ห้องน้ำ...ราชาเจ้าปัญหาตัวจริงก็โผล่มา
ในฐานะเจ้าของความคิดงานเลี้ยงสังสรรค์...เบียคุรันดูจะมีเป้าหมายที่เป็นส่วนตัวมากกว่าจะไปช่วยยืนต้อนรับแขกเหมือนมาดหนุ่มโฮสต์ที่เขาควรจะเป็นด้านหน้า
ยามาโมโตะเป็นคนสนับสนุนรายการอาหารให้เป็นซูชิ...ซึ่งเจ้าตัวทำการปั้นโชว์กลางงานแจกทั้งๆที่ยังใส่ชุดสูท แน่นอนว่า...คนที่เร่าร้อนอย่างซาซางาวะ เรียวเฮมีหรือจะยอมน้อยหน้า...
การแข่งขันปั้นซูชิกลางงานเต้นรำจึงได้เริ่มขึ้น แถมยังเรียกเสียงเฮได้อย่างน่าประหลาด เมื่อเบลเฟกอลที่เมาได้ที่กระโดดขึ้นมาช่วยยามาโมโตะแล่ปลาดิบ โดยมีลุสซูเรียยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
แน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่า...คนที่เจ๊แกมาให้กำลังใจไม่ใช่เบลเฟกอล
แรมโบ้ไปตามจีบสาวเหมือนอย่างที่เคย ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ อี้ผิงกับบาจิลบอกว่าเห็นครั้งสุดท้ายอยู่กับรีบอร์นที่บนระเบียงชั้นสอง ซึ่งเบียงกี้ถือเค้กพอยซั่นคุกกิ้งวิ่งตามไปทันที
ฟูตะกำลังคุยออกรสกับสปาน่า และดูท่า...ทาซารุกับโนซารุจะเมาพอๆกับแซนซัส ทั้งสามจึงช่วยกันปาแก้วใส่หัวสควอโล่ที่วิ่งไปหลบหลังอิริเอะ โชอิจิ ก่อนที่เลวีจะเดินเข้ามาชวนบอสเต้นรำทำบุตรด้วยความกล้าเนื่องจากเมาสนิท
ไอริสปฏิเสธที่จะเต้นรำกับชามาล คุสะคาเบะ เท็ตสึยะเล่นเป่ายิ้งฉุบกับจินเจอร์ เบรด และเกนคิชิต้องหิ้วถังดับเพลิงมาดับไฟ
และ...
ซาวาดะ สึนะโยชิ...กำลังเต้นรำอยู่กับยูนิแห่งจิสโรเนโร
…
“เป็นอะไรไป...ทำหน้าอย่างกับหมาหงอย”
แกมม่าเอ่ยขึ้น ก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบ เขาและคู่สนทนาตอนนี้ไม่ได้อยู่ในงาน แต่อยู่ที่สวนด้านนอก
“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ”
โกคุเดระเอ่ย ก่อนจะจุดบุหรี่สูบตามนิสัย แต่ท่าทีของชายหนุ่มที่ท่าทางเร่งรีบเหมือนกันที่จะสูดเอามะเร็งเข้าปอดไม่อาจปิดบังความจริงที่เห็นอยู่ชัดๆ
แกมม่าแค่นหัวเราะ
“อะไรกัน ที่แท้คุณมือขวาก็หึงหรอกเหรอนี่”
“อะไรนะ” วายุแห่งวองโกเล่สวนกลับว่องไวทันที “ใครจะไปเหมือนนาย ตาแก่โลลิค่อน”
แกมม่าแทบจะปาแก้วเลียนแบบลูกน้องของเขากับแซนซัส หากเขาไม่ได้สำลักเหล้าที่กรึ๊บเข้าไปเสียก่อน
เจ้าของสมญาสายฟ้าฟาดสำลักเหล้าไอค่อกไอแค่ก ก่อนจะใช้ความพยายามในการเอ่ยประโยคคุกคามปฏิเสธ “แกว่าใครโลลิฟระ!!!”
ร้อนตัว...ได้อีก
โกคุเดระเหยียดรอยยิ้ม ก่อนจะสูดมะเร็งเข้าปอดอีกเฮือกใหญ่ จะว่าไป...เขาเอง...ก็ไม่ต่างจากที่อีกฝ่ายพูดนัก
แต่ว่า...เขา...โกคุเดระ ฮายาโตะ...ไม่ได้หึง
แค่...รู้สึกว่างานมันเหี่ยวๆไปหน่อยก็แค่นั้น...จริงๆนะ
ที่ออกมาข้างนอก...ก็เพราะไม่อยากเจอเบียงกี้...ก็แค่นั้นเอง
แกมม่าเหล่เขาทีหนึ่งหลังจากเลิกสำลักได้ ตาลุง...เอ๊ย น้าแก ปล่อยให้หมามันหงอยเล่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เฮ้ย ไอ้ลูกหมา ดูนั่นสิ” ว่าพลางพยักเพยิดไปทางร่างเงาตะคุ่มอีกร่างหนึ่ง...ที่ลอบออกมาจากงานเข้ามาในสวน
นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้น
“ท่านรุ่นที่ 10!?”
…
“ท่านรุ่นที่ 10…ทำไมออกมานี่ละครับ”
วายุแห่งวองโกเล่เอ่ย ทันทีที่ตามอีกฝ่ายมาทัน
สึนะยักไหล่
“ก็...ฉัน...ไม่รู้สิ ฉันไม่ค่อยอยากเต้นรำน่ะ”
หลังจากเต้นกับยูนิ ก็มีสาวๆคนอื่นที่แห่กันเข้ามาอยากจะเต้นรำกับเขา แต่เขาปฏิเสธทั้งหมด...ตอนที่โกคุเดระสอนให้เขาเต้นรำจนเต้นได้...เขารู้สึกเป็นครั้งแรกว่า...การเต้นรำนั้นสนุก ตอนที่เต้นกับยูนิจังก็สนุก แต่ว่า...
“ทำไมละครับ...”
เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป
“เอ้อ...ก็ฉัน...กลัวจะไปเหยียบเท้าใครเข้าแล้วเขาโกรธน่ะ”
เขาเกือบจะเหยียบเท้ายูนิจังเข้าให้ เพราะว่ามัวแต่มองหาอะไรบางอย่างนั้น...
“ท่านรุ่นที่ 10…”
อะไรบางอย่าง...หรือใครบางคน...
“ช่างมันเถอะ โกคุเดระคุง ฉันออกมาอยู่ตรงนี้ละกัน คนที่อยากเต้นรำเขาจะได้เต้นกัน”
เพราะกลัวว่าจะผิดพลาด...เพราะกลัวว่าจะต้องกลายเป็นนายเห่ยสึนะอีกในงาน...จึงได้รีบออกมา
“ท่านรุ่นที่ 10 ยังอยากเต้นรำอยู่ใช่ไหมครับ”
ดีใจที่เต้นได้...แต่ก็กลัว...ว่าจะผิดพลาดซ้ำๆ อย่างที่วองโกเล่รุ่นที่ 10 ไม่ควรจะผิด
“…”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้น เมื่ออยู่ๆ ผู้พิทักษ์ผมเงินของเขาก็โค้งให้อย่างสุภาพ
“โกคุเดระคุง?”
โกคุเดระ ฮายาโตะยิ้ม นัยน์ตาสีมรกตทอประกายอ่อนโยนและมีชีวิตชีวาเป็นครั้งแรกในราตรีนั้น ก่อนจะยื่นมือมาให้
“กรุณา...ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับ ซาวาดะ สึนะโยชิ”
…
เขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว...และ...เขาก็จำไม่ได้ว่า...โกคุเดระคุงที่เขารู้จักมานาน...สูงถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บ่าของอีกฝ่าย...กว้างและก็หนา...และมือที่จับมือของเขาให้วางพาดบนไหล่นั่นก็ใหญ่และอุ่น...
บางทีเขาอาจจะมองแต่ภาพรวมมากเกินไป...จนรู้สึกแปลกเมื่อได้มองสิ่งที่เคยคิดว่าคุ้นเคยใกล้ๆ และพบว่ามันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
และนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นที่จ้องมองเขา...
เขารู้สึกว่า...วันนี้...ตรงนี้...หากเขากลับไปเป็นนายเห่ยสึนะอีกครั้ง...คนตรงหน้าก็ไม่คิด...และไม่มีทาง...ที่จะทอดทิ้งเขา
และเขาเพิ่งจะรู้ว่า...
“...ขอบคุณนะ โกคุเดระคุง”
นัยน์ตาคู่นั้น...คือสิ่งที่เขามองหา...ตลอดงานเต้นรำ...ในค่ำคืน...ที่ดูจะอีกยาวนานนี้
Fin
เพราะลงดึกมากเลยต้องขออภัยที่ตอนท้ายออกจะเผาไปนิด
แต่ยูระไม่ไหวแหล่ว...ตาจะปิด =v='''
ช่วงหลังๆเหมือนฟิก one-shot ที่เขียนจะเริ่มยาวเกิน 2000 คำทุกเรื่อง
เอ้อ...ก็...หวังว่าจะถูกใจคนอ่านไม่มากก็น้อยนะคะ แหะๆ ^^;;
แอบฮาตอนที่โกคูด่าแกมม่าว่าตาแก่โลลิ ฮ่าๆๆๆ
#1 By ป้าซาบ on 2008-11-02 02:19