[KHR FIC] [10069] Welcome to Ordinary Life: 1
posted on 03 Aug 2009 00:41 by hiyuura in Fanfiction
หลังจากมีเทรลเลอร์...ไอ้ของจริงมันก็มา...อยากบอกว่า...ไม่ต้องมีคำ
บรรยายอื่นใดนอกจาก...กรุณาอ่านคำเตือนสำหรับคนทั่วไปอย่างน้อยสองครั้ง...
ก่อนจะอ่านต่อ...ว่าแล้วก็...แปะค่ะ TTvTT/
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: Welcome to Ordinary Life
Pairing: 10069
Rating: PG-15 (อ่านไม่ผิด...จริงๆนะ)
Warning: AU, crack, het
Note: ฟิกนี้...แอบทำร้ายจิตใจคนแต่ง ฮือ TTvTT'''
คำเตือนสำหรับบุคคลทั่วไป: สำหรับคนที่เคยชินกับภาพพจน์สุดหล่อเลว เทวดาเปื้อนเลือด
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ อภิมหาบุรุษเสะราชา เสี่ยขรา~ สุดยอดความ SM โหด โฉด แหล โฮสต์
หื่น ฯลฯ ของคุณเบียคุรัน กรุณาทำใจก่อนอ่าน
เพราะฟิกนี้เสะที่ท่านจะพบคือไอ้หล่อไร้สาระธรรมดาๆ(ที่ไม่ธรรมดา)คนหนึ่ง
บางครั้ง...มันก็เริ่มต้นด้วยความมืด...บ่อยครั้ง...ที่มันชัดเจนราวกับ
มันจริงแท้อยู่ที่นั่น...กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปนเปกับกลิ่นหอมรัญจวนที่
ทำให้เขาเสพติดอย่างมิอาจขาด...สองแขนเรียวที่โอบกอดเขาเอาไว้...ทำราวกับ
ยินยอมพร้อมใจ
แม้นัยน์ตาแสนสวยคู่นั้นมันจะส่งบอกแต่คำกระซิบสาป...กับจุมพิตครั้งแล้ว
ครั้งเล่า...ที่พันผูกพวกเขาเข้าด้วยกันราวกับทั้งเหยื่อและผู้ล่าที่ติด
อยู่ด้วยกันบนใยแมงมุม...
เสียงหัวเราะที่ไร้อารมณ์ขันดังแว่วในความเงียบ...พร้อมกับรอยยิ้มที่เหยียดเย้ยบนริมฝีปากสวย...
“ฆ่าผม...สักทีสิครับ คุณเบียคุรัน” และเสียงนั้นก็กระซิบ...ซ้ำๆ...ซ้ำๆ...แว่วอยู่อย่างนั้น...ราวกับไม่ยอมเงียบเสียงวิงวอนไป...
Welcome to Ordinary Life
สวัสดี ชีวีปุถุชน 1
“โอยาคาตาซาม่า~~~~~~~~~!!!”
เสียงแหกปากเต็มสตรีมสุดวอลลุ่มอันลือเลื่องเป็นเอกลักษณ์ของซานาดะ
ยูคิมุระดังสะท้านยามสายของหอพักชายมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของแผ่นดิน
แฮมเบอร์เกอร์อย่างสมควรได้ดีกรีพลังสุดหูรูด
และถ้าหากพลังเสียงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นมวลวัตถุได้...ไอ้มวลวัตถุที่ว่าคงจะ
อัดก๊อปปี้ไอ้คนที่กำลังนอนกินบ้านกินเมืองตื่นสายสบายแฮจนบี้เละติดกำแพง
เป็นวอลเปเปอร์ลายใหม่ของหอไปได้
เจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์คมสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบคว้าหยิบเอาอาวุธที่พกเอาไว้ไม่เคยห่างตัวจากใต้หมอน
อัล-กออีดะห์บุก!!!
“สายัณห์สวัสดิ์ ในที่สุดก็ตื่นจนได้นะ เบียคุรัน ว่าแต่...ภาษาญี่ปุ่นนี่เขาต้องพูดว่า โอฮาโยะหรือว่าคอนนิจิวะกันล่ะเนี่ย”
นัยน์ตาสีอเมทิสต์หรี่ลงเล็กน้อย
เมื่อสายตาของเขาเริ่มปรับเข้ากับแสงจ้าของห้อง ไม่มี...ไม่มีเสียงระเบิด
หรือว่าผู้ก่อการร้ายเจ้าของเหตุ 9-11 ที่ไหน
จะมีก็แต่เพียง...เสียงระทึกชวนกดปุ่มรัวปล่อยมุโซถล่มของเกมเซ็งโกคุบาซา
ร่าที่พ่อเจ้าประคุณเพื่อนร่วมห้องเปิดเสียงกระหน่ำไม่เกรงใจใคร
ว่าแต่...เอ๊ะ ไอ้พลังมุโซนั่นมันของเซ็งโกคุมุโซตะหากล่ะ...
“...สปาน่า...ตอนนี้กี่โมงแล้ว”
“อีก 18 นาที 27 วินาทีจะเที่ยงพอดี ดูเหมือนว่าเทอมนี้นายจะทำสถิติสายได้เป็นประวัติการณ์เลยแฮะ”
ไอ้หนุ่มผมบลอนด์ผมแอบเป็นลอนทองม้วนเพื่อนร่วมห้องที่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า
พี่แกชื่อสปาน่าเอ่ยอย่างไม่ต้องหันไปมองนาฬิกาเลยสักนิด
นัยน์ตาสีฟ้าใสจับจ้องหน้าจอ LCD
ตรงหน้าอย่างเขม้นมั่น...มือก็กดปุ่มรัวยิกอย่างไม่กลัวจอยคอนโทรลเลอร์จะ
พัง เมื่อดาเตะ
มาซามุเนะพุ่งเข้าซัดดาบนัวเนียกับเจ้าของเสียงตะเบ็งโอยาคาตาซาม่าอย่างดุ
เดือดชวนเลือดคนเล่นพล่าน
“อะไรกัน วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ~”
เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์แย้มรอยยิ้มหล่อลาก
ชนิดที่สาวใดได้เห็นคงหัวใจหลุดออกมาเต้นตุบๆอยู่ข้างนอกได้ยังไงยังงั้น
ซ้ำร้าย...ไอ้สเน่ห์อันร้ายเหลือนี้...ดูเหมือนจะได้ผลแม้แต่กับหนุ่มบางคน
เสียด้วย...
แต่ไม่ใช่เนิร์ดบ้าเทคโนโลยีอย่างสปาน่า
“จะวันหยุดหรือเปล่าก็เถอะ แต่คนเราต้องมีนโยบายและนาฬิกาชีวิตนะ
อีกอย่าง...” ชายหนุ่มกดปุ่ม pause ก่อนจะหันมาพูดหน้าตาย
“เลิกเอาปืนยิงฟองสบู่นั่นยิงใส่หัวฉันซะทีเถอะ มันเสียสมาธินะ”
เบียคุรันยิ้มทะเล้น ก่อนจะยักไหล่ แล้วทิ้งตัวกลับลงนอนบนเตียงนุ่ม
“สปาน่าคุงเนี่ย~ ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลยนะ
สงสัยคนอย่างนายคงจะไม่เคยมีความรักกับเขาอย่างที่คนอื่นเขาว่าจริงๆละ
มั้ง~”
“ไม่ได้นอนฝันถึงสาวก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากทีวีเกม
นะครับ” คนถูกเติมว่า ‘คุง’ ยังอุตส่าห์เปลี่ยนโหมดมาสุภาพตอบ
“…นั่น...สินะ” เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์หรี่ตาลง เมื่อเขาหวนนึกถึงความฝัน...
ฝันนั่น...มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน...เขาฝันถึงมันครั้งแล้วครั้ง
เล่า...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...มโนทัศน์ในฝันที่ดูราวกับเรื่องที่จริงแท้...ร่าง
งามตรงหน้าที่อยู่ใกล้...ใกล้จนสามารถสัมผัส...รู้สึกได้ด้วยกายนี้...ริม
ฝีปากสวยที่กระซิบพร่ำนามของเขาอย่างแสนหวาน...แม้บางครั้งเสียงหวานที่
เอื้อนเอ่ยจะเจือปนด้วยวจีถ้อยที่ซุกซ่อนเอาไว้ด้วยคำสบถสาปที่แสบสัน...
เมื่อยามจุมพิต...มันชวนให้ใหลหลงไม่อาจลืม...ราวกับคนเสียสติที่ได้แต่พร่ำ
เพร้อ
ทว่า...สุดท้าย...คำที่ร่างงามในความฝันเอ่ยขอ...กลับมีเพียง...ความตาย...
ความตายเท่านั้น
...ร้องขอความตายจากเขา...คนที่มีอำนาจล้นฟ้า...
คุณเป็นเทวดา...เป็นพระเจ้า...คุณคิดว่าคุณเป็นอย่างนั้นสินะครับ...
ใบหน้าของเจ้าของเสียงกระซิบที่ทำให้ดวงใจนั้นปวดแปลบ...เขายังจดจำมันได้ดี
...ทุกคืน...ทุกคืน...ทุกคืน...ในความฝันนั่น...คนที่ร้องขอเขาอย่างทรมาน
แม้จะไม่ยอมให้น้ำตานั้นรินหลั่ง...คือใบหน้า...เดียวกับ...
เธอ...
“…”
มือแกร่งเอื้อมคว้าเอาเสื้อผ้าชุดใหม่กับรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ก่อนเจ้าของใบหน้าหล่อคมชวนละลายใจจะเหวี่ยงตัวลุกขึ้น
“…จะออกไปข้างนอก?” สปาน่าถามสั้นๆ ก่อนจะแกะซองอมยิ้มของโปรดฉีกเข้าปาก
คนถูกทักหันมาส่งยิ้มฟีโรโมนกระจายชวนหมั่นไส้ให้
“อืม~ จะไปพิสูจน์ไง...ว่าฉันน่ะ ไม่ได้เป็นเกย์ ♥”
…
โรงอาหาร คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ณ แดนแฮมเบอร์เกอร์
“ฮาฮิ! หมอนั่นมาอีกแล้วล่ะ มุคุโร่จัง!”
หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มอุทานทันทีที่เห็นหน้าหล่อแต่ตอแหลของไอ้
หนุ่มวิศวะที่เสนอหน้า(หล่อโคตรๆ)มากินข้าวที่โรงอาหารข้ามคณะ
“อย่าหันไปมองค่ะ ฮารุ”
เสียงหวานเอ่ยอย่างสงบตามแบบฉบับอย่างที่คุณหนูผู้ดีมีสกุลรุนชาติเขาใช้กัน
หากแต่
สำหรับคนที่รู้จักแม่สาวงามนางนี้ดีแล้ว...จะสังเกตเห็นว่า...สิ่งที่แอบ
ซ่อนอยู่ในความเรียบเฉย...คือความรำคาญอย่างสุดหยั่ง
มือเรียวจับขอบถาดอาหารไว้มั่น...เรือนผมสีน้ำเงินแปลกตายาวคลอเคลียบั้น
ท้ายกลมกลึงสะบัดไปมาอย่างน่ามอง
เมื่อยามสาวเจ้าใส่รองเท้าส้นเข็มเดินตรงไปข้างหน้าอย่างเชิดรั้น
“วันนี้คุณเบลเฟกอล พ่อครัวที่แสนดีของโรงอาหารเรา อุตส่าห์ทำข้าวอบสับปะรด ฉันยังอยากรับประทานอาหารมื้อนี้ให้อร่อย”
“แต่ว่า ฮารุว่า...”
ยังไม่ทันที่เพื่อนสาวจะได้เอ่ยอะไรต่อ...
“มุคุโร่จา~~~~~~~~ง”
เสียงเรียกของไอ้บ้าหน้าหล่อก็ดังก้องโรงอาหารคณะอย่างสุดแสนจะเรียกร้อง
ความสนใจ
และ...ก็คงจะเรียกร้องความสนใจได้เป็นอย่างดีเสียด้วย...ในเมื่อ...ไอ้คน
เรียกมันหล่อเหลาชวนเอาน้ำลายหกเสียขนาดนั้น
ไวยิ่งกว่าลิงภูเขาปีนต้นมะพร้าว
ร่างสูงในชุดแจ๊คเก็ตลำลองสีเทาขาวก็ตรงดิ่งราวกับพุ่งหลาวเข้ามายังสองสาว
ที่ยังคงถือถาดรอเดินหาที่นั่ง
“ให้ฉันถือให้เธอนะ”
แย้มรอยยิ้มหวานโปรยสเน่ห์ที่ทำเอาสาวใดที่ได้เห็นหน้าแดงสุกก่ำ
ก่อนจะดึงเอาถาดไปจากมือของเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินดื้อๆอย่างนั้น
แล้วหันไปบอกกับกลุ่มที่นั่งกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ
“มุคุโร่จังจะกินข้าว ดูเหมือนพวกเธอจะกินเสร็จแล้วนี่ ถ้ายังไง ช่วยลุกออกไปทีจะได้ไหม”
ไอ้ข้าวที่ว่าเขากินกันจะเสร็จ...ได้ข่าวว่ายังโซ้ยกันไปไม่ถึงครึ่ง...
“นี่...นาย...” ฮารุทำท่าจะพูดแทนเพื่อน แต่ว่า...
“ด้วยความยินดีเลยค่ะ” กลุ่มหญิงสาวที่นั่งกันอยู่ตรงนั้น
กลับยินยอมลุกให้ราวกับเจอวาจาประกาศิต
ต่างคนต่างเหล่แม่สาวผมสีน้ำเงินอย่างสุดแสนจะอิจฉา
ก่อนจะต่างคนต่างรีบจรลีคว้าถาดอาหารเดินห่างออกไป
แต่ไม่ห่างเกินกว่าคนแถวนั้นจะได้ยินเสียงกรี๊ด ‘อร๊ายยยยยยยยยย
ดารา~~~!!!’
เบียคุรันวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ ก่อนจะทำท่าเชื้อเชิญให้สาวเจ้านั่ง
ร่างงามหรี่ตาลงอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดผมเบาๆ
“ฉันจะยกถาดนั้นให้คุณละกัน เธอไปหาที่นั่งก่อนนะ ฮารุ
เดี๋ยวฉันไปเอาถาดใหม่แล้วจะตามไปค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก~~” มือแกร่งคว้าข้อมือบางเอาไว้แทบจะทันทีทันใด
“ฉันกับมุคุโร่จัง เรากินถาดเดียวกันได้ ♥”
ยังไม่ทันขาดคำ...เจ้าตัวก็ดึงเอาร่างบางให้ลงมานั่งบนตักเรียกเสียงอูอาจาก
คนรอบข้างให้ดัง...
“มุคุโร่จัง เอ้า~ อ้า~~~~ม”
และดังกว่า...
“นี่ คุณ...”
และดังสนั่นราวกับสนามเชียร์มวย
ผัวะ!!! โครม!!!
“ขอโทษนะคะ ฮารุ เดี๋ยวฉันจะซื้อใช้ให้ใหม่”
แม่สาวผมทรงจุกสับปะรดยิ้มหวาน
หลังจากที่คว้าเอาอาหารจานซุปจากถาดของเพื่อนสนิททุ่มใส่หัวชี้ทรงร่วมสมัย
สีพิสุทธิ์ดังหิมะตกใหม่
สับปะรดอบสีเหลืองทองสุกอร่ามร่วงกราวลงจากลูกสับปะรดหั่นครึ่งที่บัดนี้
เอียงกะเร่เท่อยู่บนหัวของพ่อเจ้าประคุณกล้วยไม้รูปงาม
หญิงสาวลุกขึ้น จูงมือเพื่อน ก่อนจะเดินสะบัดหนีไปอย่างไม่หันมาชายตาแล
แก๊ง!!!
เป็นคุณผู้ดูแลคนดีศรีภารโรงลุสซูเรียที่ทำหน้าที่เก็บจานใช้แล้วอยู่แถว
นั้นที่หันมาเคาะช้อนเข้ากับจานที่ใครบางคนเลียจนเกือบๆสะอาดที่ว่า...
“ยกที่ 169 ของเทอมนี้ โรคุโด มุคุโร่เป็นฝ่ายชนะฮร้า~~~”
เอ้า เฮ~~~!!!
“…” เบียคุรันได้แต่มองตามทรวดทรงองค์เอวงามๆ
กับบั้นท้ายกลมกลึงน่าลูบไล้อย่างเงียบกริบ..............ก่อนที่ภาพของร่าง
งามเย้ายวนที่ถูกเขาจับล่ามโซ่ตรึงเอาไว้เมื่อคืนก่อน...คืนก่อนหน้า...และ
ก่อนหน้าไปอีกในฝันนั้นจะปรากฎเด่นชัดขึ้นมาในหัวสมอง...
ไอ้หนุ่มวิศวะรูปหล่อเหยียดรอยยิ้ม ก่อนจะเลียริมฝีปากเบาๆ “หึ ยังไงเธอก็จะต้องเป็นของฉันแน่ มุคุโร่จัง~”
แล้วจะได้รู้กันว่า...รสชาติเธอจะเยี่ยม...เหมือนไอ้ข้าวอบสับปะรดที่ร่วงกราวลงมาติดปากนี่หรือเปล่า...
TBC?
หมดกันมาก...หมดกันแล้ว ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานบ้าที่ไหนมันเข้าสิง ป๋าขรา...ยูระขอโทษ...ขอโทษค่ะ แต่...ยูระอดไม่ได้ (กร๊ากกกกกกกกกกกกกก)
จะมีต่อดีหรือไม่...เอ่อ....ให้คนอ่านตัดสินกันเอาเองเถอะค่ะ ฮือๆๆ ป๋าขรา~~ TTvTT
ปล. เขียนตอนกลางคืน กำลังง่วง แอบแ้ป้กชอบก๊ล~ =v=;;;
ปลล. อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้ามีปาปริก้า /me ว่าแล้วก็ขอสักคำ (ฮา)

ป๋าแลดูเป็นไอ้บ๊า ..ไอ้บ้า กร๊ากก ป๋าไม่เลวนี่ก็น่ารักเหมือนกันนี่นะเออ
ต่อเถอะค่ะ อยากอ่านฟิคนอมอล(???)
#1 By โคโค่ลูจัง อูอา on 2009-08-03 00:51