[KHR FIC] [8059?] Love Note: อาถรรพ์ที่กระท่อมปลายนา
posted on 05 Nov 2008 13:22 by hiyuura in Fanfictionฟิกนี้ พี่ไทคิ และ ยูระ ร่วมมือร่วมใจกันตามโปรแกรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพความเสื่อม
ตามจุดประสงค์หลักของปราการซาตาน ฟิกนี้...จึงเขียนขึ้นเพื่อมอบแด่ ยูริกะจัง โดยเฉพาะ ♥
เพราะฉะนั้น...มาอ่านซะดีๆนะคะ ไม่งั้นอาเบะซังจะตามไปร้องเพลงยาราไนก๊ะในฝัน ^^
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำความเสื่อมไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: Love Note: อาถรรพ์เตี่ยวแดง ที่กระท่อมปลายนา
Authors: Taiki & Hiyuura (Co-written on msn)
Pairing: 8059.......???
Rating: PG-13
Warning: เอนทรี่นี้เรท ส (เสื่อม) ผู้มีสุขภาพหัวใจอ่อนแอพึงระวัง
Note: สำหรับลูกแกะหลงทางที่หลงเข้ามาอ่าน หากเสื่อมเกินไป...
ก็ขออภัยล่วงหน้าเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ m(_ _)m
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อยามใกล้รุ่งสางก่อนอรุณเจิดจ้าสุดหูรูดจะเจิดฟ้า...หลายชีวาอาจจะยังหลับใหล...แต่ทว่า...ไม่เคยมีเวลาพักสำหรับกามเทพผู้มีหน้าที่สื่อให้ความรักแพร่ขยายไปทั่วโลก ตือโป๊ยก่ายอาจจะกล่าวว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ใจขื่นขม ระทมชั่วนิรันดร์ แต่หากไม่มีรัก...โลกนี้คงไม่มีความสดใสโป๊งโป๊งชึ่ง(?) คิวปิด...จึงต้องนั่งถ่างตา...จิบกาแฟ โดยที่มือก็คิดเขียนงานของเขาไป หากแต่...
เมื่อต้องนั่งแหกตาแบบที่ว่าจะเอาไม้จิ้มฟันมาถ่างแหล่ไม่ถ่างแหล่...คนมันก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง...และตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจสำหรับคิวปิดมากกว่างานเขียนรายชื่อเลิฟเลิฟ คงจะไม่พ้น...ขนมโดนัทอันหอมหวาน ที่เขาซื้อมาจิ้มกะกาแฟกระเดือกในยามเช้า
ความหอมกรุ่นของแป้งโดนัทร้อนๆ ผสานกับความหวานของบลูเบอร์รี่แยมที่สอดไส้เอาไว้ข้างใน ทำให้กามเทพหนุ่มในเสื้อโค๊ทยาวสีดำมาดประหนึ่งมาเฟียก็ไม่ปาน ลืมไปว่าสมุดบัญชีหนังหมา เอ๊ย! บัญชีกามเทพของเขานั่นอยู่ในตำแหน่งเหลื่อมกับขอบโต๊ะกลมในร้านกาแฟในย่านใจกลางกรุงไคโร ทำท่าว่าจะหล่นแหล่ มิหล่นแหล่ชวนให้หวาดเสียวน้อยอยู่เสียเมื่อไหร่
พลันศอกของเขาก็ไปสะกิดกับมันเข้าโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกตุ เจ้าสมุดบัญชีกามเทพสีแดงแปร๊ดเล่มบางอันแสนสำคัญยิ่งในชีวิตหน้าที่การงานของกามเทพก็หล่นปุ๊ลงบนหัวเจ้าแมวเหมียวขนปุกปุยที่รอคอยอานิสงค์จากเขาอยู่เป็นเนืองนิจ
แง้ว~~
มันร้องขึ้นอย่างหัวเสีย ทว่ากามเทพหนุ่มกลับยังคงตั้งหน้าตั้งตาเขมือบเจ้าโดนัทชิ้นโตด้วยคติพจน์ประจำใจว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง โดยมิได้สนใจเลยว่าเจ้าเหมียวเริ่มถูลู่ถูกังเจ้าสมุดบัญชีกามเทพนั่นด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเข้าเสียแล้ว
ฤาแม้แต่กามเทพก็มิอาจหลีกหนีจากความยั่วยวนหอมหวานของชิ้นโดนัท
กามเทพรูปงามยังคงซัดโฮกเจ้าก้อนขนมกลมมีรูตรงกลางอย่างหิวโหย ปล่อยให้เจ้าเหมียวตะปบสมุดเล่น...หากแต่ ความสนใจของแมวไม่ยาวนาน เมื่อมีสิ่งอื่นที่เรียกร้องความสนใจ...ลิงตัวหนึ่ง เหมือนกับเกิดมาเพื่อกวนประสาทแมวบางตัวโดยเฉพาะ กระโดดลงมา...และแย่งสมุดเล่มนั้นไปจากเจ้าเหมียวอย่างว่องไวยิ่งกว่ายามหิวกล้วย...
เจี๊ยกกกก~~ คร่อก
เจ้าแมวเหมียวร้องเงี้ยวง้าวด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวยิ่งขึ้น ทว่าไม่ทันการเสียแล้ว ใครจะไปนึกถึงว่าเจ้าลิงจ๋อจะเป็นลิงของคณะละครสัตว์คณะหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการขนย้ายข้าวของเพื่อเดินทางไปเปิดการแสดงยังประเทศต่อไป เจ้าลิงกระโดดขึ้นท้ายรถบรรทุกของคณะละครสัตว์ พร้อมกับทำแลบลิ้นปลิ้นตาให้เจ้าเหมียวพร้อมกับชูสมุดโน๊ตในมือราวกับจะเย้ยหยัน โดยที่กามเทพหนุ่มหน้ามนนั้นมิอาจรู้ได้เลยว่าสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพกามเทพเงินเดือนต๊อกต๋อยของเขาได้หายไปเสียแล้ว..............
คณะละครสัตว์บินตรงมายังอิตาลี...แดนมาเฟียอย่างไม่รอช้าที่จะฉวยคว้าโอกาสที่จะโกยเงินเข้ากระเป๋า
แน่นอนล่ะ...ปิเอโร่ของคณะก็อดไม่ได้ที่อยากจะชิมพิซซ่าอันเลื่องชื่อของอิตาลีเพื่อทดลองรีแอคชั่นใหม่ๆ(!?) สมุดโน๊ตพิลึกที่ลิงฉวยคว้า...ถูกเก็บไว้ในกางเกงลิงของปิเอโร่...เพียงเพราะเจ้าตัวมีของมากเกินไปจนจำไม่ค่อยได้ว่าอะไรเป็นอะไร...ปิเอโร่ยิ้มร่า...เมื่อเครื่องบินของเขาลงจอด แน่ละคนของเขาจะจัดการเรื่องโรงแรมกับข้าวของ ดังนั้นเขาจึงตรงไปร้านพิซซ่าที่นินจาเต่าชื่นชอบทันที
แต่เจ้าปิเอโร่กลับลืมสังเกตุไปว่าทั้งกางเกงชั้นนอก และชั้นในของเขามันเก่าเสียจนมีรอยรั่ว ดังนั้นเวลาเดินไปไหนมาไหน ของที่ถูกเก็บอยู่ภายในจึงค่อยๆหลุดร่วงออกมาทีละชิ้นๆ เจ้าตัวจึงไม่รู้เลยว่าได้ทำสมุดโน๊ตอันมีค่าหล่นปุ๊ลงบนฟุตบาทแห่งหนึ่งในกรุงมิลาน ณ ย่านที่พักอาศัยของถิ่นมาเฟีย และที่ตรงนั้นเองก็เป็นที่ตั้งของอพาร์ตเมนท์รับรองของกลุ่มวองโกเล่......
โรคุโด มุคุโร่ ผิวปากเบาๆอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะค่อยๆก้าวออกจากประตูอพาร์ตเมนต์ เพื่อจะทิ้งขยะเผาไม่ได้ที่แยกไว้แล้วโดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่านั่นจะเป็นวันทิ้งขยะเผาได้ต่างหาก เจ้าตัวหย่อนขยะเจ้าปัญหาลงถังพลางปัดมือเบาๆน้อยๆอย่างเคยชินเพื่อไล่เอาฝุ่นผงที่อาจติดอยู่บนนิ้วมือเรียวงามของเขาออก...........
แต่แล้ว เมื่อเจ้าตัวกำลังจะหันหลังและเดินส่ายสะโพกอันเพรียวงามกลับไปนั่งอ่าน Cosmopolitan นัยน์ตาสองสีที่ไวกับเรื่องสอดส่ายเป็นพิเศษก็ไปสะดุดเห็นอะไรแปลกตาเข้า "โอ๊ะ...นี่มันอะไรกันละครับนี่" สองนิ้วยาวเรียวคีบเอาสมุดสีแดงแรดๆขึ้นมา...สีแดงแปร๊ดของมันทำให้ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากมันได้...
มันอาจจะเป็นสมุดบันทึกของใครสักคน แต่ว่า...
เรียวปากสวยแสยะยิ้มน่าหมั่นไส้...
"เรื่องแบบนั้น...ใครจะไปสน คึหึหึ" เจ้าตัวยักไหล่ ก่อนจะเปิดสมุดออกอ่านอย่างไม่เกรงใจใครทันที
คำว่าสมุดโน๊ตกามเทพที่เขียนด้วยตัวอักษรละตินสีทองงดงามปรากฏแก่สายตาของร่างเพรียว เขาค่อยๆไล่ปลายนิ้วไปบนตัวอักษรเหล่านั้นอย่างนึกชอบใจ ก่อนจะค่อยๆไล่สายตาอ่านข้อความที่อยู่ด้านในปกหน้าแรกอย่างละเอียดถี่ถ้วน...
---- สมุดโน๊ตกามเทพ
วิธีใช้ - ชื่อของบุคคลสองคนตั้งแต่สองคนเป็นต้นไป หากถูกเขียนกำกับไว้ในหน้ากระดาษเดียวกัน บุคคลนั้นๆจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกันไปในทางที่ดีขึ้น จนอาจทำให้ถึงขั้นกลายเป็นคู่รักกันได้
- หากต้องการควบคุมพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของบุคคลนั้นๆ กรุณาบันทึกลงไปในหน้ากระดาษเดียวกันหลังจากเขียนชื่อลงไปแล้วภายใน40 วินาที
- ชื่อของผู้ที่ถูกเขียนลงไปแล้วนั้น หากที่การเขียนซ้ำเพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กัยผู้อื่นอีก อำนาจของสมุดจะยึดเอาสิ่งที่ถูกบันทึกลงไปก่อนหน้าเป็นหลัก
- ข้อความที่ถูกเขียนลงไปไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขใดๆได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีการบันทึกความเพิ่มในภายหลัง แต่ต้องกระทำหลังจากหยุดเขียนข้อความก่อนหน้าภายในหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
"อืมม์~~" เจ้าของนัยน์ตาสองสีอ่านแล้วก็เอานิ้วแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด...เจ้าของสมุดโน๊ตนี่คงจะมีเวลาว่างมากถึงได้คิดเรื่องพวกนี้ออกมาได้...แต่...เขาเองก็ใช่ว่ามีอะไรจะทำมากนักนี่นะ...พวกวองโกเล่ด้วยกันเองก็ใช่ว่าจะไว้ใจเขามากมาย ทำให้เขามีเวลาส่วนตัวในการชอปปิ้ง ทำเล็บ หรือแม้แต่ถ่ายแบบเก็บไว้ดูเองส่วนตัวเล่นขนาดนี้... (แน่นอนว่าเขามี hi5 และ facebook เป็นของตัวเอง) เพราะฉะนั้น...
"จะลองดู...ก็คงไม่เสียหายอะไรหรอก จริงไหมครับ" เขายิ้ม ก่อนจะเดินถือหนังสือกลับขึ้นไปยังห้องอพาร์ตเมนต์หรู...ทวนอ่านกฎที่เขียนเอาไว้อีกครั้ง...ก่อนริมฝีปากเรียวจะแสยะยิ้มอีกครั้งด้วยความนึกสนุก
"เอ...................แล้วผมจะรู้ได้ยังไงเนี่ยว่าสมุดโน๊ตนี่น่ะมันไม่ใช่ของเก๊.........." เรียวปากบางสวยเม้มเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ก่อนเจ้าตัวจะแสยะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ "คึหึหึ................งั้นก็ลองเขียนอะไรลงไปทดสอบสูเสียก็สิ้นเรื่องสินะครับ......เอ...จะเขียนอะไรดีนะ"
ร่างเพรียวใช้นิ้วมวยปลายผมของตน พลางเคาะปากกาขนนกลงกับโต๊ะซ้ำๆอยู่เช่นนั่น สมองก็เริ่มประมวลถึงสิ่งที่อยากจะลองเขียนลงไปทำการทดสอบประสิทธิภาพของเจ้าโน๊ตกามเทพ
"อืม................ถ้าอยากจะรู้ว่ามันใช้ได้จริงหรือเปล่า...........ก็ต้องลองเขียนเกี่ยวกับคนที่เกลียดขี้หน้ากัน ไม่ก็ศัตรูดูสินะครับ คึหึหึหึ.............."
ว่าแล้วเจ้าตัวก็เริ่มตวัดปลายปากกาขนนกลงบนหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้อยู่อย่างบรรจง....
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ชนบทบ้านน๊อก~ บ้านนอก...ที่ซึ่งกลิ่นโคลนสาบควายกำลังหอมสะท้านชวนให้หวนนึกถึงเรื่องโรแมนติกของกระท่อมที่ปลายนา โกคุเดระ ฮายาโตะกำลังหัวเสีย เขาอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าจะต้องมาปฏิบัติภารกิจฉ่อยๆนี้ ไม่ใช่ว่าเขาโกรธท่านรุ่นที่สิบที่มอบภารกิจนี้ให้กับเขา เขาดีใจเสียอีก เพราะภารกิจเสี่ยงตายเปื้อนดินถิ่นจอมปลวกแบบนี้...ท่านรุ่นที่สิบยังไว้ใจให้เขาเป็นคนทำ และคงจะไม่ปริปากบ่นหากไม่เป็นเพราะ...
"ฝนเทลงมาซะแล้วแฮะ ฮะๆๆ...เจ๋งเป็นบ้า"
คำสั่งที่ว่าไม่ได้เจาะจงให้เขามาทำคนเดียว แต่ส่งคู่แข่งสวรรค์สาปจอมโบเคะ...ยามาโมโตะ ทาเคชิ ให้มากับเขาด้วย
โกคุเดระรู้สึกจี๊ดขึ้นมาตะหงิดๆกับท่าทีอันสบายเหลือแสนของอีกฝ่าย พลางคิดไปว่าถ้าทำให้เจ้าคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวนี่ ได้หนาวสะท้านไปถึงทรวงในได้คงสะใจเขาน่าดู..............เอ๋!!! แล้วทำไมจู่ๆเขาถึงมีความคิดเช่นนี้ขึ้นมาได้ล่ะ!!? ชายหนุ่มส่ายหน้าโดยแรงเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตนออกไป ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ดึงสติกลับมาอยู่กับตัวดีนั้น เสียงเปิดประตูกระท่อมพร้อมเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้น
ปัง!!
เปรี้ยง!!!!!!!!!!
ชายหนุ่มทั้งสองหันไปจับจ้องทางประตูพลางตั้งการ์ดขึ้นรับเตรียมพร้อมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ใครจะไปรู้ได้ว่าในเวลาฝนฟ้าคะนอง ซ้ำยังอยู่ในแถบบ้านนอกเช่นนี้ อาจมีกระบือตกมันออกอาละวาดบ้างก็เป็นได้ ชายหนุ่มทั้งสองพยายามหรี่ตามองเงาร่างที่ทอดยาวมาจากประตูกระท่อมท่ามกลางแสงจ้าของสายฟ้าที่ดูจะฟาดเปรี้ยงเฉียดอะไรก็ตามแต่ที่ยืนตระหง่านขวางประตูไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด
อะไรก็ตามที่ว่านั้น...เริ่มเด่นชัดขึ้น เมื่อแสงอัสนีเจิดจ้าน้อยลงแต่ก็ไม่ถึงขั้นมืดครึ้มสนิท...ร่างเงาของสิ่งที่น่าจะเป็นมนุษย์...มนุษย์..ใช่...แต่เป็นมนุษย์ที่มีกล้ามเนื้อที่ล่ำสันเป็นลูกราวกับเนินเขามันงอกขึ้นมาตามแข้งขา...
เปรี้ยงงงงงงงง!!!
เสียงนภาคำรามอีกครั้ง พร้อมกับสายฝนที่สาดเทเข้ามา...ร่างล่ำๆที่ว่าขยับหนีฝน ก่อนที่...
ปัง!!!
ประตูกระต๊อบจะปิดลงอีกครั้ง...ด้วยเสียงที่ชวนให้ใครบางคนเริ่มที่จะเสียวสันหลังด้วยสังหรณ์แปลกๆ...
การ์เดี้ยนหนุ่มทั้งสองยังคงไม่ลดการ์ดของตนเองลง พลางจับจ้องใบหน้าของผู้มาใหม่อย่างเพ่งพินิจ อืม.......ผมทรงกะลาครอบอนุรักษ์นิยมที่มองยังไงก็ถูกระเบียบนักเรียนประถม กับคิ้วทรงจุดชุดคุณแม่ไม่ปลื้มที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็แหกกฏนักเรียนประถมที่ว่ามาเสียยับเยิน ความไม่เข้ากันทั้งสองนั้น มาปรากฏอยู่บนรูปหน้าโค้งมนเสียจนเกือบเหลียมของคนตรงหน้าได้อย่าง...เอ่อ..มั่วซั่วเสียนี่กระไร
แม้นจะยังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม แต่ด้วยความที่ผู้มาใหม่พกพาอาวุธเป็บดาบมาด้วยนั้น ทำให้วองโกเล่หนุ่มทั้งสองไม่อาจไว้วางใจได้ อีกทั้งยังรังสีอำมหิตแปลกๆแบบที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสจากที่ไหนมาก่อนทำให้ทั่วทุกรูขุมขนบนร่างกายของคนทั้งสองต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นชูชันอย่างไม่ได้นัดหมาย
เสียงลมหายใจที่ดังฟิดฟาดออกมาจากร่างของผู้มาใหม่นั้น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มทั้งสองต้องยิ่งระวังตัว โกคุเดระพยายามควานหาไดนาไมต์ที่ยังไม่เปียกน้ำฝนของตน สายตาก็ยังคงจับจ้องร่างตรงหน้าอย่างระแวดระวัง...
"ผ้า-------------เตี่ยว"
ห๊ะ!!?
เจ้าของเรือนผมสีเงินพยายามเงี่ยหูฟังน้ำเสียงแหบต่ำอย่างไม่น่าไว้ใจนั่น เขาไม่แน่ใจว่าตนเองหูแว่วไปหรือไม่ จึงพยายามลองตั้งใจฟังดูอีกครั้ง...
"ผ้า----เตี่ยว........"
"อยาก-----ได้..........."
มือระเบิดหนุ่มกระพริบตาปริบๆ ผ้าเตี่ยวเรอะ? ใครมันจะบ้าใส่ผ้าเตี่ยวกันฟระ!!!? พอเขาพยายามจะปรายตามองไปยังทางซามูไรหนุ่มเพื่อขอความเห็นก็พบกับใบหน้าถอดสีของชายหนุ่มด้านข้างที่เขาพึ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต..
ยามาโมโตะ ทาเคชิ หน้าซีดเผือด...ยิ้ม...ไม่ออก...เป็นครั้งแรกในชีวิต นอกจากเตี่ยที่เป็นคนสอนวิถีชีวิตซูชิซามูไรแล้ว เขาไม่เคยบอกใครมาก่อน แต่แล้ว...ทำไม...ทำไม...ทำไม...
ทำไมไอ้คิ้วจุดนี่มันถึงได้รู้ว่าตรูใส่ผ้าเตี่ยวแทนบอกเซอร์ฟร้าาาาาาาาาาาา!!!
แถม...ไอ้เตี่ยวที่ว่า...มันจะมาอยากได้อะไรของเขาตอนนี้...สายฝนเย็บเยียบที่เขาวิ่งฝ่ามา...มันไหลโจ๊กจนซึมไปถึงเตี่ยว...เปียก...เปียกชื้น...แฉะอย่างยากจะทานทน ต่อให้ได้ชื่อว่าพิรุณแห่งวองโกเล่ แต่เตี่ยวเปียกๆแบบนี้ทาเคชิมิปลื้ม... ยามาโมโตะสะกดความดาร์คเนียนที่อยากจะเอาชิงุเระคินโทกิกระซวกไอ้คิ้วจุดในใจ... หากแต่...เขาก็ไม่อาจห้ามความหวาดหวั่นที่เอ่อท้นอย่างล้นสควอโล่(หลาม)ในหัวจิตที่หวามหวั่นได้เมื่อคำพูดต่อไปทำให้เขาแทบจะกรีดร้องอย่างสิ้นท่า...
"ผ้าเตี่ยว...สีแดง..."
สิ้นหวังแล้ว...............โลกนี้มันสิ้นหวังแล้วแน่ๆ!!!
กระทั่งเรื่องสีของเตี่ยวที่เขาใส่อีกฝ่ายก็ยังรู้ ยามาโมโตะเผลอปล่อยชิงุเระคินโทกิในมือลงด้วยความช็อคซีนีม่าสุดหูรูด พลางทำท่าจะเป็นลมแหล่ มิเป็นลมแหล่ โอ...........พระเจ้าแห่งเบสบอล(มีด้วยเรอะของแบบนั้น)ได้โปรดช่วยชักนำลูกกลับสู่วัยเยาว์อันแสนใสซื่อบริสุทธิ์ปราศจากซึ่งภัยพาลใดๆย่างกรายเข้าใกล้เตี่ยวรักของเขาด้วยเถิด....
ฝ่ายมือระเบิดหนุ่มเห็นท่าว่าไม่ดีแน่แล้วหมดอารมณ์สนเรื่องแบล็กเมล์เจ้าหนุ่มซามูไรไปเสียสนิท เมื่อเห็นร่างของเจ้าหนุ่มถึกค่อยๆย่างสามขุมมายังร่างของคู่ปรับของเขาที่สีหน้าเปลี่ยนไปจากถอดสี ไล่ไปจนถึงแดงคล้ำอย่างรวดเร็วราวกับอายแชโดว์เจ็ดเฉดสีของชิเซโด้ เขาเลิกคิดควานหาระเบิดไดนาไมต์ที่ก็คงเปียกชุ่มแสียจนตุดไม่ติดไปแล้ว แต่กลับความหากล่องแทน
"เกนจังอยากได้เตี่ยว-----------"
เอาล่ะ....เอาเป็นว่าเจ้าหนุ่มถึกนี่คงไม่ได้ไร้ชื่ออย่างที่มือระเบิดหนุ่มคิด เขาล้วงกระเป๋าสัมภาระไป พลางค่อยๆส่งปลายเท้าไปสะกิดเพื่อนร่วมแฟมิลี่ของเขาที่ทำท่าว่าจะหนีความจริงไปเป็นที่เรียบร้อย แต่แล้วสิ่งที่เขาความพบกลับมีแต่ปลากระป๋องซีเล็คทูน่าที่ซื้อไว้เป็นเสบียงตุนกันหิวระหว่างปฏิบัติภารกิจเท่านั้น..
"ส่งเตี่ยวมาให้เกนจังสิ..." เสียงทุ้มหากแต่ฟังดูล่องลอยดังก้องกระต๊อบโกโรโกโสที่ปลายนา ตามมาด้วยเสียงพิโรธโกรธาราวสวรรค์สาปของฟ้า "ส่งมาเดี๋ยวนี้..." ร่างใหญ่ล่ำสาวเท้าเข้ามาใกล้...มือใหญ่ขยับเอื้อมไปและคว้าเอาชายเสื้อของไอ้หนุ่มพิศวาสเตี่ยวอย่างว่องไวก่อนที่เจ้าคนที่ช๊อครับประทานไปแล้วจะได้เหวอ
ไม่เคยคิดอยากจะรักใคร่อะไรมากมายนักหรอก แต่ไอ้เกนจังที่ว่ามันคงเป็นสัตว์ประหลาดพิฆาตที่หมายจะทำให้ภารกิจที่ท่านรุ่นที่สิบสั่งมาล่มก็เป็นได้ หรือว่าเพราะรู้จะเป็นแบบนี้ ท่านรุ่นที่สิบถึงได้ให้เขามานะ โกคุเดระ ฮายาโตะคิดเข้าข้างตัวเอง ก่อนจะ...ใช้อาวุธที่มี...เปิดฉากโจมตี...ซึ่ง...
ก็คือ...การปากระป๋องปลาทูน่า...ใส่...ปีศาจคิ้วจุด
"เกนจัง" ชะงักไปเล็กน้อย พลางถอยร่นออกมา ทว่าเจ้าปิศาจคิ้วจุดก็คว้าเอากางเกงสูทสีดำสนิทที่เจ้าหนุ่มซามูไรสวมใส่ติดมือมาด้วย เผยให้เห็นเรียวขาสมส่วนที่ถ้ามองเลยขึ้นไปอีกสักนิดจะพบกับเจ้าเตี่ยวตัวการสำคัญในขนะนี้
คราวนี้ไม่เพียงขนแขน และขนขาที่พร้อมหน้ากันสแตนอัพเท่านั้น กระทั่งเม็ดผื่นคันแดงๆก็ค่อยๆผุดพรายขึ้นมาตามแขนขาของวองโกเล่หนุ่มทั้งสอง ใช่ว่าพวกเขาเกิดแพ้อากาศขึ้นมากระทันหัน หากทว่าสถานการณ์มันชักพิลึกพิลั่นเสียจนทำให้พวกเขาอดรู้สึกสะท้านเสียยิ่งกว่าเจอความหนาวเย็นของสายฝนที่โปรยปรายลงมาในขณะนี้เสียอีก ไม่สิ....นี่อาจจะเลวร้ายเสียยิ่งกว่าการผจญความหนาวในขั้วโลกใต้ก็เป็นได้!!
เสียงฟืดฟาดที่กลับดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งทำให้อารามตกใจของวองโกเล่ทั้งสองชะงักลง พวกเขาเข้าใจแล้วว่าไอ้รังสีอำมหิตแปลกๆที่สัมผัสได้จากชายหนุ่มร่างถึกนามกร "เกนจัง" นี้คืออะไร และไม่รอช้า โกคุเดระที่ตอนนี้หมดออพชั่นที่จะใช้ปา รีบคว้าเอวของพ่อหนุ่มนิยมเตี่ยวข้างกายขึ้นพาดบ่าแล้วกระโจนออกทางหน้าต่างกระท่อมอย่างรวดเร็ว
"เฮ่ย!! โกคุเดระ มันหนาวนะเว้ย!!"
"ถ้ายังมีปัญญามากังวลกับเรื่องแบบนี้ชั้นว่าแกห่วงสวัสดิภาพผ้าเตี่ยวของแกก่อนเหอะ!!!"
เจ้าปิศาจคิ้วจุดพ่นลมส่งเสียงฟืดฟาดดังหนักกวาเก่าอย่างไม่พอใจ พลันแหวนบนนิ้วของเขาค่อยๆทอประกายสีดำทะมึนอย่างน่ากลัว
"ผ้า----------เตี่ยว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
โกคุเดระ ฮายาโตะ...เคยเชื่อว่าเขามีฝีเท้าไวดังลมกรดสมกับเป็นวายุ และ...ในคืนที่สายฝนโปรยปรายลงมาให้กลิ่นโคลนสาบควายคละคลุ้งอบอวลหอมกรุ่นกระท่อมปลายนา...เขาก็เพิ่งจะรู้ว่า...อะดรีนาลีนในความหลอน...จะทำให้เขาสามารถแบกร่างสูงใหญ่ของเพื่อนนิยมเตี่ยววิ่งหนีปีศาจบ้าคลั่งที่หวังเตี่ยวแดงที่มีตัวหนังสือสีดำขนาดใหญ่ว่า "ความกล้า" ที่กลางชายผ้าได้
หากแต่...เจ้าปีศาจคิ้วจุดทะมึน...มันยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ...หรือว่า...สิ่งที่มันหวังจะไม่ใช่แค่เตี่ยวกันนะ...ยิ่งคิด...ก็ยิ่งทำให้เขาเป็นห่วงสวัสดิภาพของไอ้หนุ่มผู้กล้าเตี่ยวแดง...แต่ว่า...ทำไมนะ...ทำไม...ยิ่งเขาคิดว่าไอ้คิ้วจุดมันจะทำอะไรต่อไป ความคิดในหัวเขาก็ยิ่งฟุ้งซ่าน...
เปรี้ยงงงงงงงงง!!!
สายฟ้าฟาดผ่าลงกลางท้องนาอีกครั้ง และ...จู่ๆ...โกคุเดระก็เริ่มคิดว่า...
.......................อยากรู้จัง......อะไร....อยู่ใต้เตี่ยวแดง
ในขณะที่ฝีเท้าก็ยังซอยยิบมือข้างที่ว่างอยู่ก็เริ่มกระตุกตุบๆราวกับมือนั่นไม่ใช่มือของเขาเองก็ไม่ปาน แม้นมือระเบิดหนุ่มจะพยายามสั่งการเพียงใจ เจ้ามือที่กำลังคันยิบๆอย่างไม่ใช่วิสัยของตัวเขานั้นกลับทรยศต่อความคิดของเขาเสียอย่างนั้น มันค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเหนี่ยวเอาชายผ้าเตี่ยวแดงที่พริ้วไหวไปกับแรงลมจากการวิ่งของเขา
"เฮ่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!"
เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!
เสียงอัสนีบาตฟาดผ่าลงมาพร้อมกับเสียงร้องเสียงหลงของหนุ่มผู้นิยมเตี่ยวในคราเดียวกัน และแล้วภาพทุกอย่างก็ถูกกลืนหายไปท่ามกลางแสงสว่าง.................................
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
"คุณเคียวครับ" คุสะคาเบะ เท็ตสึยะพยายามรักษาสีหน้าของตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่เขาได้ข่าวคราวเกี่ยวกับสองผู้พิทักษ์ที่ขาดการติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของวองโกเล่ที่อิตาลี เพราะว่าองค์กรของฮิบาริ เคียวยะตั้งอยู่ที่ญี่ปุ่นทำให้สามารถสืบข่าวได้ง่ายและรวดเร็วกว่า
"ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง" ฮิบาริกอดอก รอฟังข่าวที่ว่าอย่างอดทน อย่างน้อยๆ ในฐานะผู้พิทักษ์เขาก็ใจดีพอจะส่งข่าวให้ซาวาดะ สึนะโยชิรู้
"เอ่อ..." คุสะคาเบะกระแอมทีหนึ่ง ก่อนจะพยายามปิดกั้นส่วนสำนึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมด และรายงานด้วยน้ำเสียงแบบโมโนโทนอย่างรวดเร็วที่สุดราวกับเขาเป็นเพียงแค่วิทยุกระจายเสียง "เราพบ...ยามาโมโตะ ทาเคชิและโกคุเดระ ฮายาโตะนอนกลิ้งอยู่ด้วยกันบนนาที่มีแต่ตมและกลิ่นควายครับ แต่นอกจากสองคนนี้ ยังมีบุรุษปริศนาไม่ทราบความเป็นมา แต่มีคิ้วที่...เอ่อ...คุณเคียวไม่น่าจะชอบนอนอยู่แถวนั้นด้วย"
ฮิบาริพยักหน้า
"รายงานความเสียหายล่ะ"
"........คาดว่าฟ้าจะผ่าลงมา แต่คิดว่าทั้งสามยังอยู่รอดปลอดภัยดีอย่างเหลือเชื่อครับ แต่ที่น่าแปลกก็คือ..."
"...อะไร"
"......เอ้อ..............ในมือของคุณโกคุเดระกับชายปริศนา...กำผ้าเตี่ยวแดงที่น่าจะเป็นของคุณยามาโมโตะเอาไว้คนละซีกครับ"
ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นพร้อมทั้งกดเบอร์อันคุ้นเคย รอได้สักพักน้ำเสียงกวนประสาทที่เขาแสนจะเกลียดนักหนาก็ตั้งขึ้น
"คึหึหึหึ มีอะไรหรือครับฮิบาริ เคียวยะ.........."
"ข่าวความคือหน้าของผู้พิทักษ์แห่งพิรุณ กับวายุที่แกอยากได้...................แกคงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่มั้ย?"
ฮิบาริถามเสียงเย็น แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงแค่เสียงหัวเราะหึๆจากปลายสายเพียงเท่านั้น....
"แล้วได้ความว่ายังไงบ้างล่ะครับ?"
".........................." ผู้พิทักษ์แห่งเมฆานิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะยื่นหูโทรศัพท์ให้คนสนิทของเขาแทน "คุละคาเบะ...รายงานแทนชั้นที..."
"เอ่อ..ครับคุณเคียว............" ว่าแล้วเจ้าตัวก็รายงานด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทว่ารัวเร็วเสียราวกับสิ่งที่กำลังพูดอยู่นั้นอาจทำให้ริมฝีปากของตนบวมเบ่งขึ้นมาได้ก็ไม่ปาน
หลังจบการรายงานอันยาวยืดเสียจนไม่เว้นจังหวะให้หยุดพักหายใจ ฮิบาริก็ได้ยินเสียงหัวเราะแบบเป็นบ้าเป็นหลังอย่างที่ไม่เคยหลุดออกมาจากเรียวปากงามของคู่สายของตน แล้วหลังจากที่อีกฝ่ายพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดกำลังแล้วนั้นก็ได้ยินเสียงขอบคุณบอกผ่านมายังเขาแว่วๆจากหูโทรศัพท์นั่น แล้วจากนั้นโรคุโด มุคุโร่ก็วางสายไป
"..................." ชายหนุ่มจ้องหน้าคนสนิทของตนครู่หนึ่งก่อนสั่ง "..............เอาโทรศัพท์นี่ไปเผาทิ้งแล้วซื้อใหม่ซะด้วยนะ คุสะคาเบะ........... "
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หลังจากหัวเราะจนสาแก่ใจแล้ว โรคุโด มุคุโร่...แน่นอนว่า ตัวการของปัญหาสยองขวัญทั้งหมด ก็ใช้นิ้วยาวเรียวบรรจงคีบสมุดโน๊ตอันเป็นที่มาแห่งความหฤหรรษ์ขึ้นมา มือเรียวลูบไล้สมุดอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนราวกับมันเป็นผิวกายบอบบางของหญิงสาว...เจ้าสมุดโน๊ตอันเลอค่า นัยน์ตาสองสีเป็นประกายระริก...เจ้าตัวแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย...ชั่วร้ายที่สุดในรอบหลายปีที่ถูกดองเป็นสับปะรดเซราดิกซ์ในโหล เพียงแค่มีเจ้าสมุดนี่...
เขาก็เป็นพระเจ้าได้
"อา...........สนุกจริงๆนั่นแหละเจ้านี่น่ะ....ไม่คิดว่าจะใช้ได้จริงๆ แต่วันนี้ผมเหนื่อยแล้วคงต้องขอเก็บไว้ใช้คราวหน้าดีกว่านะครับ......คึหึหึหึ"
ว่าแล้วเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นป้องปากพลางหาวหวอด ก่อนจะเก็บสมุดโน๊ตลงในลิ้นชักที่ข้างเตียงแล้วจัดการปลดอาภรณ์ของตนออก และก้าวเข้าห้องอาบน้ำไปโดยที่ร่างเพรียวนั้นไม่ได้นึกเอะใจกับเงาร่างที่ลอยอยู่เบื้องนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนท์ของตนแต่อย่างใด
"ไม่ไหวๆ..............คนหนุ่มสมัยนี้เค้าถอดเสื้อผ้าไม่อายฟ้า อายดินกันหน้าตาเฉยอย่างนี้ด้วยเรอะ..." กามเทพหนุ่มแต่อายุอานามรุ่นเดอะส่ายหน้าอย่างระอาใจ พลางชี้นิ้วไปยังโต๊ะข้างเตียงที่ร่างเพรียวทิ้งสมุดโน๊ตเอาไว้เมื่อครู่ ทันใดนั้นเองลิ้นชักก็ค่อยๆเลื่อนเปิดออก และเจ้าสมุดโน๊ตก็ลอยออกมาอย่างช้าๆ
"ตามหาซะตั้งนาน ขอคืนก็แล้วกันนะ"
กามเทพรับเอาสมุดมาไว้ในมือ ก่อนจะลอยห่างออกไปอีกเล็กน้อยที่หอพักหญิงฝั่งตรงข้าม...เขาลอยเงียบๆ ปล่อยให้แสงจากโคมไฟส่องทาบร่างของเขาและฉายเงาลงบนผ้าม่านอยู่ครู่หนึ่ง...
ไม่นาน...ผ้าม่านก็ถูกแหวกออก พร้อมกับการปรากฎตัวของหญิงสาวหน้าตาน่ารักหมดจดที่สวมผ้าคาดตาลายหัวกะโหลก เธอรีบส่งกาแฟหอมกรุ่นกับโดนัทกล่องใหม่ให้กับชายหนุ่มลอยได้ในชุดสูทหรู พร้อมกับแย้มรอยยิ้ม
กามเทพยิ้มตอบ ก่อนจะหยิบสมุดโน๊ตของเขามาพลิกหน้าที่อยู่เกือบหลังสุดให้ดรุณีนางดู... บนหน้ากระดาษนั้น...ชื่อของคนสองคนถูกเขียนด้วยหมึกสีทองดูหรูหรา...
โคลม โดคุโร่ปรบมือเข้าด้วยกัน นัยน์ตาของเธอเป็นประกายชั่วร้ายผิดกับใบหน้าที่ดูไร้เดียงสา
"ขอบคุณมากนะคะ กามเทพ...ที่ช่วยหาผัวให้ท่านมุคุโร่"
ตัวอักษรนั้นถูกสลักเสลาเป็นชื่อ...
เบียคุรัน x โรคุโด มุคุโร่.............................. ♥
Fin
เสื่อมพอแล้ว...จบเห๊อะ!!!
หมายเหตุ: เราปรานีท่านแล้ว...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดนะ (ฮา)
เหลือบมองแถบเอนทรี่ข้างๆแล้ว...
รู้สึกเหมือนบลอกนี้จะอัพไม่รั่วก็เสื่อมสลับกะดาร์คจริงๆแฮะ
/me ว่าแล้วก็เผ่นไปหัวเราะแถวๆซาราเยโว กร๊ากกกกกกกกกกกก
ปล. ถ้าถามหาเจ้าของความคิดเรื่องเตี่ยว...กรุณาสอบถามสายตรงพี่ไทคิ
สำหรับตอนนี้...ขอบคุณที่ใช้บริการโอเปอเรเตอร์ ตื๊ดดดดดดด----

เสื่อมได้อีก!!! กร๊ากก!!!
ป.ล. ยูริกะมาอ่านมันจะว่ายังไงล่ะเนี่ย
#1 By 未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen~~```*( กรี๊ดด!!! 上総介さま ~~~!!! 愛死天流!!!!! ) on 2008-11-05 14:51