[NURARIHYON NO MAGO FIC] Fleeting Petals + อยากด๊ายยยยยย
posted on 21 Jul 2009 18:54 by hiyuura in Fanfictionเอาฟิกสั้นเปลี่ยนบรรยากาศมาลงค่ะ...เหตุจากนั่งอ่านสปอยนูระถึงช่วงย้อนอดีตปู่ตอน 58-66...
แบบว่าว่ากรี๊ดนายน้อยแล้ว แต่ อร๊ากกกกก ท่านปู่ขราาา ท่านปู่สุดติ่งมากกกกกกกกกกกกกกก ปลื้มปู่คร้า~~~~ >////< แต่...ฮือ...การเวลา...มันช่างโหดร้ายนัก... TTvTT
เอ่อ...ไม่พูดอะไรมากละกัน แปะเลยดีกว่าค่ะ อิอิ ว่าแล้วก็... *แปะ*
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: Fleeting Petals
Rating: PG
Character(s): Nurarihyon, Gyuuki, Youhime
Pairing: Nurarihyon/Youhime
Warning: Spoilers up to chapter 66
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Fleeting Petals
สุราถูกรินลงในจอก
กลิ่นเมรัยรัญจวนใต้ชายคาแห่งรัตติกาลแสนยวนเย้า...ราตรีที่บุรุษหนึ่งได้
คว้าเอามาเป็นเจ้าของ...ตราบนานเท่าที่เขาจะกำชัยชนะนั้นไว้ได้...ในฐานะผู้
นำขบวนปีศาจแห่งรัตติกาล...นามกรของเขา...นุราริเฮียง...ผู้พลิกโฉมหน้าของ
โลกมืดในเพียงชั่วข้ามคืน
เมื่อคมดาบของเขาปลิดชีวาของร่างจำแลงของฮาโกโรโมะ
คิซึเนะ...เพื่อนางอันเป็นที่รัก
คมดาบเดียว...ทำให้ยุคสมัย...ทำให้โลกนั้นเปลี่ยนไป
เมื่อสิ้นท่านหญิงโยโด...ก็หมายถึงความล่มสลายของโทโยโทมิ
ความจริงเรื่องการเสียชีวิตของนางถูกกลืนหายไปกับยุคสมัยแห่งเงามืด
เมื่อตระกูลโตกุกาว่าขึ้นมาเรืองอำนาจ...ความมืด...ก็ค่อยๆจางหายไป...
ยุคสมัยแห่งความสว่างไสวที่เหล่ามนุษย์ปุถุชนเฝ้าใฝ่ฝัน...เปรียบดังแสงตะวันที่เจิดจ้าเสียจนเงาแทบไม่อาจคงอยู่ได้
เงาจึ่งได้ต้องรี้เร้น...เงาที่ครั้งหนึ่งเปรียบได้ดั่งภาพลักษณ์ของความกลัว...บัดนี้เงาเหล่านั้นกำลังหวาดกลัว...กลัวว่าสักวันหนึ่งพวกมันจะต้อง
หายไป...
เช่นนั้นแล้ว...จึ่งได้ต้องมีบุรุษหนึ่ง...ผู้ซึ่งการมีอยู่หมายถึงความเชื่อมั่นและพลังอำนาจ...ผู้นำคนใหม่ของเหล่าภูติพราย...คนที่เหล่าเงามืด
นั้นพร้อมที่จะย่างตามทุกฝีเก้า...ไปยังทุกที่ที่แผ่นหลังนั้นเดินนำหน้า
ไป...
เมรัยที่บุรุษนั้นรินหลั่ง...มิได้มีให้เพียงเพื่อเหล่าเงามืดแห่งราตรีกาล...หากแต่ ครั้งหนึ่ง
มันกลับถูกหยิบยื่นให้กับมนุษย์...องเมียวจิ...ผู้ที่ควรจะเป็นศัตรูที่
ร้ายกาจที่สุด
การอยู่ร่วมกันของเงามืดและแสงสว่าง
เมรัย...เมรัย...เมรัย...ส่งกลิ่นรัญจวนหอมหวาน...สองเงามืดที่เคยคุ้นนั่งจิบสุราใต้แสงจันทร์ที่นุ่มนวลเกินกว่าจะทำให้เงามืดนั้นหนีหาย...หนึ่งคือ
บุรุษผู้ได้คว้าเอาตำแหน่งผู้นำแห่งรัตติกาล
และอีกหนึ่ง...คือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา...และเป็นสหาย...ที่เชื่อใจได้มากที่สุด
นุราริเฮียง และ กิวคิ
ปีศาจวัว...นามกรเดิม...อุเมวากามารุแห่งภูเขาเนจิเรเมะ
ผู้ที่รักและซื่อสัตย์ต่อนูระมากยิ่งกว่าสิ่งใด...เพียงเพราะนูระเป็นบ้าน
...และนุราริเฮียง...บุรุษตรงหน้า
ก็เป็นเสียยิ่งกว่าบิดรมารดาที่เขาให้ความเคารพ
ด้วยเหตุนั้น...จึ่งหาได้มีสิ่งใดจะหยุดยั้งวจีแห่งความกังวล
เมื่อแสงนวลของจันทราสาดส่องลงมาให้เห็นได้เด่นชัด...
หลุมดำว่างเปล่า...ที่ซึ่งหัวใจของผู้เป็นนายถูกนางจิ้งจอกควักออกไป
“มันคุ้มกันแล้วหรือ...”
หลุมดำสนิท...ไม่ต่างจากความมืด...หลุมดำที่กลืนกินเอาชีวิตและอายุขัย...บนแผ่นอกที่ซึ่งดวงใจเคยเต้นนั้น
“หัวหน้า...”
ปีศาจวัวเอ่ยถาม...นัยน์ตาที่แฝงไปด้วยปัญญาหลักแหลมจับจ้องไปยังบาดแผลที่
ยากจะละสายตาแห่งความกังวลจากได้นั้น
ไม่ว่ากี่หยาดหยดของโลหิตที่รินหลั่ง...กี่สายธารสีแดงครั่งที่อาบร่าง...ก็
มิอาจทดแทน...อายุขัยที่ควรจะยั่งยืน แม้ไม่อาจเรียกนิรันดรกาล
แต่ก็ยาวนาน...เกินกว่าชีวีมนุษย์จะเกิดและแตกดับนับพันนับหมื่นครั้ง
บุรุษตรงหน้าที่เขาเคารพ...จะมีชีวิตอันแสนสั้น...เมื่อเทียบกับเทียนชีวิตนับแสนล้านของผู้ที่ก้าวตามเขาในเงามืด
หัวหน้าของขบวนปีศาจที่น่าเกรงขามที่นั่งอยู่ตรงนี้...จะมีวันใดวันหนึ่งที่
เขาแก่ชรา...และสังขารานั้นเสื่อมไป...ดุจดังใบไม้ในสารทฤดูที่แห้งกรัง
คน...ที่บอกว่าจะเป็นบิดรมารดาของเขา...เพียงเพื่อสตรีมนุษย์นางหนึ่งแล้ว
...กลับยังคงฉลองชัยชนะเริงร่า...แม้ว่าชีวาต้องดับสูญเร็วเกินกว่าที่มัน
ควรจะเป็น...
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร กิวคิ”
ทว่า...คำพูดที่บุรุษผู้นั้นเอ่ยตอบ...
“และเจ้า...โดยเฉพาะเจ้า...ก็ควรจะรู้ใจข้าดีที่สุด”
ผู้นำของความกลัว...นุราริเฮียง...ไม่เคยหวาดกลัว...
“ข้ารักนาง...ข้ารักโยฮิเมะ”
ไม่...แม้แต่ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง
“เรื่องนั้น...ข้าทราบดี หากแต่ช่วงชีวิตของนางนั้นสั้นนัก...”
แม้นเปลวเทียนอายุขัยของนางจะยังสุกสว่าง...หากแต่ความยาวของเล่มเทียน...
แม้ยืนยาวที่สุดในหมู่เผ่าพงศ์ของนาง...ก็ไม่อาจเทียบได้กับแสงแม้ริบหรี่
จากเชิงเทินของเหล่าภูติพราย
นุราริเฮียงเพียงแต่ขยับจอกสุราขึ้นแตะริมฝีปาก...ดื่มเอาเมรัยมธุรสหวานล้ำ
ให้ความร้อนแรงนั้นแผดผลาญลำคอจนหมดจอก
ก่อนจะรินเอาเพิ่มจากไหกระเบื้องสีไข่กาใบใหญ่
ลมเย็นตีหวน...ปลิดเอากลีบซากุระสีอ่อนจางให้ร่วงหลุดจากขั้วกิ่ง...พลิ้ว
พัดพาเอาดอกอ่อนละมุนนั้นร่วงหล่นลง...บนผิวน้ำในจอกเหล้า
ปีศาจหนุ่มยกจอกสุราขึ้นพลางแย้มรอยยิ้มกว้าง
“ดูกลีบซากุระในจอกเหล้านี่สิ กิวคิ...เจ้าว่ามันสวยงามหรือเปล่า...”
ปีศาจวัวไม่อาจขัดคำสั่ง...นัยน์ตาดำขลับจ้องมองกลีบซากุระแสนสวยนั้น...ลอย
เอื่อยอยู่ผิวน้ำที่นิ่งราวกับกระจกฉาบ...สะท้อนแสงของจันทราเป็นประกาย...
จนดูราวกับว่าแม้แต่กลีบดอกเล็กจ้อยนั้น...ก็อาจเปล่งประกายแสงในตัวเองออก
มาได้...
กลีบดอกที่อีกไม่นานก็คงเหี่ยวเฉาไป...
ในยามนี้...มันดูงดงามและเลอค่าที่สุด...
ยิ่งกว่าอัญมณีที่เปล่งประกายจีรังยืนยั่งกว่าเป็นไหนๆ...
“โยฮิเมะ...นางก็เปรียบดังซากุระ...สวยงาม...อ่อนหวาน...บริสุทธิ์...และแสนสั้น...”
เพียงเพราะความงามนั้นไม่จีรังและสูญสิ้นไป...
“แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ข้ายิ่งรัก...และอยากจะทะนุถนอมนาง”
ความสุขที่อีกไม่นานก็คงหายวับไป...ราวกับแสงอันริบหรี่ของหิ่งห้อย
“แต่ถึงอย่างนั้น...ข้าก็มองเห็นอนาคตที่ได้อยู่กับนาง...อนาคตที่ข้าสร้างร่วมกับนาง...ทอดตัวยาวออกไป...”
เจ้าหญิงที่เคยถูกกักขังให้สิ้นอิสรภาพดังวิหคไร้ปีกบนปราสาทที่มั่งคั่ง
ด้วยเงินทอง...ได้ยินเสียงกรีดร้องจนผู้คนมากมาย
แต่มิอาจทำอะไรได้...แม้นอยากจะรักษาปัดเป่าความเจ็บปวดของผู้คนที่มาร้องขอ
ให้สิ้นไป...แต่ก็ไม่อาจทำได้ดังที่ใจคิด...
บัดนี้นางเป็นอิสระ...อิสระที่จะฝัน...อิสระที่จะเลือก...และอิสระที่จะรัก...
ข้ารักท่าน นุราริเฮียง...ต่อจากนี้...ได้โปรดให้โยฮิเมะได้ใช้ชีวิตร่วมกับท่าน
ยุคสมัยที่เงามืดจะคงอยู่ได้ แม้ในแสงของอรุโณทัย...คงอยู่ร่วมกัน...
กลีบซากุระลอยเลื่อน...เมรัยถูกรินลงในจอกเหล้าอีกจอก “กิวคิ
เจ้าคือสหายที่ข้าเชื่อใจที่สุด...แม้ชีวิตข้าจะไม่ยาวนาน
แต่ข้าก็หวังว่า...วันใดวันหนึ่ง
เมื่อข้าไม่อาจดูแลทุกอย่างต่อไปได้...เจ้าจะพิทักษ์กลุ่มนูระเอาไว้...ดูแล
มัน...เหมือนกับตอนนี้ที่ราตรีอยู่ใต้บังคับบัญชาของข้า”
รู้อยู่แล้ว...กับวันข้างหน้า...
ได้เลือกแล้ว...แม้ว่าชีวิตจะไม่ยาวนาน...
เพื่อนางอันเป็นที่รัก...เจ้าหญิงซากุระแสนงามที่ได้ขโมยไปแล้วซึ่งดวงใจ...
หัวใจที่ถูกควักออกไปนั้นไร้ความหมาย...
นางที่แม้รอยยิ้มก็ทำให้ดวงใจนั้นผลิบาน...
เมื่อดวงใจของเข้าอยู่กับเจ้า...
นางที่เมื่อยามหัวเราะก็ทำให้คนรอบข้างพลอยเป็นสุข...
เจ้า...เจ้า...เจ้า...โยฮิเมะ...เจ้าเพียงคนเดียว
“...ท่านมันบ้าจริงๆ” ปีศาจวัวเอ่ย
จ้องมองซากุระที่ลอยเอื่อยในจอกสุราของคนตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจ
พลางยกเอาจอกสุราของตัวเองขึ้นมา “แต่ก็เพราะความบ้าแบบนี้นี่แหละ
ที่ทำให้ข้าเลือกที่จะเป็นไอ้โง่มาติดตามท่าน”
เพราะชีวิตนั้นสนุกและคุ้มค่ากว่าที่จะเสี่ยง...
“ข้ารับปาก ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้กลุ่มนูระของเราต้องล่มสลายลง”
เพราะนูระคือบ้าน...บ้านที่จะรักษาเอาไว้...
นุราริเฮียงขยับรอยยิ้มพึงพอใจ
ก่อนรอยยิ้มนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ
ราชันย์แห่งรัตติกาลยกจอกสุราของตนเองขึ้น...แลกเปลี่ยนคำปฏิญาณกับสหายผู้
ซื่อสัตย์...อีกครั้งหนึ่ง...
ให้สัตย์สาบานแก่กันและกัน...รวมทั้งฉลองชัยชนะ...ชัยชนะที่คนทั่วไปอาจคิดว่าไร้ค่า แต่สำหรับบุรุษนั้นแล้ว...มันเลอค่าที่สุด
แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม...
นางผู้เป็นดังซากุระแสนงามในยามฤดูใบไม้ผลิ...นางผู้งดงาม...พิสุทธิ์...อ่อนหวานและเลอค่า...หากทว่า...ชีวานั้นแสนสั้นนัก
Fin
คาดว่าฟิกนี้อาจจะแอบเซอร์ไพรส์หลายๆคน เพราะว่ามันนอร์มอล กร๊ากกกกกกกกก แต่ แหม...เห็นยังงี้ ยูระก็เขียนนอร์มอลเป็นนะคะ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศจากอะไรเสื่อมๆดาร์คๆมั่ง (ฮา)
สำหรับเอนทรี่หน้า...คาดว่าจะเป็นคู่ชั่วประจำบลอกที่หายหน้าหายตาไปนาน ♥ (เพราะนังยูระมัวแต่อู้มัวแต่เสื่อม XP) สำหรับเอนทรี่นี้ก็...เอาเป็นว่า...
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าเช่นเคยนะคะ m(_ _)m
ปล. มาอ่านนูระกันเถิดค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกก ท่านปู่(ตอนหนุ่ม)สุดยอด!!! >////<
ปลล. อยากจะเขียนปู่กะย่า แต่ไหงกลายมาเป็นปู่นั่งดื่มเหล้ากะกิวคิเรื่องย่าได้ก็ไม่รู้ กร๊ากกกกกกกกกก เอาเป็นว่าไว้แก้ตัวใหม่ทีหลังละกันนะคะ 555+ XP
EDIT: อุตส่าห์ว่าจะขยันทำงานให้ก้าวหน้าสักนิด โค่ส่งไอ้นี่มาให้...ทำเอาสติแตกกรีดร้องบ้าคลั่ง...
มันคือ Pin Up ที่แถมมากับ Secret Bullet 3: Millefiore Panic ค่ะ
credit: http://tonarino.exteen.com
โอ๊ยยยยยย กรี๊ดไปเมื่อตอน 169(-1) แบบขาว-ดำ เจอภาพสีแล้วมันเดเมจรุนแรงม๊ากกกกกกกก
โฮกกกกกกกกกก ป๋า~~~!!! ป๋าหล่อมากกกกกกก ลงสีแล้วมันขาวๆม่วงๆกระแทกใจเหลือเกิ๊นนนนนนน
แต่ที่เด็ดดวงกว่า สับปะรดค่ะ ทุกท่าน สับปะรด!!! ลองซูมใกล้ๆจะเห็นว่า...สับปะรดชีหน้าแดงงงงงงงง รู้ตัวว่าจะตกเป็นเมียเขาใช่ไหมล่ะ อร๊ายยยยยยยยย >/////<
เซอร์วิส! นี่มันคือเซอร์วิสใช่ไหมคะ พระเจ้าอามาโน๊~~~~!!!! (แรงอยากเขียนฟิกที่มอดไปลุกโชติช่วงชัชวาลมาก แอร๊ยยยยยยยยยยย >////<)
ถ้าใช่...ได้โปรดกรุณา...เอาเมียอิป๋าออกมาไวๆเถอะค่ะ!!! เดี๊ยนเห็นแต่กล้ามกะกระเทยแล้วก็ชะนีอกแบนมาหลายตอนแล้วนะ = =+
^
^
^
โบราณว่าอย่าถือสาคนบ้า แต่มันกู่ไม่กลับแล้ว กรุณาปล่อยมันค่ะ อร๊ายยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดด *หนีไปสครีมต่อที่โลกพระจันทร์*
อ๊ะ! เขียนแปลกแนวเป็นนอร์มอล หรอคะ^ ^
(เรื่อง..นี้ เราไม่รู้จักค่ะ= =" // me โดนเตะ)
#1 By ♪N A T S U M E ♪o U N I C H A N o on 2009-07-21 19:02