สืบสานต่อตำนานความเสื่อมค่ะ ตอนแรกว่าจะเป็นสองตอนจบ แต่ไปๆมาๆ...

ด้วยความขี้เกียจของยูระ บัดนี้ มันก็กลายเป็น 3 ตอนจบซะแล้วละค่ะ แหะๆ ^^;;

ว่าแล้วก็...ไม่พูดพล่ามทำเพลงเอื้อนหมอลำกันให้ยาว แปะเลยละกันค่ะ อิอิ  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Frionella: ตำนานรักกุหลาบป่า
Pairing: Tidus/Frioniel  Frioniel/Tidus
Rating: PG-13
Warning: AU, BL, OOCness

Previous Chapter: | Chapter 1 |

คำเตือนสำหรับบุคคลทั่วไป: ฟิกนี้เสื่อมและมืดมนมากถึงมากที่สุด ผู้มีหัวใจอ่อนแอโปรดระวังค่ะ!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++     

Frionella: ตำนานรักกุหลาบป่า (2) 

 

เวลาล่วงเลยไปจนมืดค่ำ ฟรีโอเนลล่าล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อนบนเตียงเก่าๆที่ไม่ค่อยจะสบายเท่าไรนักแต่ก็เคยชินเพียงพอสำหรับเธอ การเรียนเต้นรำเป็นไปอย่างราบรื่นและค่อนข้างจะสนุก คุณครูเซซิลเป็นคนใจดี และสอนให้เธอโดยไม่หวงความรู้หรือเห็นว่าเธอต้อยต่ำเลยสักนิด หากแต่...สาวน้อยมุ่นคิ้ว การที่ไม่เห็นสองเกลอคู่หูลิงน้อยและหนูนาบ้านซีดานกับบัทซ์เลยทั้งวัน ทำให้สาวน้อยไม่สู้จะสบายใจนัก...

เธอรู้จักสองเกลอคู่หูดีพอจะทำให้ไว้วางใจได้ว่า...ซีดานจะไม่กลายเป็นสมองลิงเย็นและบัทซ์จะไม่ติดแหงกอยู่ในกับดักหรือกาวดักหนูเหนียวหนืดที่ไหน

ที่เธอกลุ้มใจ...และคิดว่าทำให้สัตว์โลกทั้งสองต้องมีอันเตลิดเผ่นไป...คาดว่าคงเป็นเพราะกลิ่นสาบจากการลอกท่ออย่างหนักหน่วงที่เป็นไปได้ว่าจะยังล้างไม่หมดกระมัง...

คิดแล้วก็ให้สาวน้อยก้มลงสูดดมตามหาที่มาแห่งกลิ่นสาบสางที่อาจติดค้างอยู่บนร่างอันเวอร์จิ้นของเธอ ทว่า...ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโหยหวนดังมาจากใต้หน้าต่าง ฟรีโอเนลล่าสะดุ้ง ก่อนจะรีบลุกออกไปดู และเธอก็เห็น...

ซีดานกับบัทซ์พยายามทำอะไรสักอย่างอยู่ แต่จากหน้าต่างของเธอ...ประจวบกับเป็นเพลามืดค่ำ เธอจึงเห็นได้ไม่ชัดนัก 

“ซีดาน! บัทซ์!” ฟรีโอเนลล่าเรียก

ซีดานกับบัทซ์สะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบ...ซ่อนเอาอะไรบางอย่างนั้นเอาไว้ข้างหลัง

“พวกนายทำอะไรกันน่ะ?” สาวน้อยถามอย่างงงๆ

“เอ้อ...” บัทซ์หัวเราะแห้งๆ พยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มสดใส “คือ...”

“คือว่า...เจ้าบัทซ์มันซุ่มซ่ามเลยเผลอไปโดนหนามกุหลาบตำเท้าเอาน่ะ” ซีดานว่า 

ฟรีโอเนลล่าหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อที่เพื่อนว่าเท่าไรนัก ถึงเธอจะเป็นสาวเวอร์จิ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะซื่อบื้อจนโดนหลอกได้ง่ายๆหรอกนะ

“พวกนายซ่อนอะไรเอาไว้น่ะ?”

“ม...ไม่มีอะไรหรอก จริงๆนา~” เจ้าลิงหัวเราะเฝื่อน “กลางคืนมืดค่ำแล้ว เลดี้น่ะควรจะนอนได้แล้วนา นอนดึกเดี๋ยวจะไม่สวยนะ รู้ไหม”

“ซีดาน...” ฟรีโอเนลล่าเตือน

เมื่อเห็นว่าปิดต่อไปไม่ได้แล้ว ลิงกับหนูก็มองหน้ากัน ก่อนเจ้าลิงน้อยจะถอนหายใจ

“นี่ บัทซ์...”

“เออ ซีดาน...”

“1…2…”

“ได้เวลาวิ่งล่ะ!!!”

ว่าแล้วเจ้าสองเกลอก็คว้าอะไรบางอย่างที่พยายามซ่อนจากสายตาฟรีโอเนลล่า วิ่งหนีออกไปจากที่ตรงนั้นทันที ทิ้งให้ฟรีโอเนลล่าได้แต่มองตามพวกเขาอย่างอึ้งๆ



 

วันต่อมา...ผิดกับตามท้องเรื่องนิทาน มันเป็นวันว่างที่สุดแสนจะประหลาดที่สุดในชีวิตของฟรีโอเนลล่า คฤหาสน์แสนสวยทั้งหลัง...ทอประกายไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้าราวกับมีมือดีมาช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูจนมันวาววับ ไม่มี...แม้รอยสกปรกหนึ่งที่จะให้แม่เลี้ยงผู้เจิดจรัสสามารถหาเรื่องใช้งานให้เธอไปทำความสะอาดได้อีกต่อไป

ฟรีโอเนลล่ามองบ้านที่ราวกับได้รับการพลิกโฉมใหม่อย่างมหัศจรรย์ด้วยความทึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าอย่างน้อยๆ เธอก็ควรจะทำหน้าที่กวาดลานบ้านเสียให้เรียบร้อย

ยังไงเสีย...กลิ่นหอมของมันเผาที่เป็นเหมือนรางวัลหลังกวาดลานเสร็จก็เป็นที่ยั่วยวนเกินกว่าเจ้าหนึ่งลิงหนึ่งหนูนาบ้านจะอดรนทนปฏิเสธได้...

แต่เมื่อ...

แอ๊ดดด...

เปิดประตูหลังบ้านออกไป...

กลิ่นหอมของมันเผาก็โชยมาเตะจมูกของสาวน้อยเวอร์จิ้นทันที พร้อมกับ...

ภาพสุดพิลึกพิลั่นของสองพระหน่อพี่น้องนามกรเหมาะจะไปพยากรณ์อากาศอย่างคลาวด์กับสควอลที่กำลังนั่งปิ้งมันเผากันอย่าง...เอ่อ...เงียบเชียบ...มาคุ...และมืดมนที่สุด...

ควันโขมงจากกองใบไม้แห้งที่สุมๆกันอยู่บนพื้นลอยสูงขึ้นสู่ฟากฟ้า ใบไม้แห้งติดไฟส่งเสียงกรอบแกรบ ไฟที่จุดเพื่อปิ้งมันดูจะแรงเสียจนเขม่าควันที่ลอยฟุ้งตลบคละคลุ้งทั่วอาณาบริเวณราวกับจะมัวดินบดบังฟ้า และ...มันเผาที่น่าสงสารแต่ละลูกที่กำลังถูกปิ้งก็ค่อยๆถูกเปลวไฟลามเลียอย่างเดือดดาลจนมลายหายกลายเป็นเพียงธุลีเถ้า

ลมแรงโชยมาพัดเอาควันไฟบิดตัวออกห่างจากทัศนวิสัยแห่งความมืดมนไปเล็กน้อย และ...

“ฟรีโอเนลล่า...เหตุผลในการปิ้งมันเผาของมนุษย์คืออะไร” คลาวด์ปุจฉาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าอีโมกำลังได้ที่

“เอ้อ...” ฟรีโอเนลล่าผงะถอยออกมาเล็กน้อย รู้สึกราวกับว่าหากจ้องไอ้ภาพตรงหน้านานไปมากกว่านี้ เธอคงจะถูกดูดเข้าไปในความมืดมนเป็นแน่

“การอยู่คนเดียวในโลกไม่ใช่ความผิด” สควอลพึมพำเงียบๆ ก่อนจะเอาเหล็กแหลมคมกริบเสียบมันเผาลูกหนึ่งทะลุกลางลำฉึก! “การที่มันเผามันไม่ไหม้อยู่ลูกเดียว...ก็ไม่ผิด”

ปลายเหล็กแหลมทะลุออกจากมันเผาลูกนั้นอย่างน่าสยดสยองราวกับนักโทษที่ถูกวลาดจอมเสียบสั่งลงทัณฑ์อย่างโหดร้าย

ฟรีโอเนลล่าก้าวถอยออกมาอีกหนึ่งก้าว รู้สึกพะอืดพะอมอย่างประหลาดเมื่อเหล็กแหลมที่ว่าขยับไปมาราวกับพยายามจะแหวะไส้ด้านในของเจ้ามันเผาน้อยๆให้ปลิ้นออก สาวน้อยเวอร์จิ้นรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วทุกสรรพางค์

“ฟรีโอเนลล่า” คลาวด์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีท้องฟ้าดูล่องลอยอย่างสุดจะหลอน “คนเรา...กินมันเผาเพื่ออะไร”

สิ้นคำถามของคลาวด์ มันเผาลูกที่น่าสงสารที่ถูกเสียบทะลุก็ถูกเหล็กแหลมของสควอลง้างแบะออกจนสำเร็จ คลาวด์จกเอามันเผาส่วนหนึ่งเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวเจ้ามันที่น่าสงสารนั้นอย่างช้าๆ... 

สควอลค่อยๆหันมามองเด็กสาวเวอร์จิ้นด้วยสายตาราวกับจะพิพากษา...และประโยคตัดสินลงทัณฑ์ที่สายตายะเยือกนั้นส่งมาก็คือ...

‘จงกินมันเผานี้ซะสิ!’

ไม่ต้องนับหนึ่งถึงสาม...เหงื่อกาฬไหลอาบท่วม ฟรีโอเนลล่าส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแทนมันเผาที่ถูกทารุณ ก่อนจะหันหลังแล้วรีบวิ่งหนีกลับเข้าไป...ในบ้านที่บัดนี้ถูกขัดจนงดงามเจิดจรัสทันที!

ปฏิเสธ...โดยเด็ดขาดที่จะกิน...เจ้ามันเผาที่น่าสงสารนั้น...

 

 

เสียงกรีดร้องโหยหวนสยองขวัญสั่นประสาทของฟรีโอเนลล่าดังไปไกลจนถึงพระราชวังของดินแดนแห่งคอสมอส เจ้าชายน้อยทีดัสสะดุ้งตกใจโหยง กลิ้งตกลงมาจากแท่นบรรทม เนื่องด้วยเจ้าตัวนอนตื่นสาย

สองแขนกอดลูกบลิทซ์บอลเอาไว้แน่น แลพระโลมาทั่วร่างก็ลุกเกรียวด้วยความหวาดผวา

“ฝ...ฝัน...ลางร้าย” เจ้าชายเอ่ยด้วยนัยเนตรที่เบิกกว้าง เสียงกรีดร้องและภาพอันน่าหวาดหวั่นของหญิงสาวนิรนามในฝันที่ถูกบังคับจับสวมเตี่ยวเหล็ก...เอ่อ...พีค๊อกสุดเริ่ดของท่านราชเลขาคุจายังคงติดหูและติดตาเขาราวกับจริงแท้...

เจ้าชายทีดัสกอดลูกบลิทซ์บอลด้วยท่าลิงอุ้มแตง ก่อนจะสวดภาวนาถึงเหล่านักฝันเป็นร้อยๆจบ

“คืนนี้...อย่าให้มีคนสวมพีค๊อกเข้ามาในงานเล้ยยย เพี้ยงงงงง!”



เวลาทั้งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก เมื่อฟรีโอเนลล่าใช้เวลาซุกหัวอยู่ในห้องของตัวเอง ปิดประตูลงกลอนอย่างดี...เพื่อหนีจากภาพอันสยดสยองของสองพี่น้องเมฆาและวายุผู้สุดแสนจะมืดมนนั้น  

แม่เลี้ยงไลท์ผู้เจิดจ้าเอง...ก็ดูเหมือนจะพอใจและชื่นชมกับความสว่างเจิดจ้าของภายในตัวบ้านจนลืมมาวุ่นวายกับพวกลูกๆผู้น่ารัก จนกระทั่ง...เวลาสนธยาใกล้เข้ามา...

ราวกับความรับผิดชอบแต่เทพธิดาและอาณาจักรคอสมอสเรียกให้ตื่นจากภวังค์ คุณหญิงแม่ไลท์...เมื่อใกล้ได้เวลาก็ก้าวย่างอย่างเจิดจ้าและมั่นใจ...ตรงไปยังดินแดนแห่งความมืดมิดของสองศรีพี่น้อง เพื่อลากลูกๆสุดที่รักออกมาจากความมืดมนทันที

“คลาวด์ สควอล แต่งตัวเสร็จรึยังลูก” คุณแม่เรียกด้วยใบหน้านิ่งและน้ำเสียงที่ราบเรียบได้อีกสุดๆ

หากแต่...อาณาจักรแห่งความมืดนั้น ปราการช่างแน่นหนานัก สองพี่น้องผู้มืดมนและพอใจความสันโดษ บัดนี้กลับพร้อมใจกันล๊อคประตูอยู่ในห้องที่เลือกแล้วว่าไร้หน้าต่างและอับแสง ลั่นกลอนและยันประตูลงให้ปิดสนิทด้วยโต๊ะตู้เตียงเก้าอี้โซ่แส้กุญแจและเทียนไข(!?)

ทว่า...เมื่อแสงสว่างอยู่กับคุณแม่ไลท์เสมอ...แม้ทั้งสองจะพยายามยันประตูสู้กับคุณแม่...มันก็ราวทหารมนุษย์พยายามยันประตูเมืองสู้กับโทรลล์

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงอันสยดสยองเล่นเอาฟรีโอเนลล่าต้องมุดตัวลงหลบซ่อนที่ใต้ผ้าห่ม ทำสมาธิหายใจเข้า ‘กุ’ หายใจออก ‘หลาบ’ โดยนึกถึงกุหลาบแดงแสนสวยเป็นสรณะที่ตั้ง

หลังจากฟรีโอเนลล่าเข้าฌาณจนใกล้จะบรรลุสำเร็จพลังกุหลาบป่าครอบจักรวาลบานทั่วทิศขั้นที่ 108 คุณแม่ไลท์ก็ปล่อยพลังมุโซ(!?)ลากเอาสองลูกสาวออกมาจากความมืดมนได้สำเร็จ

“นี่คือภารกิจเพื่ออาณาจักรและเทพธิดาคอสมอส จงภูมิใจเถิด”

“แต่ในห้องยังไม่สะอาด” สควอลรีบอ้าง ก่อนจะพยักเพยิดไปทางปราการอันมืดมิดที่พวกเขาจงใจเหลือเอาไว้เป็นที่มั่นสุดท้ายเพื่อตั้งรับและ...ในกรณีที่ผิดพลาด แผน B คือ...อ้างทำความสะอาดบ้านให้สะอาดเพื่อให้คุณแม่พอใจในความสว่างวาววับ

“ฟรีโอเนลล่าไม่สบาย” คลาวด์ว่า ก่อนจะชี้ไปที่ห้องที่ปิดประตูลงกลอนสนิทของฟรีโอเนลล่า รีบดักคอก่อนคุณแม่คนงามจะให้ไปตามตัวสาวเวอร์จิ้นมาทำความสะอาดแทน

“.....” ปกติแล้ว ไลท์นั้นรักความสะอาดและเจิดจ้าจรัสยิ่งกว่าสิ่งใด หากแต่...เพื่อภารกิจแห่งคอสมอสแล้ว... “กลับมาค่อยทำก็ได้”

ว่าแล้วคุณแม่ผู้งดงามและสุดจะแข็งแกร่งก็ลากเอาหนึ่งโจโกโบะหนึ่งแมวโคโดโมะ เอ๊ย สิงโตจับไปแปลงโฉมอย่างที่สองพี่น้องได้แต่เพียงกรี๊ดเงียบในใจด้วยมิอาจจะสรรหาทางออกเพื่อช่วยเหลือตัวเองจากภารกิจอันสิ้นหวังได้ (ฮา)



เมื่อความสยดสยอง(ในหลายๆความหมาย)อันได้แก่สามแม่ลูกได้ผ่านพ้นไปพร้อมกับรถม้าสีขาวสว่างตาราวกับพายุบุแคมแล้ว...ฟรีโอเนลล่าที่คิดว่ารอดสันดอนแน่ก็ค่อยๆโผล่กบาลออกมาจากห้องน้อยๆ

“พวกนั้น...ไปแล้วสินะ” สาวน้อยเอ่ยเปรยเบาๆกับตัวเองด้วยความโล่งใจ หากแต่...

“ใช่ พวกเขาไปแล้ว” กลับมีเสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมา “แต่ฟรีโอเนลล่าก็ควรจะรีบไปเหมือนกัน”

สาวน้อยก้มหน้าลงมอง ด้วยเสียงที่ว่านั้นมาจากพื้นที่ต่ำกว่าระดับสายตามาก

บัทซ์ เจ้าหนูนาบ้านที่ทำมีลับลมคมในวิ่งหนีไปจากเธอก่อนหน้า ยืนอยู่ที่นั่น

ฟรีโอเนลล่าส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก บัทซ์ ชั้นไม่มีชุดใส่ไป จะไปทำให้งานเขาดูเหมือนเรื่องล้อเล่นเปล่าๆ”

“มีสิ!” คราวนี้เป็นเสียงของซีดาน เจ้าลิงจ๋อโหนตัวเข้ามาจากหน้าต่าง พร้อมกับอะไรบางอย่างในวงแขน “ของขวัญสำหรับเลดี้~”

เจ้าลิงน้อยยิ้ม ก่อนจะส่งเจ้าของที่ว่าให้ ฟรีโอเนลล่ารับมันมากางออกดู และ...

ดวงตาของสาวน้อยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “บัทซ์ ซีดาน...พวกนายไปเอาชุดนี่มาจาก...?”

สองคู่หูมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มกว้าง

“พวกเราก็...ช่วยกันเย็บขึ้นมาจากเศษผ้ากับของที่สองพี่น้องนั่นไม่ยอมใส่แล้วเอามาโยนทิ้งน่ะสิ!” บัทซ์ว่า

“อืม แต่บอกว่าเราเย็บเองก็ไม่ถูกซะทีเดียว” ซีดานยักไหล่น้อยๆ ก่อนจะผายมือไปทางประตูหน้า “จริงๆเราได้รับความช่วยเหลือจากเลดี้ผู้แสนดีนางนี้”

ที่ประตูหน้า...เด็กสาวหน้าตาหมดจดคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้น นัยน์ตาของเธอดูเศร้า แต่ก็ดูอ่อนโยนมาก

“เธอคือ...” ฟรีโอเนลล่ามองเด็กสาวอย่างพิศวง

“ชั้นชื่อทีน่า...ทีน่า แบรนด์ฟอร์ด เอ่อ...ตามบทชั้นควรจะเป็นนางฟ้าแม่ทูนหัวของเธอ แต่ชั้นไม่มีเวทย์ที่ช่วยในการเย็บผ้า...แต่...เอ้อ...ชั้น...ชั้นหวังว่าชั้นคงพอจะทำอะไรได้”

“รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ ฟรีโอเนลล่า” เจ้าสองคู่หูคะยั้นคะยอ

ด้วยความเริ่มขี้เกียจของคนแต่ง จากสองตอนจบมันก็เลยยืดเป็นสามตอนจบ ด้วยความช่วยเหลือจากจอมเวทย์สาวผู้เกื้อกูลทีน่า...ฟรีโอเนลล่า...จะได้ไปงานสมใจอยากอย่างราบรื่นหรือไม่...โปรดติดตามความเสื่อมไตได้...ใน...ฟรีโอเนลล่า มนต์รักกุหลาบป่า โป๊งๆชึ่ง! ตอนต่อไป...ไป...ไป (เอคโค่)


TBC


ยืดตอนจบออกไปด้วยความขี้เกียจ+เสื่อมยังไม่พอ(!?)ซะงั้น (ฮา)

ยังไงก็...ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์อีกเช่นเคยนะคะ >w<

และ...ก่อนจะชิ่ง เปลี่ยนธีมบลอกอีกแล้ว ใครยังไม่เห็นกรุณากด F5 นะคะ ^^

 

แถม...รูปประกอบปิ้งมันตามรีเควส....โดยพี่ไทคิค่ะ (ขอบคุณมากนะค้า~ ♥)

รูปใหญ่จิ้มที่รูปเลยนะคะ (ฮา)

 

ชื่อรูป: พจมานปอบหยิบกับแม่(?)มดชำแหละมัน

ชื่อรูปแบบยาวๆ: สาวพรหมจรรย์กับพจมานปอบหยิบและแม่(?)มดชำแหละมัน

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ขำไอ่สองตัวมืดมน อะไรมันจะมืดมนได้ขนาดน้านนนนนนนนนน ไม่ทราบว่าพี่วอที่ออกจะเจิดจ้าขนาดนั้นไปเบ่งมันเอาได้อิท่าไหน ลูกถึงได้ออกมามืดได้อีก *ขำตึกถล่ม*

แบบว่าเรื่องนี้ไอ่สองเกลอมันยังดูปกติซะกว่าอ่ะ *กลิ้ง*

ทีน่าจังเปงนางฟ้าแม่ทูนหัวจินะ~~~ รอต่อตอนหน้าจ้า~~~~~

ปล. ธีมดิสสิเดี๊ยยยยยยยย ดิสสิเดีย กร๊ากกกกกกกกก

รูป... อยากได้รูปปิ้งมันผาวววว กร๊าก ฮ่าฮ่าฮ่า

#2 By talalan on 2009-03-18 22:08

โอ้ว.....(นิ่ง)

#3 By かつみ on 2009-03-18 22:48

ขอต๊ะไว้ก่อนนะ ทั้งสองตอนเลย
อ่านเสร็จแล้วจะเมนต์รวบเลยนะคะ

แต่ตอนนี้ ขอฮาภาพประกอบ ก๊ากกก ๆ confused smile

#4 By BeeJang on 2009-03-18 23:40

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


พี่น้องเมฆาและวายุได้โล่มาก

กร๊ากกกกกกกกกกกกก

ฮามาก

อ่านไปยิ้มไป

ฮา

#5 By :-[R]i{ki}~~{[C]ha~n}-: on 2009-03-19 07:36

ขอบคุณสำหรับรูปเจ้าคู่มืดค่ะconfused smile confused smile confused smile

ตอนนี้เริ่มจิ้นต่อให้คลาวด์เอาดาบมาทำกระทะย่างเนื้อ แล้วสควอลเอากันเบลดมาพ่นไฟให้สุกทั่วกันแล้ว 555

#6 By talalan on 2009-03-19 13:05

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มันก็แค่มันเผานะ !!
ตั้งใจ ตั้งใจทำร้ายฟรีโอ้ชัดๆ !!

พี่คล้าวกับน้องแมว... ไปปิ้งมันกันมืดหม่นซักจริง..
หญิงที... ก็อยากมีบทกะเค้าบ้างสินะ 5555

จะรอตอนจบค่ะ หึหึ อยากเห็นชายทีดัส
ป่านนี้คุจาจะเอาพีค๊อกเสนอไปกี่รอบแล้วก็มิรู้

#7 By =NaMi= on 2009-03-19 14:06

ตอนเผามันนี่เด็ดดวงมากค่ะ ดูมืดมนสมเป็นคู่คราวด์สควอลจริงๆ สงสารฟรีโอเนลล่าจังค่ะ sad smile

บัทส์กับซีดานน่ารักมากค่ะ ไม่มีสองคน(ตัว?)นี้นางเอกของเราคงสิ้นหวังแน่ๆ

ป.ล แอบฮาหนึ่งโจโกโบะหนึ่งแมวโคโดโมะ confused smile

#8 By +Muse+ on 2009-03-19 19:44

คิดว่าโนบาระซังจะนั่งรถรูปใด

หนึ่ง กุหลาบ

สอง มันเผา embarrassed

สาม พีค็อก

คนแต่งโปรดเฉลยเร็วๆนะคะ สนุก+ฮามากเลย

#9 By Kolonel on 2009-03-19 20:05

ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าหนึ่งลิงหนึ่งหนูช่างเป็นคู่ซี้ที่เข้ากันมาก (กว่าเดิม) เสียนี่กระไร
ขนาดปิ้งมันเผาสองหน่อนี่ยังมาคุได้อีก มืดมนได้อีก!!! (หัวเราะปากสั่น) แค่ปิ้งมันทำไมถึงได้ทำท่าตามหาความหมายของชีวิตซะขนาดนั้นฮะเนี่ย กร๊ากกกกกกก โอ้ย ช่างผิดกับแม่ผู้เจิดจ้า sad smile (รูปประกอบแบบว่าไม่ไหวแล้วฮะ)
มะ แม่ทูนหัวทีน่าาาาาาา~~~ me/วิ่งเข้าไปกอด+หลบเมเทโอ ฮา ไม่มีเวทย์ช่วยเย็บผ้า มีแต่มนตร์ขาว+ดำ+เทา open-mounthed smile
รอตอนจบต่อนะฮะ ^^

#10 By kurakurakura on 2009-03-21 15:33

มีของมาฝากจ้า!


http://upic.me/i/wi/pr018.gif

#11 By かつみ on 2009-03-23 00:11

ทำไมมนุษย์ต้องกินมันเผา!!!!
สุดยอดครับ ฮามากอ่ะ ><

#12 By Hideyo [Cecil & Tina Lover] on 2009-03-24 14:14

(♥) Tag :: เข้าใจชาวYaoi

ฝากได้มั้ยคะembarrassed

big smile

#13 By かつみ on 2009-03-24 21:59

เสื่อมได้ใจ (ชอบนะ)
ฮ่ะๆๆ

#14 By Nil on 2009-03-25 02:36