[KHRxHOLIC FIC] [10069/G69] Wish: Prologue

posted on 27 May 2009 16:32 by hiyuura  in Fanfiction

ในที่สุดก็เข็นเรื่องใหม่มาลง...สำหรับ Sins of Being Loved by You เป็นโปรเจ็คร่วมนะคะ แต่สำหรับฟิกนี้ ยูระลงฟิกยาวลุยเดี่ยวเองเหมือนเดิม...

งานนี้เป็นครอสฟิกกับ xxxHolic ค่ะ แต่จะครอสกันยังไง เอาเป็นว่า...ลองๆอ่านกันดูก่อนละกันนะคะ อิอิ  

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ 

Title: Wish
Author: Chesiere Cat aka Hiyuura
Disclaimer: Katekyo Hitman Reborn! © Amano Akira//xxxHolic © CLAMP
Pairing: Byakuran/Mukuro, Giotto/Mukuro
Rating: Overall M/MA (R/NC-17), PG-13 for now
Warning: BL, crossover, semi-au, yaoi

Note: (1) สำหรับเรื่องนี้ Setting ไว้ให้มุคุกับเจ๊ยูโกะรู้จักกันมาก่อนอยู่แล้วนะคะ สำหรับรายละเอียดจะเห็นกันอีกทีในตอนหน้าค่ะ ^^;;

(2) เนื้อเรื่องส่วน Giotto ยูระเมคเองเป็นส่วนมาก เพราะว่าสารภาพว่าถึงแรงบันดาลใจจะมาจาก ALTOR แต่ว่าอ่านไม่รู้เรื่อง สำหรับฟิกนี้เลยเมคๆเอาเองค่ะ XP

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“What do angels dream of?”
- Angeal Hewley, Crisis Core: Final Fantasy VII


Wish: Prologue
Castle in the Sky


เบียคุรันถูกมองว่าเป็นคนทะเยอทะยานที่มักจะวาดวิมานในอากาศอยู่เสมอ...เพ้อฝัน...ที่จะได้มา...ซึ่งสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...เป็นเช่นนั้น...ตั้งแต่ก่อนที่มาเป็นบอสของเจสโซ หรือแม้แต่ก่อน...ที่เขาจะได้นั่งประทับบนบัลลังก์...ราชาแห่งพันบุปผา...คนแสนอหังการ์ผู้หวังจะคว้าเอาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...และบางครั้ง...แตะต้องไม่ได้...แม้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะถูกคว้าจับเอาไว้ด้วยมือนั้นเสมอ...

เขาต้องได้มา...ซึ่งทุกสิ่งที่เขาต้องการ

ทุกสิ่ง...ที่เขาปรารถนา  

เพราะเป็นเช่นนั้น...ผู้คนมากมายจึงได้เลือกที่จะติดตาม...และยอยกเขาดุจดังเทวดา...หรือแม้แต่...พระเจ้า เพียงเพราะเขาสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...สิ่งที่เหมือนฝัน...ให้เป็นไปได้ได้เสมอ ผู้คนเหล่านั้น...จึงได้ลืมเลือนว่า...เทวดา...ก็ยังคงฝัน

เมื่อยามนัยน์ตาสีอเมทิสต์คมกริบนั้นปิดลง เทวดาผู้พิสุทธิ์...ผู้ซึ่งแท้จริงแล้วปีกนั้นแปดเปื้อนด้วยโลหิตสีแดงฉาน...เทวดานั้นยังคงฝัน...ในนิทรารมณ์นั้นมีสีสันหลากหลาย...มโนภาพมากมาย...รวมทั้ง...ความทรงจำที่สับสนปนเปกัน...บ้างก็มีความหมายมากกว่าแค่ภาพที่เห็น แม้ว่าส่วนมากแล้ว...มันจะไร้ความหมายทั้งสิ้น เพียงเพราะว่า...สำหรับเทวดาแล้ว...อดีตนั้นหาได้สำคัญ...เฉกเท่าปัจจุบันและอนาคตกาล...ที่เขาจะไขว่คว้าและสรรสร้างมันขึ้นมาเองด้วยมือนี้

หากแต่...ระหว่างความฝันที่เหมือนภาพจำลองความทรงจำที่ไร้และไม่ไร้ความหมายนั้น...มีอยู่ความฝันหนึ่ง...ที่ยากจะแบ่ง...ว่ามันเป็นฝันอันไร้หรือว่ามีความหมาย...ความฝัน...ที่เขากำลังฝันถึงอยู่นี้

ความฝันแสนเจนชัดที่นำพามาซึ่งความเคยคุ้นและความโหยหาอย่างน่าประหลาด...ความโหยหา...อย่างที่เขาไม่เคยคิดว่าจะรู้จัก...หรือเคยสัมผัสได้...เหมือนกับภาพความทรงจำที่หวนคืนมาให้คิดถึง...แม้ว่า...มัน...จะไม่ใช่ความทรงจำของเขา


ยังมีเด็กน้อยคนหนึ่ง...เด็กน้อยที่นัยน์ตาข้างหนึ่งเป็นสีเดียวกับท้องฟ้า...นภาอันไร้เมฆที่สามารถมองลึกลงไปได้ไม่รู้จบ...กับนัยน์ตาอีกข้างที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ใต้ผ้าปิดตาสีทึบเข้ม...


ทว่า...มันกลับชัดเจน เมื่อมันเริ่มคลายเกลียวของมันออก...จากความโหดร้ายที่เรียกว่า...‘ชีวิตก่อนหน้า’


เด็กน้อย...ที่ยังเยาว์ในวัยที่ควรจะไร้เดียงสา แต่ทว่าไม่เคยหลั่งน้ำตามาให้เห็น


เบียคุรันเกลียดความฝันนี้...ชิงชังมันยิ่งกว่าสิ่งใดๆแม้ว่าเขาจะสามารถเสแสร้งรอยยิ้มเพื่อลวงทั้งโลก เพียงเพราะความฝันนั้น...ไม่เคยหน่ายหนี...หรือว่าจืดจางหายไป...หากแต่กลับเล่นกลับไปกลับมาซ้ำๆ...กับสีสันแสนสวยสดที่ลานตาเสียยิ่งกว่ากลีบของบุปผาที่เขารู้ว่าง่ายแสนง่ายที่จะบดขยี้ เขาไม่เคยชื่นชอบที่จะตื่นขึ้นจากนิทราที่มิอาจเรียกว่าแสนหวาน เพียงเพื่อจะได้รู้ว่า...อ้อมแขนของเขานั้นว่างเปล่า...สีสันนั้นซีดจาง และ...เสียงหัวเราะในความฝันนั้น...แสนเงียบงันในความเป็นจริง เพียงเพราะเขารู้ดีว่า...นี่...คงเป็นสิ่งเดียวที่เขาคงไม่อาจได้มา...


เขายังจำได้ดี...ตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก...ร่างเล็กที่หลับใหลอยู่ท่ามกลางสีสันแสนเริงร่าของวันหนึ่งในเช้าฤดูร้อน...หลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดสีขจีของพงหญ้า...นอนนิ่งไม่ไหวติงแม้ว่ากลิ่นของไลแลคงามจะเชิญชวนและแสนหวาน...เด็กน้อยซ่อนตัวแต่ไม่กลืนกลม...ราวกับสายหมอกที่หลบซ่อนเพียงเพื่อจะอ้อยอิ่งอยู่ที่นั่น...ก่อนที่แสงตะวันจะมาพบ


มันไม่เคยรีรอเมื่อยามลืมตาตื่น หากแต่อ้อยอิ่งอยู่นานเพียงพอที่จะให้เขาว้าวุ่นด้วยความปรารถนา และ...สิ่งที่อัปลักษณ์กว่าที่มนุษย์เรียกว่า ‘ความริษยา’


“บ้านของฉัน...ก็เป็นบ้านของเธอได้...ถึงตอนแรกเธออาจจะไม่ชอบมัน”

“...ทำไม”

“เพราะว่า...”


ไม่ใช่มือนี้ที่สามารถที่จะสัมผัส...ไม่ใช่อ้อมแขนนี้ที่ได้โอบกอดร่างงดงามแสนบอบบางนั้นทั้งที่อยู่ใกล้แค่ตรงหน้า...และไม่ใช่ร่างนี้...นามกรนี้ที่ริมฝีปากสีสดนั้นเอื้อนเอ่ยวาจาถึง


“ไม่มีใครที่สมควรถูกลงโทษด้วยความเศร้าหรอกนะ”


เพราะว่าเบียคุรันไม่เคยชื่นชอบความสิ้นหวัง


“ตอนนี้...เธอจะบอกชื่อจริงของเธอได้หรือยัง”


เพราะไม่เคยมีสิ่งใดที่เทวดานั้นต้องการและไม่เคยได้มา


“...คุณคิดว่าจะหลอกถามผมได้รึไงครับ”


เขาจึงได้คว้า...


“เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”


เอานามเดียวที่เขารู้...ว่าเขารู้จักมัน


“ก็บอกแล้วไงครับ...ชื่อของผมคือมุคุโร่”


มุคุโร่...นามของผู้พิทักษ์สายหมอกแห่งวองโกเล่...สายหมอกแสนงามที่มากด้วยเล่ห์...คนที่กล้าเล่นเกมแสนอันตรายของเขาอย่างไร้ท่าทีหวาดหวั่น...เป็นแค่เพราะความหลงใหลหรือเปล่านะ...ที่ทำให้เขาปล่อยสายหมอกนั้นไปในวินาทีสุดท้าย ทั้งๆที่กักจิตนั้นเอาไว้ได้...เป็นแค่เพราะเขานึกสนุกสงสัยอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะสานต่อเกมรูปแบบไหนต่ออีกจริงๆน่ะหรือ...


“คึหึหึ...แล้วคุณจะต้องเสียใจ คุณเบียคุรัน”


หรือว่า...เป็นอะไร...ที่มากกว่า...?


สิ่งที่แล่นแปลบขึ้นมาตอนนั้น...ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน... 


ไม่มีความรักและความผูกพัน...นี่ก็แค่...เกม การแข่งขันที่พวกเขารู้ดีว่าไม่อาจจะหาผู้เล่นอื่นที่ดีกว่า...น่าสนใจกว่ามาทดแทน เพียงเพราะต่างคนต่างไม่ชื่นชอบของเล่นแสนน่าเบื่อ แม้ว่า...ริมฝีปากนั้นจะยังคง...มีรอยยิ้ม


ความฝันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น...ที่เขาปล่อยหมอกเจ้ามายานั้นไป


นัยน์ตาคมหรี่เล็กลง เมื่อยามทอดมองไปยังหน้าต่าง อเมทิสต์งามเย็นยะเยือกไม่ต่างจากจันทราบนฟากฟ้า...ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างปราสาทบนนภา


เธอเป็นของฉัน มุคุโร่คุง


เพียงเพราะว่า...เขาสามารถ...เป็นแผ่นฟ้านั้นได้


เด็กน้อยจอมดื้อด้านแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรีบผละจากและเร่งวิ่ง...ห่างออกไป...ไวเกินกว่าที่คนสูงวัยกว่าจะทันได้เอ่ยห้าม “คุณจับผมไม่ได้หรอกครับ Giotto…เพราะบ้านของคุณน่ะ มันใหญ่เกินไป” 


“ฉันจะจับเธอเอาไว้ให้ได้”



“คุณจับผมไม่ได้หรอกครับ Giotto…เพราะบ้านของคุณน่ะ มันใหญ่เกินไป” 


ประโยคเดิมก้องสะท้อนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กน้อยออกวิ่งไวเร็วรี่...ปรี่ไปตามระเบียงทางเดินที่ยาวราวกับไร้ที่สิ้นสุด ฉากภาพแปรเปลี่ยนไปเมื่อเขาวิ่งผ่านหน้าต่างบานใหญ่แต่ละบาน...แต่ละบาน...ที่แสดงภาพของยุคสมัยที่แตกต่างของโลก และ...เมื่อเขามาถึงหน้าต่างบานหนึ่ง...บานที่อยู่เกือบสุดทาง แม้ว่า...ทางนั้นจะยืดยาวออกไปเรื่อยๆตามกาลสมัยจวบจนชั่วกัลปาวสาน ร่างเล็กเยาว์วัยอ่อนเดียงสานั้น...ก็กลับกลายเป็นร่างงดงามของชายหนุ่ม ผู้ซึ่งนัยน์ตาแสนสวยนั้น...มีสีสันอันต่างสี 

หนึ่งคือสีฟ้าของนภาที่ไร้เมฆ และอีกหนึ่งคือสีแดงฉานดังทับทิมยามสะท้อนแสงจากเปลวไฟ

อย่างช้าๆ...หากแต่ไม่มีการหันหลังกลับ...มือเรียวเอื้อมไปผลักบานหน้าต่างกรอบสัมฤทธิ์นั้นให้เปิดอ้า...แพขนตายาวนุ่มหรี่ลง เมื่อเส้นทางที่ถูกเปิดออกสว่างกว่าโถงทางเดินในปราสาทมาก...ไม่มีความจำเป็นต้องรีรออีก...ในเมื่อ...โถงทางเดินยาวราวกับไร้ที่สิ้นสุดที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังนั้น...กำลัง...จะจางหายไป


ใครบางคนกำลังจะตื่นแล้วสินะครับ


ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในแสงสว่าง


น่าเสียดายที่อีกฝั่งฟากของบานหน้าต่างนั้น...หาได้สว่างเท่าเทียมกันเส้นทางที่ปูลาด...เพียงเพราะ...ต่างจากแสงของเส้นทางที่นำเขามาที่นี่...แสงสว่างเดียวที่ชูสีสันของฟากฟ้าได้...คงจะมีเพียงแต่ประกายไฟของฟ้าที่แลบปลาบ เมื่อยามอัสนีบาตคำรามลั่น

ฝน...กำลังตก

“รีบๆหน่อยสิ วาตานุกิ ฉันอยากกินโอนิกิริเป็นกับแกล้มเหล้าสำหรับคืนนี้นะ” สตรีผู้มีเรือนผมยาวสีดำสนิทดังปีกกาเอ่ยสั่ง มือหนึ่งท้าวสะเอววางมาดตามนิสัย พอๆกับที่ส่วนหนึ่งเจ้าตัวชื่นชอบที่จะรังแกเด็กหนุ่ม

“ต...แต่ว่า คุณยูโกะ ฝนมันตกอยู่นะครับ!” เด็กหนุ่มเอ่ยท้วง แต่ทว่า...ร่มกลับถูกโยนมาแทนคำอนุญาตให้ปฏิเสธ

“เอ้า เท่านี้ก็แก้ปัญหาเรียบร้อย เร็วๆเข้าล่ะ วาตานุกิ” หญิงสาวเอ่ยคำตัดสินสุดท้าย...วาตานุกิในฐานะเด็กรับใช้(?)นั้นไม่มีสิทธิเถียงอีก ถึงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณยูโกะต้องการ...ไม่ว่าใครก็ยากที่จะขัด... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เขา เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะคว้าเอาร่มที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นตัวเอกในการ์ตูนผู้หญิงสมัยก่อนสักเรื่องถือมากางออก ก่อนจะเร่งรีบออกไปซื้อของที่จำเป็นตามที่ยูโกะสั่ง แน่นอนที่สุด...เด็กหนุ่มอดไม่ได้...ที่จะบ่น

มุคุโร่มองภาพทั้งหมดเงียบๆ จนกระทั่งเด็กหนุ่มจากไปจึงได้เอ่ยขึ้น

“คึหึหึ ยังชอบใช้คนอยู่เหมือนเดิมเลยนะครับ”

ริมฝีปากสีสดของหญิงคลี่ออกเป็นรอยยิ้ม อิจิฮาระ ยูโกะค่อยๆหันกลับมาหาชายหนุ่ม เธอรู้...รู้ว่าเขาจะมา “หึ ก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ”

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินหัวเราะ “ไม่ได้เจอกัน...นานทีเดียวเลยนะครับ”

“ฉันนึกว่าเธอจะมาเร็วกว่านี้ซะอีก” 

ร่างงามเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “ทำไม...ถึงมั่นใจซะขนาดนั้นละครับ”

หญิงสาวจ้องมองเขาเงียบๆ...ครู่หนึ่ง...ที่รอยยิ้มจางหายไปจากริมฝีปากสวยนั้น...ก่อนที่มันจะหวนคืนมาอีกครั้ง เมื่อสายตาของเธอเลื่อนขึ้นจับจ้องสีเทาหม่นของฟากฟ้า

“…เพราะตอนนี้เธอรู้แล้ว...ว่าเป็น ‘เขา’”


TBC


อา...มันคือโปรเจ็คฆ่าตัวตายค่ะ จริงๆแล้ว ยูระไม่ต้องลากเจ๊ยูโกะมาช่วยเรื่องพล๊อตก็ได้ แต่เพราะว่าใจหนึ่งอยากเขียนฟิกครอสโอเวอร์อยู่แล้ว ก็เลยขยับพล๊อตเดิมมันอีกหน่อย ให้มีที่เหมาะๆที่จะให้เจ๊แกเขามามีส่วนได้ แต่เนื้อเรื่องหลักๆไม่เกี่ยวกับ xxxHolic เลยค่ะ แถมงานนี้เล่นของสูงจุดธูปลากปู่จีลงมายำด้วย...

เอาเป็นว่า...ถ้ารักกัน อ่านแล้วชอบใจ ก็ช่วยๆกันภาวนาให้นังยูระลากเรื่องนี้ไปได้จนจบโดยไม่ดองเค็มละกันนะคะ TTvTT'''

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าเช่นเคยค่ะ m(_ _)m

ปล. แม่นแล้วค่ะ เหตุเกิดเพราะหมั่นไส้อิป๋าเลยอยากแกล้ง(?)บ้างเล็กๆ กร๊ากกกกกกกกกกกกก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าติดตามมากเลยค่ะ (หาอ่าน G69 ยากมาก) ขอบคุณนะคะที่แต่งคู่นี้ให้ได้อ่าน confused smile

ฟิคนี้ที่รอคอย อ่ะอร๊างงงงงง~~~

อา..นึกภาพมุกับปู่วิ่งไล่จับกันแล้วมันช่างโมเอ้~..โมเอ้~~~~~ TwT จิบิมุคุโมเอะได้โล่ หม้อ ไห กะละมังมากค่ะพี่ แฮ่กๆ


รอตอนต่อค่าาาาาาา
อึนเล็กน้อยกะเนื้อเรื่อง..

G69 หามานานนนนนนนนนน

มันชั่งเป็นอะไรที่สนอง NEED มาก

#3 By • Z ë £ F î ã T ™ on 2009-05-27 17:30

กร๊ากกกกกกกกกก ยูระแปลเป็นไทยอย่างไวว่อง กำลังรออยู่ทีเดียวเชียวเลยเรื่องนี้ XD

กำลังจะบอกว่าดีแล้วที่เอาอาเจ๊ยูโกะมา เพราะถ้าใครได้อ่านสปอยโฮลิค....คงคิดถึงเจ๊แกน่าดู TTvTTb

แต่เปิดมามาดอิป๋าก็ยังดูสูงส่งเหนือผู้คนอยู่เหมือนเดิมนะนี่ แต่แอ๊บมีนอยหน่อยๆเอ..ทำไมกันน๊าาาา เพราะไม่ค่อยได้เห็นอิป๋าว้าวุ่นใจล่ะมั้ง อืมเป็นแบบนั้นแหละ
อารมณ์อิป๋าเลยดูนอยๆแบบลดความสูงส่งที่ปกติจะมาแบบเหนือเมฆลงชอบกล แต่นานๆทีก็ดีเหมือนกันนะนั่น XD (หัวเราะ) << ประมาณว่ามาเหนือเมฆมากไปก็หมั่นไส้เหมือนกัน(ฮา)

บทนำมาแล้ว ว่าแล้วก็รอตอนที่หนึ่งจ้าาาาาาา~~~
ว้าวววว ครอสฟิก cry

มุคุโร่เป็นเพื่อนเก่ากับเจ๊ยูโกะเหรอเนี่ย แล้วปู่จีเกี่ยวอะไรกับเบียคุรันอะคะ

น่าติดตามมากๆเจ้าค่ะ

รออ่านต่อเจ้าค่า~~~

#5 By M!k@g3 on 2009-05-27 21:30

เพิ่งเคยเห็น G69

รออ่านต่อค่าาา big smile

#6 By Garnet on 2009-05-27 22:03

คอมเม้นท์จริงจังก่อน
ช่วงต้นๆของแบบอังกฤษ ประโยคยาวจนต้องย้อนอ่านเลยล่ะค่ะ ตัวเรื่องเองบรรยายแบบความฝันอยู่แล้ว เจอประโยคยาวๆยิ่งเข้าใจยาก ย่อยประโยคหน่อยน่าจะดี แต่กลับกันแบบไทยพอเอา ... มาคั่นระหว่างประโยคแล้วรู้สึกไม่ค่อยต่อเนื่อง เคาะ space เฉยๆหรือแก้ประโยคไปเลยจะดูต่อเนื่องกว่า นี่คือช่วงแรกๆแต่ทั้งสองแบบพออ่านไปเรื่อยๆความติดขัดตอนแรกก็ค่อยๆเข้าที่ค่ะ
---
เบียกับปู่ ถ้าปู่ที่สร้างวองโกเล่กลับมาเกิดใหม่ก็ต้องฟู่ฟ่าประมาณเดียวกะเบียเนอะ
เจ๊ยูโกะโผล่มาปุ๊บ ความปรารถนาของมุโผล่ขึ้นมาเป็นประเด็นทันที ขออะไรแล้วแลกอะไรไว้น้อ มุคุ
รอตอนต่อไปค่ะ

#7 By talalan on 2009-05-27 23:43

10069น่ะของตายล่ะค่ะ แต่ว่า.....G69นี่มัน!!!!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด! *กรีดร้อง*

เชียร์คู่หลังมากกว่าได้มิคะ? กร๊ากกกกกกกกกกกก!
<<แบบว่านานๆทีคุมิก็อยากเห็นอิป๋ากลุ้มบางน่ะ ฮา

แต่ครอสกับโฮลิคมันจะออกมาแบบไหนนี่? แต่เจ๊ยูโกะ....โฮวกกกก คิดถึงเจ๊ค่ะ TTATT

ปักป้ายรอเชียร์G69ค่ะ แอ่กกกกก!
/โดนอิป๋ายิงโอโม่พลัสใส่ =[]=!

#8 By ~Kumi~ on 2009-05-28 12:20

เจ้จา ดองแลวเหรอคะ 5555+ ไม่เป็นไรหรอก

#9 By MisT_ALoNE on 2009-10-08 17:27