Chesiere Cat//Hiyuura's Fanfictions - Improvement Timeline
posted on 22 Apr 2009 19:09 by hiyuura in Etcจริงๆ...ช่วงนี้(เหมือนๆจะ)ชิวค่ะ กะว่าจะยังปล่อยเบลอไม่อัพบลอกอีกสักพัก แต่พอดีเมื่อกลางวันคุยกะเพื่อนฝรั่งที่สนิทกันคนนึง เขากำลังทำ improvement timeline ของงานวาดรูปของเขาพอดีค่ะ คุยไปคุยมา เขาก็ว่า...ยูระน่าจะทำ improvement timeline ของฟิกตัวเองบ้างนะ
...ตอนแรกก็...ยังขี้เกียจค่ะ ตามสไตล์ (ฮา) แต่คิดไปคิดมา...อืม...ลองๆทำดูก็ดีเหมือนกันนะ จะได้รู้ว่า งานของเราดีขึ้นหรือแย่ลงยังไง เก็บเอาไว้ดูเล่นๆ...
ไหนๆก็ไหนๆ...ก็เลยลองลิสต์ๆ timeline ของตัวเองออกมาดู แต่แน่นอนว่าเนื่องจากคอมยูระเน่าไปหลายหนมากกว่าจะถึงวันนี้...แล้วเขียนอะไรไปบ้างก็เริ่มจะจำไม่ค่อยได้ (เพราะเอาจริงๆเยอะมาก ^^;; ) ก็คงจะไม่ยกชื่อฟิกทั้งหมดมาลงไว้ที่นี่ แต่จะยกเฉพาะที่เห็นเด่นๆ ตัวอย่างชัดๆ กับที่จำได้ละกันนะคะ ^^;;
ก็ถือซะว่า...นี่เป็นเอนทรี่บอกเล่าประสบการณ์ของนักเขียนมือสมัครเล่นคนนึงละกันค่ะ ส่วนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ใส่เอาไว้ ใครใคร่จะชี้แนะหรือนำไปเป็นแนวทางก็ยินดีค่ะ m(_ _)m
Warning: เนื้อหา 60% ของเอนทรี่นี้เกี่ยวข้องกับ Boy Love/Yaoi
[Chesiere Cat//Hiyuura's Fanfiction - Improvement Timeline]
Note: สำหรับฟิกภาษาอังกฤษ ยูระใช้ penname ว่า Chesiere Cat ค่ะ
2002 - 2003: เป็นช่วงหัดเขียนฟิกแรกๆค่ะ สมัยนั้นฟิกภาษาไทยยังหาอ่านได้ไม่เกร่อขนาดนี้ ส่วนมากเลยไปพึ่งใบบุญที่ ff.net เอา (ช่วงนั้นอ่านเยอะมาก วันนึงอ่านหลายเรื่อง เรื่องละ 30 กว่าบทก็อ่าน ที่ติดงอมแงมก็คงจะเป็นฟิก Aragorn/Legolas ของ AJ Matthews) ยูระก็เลยเหมือนจะกลับกับชาวบ้าน คือ หัดเขียนฟิกภาษาอังกฤษก่อนค่ะ
ตอนนั้นยังอยู่ม.ต้น ภาษาก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กว่าจะใช้เวลาเขียนทีก็นาน ฟิกที่ออกมาเลยน้อย แถมยังถูกติงมาว่าใช้ redundant words คือคำซ้ำซากทั้งที่ไม่จำเป็นอีก เรื่องแรกๆที่เขียนไป จำได้ว่าได้ review แค่ 4 ก็ปลื้มแล้ว ^^;;
ส่วนฟิกภาษาไทยเรื่องแรกก็เป็นฟิกเน้นรั่ว เพราะรั่วอย่างเดียวเลยไม่ต้องใส่ใจอะไรมาก เป็นฟิก LOTR ชื่อเรื่อง Crazy Day ค่ะ (ใครเคยอยู่บอร์ดวันริงอาจจะเคยเห็นความเสื่อมเน้~ XP)
บทเรียนที่ได้รับ
(1) บางครั้งการเขียนจากการนึกจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษจะไม่สามารถเรียงออกมาเป็นประโยคที่ถูกต้องได้ หรือบางครั้งการใช้คำเพื่ออธิบายมากเกินไปจะทำให้ดูยืดเยื้อ เช่น
Character_A used his/her leg to kick Character_B. (ตัวละคร A ใช้ขาของเขา/เธอเพื่อถีบตัวละคร B)
ประโยคนี้ไม่ผิดค่ะ แต่ดูจะยืดเยื้อเกินไป จริงๆแล้วสามารถใช้แค่...
Character_A used his/her leg. (ตัวละคร A ใช้ขาของเขา/เธอ) ก็พอเข้าใจแล้วค่ะ
(2) รู้จักคำว่า beta-reader (คนที่คอยอ่านตรวจทานแก้คำผิดให้เรา) เป็นครั้งแรก แต่ประสบการณ์แรกกับ beta-reader ไม่เป็นที่ประทับใจเท่าไหร่ (ฟิกที่มี beta-reader เป็นฟิก Final Fantasy VIII คู่ไซเฟอร์xสควอลค่ะ XP) เนื่องจากเราเป็นพวกชอบอู้ พอเราหายไปนานๆ เขาก็กลายเป็นทวงซะงั้น ไอ้เราก็เลยชิ่งค่ะ...เล่นเอาเข็ดไปเลย (ปัจจุบันฟิกก็ยัง unbeta-ed ค่ะ อู้จนเป็นนิสัยไปแล้ว ^^'')
(3) OC ไม่ควรมีบทเด่นจนเกินไป และไม่ควรมีความสามารถมากจนเวอร์และดูเหมือนมาแทนที่ตัวละครหลัก
(4) ถ้าไม่ใช่ฟิกรั่ว ควรเขียนให้ตัวละครมีนิสัยใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ที่เราเขียนจะเป็นฟิก AU
สมัยนั้น penname ยังไม่ใช่ Chesiere Cat ส่วนฟิกเรื่องแรกๆสมัยนั้นก็ล้มหายตายจากไปกับกาลเวลาแล้ว เลยไม่มีตัวอย่างมาแปะเอาไว้(ประจาน)ให้ดูกันค่ะ XP
แฟนดอมที่ปลาบปลื้มมากช่วงนั้น: The Lord of the Rings, Harry Potter, Final Fantasy VIII, Hunter x Hunter, Flame of Recca, Yu Yu Hakusho
credit for pic: sengoku
^ SeiferxSquall คู่ที่ไม่เคยเขียนฟิกสำเร็จซะที ออกจะปลื้มนะ =v=;;;
Squall: ไซเฟอร์ นายนี่ตัวเหม็นเป็นบ้าเลย(ว่ะ) เมื่อไหร่จะอาบน้ำ(วะ)
Seifer: เหม็นแล้วมาซบพี่ทำไมล่ะ แปลว่าชอบเหม็นๆใช่รึเปล่า
Squall: ........Whatever.
ยูระ: ซึนเดเระ!!!
2004 - 2005: จะว่าเป็นยุคเฟื่องฟิกสำหรับยูระยุคนึงก็ว่าได้ค่ะ เพราะหลังจากวางมือหันไปเป็นนักอ่านอย่างเดียวอยู่พักใหญ่ๆ ช่วงนั้นก็เกิดจะฟีเวอร์ Naruto ขึ้นมา แต่คงเพราะยูระมันชอบอะไรไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านละมังคะ สมัยนั้นฟิกคู่อิทาจิ/ซาสึเกะหาอ่านยากมาก ก็เลย...อืม ลองเขียนเองดีไหมนะ (ทั้งๆที่ตอนบ้าแรกๆชอบคาคาชิ/ซาสึเกะมากกว่าแท้ๆ =v=;; ) ก็เลยลองเขียนๆดูค่ะ
เรื่องแรกที่เขียนออกมาในช่วงนี้ ก็ยังเป็นฟิกภาษาอังกฤษค่ะ คือ Sinful Addiction มี 12 ตอนจบ เริ่มต้นด้วยความใสซื่อ PG-13 (แล้วมารู้เอาทีหลังว่าไอ้ที่เขียนๆไปเนี่ย เกือบจะ R แล้วนะ 555+) ปรากฎว่าได้รับความนิยมดีมากจนน่าตกใจ ลงตอนแรกได้ 12 reviews แถมยังไม่โดนติเรื่องเขียนไม่รู้เรื่องแล้ว บอกตรงๆว่าตอนนั้นก็เลยดีใจจนกระเหี้ยนกระหือบ้าพลังแต่งต่อจนจบได้เป็นเรื่องแรกค่ะ (ฮา)
ประมาณว่า "จากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ เราก็พัฒนาเหมือนกันนะ"
Sinful Addiction เป็นฟิกเรื่องแรกลองหลายๆอย่างรวมกัน ทั้งการใช้ song fic แล้วก็...ที่เขียนเรทด้วยค่ะ =,,,,,,,=
นับว่า...หัดเขียนเลยละมั้ง ตอนนั้นกระดากมาก...เลยคิดว่าจะส่งให้คนอ่านทางเมล์ดีกว่า อ๊าย~ อายค่ะ เรทก็เป็นตอนเรทสั้นๆด้วย แต่ก็ได้รับคำชมพอสมควร สำหรับฟิกเรื่องนี้ ภูมิใจค่ะที่จะบอกว่าได้เป็นฟิกที่ได้ recommendation จากหลายๆที่ ^^;;
ส่วนหนึ่งจากฟิก Sinful Addiction (Eng)
Hot, smelly liquid splashed, staining his face and clothes. Obsidian eyes snapped open just to see the face of his captor twisted in pain. Three deadly shuriken embedded in that daring hand of his, preventing it from doing its work further. Orochimaru turned to face his attacker and even the great sennin was taken aback at whom he saw.
Sasuke didn't believe his eyes. Before him stood Uchiha Itachi, the murderer of his clan, his brother, his enemy and the other member of the Uchiha clan left. From where he was, Sasuke couldn't see his face well. Yet he could tell that those blood red Sharingan eyes was blazing so dangerously with stormy rage that could be seen even in the darkness of the room.
--Sinful Addiction, Chapter I: The Eyes of the Snake
หลังจาก Sinful Addiction ก็มีฟิกนารุโตะ(ซึ่งส่วนมากเป็นอิทาซาสึ)ตามมาอีกเป็นภูเขาเลากา (กลายเป็นบ้าคู่นี้ไปเป็นที่เรียบร้อย XP) แถมยังเรทขึ้นกว่าฟิกแรกอย่างเห็นได้ชัด อาทิเช่น Heaven in your Eyes, The Shark and the Weasel, Possession, Repossession (อีกฟิกที่ได้รับการ Recommended), Memorable Drowning, Twisted Desire, Forbidden String, etc. ซึ่งสำหรับ Possession กับ Forbidden String หลายคนอาจจะคุ้นกันดี เพราะยูระเอามาแปลลงเป็นภาษาไทยด้วย
สมัยนั้น...เพราะพยายามจะเขียนออกมาให้ดี แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงก็เลยใช้วิธี...แปลฟิกภาษาอังกฤษตัวเองกลับเป็นภาษาไทยเอาค่ะ (ลงฟิกแบบจริงจังเป็นภาษาไทยครั้งแรกที่บอร์ดดาร์คอีเดน) ซึ่ง...ในเมื่อมันเป็นฟิกแปล...ภาษามันก็ย่อมเหมือนฟิกแปลอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ^^''
ส่วนหนึ่งจากฟิก Possession (Th)
เด็กหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับต้องมนต์ เขาจ้องมองชายเบื้องหน้าอย่างไม่ละสายตา ในดวงตาสีดำคู่สวยสิ่งที่สะท้อนชัดเจนนั้นคือความแค้นที่ลึกลํ้าเกินกว่าคำบรรยาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็มิได้พยายามดิ้นรนกระชากโซ่ให้ดูน่าสมเพชอีกต่อไป เขารู้แล้วว่ามันไร้ประโยชน์สิ้นดี เขาแค้น แค้นชายคนนี้มากเหลือเกิน พี่ชายเพียงคนเดียวของเขา แค้นจนอยากจะฆ่าทุกวินาที ทุกลมหายใจมีแต่เรื่องของพี่ อักขระที่คอนั้นคือสัญลักษณ์ของความแค้น แต่เขาสัญญา...สัญญากับนารุโตะไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าเขาจะไม่ยอมให้มันครอบงำอีก
...ตอนนี้สิ่งที่เขาทำคงทำได้ก็คงแค่การวางตัวอย่างสงบเฉย ไร้ความรู้สึก เพื่อลดความน่าสมเพชของตัวเองลง...ทั้งที่คนที่อยากจะฆ่า คนที่เกลียดที่สุดอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ เกลียด...ไม่อยากแม้แต่จะเห็นใบหน้านั่น
--Possession, Chapter I: Chain
หลังจากแปลฟิกมาลงเองได้ช่วงนึง...ก็เลยเริ่มเขียนฟิกเป็นภาษาไทยเลยอย่างจริงจังบ้าง ฟิกแรกที่ลองเขียนออกมาก็คือฟิก AU 4P คาคาอิทาซาสึนารุ Bloody Nocturne ค่ะ แต่ก็ยังนับว่าเป็นฟิกที่ได้รับอิทธิพลจากฟิกแปลเยอะอยู่เหมือนเกิน
ส่วนหนึ่งจากฟิก Bloody Nocturne (Th)
นารุโตะมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตระหนก ครั้งนี้...ไม่มีใครมาช่วยพวกเขาได้...คุณคาคาชิจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ หรือว่า...นัยน์ตาสีท้องฟ้าเบิกกว้าง
คุณคาคาชิอาจจะถูกฆ่าไปแล้วก็ได้
ถึงจะรู้ว่าคนเป็นพี่คงไม่อาจพรากชีวิตน้องชายของตนเองได้ แต่...สำหรับคน ไม่สิ แวมไพร์ตนนี้...เขาไม่อาจพูดได้เต็มปาก...ไม่อาจอ่านอะไรได้...มีผู้คนมากมายที่ต้องตายไปเพราะเขา...และเขาอาจจะเป็นคนต่อไป...
แต่...เมื่อเขาได้สบกับนัยน์ตาสีนิลนั่น...นัยน์ตาคู่นั้นราวกับมันกำลังบอกให้เขาหนี หนีไปให้พ้นเสียตอนนี้เลย...แต่...ไม่ว่ายังไงขาของเขามันก็ไม่ขยับ...มันแข็งทื่อราวกับได้ถูกคำสาปที่เปลี่ยนทะเลสาบให้เป็นธารน้ำแข็ง แช่แข็งขาของเขาให้นิ่งสนิท...อยากจะช่วยก็ช่วยไม่ได้...จะแค่หนีก็ยังทำไม่ได้...
--Bloody Nocturne, Chapter VIII: Eclipse
หลังจาก Bloody Nocturne ก็เลยเริ่มเขียนฟิกภาษาไทยออกมาเลยจริงๆ นอกจากฟิกนารุโตะแล้ว ช่วงนั้นก็ยังเขียนฟิก D.Grayman กับฟิก Fullmetal Alchemist ด้วยค่ะ
บทเรียนที่ได้รับ
(1) สำหรับ Sinful Addiction ยังสามารถเขียน fleshing up (เพิ่มรายละเอียด) ในส่วนที่ฟิกยังทำให้เห็นภาพไม่ชัดพอได้ เช่น ฉากต่อสู้ที่พร่องไป
(2) ฟิกที่ตามหลัง Sinful Addiction มาอย่าง Possession มี detail ที่ละเอียดกว่า รวมทั้งฉากเรท แต่เนื่องจากไม่มี beta-reader และฟิกมีความยาวมาก (15 ตอน) ควรตรวจทานหลายๆครั้ง เพราะยังมีหลายส่วนที่ grammar และ spelling ผิดอยู่มาก และไม่ควรมั่นใจมากเกินไป จำไว้เสมอว่าไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบและทุกอย่างผิดพลาดได้ To err is human ค่ะ
(3) เมื่อทำตัวละครเสื่อมมากๆ (เช่นฟิก The Shark and the Weasel) ควรมีคำเตือนสำหรับแฟนๆเป็นพิเศษ
(4) บอกว่าแปลฟิกตัวเองจากภาษาอังกฤษมันก็ฟังโก้ดีอยู่หรอก แต่ยังไงฟิกแปลก็คือฟิกแปลวันยังค่ำ อ่านแล้วก็ยังเหมือนกับไม่ลื่นพอ
แฟนดอมที่ปลาบปลื้มมากช่วงนั้น: Naruto, D.Grayman, Fullmetal Alchemist
credit for pic: http://republika.pl/blog_em_3859476/5226003/sz/itasasu41.jpg
^ พี่น้องคู่นี้...ทำไมชีวีมันเศร้าได้อีกหนอ TTvTT
ซาสึเกะ: อิทาจิ ชั้นรอเวลานี้มานานแล้ว ให้ชั้นเป็นเสะเถอะ!
อิทาจิ: แร่ดขนาดนี้ ยังจะหวังเป็นเสะอีก เจ้าน้องชายโง่เง่าเอ๊ย
ยูระ: ทั้งโง่ทั้งแร่ด แต่ก็รักใช่ไหมละคร้า~~
2005-2006: ต้องยอมรับว่ากระแสนารุโตะช่วงนั้นเริ่มเนือย ส่วนนึงเพราะซาสึเกะหายไปนานมาก (เรื่องจริงนะ เอ้า!) ประกอบกับ...หนัง Final Fantasy VII: Advent Children เข้าพอดี แรงบ้าไฟนอล 7 ก็เลยกลับมาอีกยกใหญ่ (เพราะภาคนี้เป็นภาคที่ชอบมาก) ฟิกที่เขียนในช่วงนี้ก็เลยไปหนักไฟนอล 7 ค่ะ เฮฮามากกับพวกแก๊งสามช่า ก็เลยได้ฟิกรั่วมาเรื่องนึงคือ We're one disorderedly happy family ค่ะ
ส่วนหนึ่งจากฟิก We're one disorderedly happy family (Eng)
Cloud’s eyes widened and he almost choked on his toast at what he saw:
‘The most audacious crime ever had happened at a clothes shop in Icicle. Four nude silver haired-men—probably they were in some perverted orgy—broke into Mr. Ben’s shop last night, racking and taking everything and anything they wanted. None of them ran away as the alarm rang and good old Mr. Ben, the owner of the shop, along with a group of village police went to investigate. One of them had threatened Mr. Ben and the police with a very long sword that, according to Mr. Ben, was frighteningly sharp. He even demanded a shower and a room to stay the night without being further disturbed.
This group of brutal criminals left a few hours before the sun rises but the life of a man whose shop is left totally in chaos can never be the same again. Also it was reported that a nearby weapon shop and materia shop were also raided by this very same group of silver haired-people. For further information see page 16.’
--We're one disorderely happy family, Chapter II: Cloud's Worst Nightmare
ช่วงปลายปี 2006 ก็ไปสิงอยู่บอร์ดเดธเบอร์รี่ ได้(เสื่อม)และรู้จักกับหลายๆท่านที่นั่นอย่างพวกท่านอาซานะ นามิน เร็นเร็นจัง แถมยังโคจรมาพบหน้าเก่าๆที่เคยเจอกันที่ดาร์คอีเดนอย่าง irr แล้วก็อีกหลายๆคน ทำให้ลันล้าแล้วก็เริ่มติดหนึบกับบอร์ดแล้วก็ฟิกไทยพอสมควร เลยไม่ได้กลับไปเขียนฟิก eng ยาวเลยค่ะ 555+
ฟิก Bleach เรื่องแรกที่เขียน เซอร์ไพรส์มาก มันเป็นฟิกนอมอลค่ะ คู่งิน/รันงิคุ You Never Say Where You've Been
ส่วนหนึ่งจากฟิก You Never Say Where You've Been (Th)
ผู้หญิงที่หลายๆคนเห็นว่าเข้มแข็งเกินหญิง บางครั้งก็มีช่วงเวลาที่อ่อนแอ ช่วงเวลาที่ไม่อยากให้ใครเห็น...อาจจะเป็นโชคดีของข้า...ที่ไม่เคยมีคนใส่ใจเรื่องในอดีตที่ข้าเล่า แต่บางครั้ง...มันก็เป็นความโชคร้ายในตัวของมันเองเช่นกัน
เพราะว่า อดีต...คงอยู่กับข้าเสมอ...
--You Never Say Where You've Been, One Shot
บทเรียนที่ได้รับ
(1) การเขียนฟิก รายละเอียดปลีกย่อยก็สำคัญ เช่นชื่ออาวุธของตัวละคร เคยเขียนชื่อปืนของยาซูผิดเป็น Velvety Nightmare เลยแอบโดนติงมา ชื่อจริงๆคือ Velvet Nightmare ค่ะ
(2) เวลาฟังเพลงไป เขียนฟิกไปด้วย มันก็บิวด์อารมณ์ได้ดีเหมือนกันนะ
(3) ถ้าเขียนคู่เดิมบ่อยๆจนชินมือ บางทีจะกลายเป็นสูตรสำเร็จของคู่ที่หนีได้ยาก ควรระวัง
(4) ฟิกจาก msn ถ้าเอามาลำดับความให้ดีๆ ก็มีอะไรสนุกๆให้เล่นได้ ♥
(5) ฟิกที่เล่นคำมากเกินไป บางทีมันก็ออกมาลิเก๊~ ลิเกได้เหมือนกันนะเออ
(6) การใช้ตัวหนา ตัวเอียง เว้นวรรค เว้นบรรทัด มีผลต่อจิตวิทยาคน
แฟนดอมที่ปลาบปลื้มมากช่วงนั้น: Final Fantasy VII, Bleach, Sangoku/Sengoku Musou, Musou Orochi
credit: unknown
^ งินxรันงิคุ...คู่นอมอลคู่แรกที่เขียนเป็นเรื่องเป็นราว ^^''
รันงิคุ: งิน ตากล้องเขาเทคครั้งที่ 3 แล้วนะ เมื่อไหร่เจ้าจะลืมตามองกล้องซะที ข้าละชักเซ็ง
งิน: อยู่แบบนี้อีกสักหน่อยก็ดีออกนี่ รันงิคุ ข้ารู้นะว่ามันทำให้เจ้าหนักอกน้อยลง
รันงิคุ: ....................ตาย!!!
ยูระ: โชคดีนะ ตาสี่คิ้ว = =+
2007-2009: เรียกว่าช่วงรีบอร์นกินกบาลค่ะ (ฮา) เริ่มต้นด้วยการปลาบปลื้ม 6918 แต่จบลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้นด้วย (แน่นอนที่สุด) 10069 เพราะเป็นคู่ที่ลงตัวสำหรับยูระในความมืด จิต แร่ด แหลและโศกาค่ะ ถ้าจะถามยูระ ส่วนตัวคิดว่าอาการพีคในรีบอร์นค่อนข้างฉาบฉวย พีคสุดๆเมื่อตัวละครออก (ลายเส้นพระเจ้าอามาโนะชวนกรี๊ด) แต่จืดจางลงเมื่อเวลาผ่านไป (บางทีไม่กี่ตอนเองนั่น =v=;; )
จะว่าไป...ที่กรี๊ด 10069 นอกจากมังงะ ส่วนนึงคงต้องบอกว่าแรงไซโคตัวเองจากการแต่งฟิกด้วยละค่ะ โดนแรงมาก ก็เลยหลงคู่นี้โงหัวไม่ขึ้น แรกๆหาแฟนอาร์ทกะโดจินลำบากมาก ตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อย (ท่าทางจะเป็นคนชอบคู่หายากจริงๆ TTvTT) ฟิกที่ออกมา แน่นอนว่าเน้น 10069 ค่ะ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษคละๆกันไป และปลาบปลื้มใจมากที่เขียนแฟนดอมนี้จบได้ตั้งหลายเรื่อง (ฮา)
<< แหงล่ะ ส่วนมากเป็น one-shot นินา =v=;;;
ส่วนหนึ่งจากฟิก Folie à Deux (Eng)
“It could be either on the bed or on the floor. Your decision, Mukuro-kun.”
The rain was getting heavier and heavier. It didn’t seem to stop so easily as the pitter-patter sound drummed so frequently everything outside was incoherent. Still, it was amusingly strange that he could hear the chanting of alleluia, supposedly from the village’s church, so clearly it should instead be his hallucination.
Laus tibi, Domine, rex aeternae gloriae...
A smile graced his blood-adorn lips as a little piece of broken vase cut into his skin.
“Praise to thee, O Lord, king of eternal glory…I wish you soon fall and meet your doom.”
--Folie à Deux, Chapter I: Alleluia
ที่เห็นกันในบลอกนี้ชัดๆเลยคงเป็น Opheliac ที่เป็นฟิกที่ยาวที่สุดเท่าที่เขียนมา และเป็นเรื่องที่ได้ออกรวมเล่ม แต่ส่วนตัว ฟิกที่เขียนออกมาแล้วยูระชอบที่สุด เพราะคิดว่ามันสมบูรณ์ทุกอย่างที่อยากเขียน ก็คงจะเป็น Black Rose ละค่ะ แหะๆ ^^;;
ส่วนหนึ่งจากฟิก Black Rose (Th)
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า...พระองค์ทรงอยู่หนใด...
นัยน์ตาสีอเมนทิสต์จับจ้องใบหน้าคมที่ติดจะสวยหวานมากกว่าคงความงามตามแบบบุรุษเพศ “คงเพราะ...นัดในที่ที่ไม่อยากจะไปล่ะมั้ง?” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดเหยียดรอยยิ้มตอบ “ว่าแต่...เธอล่ะ ออกมาข้างนอกแบบนี้ ไม่เป็นอะไรแน่เหรอ”
ที่ที่ได้ชื่อว่าใกล้พระเจ้า...เพื่อรอการอภัย...
“คึหึหึ...คงเพราะผมกลัวคุณไปแล้วไม่ได้กลับมาละมั้งครับ เลยต้องมานั่งรออยู่ที่นี่” ร่างงามเอียงคอน้อยๆ พลางหรี่แพขนตาสีเข้มลง
ทุกบาปให้อภัย...ได้หรือ...
เบียคุรันหัวเราะ มือข้างที่ว่างอยู่ค่อยๆปลดหูกระต่ายที่คอเสื้อที่ผูกไว้เรียบร้อยดีออก “หึหึ ถ้าฉันไม่กลับมาจริงๆ เธอคงไม่มานั่งรออยู่ที่นี่ละมั้ง?”
จึ่งได้ต้องสารภาพ เพื่อรอเพียงพระเมตตา
--Black Rose, Main Part
หลังๆเริ่มเพลาๆฟิกรีบอร์นลงมาบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะติดเกม Dissidia: Final Fantasy หลังๆก็จะเห็นฟิกดิสสิเดียผลุบๆโผล่ๆในบลอกนี้บ้าง แต่เมนหลักจะลงที่ ff.net กับที่ LJ ของยูระเอง (เป็นภาษาอังกฤษ) ซะมากกว่าค่ะ ^^;;
ส่วนหนึ่งจากฟิก Angel and the Beast (Eng)
In a fight, nothing else seemed to matter but skill, experience and sharp, watchful senses. And at one point, all of those would perfectly synch together as your body moved of its own accord – driven by its own survival instinct and the raging song of the fight – as the only sound that was most audible was no other than the sweet whisper of the hollow eyed bane. There was only a thin line that separated foolishness and bravery. The same as there was victory in defeat as warriors fell and were forever glorified.
He didn’t fight for glory. Nor did he fight for duty even if he followed it with much strictness.
He fought…for the sake of feeling alive.
--Angel and the Beast, One Shot
คิดว่าตั้งแต่เขียนฟิกมาช่วงหลังๆจะติดการใช้ metaphor (คำเปรียบ) แล้วก็เล่นประโยคแทรกที่เขียนแล้วอ่านต่อกัน(โดยไม่อ่านประโยคตรงกลาง)ได้ความหมายมากขึ้น จริงๆการเขียนประโยคแทรกแบบนี้ เขียนมาตั้งแต่ฟิก Possession แล้ว แต่ยังไม่ชัดเท่าช่วงหลังๆนี้ค่ะ ถ้าถามว่าได้อิทธิพลแรงๆมาจากไหน คงเป็น...การ์ตูนของอ.คาโอริ ยูกิ (Angel Sanctuary, Godchild, Ludwig Revolution, etc.) น่ะแหละค่ะ แหะๆ ^^;;
บทเรียนที่ได้รับ
(1) Metaphor กับฟิก eng ถ้าใช้มากเกินไปก็น่ารำคาญได้เหมือนกัน
(2) การอ้างอิง quote มีส่วนช่วยทำให้เห็น theme ที่เขียนได้ชัดขึ้น
(3) บางที tone ลึกลับและซีเรียสก็สร้างความกดดันให้ผู้อ่าน/เป็นทางการ (โดยเฉพาะกรณีฟิก eng) มากเกินไป(?)
(4) เวลาแปลฟิก เดี๋ยวนี้จะไม่แปลตรงๆ แต่พยายามตบเนียน (ฮา) เกลาสำนวนให้ใกล้เคียงกับภาษาที่เราใช้ปกติมากกว่าจะเป็นภาษาแปล
(5) การออกรวมเล่ม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ผิดพลาดนิดเดียว ก็ผิดพลาดทั้งล๊อต ต้องขออภัยคนช่วยอุดหนุนด้วยจริงๆค่ะ m(_ _)m
credit for pic: x-fiore
^ 10069 ♥ คู่(แร่ด)นี้...ดูๆไป...มันก็หนุ่มโฮสต์ชัดๆ กร๊ากกกกกกกกก
69: คึหึหึ คุณเบียคุรัน อย่าคิดนะครับว่า คุณคนเดียวที่เป็นหนุ่มโฮสต์อันดับหนึ่งในใจแม่ยกน่ะครับ
100: อะไรกัน~ มุคุโร่คุง~~ ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ ^^
69: คึหึหึ อย่างงั้น...เหรอครับ
100: ก็...ฉันอยากเป็น ที่หนึ่งในใจเธอมากกว่านี่นา ♥
69: ......คำหวานของคุณ...เลี่ยนจนพืชไร่อย่างผมชักอยากจะสำรอกแล้วสิครับ...
100: ถึงสำรอก ฉันก็ยังจะรักเธอ ^^
ยูระ: อ้วกกกกกกกกกกกก!!! (ฮา)
โอย...แฮ่กๆๆ ในที่สุดก็มาถึงปี 2009 จนได้...แฟนดอมที่พีคช่วงนี้จริงๆก็มีหลายเรื่องนะคะ แต่ก็ผีเข้าผีออก บางเรื่องกรี๊ดแต่ฟิกก็แทบจะไม่ค่อยได้เขียน มีผลุบๆโผล่ๆเป็น crossover มากกว่า อย่าง Black Butler เป็นต้น แต่...สำหรับยูระ ว่าด้วยวงการฟิกก็เขียนมานาน แล้วก็อ่านมานานพอสมควร อ่านบ้าง เขียนบ้าง แล้วแต่อารมณ์ (แต่ถ้าหมดอารมณ์เขียน ก็จะเลิกไปพัก แล้วเอาแต่อ่าน ^^'')
คิดค่ะ ว่า...ไม่มีงานเขียนที่สมบูรณ์พร้อม แล้วก็มีช่องว่างให้แก้ไขติชมได้เสมอ จากนี้...ถ้าไม่ขี้เกียจ ก็จะพยายามเข็นงานออกมาเรื่อยๆเท่าที่มีไฟละค่ะ จากวันนั้นถึงวันนี้ ยังไงๆก็ขอขอบคุณท่านผู้อ่าน (โดยเฉพาะคนที่คอมเมนต์ XP) เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆท่านที่เป็นเหยื่อความบ้าของยูระ (โดยเฉพาะพี่ไทคิที่อ่านแทบจะทุกเรื่อง ^^;; ) แล้วก็หวังว่าจะติดตามกันต่อๆไปนะคะ
ก็...ขอจบเอนทรี่เหยียดยาวลงเพียงเท่านี้ละค่ะ ขอบคุณค่า m(_ _)m
บทเรียนที่ดีที่สุด: ความขี้เกียจไม่ก่อให้เกิดผลิตผล และการก๊อปปี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด
ปล. เอนทรี่นี้...ไม่เสื่อมแล้วนะคะ กร๊ากกกกกกกกกกกก (เรอะ?)
ปล2. เขียนมา...ยาวยืดกว่าที่คิด ไม่น่าเชื่อ =A='''
ปล3. ดักคอก่อน...ไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอกมาทวงฟิกน้า~~ TTvTT
=w= b
*เผ่น*
#1 By คุณ[T]ee on 2009-04-22 22:34