[GIFT FIC][KHR][6918] Scattering Blossoms - HBD Shirokuro

posted on 09 Jan 2009 22:35 by hiyuura  in Gift-Request

ก่อนอื่นต้องขอโทษนัตจี้อย่างแรง...เพราะว่าวันเกิดคือเดือนที่แล้ว แต่ยูระเล่นดองมาเดือนนึงเต็มๆ ^^''

แต่...ขอวันที่ 9 เดือนที่แล้ว วันที่ 9 เดือนนี้ ยูระก็เอามาลงให้พอดีเลยไงก๊ะ กร๊ากกกกกกกกกกกก

เอ้า ไม่พูดพล่ามทำเพลงแล้ว...เพื่อไม่ให้เลยไปเป็นวันที่ 10 แปะเลยดีกว่า~~ 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Scattering Blossoms
Pairing: 6918 + 1896
Rating: R ~ NC-17
Warning: AU, BL, blood, het, yaoi

Prompt: 6918, vampire
Requested by: shirokuro

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ชีวิตเอย...ดังเปลวเทียนที่ใกล้มอดดับ...

บอบบาง...ไม่จีรัง...ปลิดปลิวราวกับดอกบ๊วยขาวยามถูกสายลมบูรพาโบกพัด

ผีเสื้อสีแดงก่ำบินว่อน...ยามไร้แสงไฟ...ในราตรี...

ชีวิต...ชีวิต...ชีวิต...นั้นไร้ค่า...

เพียงเพราะ...สิ่งที่ผมต้องการ...คงมีเพียงดวงวิญญาณของคุณ...


Scattering Blossoms
Happy Belated Birthday to Shirokuro


นัยเนตรสีนิลหรี่ปรือลง กลางฤดูใบไม้ผลินี้...เขาก็จะแต่งงาน...กับคู่หมั้น...คนสำคัญที่รู้จักกันมานาน...และรู้จักดีเขาดีพอที่เขาจะยินยอมที่จะแต่งงาน...ในฐานะผู้สืบทอดที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าบ้านรุ่นต่อไป บิดาของเขาที่ชราภาพเต็มทีคาดคั้นจะให้เขา...ในวัย 25 เลือกเจ้าสาวที่เหมาะสมสักคนและแต่งงานมีทายาทให้กับตระกูลฮิบาริเสียที

ตระกูลฮิบาริเป็นตระกูลขุนนางใหญ่ เมื่อมีข้อเสนอดูตัว ย่อมมีหญิงสาวมากมายที่มาให้เขาคัดสรร แต่ฮิบาริ เคียวยะ...ปฏิเสธทุกคน เขาไม่พอใจใคร...เขาไม่รู้จักความรักที่นอกเหนือจากความผูกพันในตระกูลและภาระหน้าที่ เขาชื่นชอบที่จะอยู่อย่างสันโดษและเงียบงันราวกับสุนัขป่าที่โดดเดี่ยว แต่เขา...จำเป็นต้องเลือก และ...

นากิ...คือนามของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เขาจะเลือก

เคียวยะไม่ได้รักนากิ...ในแบบที่เป็นความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว...เขารักนากิ...เพราะเธอเหมือนกับน้องสาวที่เขารู้จักมานาน...สตรีที่งดงามและดูสะอาดบริสุทธิ์...ราวกับดอกบัว คนที่รู้ว่าควรจะสำรวมอยู่เสมอและแทบจะไม่เอ่ยสิ่งใดหากไม่จำเป็นจนในทีแรกที่ได้พบเขาเคยคิดว่าเธอนั้นเป็นใบ้ แต่ความเงียบของเธอ...ทำให้เขาพอใจได้เสมอ และนากิเอง...ก็รู้ว่าเขาไม่ได้รักเธอ และเธอก็เข้าใจในทุกสิ่งที่เขาเป็น...ทุกความคิดที่เขาเก็บงำไว้ เพราะเป็นเช่นนั้น...เมื่อถึงคราวออกเรือน เธอจึงไม่เอ่ยปากที่จะปฏิเสธ

นากิ...สตรีที่น่าพิศวง...

บางทีเขาเองก็ไม่อาจเข้าใจความคิดของเธอ

แต่เธอคือคนเดียว...คือคนผู้เดียว...ที่หากต้องเลือก...เขาจะเลือก...เพื่อให้มาอยู่เคียงข้างเขา...

หากไม่ใช่นางผู้นี้แล้ว...เขาก็ไม่คิด...ที่จะเลือกใคร...

นาง...ที่กำลังจะจากเขาไป

ราวกับไร้วาสนา นากิล้มป่วยลงอย่างกระทันหันหลังจากวันแต่งงานได้ถูกกำหนดได้ไม่นาน สุขภาพของเธอที่ไม่เคยสู้ดีอยู่แล้ว...บัดนี้ราวกับไร้ความหวัง...ราวกับ...เธอจะไม่อาจรออยู่ได้ถึงวัน...ที่จะวิวาห์

เพราะใกล้จะจากหรือเปล่า...จึงได้รู้สึกพันผูก...

เพราะใกล้จะจากหรือเปล่า...จึงได้เริ่มรู้สึก...ว่าได้รัก...

จากที่ไม่เคยรู้จักความรัก...เมื่อจะต้องสูญเสียมันถึงได้หวาดกลัว...ที่จะเสียเธอไป

แสงไฟจากโคมกระดาษต้องดวงหน้าซีดเซียวของหญิงสาว...เปลือกตาบางปิดลงสนิท...ดูราวกับเธอกำลังนอนหลับอย่างสงบ...ราวกับ...ชีวิตที่เหลือน้อยเต็มทีของเธอ...จะจางหายไปได้กับเมื่อยามเปลวไฟดับวูบลงอย่างไรก็อย่างนั้น จนราวกับว่า...เธออาจจะหลับสนิทและไม่ลืมตาขึ้นมาอีกไปเสียเฉยๆอย่างนั้น...

ความตาย...ใกล้...เข้ามาทุกที

ใกล้...จนชายหนุ่มไม่อาจจะละสายตาจากดวงหน้าซีดเซียวนั้นได้ หากแต่ก็รังเกียจนักที่เมียงมอง...ความเสื่อมโทรมของสังขารและความบอบบางของชีวิตที่น่าหวาดหวั่นว่าจะหนีจากเขาไป...ไป...ทั้งๆที่เขาไมได้อนุญาต...ไป...ทั้งๆที่เขาได้เลือกแล้วว่า...จะต้องเป็นเธอ...

เธอ...เธอ...เธอ...เพียงผู้เดียว

สายลมบูรพาส่งเสียงหวีดหวิว...พัดพาให้เปลวเทียนในโคมไหวระริก...ไหวแรงจนไฟนั้นมอดวูบลง...อย่างไม่ทันรู้ตัว...มือของชายหนุ่มกุมเอามือของหญิงสาวคู่หมั้นเอาไว้แน่น...ราวกับพยายามจะยึดเธอเอาไว้ไม่ให้มัจจุราชนั้นพาไป...มือที่แสนเย็นเยียบนั้น...

หากทว่า...ไม่...

ไม่ใช่มัจจุราช

มิใช่ยมทูตที่ถือเคียวแห่งความตาย หากแต่เป็น...

ผีเสื้อ...ผีเสื้อกลางคืน...ตัวใหญ่...สีสันของมัน...แดงฉานอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แดงฉาน...ราวกับโลหิตในสนามรบที่เจิ่งนอง...เมื่อยามที่เขาหวนรำลึกถึงศึกที่ชวนให้โลหิตในกายแล่นพล่านด้วยความคะนอง เมื่อยามเสียงกระทบกันของกีบม้าศึกดังสนั่นก้องสมรภูมิรบ ฤาจะเป็น...เพราะสีสันที่เหมือนกับโลหิตที่เขาหิวกระหายในสมรภูมิกระมัง...ที่ทำให้เขาราวกับต้องมนตร์...พิศวง

เจ้าผีเสื้อที่มีกลิ่นคาวเลือด...กลิ่นคาวที่เข้มข้น...คละคลุ้งเสียยิ่งกว่ากลิ่นขจรของบุปผา...

กับเสียง...ที่นุ่มนวล...นุ่มละมุนราวกับจะละลายไปกับอากาศ...ส่งผ่านเข้ามาในความคิด


คุณอยากจะช่วยชีวิตของเธอเอาไว้...สินะครับ


ไม่รู้...ว่าเพราะอะไร...เขาถึงได้ลุกขึ้น...ปล่อยมือจากมือที่เย็นเยียบทั้งที่เคยหวาดกลัวว่า...ถ้าปล่อยมือนั้น...จะไม่ได้สัมผัสมันอีก


ผมช่วยคุณ...ได้นะครับ


ไม่รู้...ว่าเพราะอะไร...ถึงได้เชื่อ...ในคำพูดที่ราวกับเป็นปริศนานั้น...ราวกับคนกำลังสิ้นหวังที่จะเชื่อทุกอย่าง...ทั้งๆที่เขาไม่เคยเป็นเช่นนั้น...

เพราะดวงใจนี้...ไม่เคยรู้จักความสิ้นหวัง...เพราะมันเคยแต่ที่จะรัก...ในความโดดเดี่ยว

ซากุระโปรยปรายลงจากต้น กลีบดอกสีชมพูอ่อนปลิวโปรยปลิวว่อน...จำไม่ได้ว่า...ในสวนของคฤหาสน์มีซากุระต้นใหญ่ขนาดนี้อยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่...ในสวนของราตรีกาลที่บัดนี้เงียบงันไร้สิ้นผู้คน ผีเสื้อสีแดงสดโบยบิน...ก่อนจะหายไปกับกลีบดอกที่เริงระบำในสายลมพัดจนลานตาของซากุระ

ผีเสื้อสีแดงสด...กลายเป็นนัยน์ตาสีแดงสด...แดงก่ำราวกับโลหิต...เมื่อกายาของบุรุษหนึ่งปรากฎนั่งอยู่บนกิ่งอันใหญ่โตของเจ้าซากุระ

กลีบซากุระโปรยปรายลงมาราวกับม่านที่เคลื่อนขยับไหว เคียวยะมองไม่เห็นหน้าของบุรุษนั้น...หากแต่รู้ว่า...บุรุษ...ผู้มีเรือนผมสีเดียวกับไพลินดูประหลาดตาผู้นี้...คือเจ้าของเสียงที่มากับเจ้าผีเสื้อสีแดงที่เชิญชวนให้เขาตามมาถึงที่นี่เป็นแน่

มองไม่เห็นหน้า...แต่เคียวยะรู้ว่า...ชายคนนั้นกำลังยิ้ม

“ความปรารถนาของคุณ...คือการยื้อชีวิตของเธอเอาไว้...ใช่ไหมครับ”

“แกเป็นใคร” เจ้าของเรือนผมสีรัตติกาลเอ่ยถาม แม้สัญชาติญาณของเขาจะบอกว่า ชายผู้นี้...หาใช่มนุษย์ไม่ 

“คึหึหึ...เรื่องนั้น...จำเป็นต้องตอบด้วยเหรอครับ ในเมื่อสิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ...ผมสามารถทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงได้”

ฤาเขาจักต้องทำสัญญา...กับภูติผีหรือปีศาจ 

“ทันทีที่คุณ...ทำสัญญาจะมอบดวงวิญญาณของคุณให้กับผม”

จึ่งจักได้...ผู้เป็นที่รักกลับคืนมา...

“ชีวิตที่ริบหรี่ของเธอ...แลกกับดวงวิญญาณของคุณ...”

นัยน์ตาสีนิลหรี่เล็กลง “ฉันจะเชื่อที่แกพูดได้ยังไง” นัยน์ตาที่คมกริบราวพญาเหยี่ยว...ระแวดระวัง...และแฝงคำขู่ที่แสนเกรี้ยวกราด แม้ว่าภายนอกจะสงบเยี่ยงน้ำนิ่ง...แม้ว่า...คู่สนทนา...จะหาใช่มนุษา...

“คึหึหึ...ผมแค่เสนอข้อเสนอ...ทันทีที่คุณตอบตกลง...ผู้หญิงที่คุณรักก็จะหายจากโรคร้าย แล้วคุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุข จนกระทั่ง...เมื่อคุณตายลง...วิญญาณของคุณจึงจะกลายเป็นของผม...ก็เป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าไม่ใช่เหรอครับ เวลาที่คุ้มค่าในชีวิต...อา...แต่ว่า...ถ้าคุณจะปฎิเสธ...ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร...หรอกนะครับ”

ซากุระปลิวโปรย...ร่วงหล่น...กลีบแล้วกลีบเล่า...หนึ่งกลีบร่วงหล่นลง...บนมือของชายหนุ่มที่ทายาทแห่งตระกูลสูงศักดิ์ไม่อาจมองเห็นหน้า

“ชีวิตมนุษย์นั้น...แสนบอบบาง และไม่ยืนยั่ง...น่าเศร้า...แต่ก็งดงาม...ว่าไหมครับ”

ไม่รู้...ว่าเป็นเพราะคำพูดนั้น...หรือว่าภูติผีปีศาจ...หรือแม้แต่ความโง่งมในความรัก...ความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่เข้าใจตัวเองเพียงหนึ่งเดียวไป...จึงได้...

“...ฉันจะมอบดวงวิญญาณของฉัน...ให้กับแก ถ้าสามารถช่วยชีวิตผู้หญิงคนนั้นได้”

ไม่เสียดายเลยสักนิด

“กล้าหาญ ไม่มีลังเล...สมกับเป็นทายาทขุนนางสูงศักดิ์จริงๆนะครับ...”

เสียงหัวเราะแห่งความพึงพอใจดังมากับสายลมพัด

“ถ้าอย่างนั้น...ผมจะรอคอย...วันที่จะได้รับ...ดวงวิญญาณของคุณ...ฮิบาริ เคียวยะ”

ก่อนที่กลีบซากุระที่บินว่อนราวกับวังวนของพายุจะพากัน...ปิดบังสายตาของทายาทขุนนางหนุ่มจนหมดสิ้น...



ฮิบาริ เคียวยะพบตัวเองอยู่ในห้องนอนของตัวเองในเช้าวันถัดมา...สัญญากับเจ้าของเรือนผมสีไพลินในคืนก่อนหน้าเป็นราวกับความฝัน และเมื่อยามอรุณรุ่งล่วงเลย และเขาพบตัวเองเดินเล่นอยู่ในสวน...เขากลับหาไม่พบแม้นเงา...ของซากุระต้นใหญ่...

คงมีแต่เพียงกลิ่นหอมของดอกบ๊วย...หาใช่เจ้าซากุระ

ราวกับเรื่องเมื่อคืนนั้น...แท้จริงแล้ว...ก็คงเพียงแค่ฝันไป...

จนกระทั่ง...

“คุณชาย~~!! คุณชายเจ้าคะ!!!” คนรับใช้คนสนิทวิ่งมาแจ้งข่าว “ท่านหญิงนากิ...ท่านหญิงนากิได้สติแล้วเจ้าค่ะ!!!”

ข่าวที่ได้รับแจ้งคือข่าวดีที่ราวกับปาฏิหาริย์

ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวของนากิเป็นสีสด...แดงก่ำราวกับกุหลาบยามแรกแย้ม...ดวงหน้าของเธอเปล่งปลั่ง...จนดูแข็งแรงกว่านากิที่อ่อนแอที่เขาเคยจดจำได้...เธอนั่งอยู่บนฟูก...สงบเสงี่ยมและเรียบร้อยเช่นทุกที...

“ขอโทษนะคะ ที่ทำให้เป็นห่วง” และขอโทษ...อย่างที่เขารู้ว่าเธอจะพูดว่าขอโทษ “ท่านเคียวยะ”

ชายหนุ่มยืนแน่นิ่ง...ด้วยสีหน้าที่เฉยชาอย่างที่เคย...แม้ว่าแท้จริง...จะดีใจเหลือเกินจนไม่อาจจะบอกกล่าว ฮิบาริ เคียวยะหลับตาลง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

“ดีแล้ว...ที่เธอหายดี นากิ”

ชั่วขณะหนึ่ง...เขารู้สึกเหมือนว่าเขาได้กลิ่น...ของซากุระ



เวลาล่วงเลยไป...และวันที่รอคอยก็มาถึง...งานวิวาห์แสนรื่นเริง...แม้นตัวเจ้าบ่าวจะชิงชังเสียงอึกทึกและปรารถนาจะวิวาห์อย่างเรียบง่าย หากแต่ ฮิบาริ เคียวยะไม่อาจขัดเสียงทัดทานจากผู้ใหญ่ในพงศา งานเลี้ยงรื่นเริงดำเนินไป...โดยหาได้...มีผู้ใด...ชำเลียงมอง...ร่างของบุรุษหนึ่งที่เฝ้ามองทุกสิ่ง...จากกิ่งอันใหญ่โตของต้นซากุระที่ไม่เคยจะมีอยู่มาก่อนที่ข้างหน้าต่าง

ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหาย...กลับกลายเป็นผีเสื้อสีแดงสด...เมื่อค่ำคืนดึกดื่นแลแก่เก่า

เวลาล่วงเลยไป...จากวันสู่เดือน...จากเดือนกลายเป็นปี...เดือนปีผันผ่านไวว่อง...เมื่อความสุขและความภาคภูมิใจของตระกูลกำเนิดมา...ทายาทสืบทอดรุ่นต่อไปของตระกูลฮิบาริ...เด็กที่เกิดมาเป็นผู้ชาย...

ทารกน้อยที่ยังไม่อย่านม...เขาควรจะมีความสุข...เฉกเช่นเดียวกับที่ครอบครัวของเขาควรจะมีความสุข

หากแต่...ชีวิตมนุษย์ไม่จีรัง...ความสุขนั้นไม่ยั่งยืน...ราวกับใบไม้ที่มักถูกสายลมปลิดจากขั้วต้นให้ปลิวพัด เมื่อทารกน้อยอายุได้เพียง 3 เดือน มารดาของเขา...ก็ล้มป่วยลง...ด้วยโรคร้ายเก่า...และจากไปอย่างรวดเร็วกระทันหัน...โดยยังไม่ทันจะได้ร่ำลา...

ดอกบ๊วยเป็นสีขาว...ฮิกันบานะเป็นสีแดง...หากแต่ซากุระนั้น...เป็นสีชมพูอ่อน

ใครกันหนอที่เล่าว่า...ซากุระเดิมนั้นเป็นสีขาว...ต่อเมื่อมันได้ซึบซับเลือดจากศพ กลีบที่เคยขาวของมันจึงได้ซับสีแดงของเลือดเอาไว้...จึ่งได้ทำให้...ในบางครั้ง...กลิ่นหอมของมัน...กลบกลิ่นเลือดเอาไว้ได้ไม่หมด

ในราตรีหนึ่งในหลายราตรีที่โศกเศร้าที่ภรรยาผู้เป็นที่รักจากเขาไปนั้น...ฮิบาริ เคียวยะ...ได้กลิ่นของเลือดที่คาวคลุ้ง...ชัดเจนพอๆกับที่เขาได้กลิ่นหอมของซากุระสีหวาน นัยน์ตาที่แห้งสนิทไร้น้ำตาของเขา...มองเห็นผีเสื้อสีแดงสดขยับไหว เมื่อยามเปลวไฟในโคมกระดาษนั้นแผ่ววูบ

นิ้วของเขายื่นออกไปราวกับตกอยู่ในภวังค์คิด...พยายามจะสัมผัสปีกสีสดก่ำของมัน...หากแต่ปีกนั้น...กลับหนีหาย...กลับกลายเป็นร่าง...ของบุรุษหนึ่งที่เขาจำได้...ว่าได้นั่งอยู่บนต้นซากุระที่ไม่เคยมีนั้น

บุรุษที่จดจำได้ แม้ว่าจะไม่เคยมองเห็นหน้า

“คุณกำลังอยากตาย...อย่างนั้นเหรอครับ” เสียงที่ฟังราวกับมีความสุขในความโศกเศร้าของผู้อื่น

นัยเนตรสีนิลโกรธเกรี้ยวเหลือบมองร่างของบุรุษที่อยู่ในความมืดตรงหน้า แม้จะไม่อาจมองเห็นชัดเจนนั้น “แก...ผิดสัญญา”

“ผมรักษาสัญญานะครับ...ผมถึงได้มารอรับดวงวิญญาณของคุณ...”

คมดาบถูกชักออกจากฝัก...ไว...เสียยิ่งกว่าความคิด คมดาบพาดอยู่บนคอของบุรุษลึกลับผู้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดนั้น...

“ถ้าแกรักษาสัญญา...ทำไมนากิถึงได้ตาย”

“คึหึหึ...ผมก็ทำให้เธอหายดี ให้คุณได้แต่งงาน...มีทายาทไม่ใช่เหรอครับ นี่ควรจะพูดว่าผมใจดีมากกว่านะครับ...เพราะว่าคุณ...ฮิบาริ เคียวยะ...ไม่ได้กำหนดระยะเวลาเอาไว้ตอนที่เราทำสัญญากัน” ภายใต้หน้ากากของความมืด...เจ้าของเรือนผมสีไพลินเหยียดรอยยิ้ม ก่อนที่...คมดาบคมกริบจะฟาดฟันหวังจะตัดคอของเขาให้ขาดสะบั้น หากแต่บุรุษผู้เป็นปริศนานั้น...กลับว่องไวกว่า...

ว่องไวราวกับเงาที่ไหววูบ เมื่อยามสายลมพัดให้เปลวไฟในโคมไหวสะบัด ร่างที่ราวกับเงาหลอนปรากฎอีกทีที่ตรงหน้า...ใกล้จนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง...หากแต่ไร้สิ้น...ซึ่งลมหายใจ

ราวกับผี...ราวกับคนตาย

เปลวไฟในโคมกระดาษสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งแรก...ราวกับเงามืดที่บดบังกดทับนั้นจางหาย...แสงนวลจากเปลวเพลิงต้องร่างที่เคยแต่หลบซ่อนอยู่หลังฉากม่านของซากุระและเงามืด...เส้นไหมสีน้ำเงินยาวแปลกตายิ่งดูแปลกประหลาดในแสงเทียนยามค่ำ...และ...

นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้น

“แก...”

ดวงหน้า...งดงามราวอิสตรี...หากแต่เป็น...ใบหน้าที่คุ้นเคยนัก

“ทำไมถึงได้เหมือนกับ...”

เจ้าของนัยน์ตาสองสีเหยียดรอยยิ้มด้วยความขบขัน

“แปลกใจเหรอครับ” ชายหนุ่มว่า  นิ้วยาวขาวซีด...ขาวราวกับซากศพเชยคางของทายาทตระกูลขุนนางตรงหน้า “คึหึหึ...ผมก็แค่ทำตามความต้องการของนากิ...ภรรยาของคุณ...”

นัยน์ตาสองสีเป็นประกายระริก

“ทายาทของผม...” มือแกร่งที่แข็งแรงผิดกับมนุษย์ทั่วไปผลักร่างของชายหนุ่มลงกับฟูก...เส้นไหมยาวสีน้ำเงินตกลงเกลี่ยใบหน้าของชายหนุ่ม ผู้มีชีวิตอยู่มายาวนานเหยียดรอยยิ้ม “ใช่แล้วครับ...ผมเป็นบรรพบุรุษของเธอ...ถ้าคุณจะเรียกอย่างนั้น”

ดวงหน้าที่แม้นจะไม่เหมือนเสียทีเดียว...แต่ก็ละม้ายคล้ายคลึงเหลือเกิน...

“นากิ...เธอ...เป็นมนุษย์...เป็นเด็กที่น่ารัก...และมีความเป็นมนุษย์อยู่เต็มเปี่ยม...เธอปรารถนาจะเป็นมนุษย์แทนที่จะมีชีวิตนิรันดรจนวินาทีสุดท้าย...และเลือก...ที่จะอยู่ให้นานพอ...ที่จะรู้จักความรักและความสุข...อยู่ให้นานพอ...ที่จะให้กำเนิดทายาทของคุณ”

คมเขี้ยวยาวขาวปรากฎในเห็น...เมื่อริมฝีปากสีสดเผยอขยับ...เอ่ยคำพูดที่ชวนให้เจ็บปวดเหล่านั้น...

“เธอ...รักคุณ...น่าเสียดาย...ที่เธอไม่มีวันได้รู้ว่าคุณก็รักเธอ...”

นัยน์ตาสีนิลจับจ้องใบหน้าของคนตรงหน้านิ่ง...ไม่ขยับ และไม่มีความหวาดกลัว...แม้ว่าจะได้เห็นคมเขี้ยวขาวที่แสนอันตรายนั้น...

“เพียงเพราะคุณ...เก็บอารมณ์ความรู้สึกมากเกินไป”

ไม่หวาดกลัว...คงมีแต่เพียงความถวิลหา...อาลัย...ที่ไม่เคยคิดจะแสดงออก...และยังคงพยายามปิดบังเอาไว้...ในเบื้องลึกของดวงตานั้น

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินโน้มตัวลง...สัมผัสเขี้ยวลงกับต้นคอขาวของอีกฝ่าย...

ไม่...แม้แต่จะขยับ...ด้วยความหวาดหวั่น...แม้นอาลัย...โศกเศร้า...แต่นัยน์ตาสีนิลคู่นั้น...คมกริบ...ไม่ยอมแพ้...

ไม่หวาดกลัว...ไม่ยอมแพ้...

เจ้าของคมเขี้ยวขยับ...ผละถอยออกมา...

“คึหึหึ...เพราะคุณเป็นแบบนี้สินะครับ...เธอถึงได้หลงรักคุณ” นัยน์ตาสองสีเหลือบมองคมดาบในมือของอีกฝ่าย “ถึงจะฟันผม...ผมก็ไม่ตายหรอกนะครับ”

“แก...โกหก...เรื่องนากิ”

“คุณจะเชื่อหรือไม่ มันก็เรื่องของคุณนะครับ”

แสงไฟสีนวลราวกับหลอกตา...หลอกว่า...คนตรงหน้าคือหญิงสาวที่เขารัก...มิใช่บุรุษที่อ้างว่าเป็นเจ้าของดวงวิญญาณของเขา

“แต่ผมมีสัญญากับคุณ...แล้วก็สัญญากับนากิ...”

“...”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยิ้ม...ราวกับรู้ทัน...เมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองมาที่เขา...ยังคงโหยหา...และอาลัย...ช่างง่ายเหลือเกิน...ที่จะจูงชัก...ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้...ก่อนจะค่อยๆประทับเรียวปากลงกับกลีบปากนุ่มของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ...

“หากคุณไม่อาจลืมเลือนผู้เป็นที่รักได้...ผมจะเป็นเธอคนนั้นให้คุณในยามตะวันส่องฟ้า...แลกกับที่...คุณ...เป็นของผมในยามตะวันหลีกเร้น...ดีไหมครับ”

สัญญาใหม่ที่กำลังจะถูกตรา...

กลิ่นโลหิตปนเปกับกลิ่นซากุระ...ล่อลวง...ราวกับจะล่อหลอกให้ใหลหลงเห็นชอบตาม...ง่ายดาย...ที่จะชักจูงคนที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความโศกเศร้า ลิ้นเปียกลามเลียกลีบปากนุ่มของคนตรงหน้า...ล่อหลอกด้วยความรัญจวนก่อนจะบีบบังคับ...สอดลิ้นอย่างอุกอาจเข้าไปในช่องปากร้อนนั้น...อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน...ควานไซร้ไปทั่ว...ราวกับจะวางยาพิษอันพิเศษสุดให้หลงใหลเคลิบเคลิ้ม...

แคร้ง!!!

ดาบคมหลุดร่วงจากมือของชายหนุ่ม สัญญา...สัญญา...สัญญา...ที่เขาทำกับปีศาจร้าย...

ถูกล่อหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยคำหวาน...

ทั้งๆที่ไม่เคยหวาดเกรงสิ่งใด...ทั้งๆที่เคยถวิลหาแต่ความโดดเดี่ยว...บัดนี้กลับหวาดกลัวที่จะต้องโดดเดี่ยว...หวาดกลัวความเหงา...วันที่จะไม่มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง

“ให้ผมดื่มเลือดของคุณ...และเธอคนนั้นจะอยู่กับคุณ...ในทุกวันที่คุณต้องการ...ดีไหมครับ”

เสียงนุ่มแว่วกระซิบ...ก่อนที่เคี้ยวคมจะฝังลงบนลิ้นของอีกฝ่าย...ดื่มเอาโลหิตจากลิ้นนั้น...ให้รสเลือดคาวคลุ้งไปทั่วปาก...

เงาทีเกิดจากแสงไฟจากโคมกระดาษฉายทาบลงบนฉาก...มีเพียงเงาเดียวที่ขยับไหว...หากแต่บุรุษผู้ไม่มีเงากำลังขยับ...ไล้โลมร่างที่ราวกับตกอยู่ในภวังค์อย่างเนิบช้า...นิ้วขาวซีดไล้ไปตามผิวกายละเอียดอย่างละเมียดละไม...ราวกับกำลังเริงเล่นอยู่บนสายพิณ

นัยน์ตาสีนิลพร่าเลือน...เขารับรู้ถึงทุกสัมผัส...รู้ว่า...มือที่เย็นเยียบนั้นสัมผัสเรือนร่างของเขาอย่างไร...มันแตกต่าง...จากความนุ่มนวลที่เขินอายของภรรยาของเขา...เพราะแม้นมันจะนุ่มนวลแสนละเมียด...แต่ก็ตรงไปตรงมาและเร่งเร้า ทั้งๆที่เขาควรจะรังเกียจสัมผัสจากบุคคลอื่น...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อมันเป็นสัมผัสจากบุรุษ...หากทว่า...

ทุกอย่าง...นั้นพร่าเลือน..มันพร่าเลือนราวกับอยู่ในห้วงฝัน...

พร่าเลือน...แม้ว่าเขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร...

เขามิได้อ่อนต่อโลกหรือว่าไร้เดียงสา...เขาเป็นบุรุษที่เคยมีทั้งภรรยาและเคยผ่านสมรภูมิรบ เขาเป็นบุรุษ...ที่ไม่เคยมีรัก...แล้วก็ได้รู้จักความรัก...เร็วพอๆกับที่เขาต้องเจ็บปวดเพราะต้องสูญเสียคนที่รัก...เขาเคยโดดเดี่ยว...แสวงหาความโดดเดี่ยว...เพียงเพื่อจะชิงชังความโดดเดี่ยวนั้น...

มาก...เท่ากับที่เขาทั้งรังเกียจและชิงชัง...แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธ...กลิ่นโลหิตที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของซากุระ

หากสามารถย้อนเวลากลับไปได้...เขาจะยังทำสัญญากับปีศาจตนนี้หรือไม่...

“ผมจะเป็นนากิให้คุณ...ผมจะไม่รังเกียจ...หากคุณจะเรียกนามของเธอคนนั้น...แทนที่นามของผม...”

หากสามารถย้อนเวลากลับไปได้..เขาจะบอกนากิ...ว่าเขารักเธอ...แสดงออกมากกว่านี้หรือเปล่า...

“อ...อา...” เสียงครางหวาน...หลุดลอยในความสงัดของรัตติกาล เมื่อเปลวไฟในโคมกระดาษสั่นระริกไหว เงาเดียวบนฉากภาพขยับเริงเล่น...อาภรณ์เนื้อดีถูกปลดเปลื้อง...ก่อนที่ริมฝีปากที่ปลดปล่อยเสียงที่น่าอับอายจะถูกปิดประทับให้เงียบเสียงอย่างที่เจ้าตัวต้องการซ้ำๆ

อย่างช้าๆ...มือของชายหนุ่มขยับ...สัมผัสเรือนผมสีไพลินยาวสลวยของอีกฝ่าย...สีสันของมันช่างดูแปลกตากว่า...เส้นผมนั้นยาวกว่า...แต่ก็นุ่ม...และมีกลิ่นเดียวกับกลิ่นของผมของนากิ...แม้ว่า...

กลิ่นหอมนั้นจะปนเปไปด้วยเลือด

นัยน์ตาสองสีหรี่ปรือลง “ชอบเหรอครับ...ผมของผม...” มือแกร่งสัมผัสมือของชายหนุ่มก่อนจะจับให้มือนั้นเลื่อนไล้ไปตามเรือนผมของตนเอง

ทั้งๆที่ควรจะเป็นการกระทำที่แสนจะธรรมดา...แต่ฮิบาริ เคียวยะไม่อาจตอบได้ว่า...เพราะเหตุใด...ดวงหน้าของเขาถึงได้ร้อนผ่าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

เขาไม่เคย...สัมผัสเรือนผมของนากิตรงๆ...

เจ้าของเรือนผมสีไพลินแย้มรอยยิ้ม “เวลาคุณทำหน้าแบบนั้น...ดูน่ารักกว่านะครับ” และก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ขัด มือแกร่งรั้งเอาสะโพกของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้...บังคับให้รับเอาสิ่งที่ไม่เคยมาก่อนเอาไว้...

“!!!”

นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกใจ...หากแต่ทายาทขุนนางหนุ่มกลับกัดริมฝีปากสะกัดกลั้นเสียงกรีดร้อง...เขาเกลียดเหลือเกิน...ความอับอาย หากแต่...

“ปลดปล่อยออกมาเถอะครับ...ทั้งอารมณ์...และส่วนที่อยู่ลึกที่สุดของจิตใจของคุณ”

กลับถูกบังคับ..ครั้งแล้วครั้งเล่า...ให้ปลดปล่อยมันออกมาซ้ำๆ...

“ผมจะเป็นนากิที่คุณรักในยามตะวันเจิดฟ้า...ผมจะไม่รังเกียจ หากคุณจะเรียกผมด้วยนามของเธอคนนั้น...เธอ...ที่เป็นคนรักของคุณ แต่...” เจ้าของนัยน์ตาสองสีกระซิบ...นัยน์ตาสองสีเป็นประกายวาวในความสลัวของแสงไฟ

“ในราตรีที่คุณจะเป็นของผม...คุณจะต้องเรียกนามของผม...”

ในยามราตรี...ที่คุณไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากาก...

ในยามราตรี...ที่ผมไม่ต้องการให้คุณดื้อดึงเพียงเพื่อที่จะเข้มแข็ง...

ในยามราตรี...ที่ผมอยากจะเห็นนัยน์ตาที่แห้งสนิทของคุณมีน้ำตารินหลั่ง...

เพียงเพราะ...

“ชื่อของผมคือ...มุคุโร่”

ผมนั้นเฝ้ามองคุณ...มานานแสนนาน...

เจ้าของคมเขี้ยวขาวกระซิบ...ก่อนที่เขี้ยวนั้น...จะฝังลง...บนต้นคอของอีกฝ่าย

กลิ่นโลหิตคาวคลุ้งปนเปกับกลิ่นดอกบ๊วยขาว...ซากุระปลิวโปรยในสายลมพัด...ในเช้าวันพรุ่ง...จะมีร่างของหญิงสาวจำแลงอยู่เคียงกายของทายาทขุนนางหนุ่ม...ทายาทขุนนางผู้นั้นจะสงบนิ่งและงามสง่า...เขาจะไม่เอ่ย...คำว่ารักหรือว่าคิดถึง...แม้ว่าจะรักและโหยหาหญิงที่เขารัก...เขาจะเรียกนามของร่างจำแลงที่แม้นจะเหมือนแต่ก็ไม่ใช่ผู้นี้ด้วยนามของผู้เป็นที่รัก...ก่อนที่ราตรีที่ยาวนานกว่าจะเข้าปกคลุม...และร่างจำแลงนั้นกลับกลายเป็นบุรุษที่อันตรายกว่า...

บุรุษที่...จะคอยกระซิบบอกเขาว่า...

“คุณไม่อาจจะหนีไปจากผม...เพราะคุณ...เป็นของผม”

สัญญาที่คาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นซากุระกับโลหิต...กับเขี้ยวขาวที่คมฝังลงอยู่ค่ำคืนแล้วค่ำคืนเล่า...กับความรัญจวนที่ทั้งอับอายแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธ...ทั้งที่ไม่รู้ใจตัวเองแน่ว่าปรารถนา...หรือว่าไม่ปรารถนา...

รู้แต่เพียงว่า...เขาสามารถร่ำไห้และมีน้ำตารินหลั่งได้...ในราตรีเหล่านั้น...

เฉกเช่นเดียวกับที่...เขารู้ดีว่า...เมื่อทำสัญญาแล้ว...เขาจะไม่อาจหนีไปจากบุรุษผู้มีเรือนผมสีน้ำเงินนี้...เพราะคนตรงหน้านั้นรอคอย...


รอคอยมานานแสนนาน...ที่จะได้ครอบครอง...ทั้งร่างกาย จิตใจ และดวงวิญญาณของคุณ


“พูดสิครับ...ฮิบาริ เคียวยะ...ว่าคุณรักผม”


ชั่วนิรันดร...
 

Fin

 

Happy Belated Birthday, Shirokuro

- 9/12/08

- Written on 9/1/09

 

สารภาพว่า...เขียนไปแล้ว...ลุ้นได้อีกว่า...สับป้าจะกดคุณฮิลงไหม TTvTT'''

รู้สึกคิดผิดที่เลือกพล๊อตนี้ เพราะความคิดชั่ววูบที่อยากเขียนธีมแวมแบบยุ่นบ้าง...

(แต่ก็อยากลองดู เพราะว่าไม่งั้นธีมมันก็ซ้ำกับ Black Rose น่ะสิคะ =v='')

พยายามแทบตาย ในที่สุดก็เข็นออกมาได้...มันคือ 6918 จริงๆนะ ไม่ใช่ 1869 ฮือ... TTvTT'''

เห็นอย่างนี้ ยูระก็เชียร์ 6918 นะ (ส่วน 1896 คือของแถม) แต่แค่รัก 10069 มากกว่า XP

จะว่าไป...ที่เขียนมุคุเสะไม่ค่อยจะขึ้น...อย่ามาโทษยูระนะคะ โทษป๋าเบียโน่น~~!!!

ใครใช้ให้ป๋าหล่อ ป๋าเลว กระแทกใจสาววายโฉดๆแถวนี้ละก๊ะ TTvTT'''

สุดท้ายนี้ก็...ต้องขออภัยหากเขียนออกมาไม่ถูกใจ แต่ก็ยังแอบหวังนิดๆว่า...

จะโดนใจสักนิด...ไม่มากก็น้อยนะก๊ะ หงิง... TTvTT'''

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุ............อ่านแล้วจุก แบบว่าเข้าใจความรักที่ฮิบารินมีให้กับนู๋โคลมหรอกนะ แต่แบบ..มุคุ...เหมือนจะโฉดได้อีก = =;;;;

แบบว่าพออ่านถึงตอนทำสัญญากันก็ว่าแล้วว่ามันจะต้องมาทำนองนี้..โดนอิสัปป้าหลอกเอาแหงมๆ
แต่แบบ.........เหมือนไม่ได้อ่านมานานแล้วนะนี่ สัปป้าเสะอ่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก *หัวเราะบ้านพัง*

ปล. ถึงจะบอกว่าเสะ แต่มาซะแร่ดขนาดนี้นึกว่าจะกดคุณฮิไม่ลงซะแล้ว (ฮา)
สับปะรดเสะโฉดกลับมาแล้วcry
ถ้าเฝ้ามานานทำไมไม่กดให้มันเร็วกว่านี้ล่ะคุณมุ หรือถ้าไม่รอจนเศร้าแล้วจะกดไม่ลงconfused smile

เศร้าๆ ทะมึนๆ ดำๆ แดงๆ อ่านแล้ววูบๆ ดีค่ะ

#2 By talalan on 2009-01-09 23:07

...มุคุ บทแกจะเลวจะชั่วก็โฉดได้ใจ...คุณฮิก็เอาไม่อยู่สินะ

#3 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-01-09 23:13

โฮกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกก!!

คุ้มค่าที่รอมาเเสนนาน

ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำหรับฟิควันเกิดก่ะ ซาบซึ้ง TvTb

นัตพาลจะร้องไห้ตั้งเเต่ต้นเรื่องเลย..ฮึก..ก็น้องโคลมจะตายนี่นา T[]T สุดท้ายก็ตาย วี๊ซซซซซซ~

สับป้า...เรื่องนี้ดูลึกลับนิดหน่อย...เเต่ส่วนตัวเเล้วชอบที่มุคุมันเข้าหาคุณฮิด้วยอารมณ์เเบบนี้ เอิ๊กๆ~~

บอกตรงๆ เรื่องนี้คุณฮิน่าสงสาร ฟิค 6918 ยูระซังที่นัตเคยอ่านมันไม่พ้นซากุระ =v="" ไม่พ้นการทำสัญญา //เผ่น!//

เป็นฟิคที่เศร้าที่สุดของคุณฮิเท่าที่นัตเคยอ่าน TwTb จริงๆนะ ..ทำไมต้องพยายามเข้มแข็งถึงขนาดนั้นด้วย <<อ่านเเล้วนึกถึงประโยคนี้จริง~จริ๊ง


ป.ล. เพราะไม่ได้เเต่งคู่นี้นานสินะ - - เลยมาบอกนัตว่าคุณฮิเเมนเกินสับปร๊ากดไม่ลงอ่ะ กร๊ากกกกกกกกกกก~~

#4 By o::Shirokuro::o on 2009-01-09 23:20

กรี๊ดดด~ดด~~~!!!
ชอบจัง ชอบจัง ชอบจัง ๆๆๆ~~~
6918 สุดยอด!!!
>///< กรี๊ด ท่านฮิ
มุคุโฉดได้ใจ ฮา~
ชอบคู่นี้สุดๆเลยคร๊า~

#5 By lim_liew on 2009-01-10 00:01

มุแกอยู่กะป๋ามากไปปใช่มร๊ายยยยยยยยยยยย

*โวยวายๆๆ*

อร๊ายยยย เค้าอยากให้มุมันเคะทุกสถานการณ์//โดนถีบ(แกเป็นคนเขียนเรอะ)


#6 By Hikari_Ai ~ * on 2009-01-10 00:35

อ่านแล้ว... แอบสงสารโคลมมากกว่าฮิบาริ T^T

แต่เขียนได้สนุกมากเลยค่ะ

#7 By Garnet on 2009-01-10 04:45

โฮกกกกกกกก คิดถึงคู่นี้จัง /กระซิกๆ

ดูท่าจะมีแต่คนน่าสงสาร

คุณฮินี่เมียตาย... สับป้าก็ดูเหมือนจะรักคุด แอบรักเขาข้างเดียวมานานจนโดนรุ่นหลานงาบไปเหรอครับ /โดนสามง่ามเสียบ...

แวบแรกไอ้เรานึกว่าจะกดไม่ลงซะเเล้ว เคะๆๆ สับปะรดเกะติดตา เมะหรือเคะก็ยังชั่วไม่หายนะครับเนี่ย 555+

#8 By ::Akuma_zokyO:: on 2009-01-10 19:59

1869
ยังงงอยู่ มุกดแต่ก็เหมือนไม่กดเลยแฮะ
เหมือน1869มากกว่า
ดวงหน้า...งดงามราวอิสตรี...หากแต่เป็น...ใบหน้าที่คุ้นเคยนัก
งงงงใครกดกันแน่ฟระ

#9 By MisT_ALoNE on 2009-01-11 04:17

ชอบที่สุดเลยครับbig smile big smile

#10 By 6940 (125.24.110.38) on 2009-08-22 16:43

สื่ออารมณ์ได้ดีนะคะ^O^

สุดยอดค่ะ

#11 By Number42 (125.25.41.10) on 2009-12-13 18:37