เอาฟิกสั้นเปลี่ยนบรรยากาศมาลงค่ะ...เหตุจากนั่งอ่านสปอยนูระถึงช่วงย้อนอดีตปู่ตอน 58-66...

แบบว่าว่ากรี๊ดนายน้อยแล้ว แต่ อร๊ากกกกก ท่านปู่ขราาา ท่านปู่สุดติ่งมากกกกกกกกกกกกกกก ปลื้มปู่คร้า~~~~ >////< แต่...ฮือ...การเวลา...มันช่างโหดร้ายนัก... TTvTT

เอ่อ...ไม่พูดอะไรมากละกัน แปะเลยดีกว่าค่ะ อิอิ ว่าแล้วก็... *แปะ*

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Fleeting Petals
Rating: PG
Character(s): Nurarihyon, Gyuuki, Youhime
Pairing: Nurarihyon/Youhime
Warning: Spoilers up to chapter 66

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Fleeting Petals


สุราถูกรินลงในจอก

กลิ่นเมรัยรัญจวนใต้ชายคาแห่งรัตติกาลแสนยวนเย้า...ราตรีที่บุรุษหนึ่งได้ คว้าเอามาเป็นเจ้าของ...ตราบนานเท่าที่เขาจะกำชัยชนะนั้นไว้ได้...ในฐานะผู้ นำขบวนปีศาจแห่งรัตติกาล...นามกรของเขา...นุราริเฮียง...ผู้พลิกโฉมหน้าของ โลกมืดในเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อคมดาบของเขาปลิดชีวาของร่างจำแลงของฮาโกโรโมะ คิซึเนะ...เพื่อนางอันเป็นที่รัก คมดาบเดียว...ทำให้ยุคสมัย...ทำให้โลกนั้นเปลี่ยนไป

เมื่อสิ้นท่านหญิงโยโด...ก็หมายถึงความล่มสลายของโทโยโทมิ ความจริงเรื่องการเสียชีวิตของนางถูกกลืนหายไปกับยุคสมัยแห่งเงามืด เมื่อตระกูลโตกุกาว่าขึ้นมาเรืองอำนาจ...ความมืด...ก็ค่อยๆจางหายไป...

ยุคสมัยแห่งความสว่างไสวที่เหล่ามนุษย์ปุถุชนเฝ้าใฝ่ฝัน...เปรียบดังแสงตะวันที่เจิดจ้าเสียจนเงาแทบไม่อาจคงอยู่ได้

เงาจึ่งได้ต้องรี้เร้น...เงาที่ครั้งหนึ่งเปรียบได้ดั่งภาพลักษณ์ของความกลัว...บัดนี้เงาเหล่านั้นกำลังหวาดกลัว...กลัวว่าสักวันหนึ่งพวกมันจะต้อง หายไป...

เช่นนั้นแล้ว...จึ่งได้ต้องมีบุรุษหนึ่ง...ผู้ซึ่งการมีอยู่หมายถึงความเชื่อมั่นและพลังอำนาจ...ผู้นำคนใหม่ของเหล่าภูติพราย...คนที่เหล่าเงามืด นั้นพร้อมที่จะย่างตามทุกฝีเก้า...ไปยังทุกที่ที่แผ่นหลังนั้นเดินนำหน้า ไป...

เมรัยที่บุรุษนั้นรินหลั่ง...มิได้มีให้เพียงเพื่อเหล่าเงามืดแห่งราตรีกาล...หากแต่ ครั้งหนึ่ง มันกลับถูกหยิบยื่นให้กับมนุษย์...องเมียวจิ...ผู้ที่ควรจะเป็นศัตรูที่ ร้ายกาจที่สุด

การอยู่ร่วมกันของเงามืดและแสงสว่าง

เมรัย...เมรัย...เมรัย...ส่งกลิ่นรัญจวนหอมหวาน...สองเงามืดที่เคยคุ้นนั่งจิบสุราใต้แสงจันทร์ที่นุ่มนวลเกินกว่าจะทำให้เงามืดนั้นหนีหาย...หนึ่งคือ บุรุษผู้ได้คว้าเอาตำแหน่งผู้นำแห่งรัตติกาล และอีกหนึ่ง...คือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา...และเป็นสหาย...ที่เชื่อใจได้มากที่สุด

นุราริเฮียง และ กิวคิ

ปีศาจวัว...นามกรเดิม...อุเมวากามารุแห่งภูเขาเนจิเรเมะ ผู้ที่รักและซื่อสัตย์ต่อนูระมากยิ่งกว่าสิ่งใด...เพียงเพราะนูระเป็นบ้าน ...และนุราริเฮียง...บุรุษตรงหน้า ก็เป็นเสียยิ่งกว่าบิดรมารดาที่เขาให้ความเคารพ ด้วยเหตุนั้น...จึ่งหาได้มีสิ่งใดจะหยุดยั้งวจีแห่งความกังวล เมื่อแสงนวลของจันทราสาดส่องลงมาให้เห็นได้เด่นชัด...

หลุมดำว่างเปล่า...ที่ซึ่งหัวใจของผู้เป็นนายถูกนางจิ้งจอกควักออกไป

“มันคุ้มกันแล้วหรือ...”

หลุมดำสนิท...ไม่ต่างจากความมืด...หลุมดำที่กลืนกินเอาชีวิตและอายุขัย...บนแผ่นอกที่ซึ่งดวงใจเคยเต้นนั้น

“หัวหน้า...”

ปีศาจวัวเอ่ยถาม...นัยน์ตาที่แฝงไปด้วยปัญญาหลักแหลมจับจ้องไปยังบาดแผลที่ ยากจะละสายตาแห่งความกังวลจากได้นั้น ไม่ว่ากี่หยาดหยดของโลหิตที่รินหลั่ง...กี่สายธารสีแดงครั่งที่อาบร่าง...ก็ มิอาจทดแทน...อายุขัยที่ควรจะยั่งยืน แม้ไม่อาจเรียกนิรันดรกาล แต่ก็ยาวนาน...เกินกว่าชีวีมนุษย์จะเกิดและแตกดับนับพันนับหมื่นครั้ง

บุรุษตรงหน้าที่เขาเคารพ...จะมีชีวิตอันแสนสั้น...เมื่อเทียบกับเทียนชีวิตนับแสนล้านของผู้ที่ก้าวตามเขาในเงามืด

หัวหน้าของขบวนปีศาจที่น่าเกรงขามที่นั่งอยู่ตรงนี้...จะมีวันใดวันหนึ่งที่ เขาแก่ชรา...และสังขารานั้นเสื่อมไป...ดุจดังใบไม้ในสารทฤดูที่แห้งกรัง

คน...ที่บอกว่าจะเป็นบิดรมารดาของเขา...เพียงเพื่อสตรีมนุษย์นางหนึ่งแล้ว ...กลับยังคงฉลองชัยชนะเริงร่า...แม้ว่าชีวาต้องดับสูญเร็วเกินกว่าที่มัน ควรจะเป็น...

“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร กิวคิ”

ทว่า...คำพูดที่บุรุษผู้นั้นเอ่ยตอบ...

“และเจ้า...โดยเฉพาะเจ้า...ก็ควรจะรู้ใจข้าดีที่สุด”

ผู้นำของความกลัว...นุราริเฮียง...ไม่เคยหวาดกลัว...

“ข้ารักนาง...ข้ารักโยฮิเมะ”

ไม่...แม้แต่ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง

“เรื่องนั้น...ข้าทราบดี หากแต่ช่วงชีวิตของนางนั้นสั้นนัก...”  แม้นเปลวเทียนอายุขัยของนางจะยังสุกสว่าง...หากแต่ความยาวของเล่มเทียน... แม้ยืนยาวที่สุดในหมู่เผ่าพงศ์ของนาง...ก็ไม่อาจเทียบได้กับแสงแม้ริบหรี่ จากเชิงเทินของเหล่าภูติพราย

นุราริเฮียงเพียงแต่ขยับจอกสุราขึ้นแตะริมฝีปาก...ดื่มเอาเมรัยมธุรสหวานล้ำ ให้ความร้อนแรงนั้นแผดผลาญลำคอจนหมดจอก ก่อนจะรินเอาเพิ่มจากไหกระเบื้องสีไข่กาใบใหญ่ ลมเย็นตีหวน...ปลิดเอากลีบซากุระสีอ่อนจางให้ร่วงหลุดจากขั้วกิ่ง...พลิ้ว พัดพาเอาดอกอ่อนละมุนนั้นร่วงหล่นลง...บนผิวน้ำในจอกเหล้า ปีศาจหนุ่มยกจอกสุราขึ้นพลางแย้มรอยยิ้มกว้าง

“ดูกลีบซากุระในจอกเหล้านี่สิ กิวคิ...เจ้าว่ามันสวยงามหรือเปล่า...”

ปีศาจวัวไม่อาจขัดคำสั่ง...นัยน์ตาดำขลับจ้องมองกลีบซากุระแสนสวยนั้น...ลอย เอื่อยอยู่ผิวน้ำที่นิ่งราวกับกระจกฉาบ...สะท้อนแสงของจันทราเป็นประกาย... จนดูราวกับว่าแม้แต่กลีบดอกเล็กจ้อยนั้น...ก็อาจเปล่งประกายแสงในตัวเองออก มาได้...

กลีบดอกที่อีกไม่นานก็คงเหี่ยวเฉาไป...

ในยามนี้...มันดูงดงามและเลอค่าที่สุด...

ยิ่งกว่าอัญมณีที่เปล่งประกายจีรังยืนยั่งกว่าเป็นไหนๆ...

“โยฮิเมะ...นางก็เปรียบดังซากุระ...สวยงาม...อ่อนหวาน...บริสุทธิ์...และแสนสั้น...”

เพียงเพราะความงามนั้นไม่จีรังและสูญสิ้นไป...

“แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ข้ายิ่งรัก...และอยากจะทะนุถนอมนาง”

ความสุขที่อีกไม่นานก็คงหายวับไป...ราวกับแสงอันริบหรี่ของหิ่งห้อย

“แต่ถึงอย่างนั้น...ข้าก็มองเห็นอนาคตที่ได้อยู่กับนาง...อนาคตที่ข้าสร้างร่วมกับนาง...ทอดตัวยาวออกไป...”

เจ้าหญิงที่เคยถูกกักขังให้สิ้นอิสรภาพดังวิหคไร้ปีกบนปราสาทที่มั่งคั่ง ด้วยเงินทอง...ได้ยินเสียงกรีดร้องจนผู้คนมากมาย แต่มิอาจทำอะไรได้...แม้นอยากจะรักษาปัดเป่าความเจ็บปวดของผู้คนที่มาร้องขอ ให้สิ้นไป...แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังที่ใจคิด...

บัดนี้นางเป็นอิสระ...อิสระที่จะฝัน...อิสระที่จะเลือก...และอิสระที่จะรัก...

ข้ารักท่าน นุราริเฮียง...ต่อจากนี้...ได้โปรดให้โยฮิเมะได้ใช้ชีวิตร่วมกับท่าน

ยุคสมัยที่เงามืดจะคงอยู่ได้ แม้ในแสงของอรุโณทัย...คงอยู่ร่วมกัน...

กลีบซากุระลอยเลื่อน...เมรัยถูกรินลงในจอกเหล้าอีกจอก “กิวคิ เจ้าคือสหายที่ข้าเชื่อใจที่สุด...แม้ชีวิตข้าจะไม่ยาวนาน แต่ข้าก็หวังว่า...วันใดวันหนึ่ง เมื่อข้าไม่อาจดูแลทุกอย่างต่อไปได้...เจ้าจะพิทักษ์กลุ่มนูระเอาไว้...ดูแล มัน...เหมือนกับตอนนี้ที่ราตรีอยู่ใต้บังคับบัญชาของข้า”

รู้อยู่แล้ว...กับวันข้างหน้า...

ได้เลือกแล้ว...แม้ว่าชีวิตจะไม่ยาวนาน...

เพื่อนางอันเป็นที่รัก...เจ้าหญิงซากุระแสนงามที่ได้ขโมยไปแล้วซึ่งดวงใจ...

หัวใจที่ถูกควักออกไปนั้นไร้ความหมาย...
 
นางที่แม้รอยยิ้มก็ทำให้ดวงใจนั้นผลิบาน...

เมื่อดวงใจของเข้าอยู่กับเจ้า...

นางที่เมื่อยามหัวเราะก็ทำให้คนรอบข้างพลอยเป็นสุข...

เจ้า...เจ้า...เจ้า...โยฮิเมะ...เจ้าเพียงคนเดียว

“...ท่านมันบ้าจริงๆ” ปีศาจวัวเอ่ย จ้องมองซากุระที่ลอยเอื่อยในจอกสุราของคนตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจ พลางยกเอาจอกสุราของตัวเองขึ้นมา “แต่ก็เพราะความบ้าแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้ข้าเลือกที่จะเป็นไอ้โง่มาติดตามท่าน”

เพราะชีวิตนั้นสนุกและคุ้มค่ากว่าที่จะเสี่ยง...

“ข้ารับปาก ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้กลุ่มนูระของเราต้องล่มสลายลง”

เพราะนูระคือบ้าน...บ้านที่จะรักษาเอาไว้...

นุราริเฮียงขยับรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนรอยยิ้มนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ ราชันย์แห่งรัตติกาลยกจอกสุราของตนเองขึ้น...แลกเปลี่ยนคำปฏิญาณกับสหายผู้ ซื่อสัตย์...อีกครั้งหนึ่ง...

ให้สัตย์สาบานแก่กันและกัน...รวมทั้งฉลองชัยชนะ...ชัยชนะที่คนทั่วไปอาจคิดว่าไร้ค่า แต่สำหรับบุรุษนั้นแล้ว...มันเลอค่าที่สุด

แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม...

นางผู้เป็นดังซากุระแสนงามในยามฤดูใบไม้ผลิ...นางผู้งดงาม...พิสุทธิ์...อ่อนหวานและเลอค่า...หากทว่า...ชีวานั้นแสนสั้นนัก


Fin  

คาดว่าฟิกนี้อาจจะแอบเซอร์ไพรส์หลายๆคน เพราะว่ามันนอร์มอล กร๊ากกกกกกกกก แต่ แหม...เห็นยังงี้ ยูระก็เขียนนอร์มอลเป็นนะคะ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศจากอะไรเสื่อมๆดาร์คๆมั่ง (ฮา)

สำหรับเอนทรี่หน้า...คาดว่าจะเป็นคู่ชั่วประจำบลอกที่หายหน้าหายตาไปนาน (เพราะนังยูระมัวแต่อู้มัวแต่เสื่อม XP) สำหรับเอนทรี่นี้ก็...เอาเป็นว่า...

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าเช่นเคยนะคะ m(_ _)m

ปล. มาอ่านนูระกันเถิดค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกก ท่านปู่(ตอนหนุ่ม)สุดยอด!!! >////<

ปลล. อยากจะเขียนปู่กะย่า แต่ไหงกลายมาเป็นปู่นั่งดื่มเหล้ากะกิวคิเรื่องย่าได้ก็ไม่รู้ กร๊ากกกกกกกกกก เอาเป็นว่าไว้แก้ตัวใหม่ทีหลังละกันนะคะ 555+ XP

 

 

EDIT: อุตส่าห์ว่าจะขยันทำงานให้ก้าวหน้าสักนิด โค่ส่งไอ้นี่มาให้...ทำเอาสติแตกกรีดร้องบ้าคลั่ง...

มันคือ Pin Up ที่แถมมากับ Secret Bullet 3: Millefiore Panic ค่ะ

 

credit: http://tonarino.exteen.com

 

โอ๊ยยยยยย กรี๊ดไปเมื่อตอน 169(-1) แบบขาว-ดำ เจอภาพสีแล้วมันเดเมจรุนแรงม๊ากกกกกกกก 

โฮกกกกกกกกกก ป๋า~~~!!! ป๋าหล่อมากกกกกกก ลงสีแล้วมันขาวๆม่วงๆกระแทกใจเหลือเกิ๊นนนนนนน

แต่ที่เด็ดดวงกว่า สับปะรดค่ะ ทุกท่าน สับปะรด!!! ลองซูมใกล้ๆจะเห็นว่า...สับปะรดชีหน้าแดงงงงงงงง รู้ตัวว่าจะตกเป็นเมียเขาใช่ไหมล่ะ อร๊ายยยยยยยยย >/////< 

เซอร์วิส! นี่มันคือเซอร์วิสใช่ไหมคะ พระเจ้าอามาโน๊~~~~!!!! (แรงอยากเขียนฟิกที่มอดไปลุกโชติช่วงชัชวาลมาก แอร๊ยยยยยยยยยยย >////<)

ถ้าใช่...ได้โปรดกรุณา...เอาเมียอิป๋าออกมาไวๆเถอะค่ะ!!! เดี๊ยนเห็นแต่กล้ามกะกระเทยแล้วก็ชะนีอกแบนมาหลายตอนแล้วนะ = =+  

^

^

^

โบราณว่าอย่าถือสาคนบ้า แต่มันกู่ไม่กลับแล้ว กรุณาปล่อยมันค่ะ อร๊ายยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดด *หนีไปสครีมต่อที่โลกพระจันทร์*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

(เพิ่งเข้ามา...) อ๊าย~>w< ธีมใหม่!!(น่าร๊าก)

อ๊ะ! เขียนแปลกแนวเป็นนอร์มอล หรอคะ^ ^

(เรื่อง..นี้ เราไม่รู้จักค่ะ= =" // me โดนเตะ)
นอมอลอ่ะยูระ แถมเรทต่ำเตี้ยเป็นประวัติการณ์ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ถ้ามีกินเนสวายนี่น่าเอาไปจดบันทึกนะนี่ *หัวเราะเสาหัก*

แต่เข้าใจอารมณ์ที่ว่ายูระเขียนปู่นั่งก๊งเหล้ากะกิวคินะ แบบว่ายูระ....ไม่ถนัดแต่งคาแร็คเตอร์แนวใสๆอย่างคุณย่า(แถมเป็นผู้หญิงอีกตะหาก)นินา(?) *-----*

แต่พรรณาความรักท่านปู่ที่มีต่อท่านย่าได้แจ่มกร่ะ แบบว่าเข้าใจอารมณ์ปู่แกเลยนะ แต่ไม่เลี่ยนอ่ะ ไม่เลี่ยนลยจริงๆนะ XD << เทียบกับฟิกน้ำตาลหกของผีบางตัวแถวนี้แล้ว....เหอๆๆ (ฮา)

ส่วนคู่ชั่วคราวหน้า...เหมือนจะการันตีได้ว่าหื่น จากอารมณ์ใครบางคนก็ไม่รุที่สครีมอยากกดมัน กร๊ากกกกกกกกกกกกก

แล้วจะรอจ้า~~~~~
อ๊ายยยย ปู่เท่สุดหูรูดค่า

อ่านๆไป ตอนแรกนึกว่าวายเสียอีก เฮ้อ...(ถอนหายใจแบบเสียดายมาก)

สารภาพตรงๆ...ตอนที่กิวคิแลกจอกกับท่านปู่ คำพูดที่ท่านปู่พูดว่า "ข้าจะเป็นพ่อให้เจ้าเอง" อ่านเป็น "ข้าจะเป็นพ่อ(เด็ก) ให้เจ้าเอง อ๊ายยยยยยยยบ้าไปแล้วววว

รักลุงค่า ลุงกิวคิบันซายยยย ท่านปู่บันซายยยย

#3 By renren119 as Shiba Kaien on 2009-07-21 20:04

กร๊ากกกก กะลังอ่านเรื่องนี้เหมือนกันค่ะท่นพี่ขรา...

แต่อ่านเล่มไทยไม่ได้ตามสปอยแหะ แอบกรี๊ดท่านปู่ หนุ่มๆหล่อมว้ากกก เอิ้กกก

ว่าไปแอบตกใจว่าไหงเปนนอร์มอล แหมๆๆ ท่านพี่(ก้ยัง)ทำด้ายยยย กร๊ากกกก /โดนตรบ

ปล เค้าแอบจิ้นปู่ขราxกิวคิหล่ะ โฮกกกก ทำม้ายยยย (รุสึกช่วงนี้นิยมอุเคะหนวด ลุง หรือว่าได้รับอิทธิพลมิสสวะเนี่ยยย กรี๊ดดดด)
ปล.2 เหลือบคอมเม้น 3 ดิฉันคล้ายๆกันเรยค่ะ ตอนที่ปู่บอกกิวคิว่า "ข้าจะเป็นพ่อให้เจ้าเอง" ดิฉันอ่านเปน "ข้าจะเป็นผัวให้เจ้าเอง" โอกกกกก อกุศลสุดชีวิต กร๊ากกกก

#4 By SoreN on 2009-07-21 20:26

Pin Upทำร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อร๊ากกกกกกกกกกกกกก

มุ!! มุคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ทำไมหล่ออย่างเน๊!!!

อยากได้...อยากเอามาลูบไล้...อยากเอามาติดหัวนอน....ฮือ...*me โดยตัดคนข้างล่างออกไป.....(พี่ยูระยันโครมออกจากบล็อค)


ป.ล.ลินเห็นเป็นปู่*กิวคิ แทนปู่กับท่านย่าล่ะค่ะ
ปปล.ทำไมเม้นท์ถึงเป็นกลายเป็นปล.ไปแทนล่ะopen-mounthed smile

#5 By Lina on 2009-07-21 21:01

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากด๊ายยยยยยยยยยยยยย

(ไม่ได้อ่านเรื่องนี้เลยไม่ได้อ่านฟิกนะคะ ><" แหะๆ)

เห็นด้วยค่ะ ท่านอามาโนะ..
เอาเมียป๋าออกมาาาาาาาาาาาาาาาาาา

#6 By PARiS on 2009-07-21 22:02

ชอบนูระเหมือนกันคะ แต่ไม่ได้ตามสปอย >__<
แต่ภาพ 10069 นี่สุดๆคะ เซอร์วิส! เซอร์วิสกันใช่มั้ยคะอาจารย์อามาโนะ
สครีมลั่นบ้าน~~

#7 By =Hatsu= on 2009-07-21 23:04

ไม่ถือสาหรอกค่ะ

เพราะเราก็ไม่ต่างจากท่านยูระเลย อ๊ากกกกกกก



เซอร์วิส ไม่ซิ นี้คือคู่แท้ปาฏิหารย์ซินะ

กรี๊ดดดดดดดดด

10069 บันไซ


เห็นแล้ว เบียหล่อเลว ยิ้มเลวมากๆอะ โฉดกว่าขาวดำบาน
ทางนางนางสับปะรด โอ้วว มันหน้าแดงจริงๆด้วย


รู้ตัวดีซินะ ว่านี้มันพรหมลิขิต อ๊ากกกกก


#8 By blood_hana on 2009-07-22 21:49

บระเจ้าอามาโน้ะ

#9 By かつみ on 2009-07-23 22:31

กรี๊ดดดดดดด
กาลเวลาทำให้คนเปลี่ยนไป TT-TT
ปู่ตอนเอ๊าะๆโฮกมาก..แต่ตอนปัจจุบันนี่...

#10 By KsNight on 2009-07-26 16:18

สนุกดีครับ อิอิ

#11 By Max&Mon on 2009-08-01 05:33