[KHR FIC] [10069] Welcome to Ordinary Life: 3

posted on 11 Aug 2009 21:43 by hiyuura  in Fanfiction

ก่อนอื่น...คิดว่าหลายคนคงเห็นแล้ว แต่ในกรณีที่ใครยังไม่เห็น...เปลี่ยนธีม(อีก)แล้ว...ใครยังไม่เห็นจากแร่ดกลายเป็นแร่ดกว่า กรุณากด F5 ค่ะ 

สำหรับเอนทรี่นี้...ฟิกรั่วที่หลายคนรอคอยมันกลับมาแล้ว...คำเตือนสำหรับตอนนี้คือ...อย่าเชื่อในสิ่งที่คุณอ่านจนกว่าจะอ่านจบค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกก ว่าแล้วก็...แปะ X3~

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Welcome to Ordinary Life
Pairing: 10069
Rating: PG-15 (อ่านไม่ผิด...จริงๆนะ)
Warning: AU, crack, het

Previous Chapter: | Chapter 1 | Chapter 2 |

คำเตือนสำหรับบุคคลทั่วไป: สำหรับคนที่เคยชินกับภาพพจน์สุดหล่อเลว เทวดาเปื้อนเลือด พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ อภิมหาบุรุษเสะราชา เสี่ยขรา~ สุดยอดความ SM โหด โฉด แหล โฮสต์ หื่น ฯลฯ ของคุณเบียคุรัน กรุณาทำใจก่อนอ่าน เพราะฟิกนี้เสะที่ท่านจะพบคือไอ้หล่อไร้สาระธรรมดาๆ(ที่ไม่ธรรมดา)คนหนึ่ง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เรื่องของเรื่องแรกสุดที่ทำให้เธอคิดว่าเขาบ้า...มันเริ่มมาจากตอนนั้น...

วันอันสดใสหนึ่งที่เสียงออดหมดชั่วโมงของทั้งสองคณะที่บังเอิญมาใช้ตึกเรียนรวมร่วมกันดังขึ้น และเหล่านักศึกษาต่างก็ทยอยพากันออกมาจากห้อง และเธอ...ก็พบเขาที่ระเบียงทางเดิน...เขา...ที่เป็นดังเดือนมหาวิทยาลัย... เทพบุตรรูปงามที่ไม่ว่าใครๆก็หมายปอง...เขาเดินตรงมาที่เธอ และเรียก...ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแสนหวาน

“นี่...มุคุโร่จัง...” เขาแย้มรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้กับเธอ...คนที่ไม่เคยคิดจะสนใจจริงจังกับชายใด หากแต่น้ำเสียงและรอยยิ้มของเขาหยุดเธอเอาไว้ได้...เธอนิ่งฟังเขาราวกับต้องมนตรา สองแขนเรียวเล็กยังคงโอบกอดหนังสือเล่มหนาเอาไว้ “ฉัน...ฝันเห็นอีกโลกหนึ่งอยู่เสมอเลยล่ะ”

เรื่องพร่ำเพ้อถึงโลกคู่ขนานที่เขาพูดอยู่เสมอ หลายๆคนก็ฟังอย่างสนใจ...บางคนก็ทนฟังไปเพียงเพราะจะได้จ้องมองใบหน้าหล่อคมราวเทวา และบางคน...ก็คิดแต่ว่าเทวดารูปงามผู้นี้เสียสติ

“ฉันฝันเห็นเธอ” อาจจะเป็นคำเกี้ยวที่ฟังดูเก่า “และในฝันนั้น เธอกับฉัน...”

หญิงสาวตั้งใจฟัง นัยน์ตาสีไพลินจับจ้องคนตรงหน้าอย่างเงียบๆ และ...

“เป็นเกย์ ♥”

เธอก็ทุ่มหนังสือเล่มหนาใส่หน้าหล่อๆของไอ้เผือกบ้ามันทันที

ตุบ!!!

นั่น...เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น...นานพอสมควรแล้ว...

 

Welcome to Ordinary Life
สวัสดี ชีวีปุถุชน 3

 

สายฝน...สาดเทลงมาไม่หยุดหย่อน...เม็ดฝนร่วงกราวลงมาจากฟากฟ้าสีทึบเทาแสนหม่นหมอง...เมฆดำทะมึนมหึมาบดบังตะวันที่เคยจรัสฟ้าจนมิดไม่เหลือเค้าความสว่าง และนครอันงดงามใต้นภาของแดนธงชาติดาวห้าสิบสองดวงก็เจิ่งนองไปด้วยน้ำและโคลนเลนจนปริ่มถนน

แท่ด...แท่ด...แท่ด...แท่ด...

เสียงความพยายามสตาร์ทรถครั้งที่ 169 ของค่ำคืนนั้นดังอยู่ไม่นานนัก ก่อนจะถูกกลบไปกับความดังของสายฝนเย็นเยียบที่สาดลงมากระทบหลังคารถออสตินที่เคยขาวสะอาดแต่บัดนี้เพนท์ใหม่เป็นสีสับปะรดน่ารัก เจ้าของรถสีเด่นได้อีกคันที่ว่าถอนหายใจ ก่อนจะฟุบลงกับพวงมาลัยอย่างหมดหวัง

“เฮ้อ~ เจ้าบัมเบิลบีเพื่อนยาก ทำไมนายต้องมาดื้อแพ่ง ไม่ยอมไปไหนเอาตอนนี้ด้วยนะ”

เจ้ารถ ‘บัมเบิลบี’ ที่ว่าจอดนิ่งสนิท แถมไม่ว่าเจ้าของคนดีจะพยายามพูดเกลี้ยกล่อมมันยังไง ก็ดูเหมือนว่าบัมเบิลบีไม่คิดแม้แต่จะเปิดวิทยุร้องเพลงตอบ

บางที...แบตเตอรี่อาจจะหมด

เบียคุรันเคาะพวงมาลัยรถเล่นตามนิสัยอยู่ไม่ค่อยจะสุขเวลาครุ่นคิด นัยเนตรสีอเมทิสต์กวาดมองออกไปยังสภาพแวดล้อมนอกหน้าต่างบานใสที่น้ำฝนเกาะ จะว่าไป...เขาเคยผ่านแถวนี้มาก็หลายครั้งอยู่ แต่เพิ่งจะเคยสังเกตเห็นว่ามีกระท่อมไม้หลังเล็กๆอยู่แถวท่าเรือนี่ด้วย บางที...อาจจะเป็นโรงเก็บเครื่องมือช่าง...

“นายรออยู่ตรงนี้ดีๆละกัน” เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์เอ่ย ก่อนจะปลดกลอนลงจากรถ ล็อคกุญแจเสียดิบดีเรียบร้อย มือแกร่งเสยเอาเรือนผมที่เพียงแค่วินาทีที่ก้าวออกมาก็ถูกสายฝนเย็นจู่โจมเสียจนเปียกลู่ลงแต่ยังมิวายไม่เสียทรงชี้ตั้งราวกับยืมเจลใส่ผมของคลาวด์ สไตร์ฟ ณ FFVII: AC มาใช้ก็มิปาน ก่อนชายหนุ่มจะย่ำน้ำโคลนตรงไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กๆนั่น

ถ้าเขาโชคดี...บางทีอาจจะมีแบตเตอรี่ดีๆสักลูก...

ที่น่าแปลกใจ และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นความโชคดีของเขาก็คือ...ประตูของกระท่อมไม้ไม่ได้ใส่กุญแจเอาไว้

แอ๊ด...

ชายหนุ่มค่อยๆเปิดประตูออก และ...

สิ่งที่เขาพบอยู่ในกระท่อมก็ทำให้เขาต้องประหลาดใจ

นัยน์ตาสีอเมทิสต์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างที่เปียกปอนของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีไพลินที่เขาฝันถึงอยู่ทุกคืน...แม้ว่าในฝัน...พวกเขาจะมีสภาพ...ที่แตกต่างออกไป

“มุคุโร่จัง?”

เอี๊ยด~~~~

เสียงประตูไม้ที่มีบานพับเก่าไม่ได้ใส่จารบีลั่นเอียดอาด เมื่อถูกลมแรงกรรโชกพัด ก่อนที่...

กึง...!!!

มันจะปิดลง...ทิ้งพวกเขาทั้งสองเอาไว้ในห้องเล็กๆที่มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงไฟฟ้าเก่าๆที่ถ่านใกล้จะหมด

ท่ามกลางแสงไฟที่กระพริบใกล้จะดับ เงาที่ทอดยาวไปตามกำแพงของชายหนุ่มย่างกรายเข้าไปใกล้ร่างที่เปียกปอนสั่นเทาของหญิงสาว...

“มุคุโร่จัง...ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” ร่างสูงเอ่ยถาม มือแกร่งเลื่อนเข้าสัมผัสดวงหน้านวล แล้วก็แทบจะสะดุ้งชักมือกลับ...แทบจะ...ชายหนุ่มรีบถอดเสื้อแจ๊ตเก็ตตัวนอกออก ก่อนจะคลุมเอาร่างบอบบางนั้นเอาไว้ ถึงเสื้อของเขาจะเปียก...แต่ก็ยังน้อยกว่าอาภรณ์ที่หญิงสาวนั้นสวมใส่...เพียงเพราะ...ที่เขาสัมผัส...

ผิวกายของเธอนั้นเย็นเยียบไม่ต่างจากน้ำแข็ง

นัยน์ตาสีท้องฟ้าเหลือบมองเสื้อแจ๊คเก็ตตัวใหญ่ที่อีกฝ่ายเอามาคลุมให้ ก่อนจะเลื่อนไปมองคนที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ แพขนตายาวสวยหรี่ปรือลงเล็กน้อย “ทำไมฉันถึงได้หนีคุณไม่เคยพ้นสักทีนะ” หากแต่ความหนาวเย็นก็ทำให้เธอต้องจำยอมรับเสื้อนั่นเอาไว้

คำพูดของหญิงสาวทำให้รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าคมคายชั่วขณะ ใต้แสงไฟสลัว...นัยเนตรสีอเมทิสต์คู่เดิมดูเหมือนจะทอประกายแตกต่างออกไป...ราวกับไม่ได้ จ้องมองสิ่งใด...นอกจากอะไรบางอย่างที่อยู่แสนไกล...และไม่อาจเอื้อมมือไปคว้าจับมันได้...เพียงเพราะคำพูดนั่น...มันทำให้เขานึกถึง...

“ทำไม...คุณถึงไม่ยอมปล่อยผมไปเสียทีละครับ...”

รอยยิ้ม...กับเสียงหัวเราะที่แสนชิงชัง...ที่กรีดแทงหัวใจให้เจ็บแสบได้ทุกครั้ง...ในความฝันนั่น...

“เพราะฉันรักเธอ...ละมั้ง...”

กับคำตอบของตัวเอง...ที่ฟังดูแสนจะเย็นชาและไร้ความรู้สึก...

ไม่รู้ว่าความจริง...ความฝันในความฝัน...หรือว่าแค่คำลวงที่โป้ปด...

เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์เอนตัวลงพิงผนังไม้สีหลุดลอกบ่งบอกความเก่า เสียงของสายฝนภายนอกยังคงดังผ่านซีกไม้เข้ามากระทบโสตหู มือแกร่งทำที...ราวกับอยากจะขยับไปกอบกุมมือเล็กขาวซีดของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆนั้น...หากแต่...มันกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ เงาดำนิ่งสนิท...ภายใต้แสงไฟ

“ฉันไม่ได้โกหกเธอ” ร่างสูงเอ่ย คำพูด...ราวกับจะบอกทั้งกับอีกคนหนึ่งที่อยู่ในมโนฝัน...และร่างบอบบางที่นั่งสั่นเทาอยู่ข้างๆ

“มุคุโร่จัง...ฉันมองเห็นอีกโลกหนึ่งจริงๆนะ”

ดวงหน้าหวานสวยหันกลับมามองชายหนุ่มข้างๆ...เรื่องนี้...เธอได้ยินมาไม่รู้กี่ครั้ง...คนตรงหน้าเอาแต่พร่ำเพ้อพูดถึงเรื่องนี้จนหลายๆคนพากันคิดว่าเขานั้นเป็นบ้า และเธอเอง...ก็เคยคิดแบบนั้นเช่นกัน แต่...อะไรบางอย่าง...อาจจะเป็นมนตร์ขลังในบรรยากาศหรืออะไรอย่างอื่น...ที่ทำให้อยากจะลองรับฟังดูอีกสักครั้ง

“แล้วในโลกนั้น...คุณกับฉัน...”

รอยยิ้มหวนกลับคืนมายังใบหน้าหล่อคม ชายหนุ่มโพล่งออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย “ทำอะไรๆกันไม่ว่างเว้นเหมือนกระต่ายกำลังผสมพันธุ์เลยล่ะ ♥”

ชิ้ง------------------------------

“…”

น่าแปลก...

ไม่มี...ไม่มี...หนังสือที่จะทุ่มใส่หัว...ไม่มีมีดหมอคมกริบที่เล็งจะกระซวกให้รู้ซึ้งถึงตับไต จะมีก็แต่...

รอยยิ้มแสนยวนเย้า

“คึหึหึ อย่างนั้นเหรอคะ” ริมฝีปากสีหวานคลี่เหยียดรอยยิ้มยวนยั่ว มือบางกอบกุมมือใหญ่เอาไว้ ก่อนจะดึงเข้ามาให้สัมผัสกับหน้าอกนุ่มนิ่ม “ถ้าอย่างนั้น...ตอนนี้คุณยัง...จะอยากลองไหมละคะ”

เจ้าของใบหน้าหล่อคมแย้มรอยยิ้มตอบ “เธอนี่...จริงๆแล้วเร่าร้อนกว่าที่ตาเห็นอีกนะนี่” ลิ้นเปียกลากเลียริมฝีปากตัวเองอย่างนึกสนุก ชายหนุ่มดึงเอาร่างบางให้ขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก ก่อนจะประกบริมฝีปากแลกจุมพิตดูดดื่ม...มือแกร่งค่อยๆลากไล้ไปตามเรียวขาขาว...สูงขึ้นไป...ขึ้นไป...ก่อนจะผลุบหายเข้าไปใต้กระโปรง...สัมผัสเอา...

Hello, Kitty~~ Lalala~~ lalala~~
Hello, Kitty~~ Lalala~~ lalala~~

เสียงนาฬิกาปลุกเฮลโหลคิตตี้สีชมพูหวานจ๋อยดังสนั่นห้องพักหอหญิงชั้นเจ็ดของราชินีสับปะรด ดาวคณะแพทย์คนสวยลุกพรึ่บจากเตียงด้วยความตกใจ ใบหน้างามซีดเผือดและชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับถูกใช้ให้ไปประจำโรงหมอที่ซาอุดิอาระเบียยังไงยังงั้น

Hello, Kitty~~ Lalala~~ lalala~~
Hello, Kitty~~ Lalala~~ lalala~~

เสียงนาฬิกาเฮลโหลคิตตี้ยังคงดังต่อไปโดยหญิงสาวไม่มีท่าทีจะลุกไปกดปิดเสียง จนกระทั่งมือใหญ่นุ่มนิ่มของเพื่อนร่วมห้องกดปุลงบนปุ่มบนหัวของเจ้านาฬิกาคิตตี้แสนคิกขุนั้น

OHAYO!!!

เจ้านาฬิกาคิตตี้ร้องทักทายวันใหม่ด้วยเสียงดัง ก่อนที่สาวใหญ่ปริญญาโทเพื่อนร่วมห้องเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์สว่างจะเดินไปดูอาการแม่รุ่นน้องคนสวยที่ปกติไม่เคยตื่นสาย

“มุคุโร่จัง เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ หน้าซีดเชียว หรือว่าไม่สบาย” มือใหญ่แต่นุ่มนิ่มสัมผัสหน้าผากมน ตรวจวัดหาไข้ “ตัวร้อนนิดๆนี่...พี่ลาอ.ให้ไหม”

“ม...ไม่เป็นไรค่ะ รุ่นพี่แกมมิล่า” คนยังตกใจไม่หายเอ่ยเสียงแหบแห้ง ใบหน้านวลขึ้นสีระเรื่อดังกุหลาบเมื่อยามนึกถึงความฝันน่าอายเมื่อครู่

ป...เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!!

หญิงสาวกำผ้าห่มแน่น แต่หากใบหน้าสวยก็ยังแดงก่ำไม่เลิกด้วยความอับอาย เมื่อยิ่งคิด...ภาพในความฝันที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดจะยิ่งเด่นชัดขึ้นราวกับจะตอกย้ำให้เป็นความทรงจำที่มิอาจลืม

ใครจะไปทำแบบนั้นกัน!!!

มุคุโร่กัดริมฝีปากอย่างนึกเคืองทั้งตัวเองและไอ้หนุ่มหล่อที่มาระรานแม้ในฝันนั่นไม่หาย

แกมมิล่า สาวไฟแรง(สูง) นักศึกษาแพทย์ปริญญาโทหัวเราะหึหึอย่างรู้ทันด้วยความชาญสนามและประสบการณ์(อกหัก) เมื่อเห็นท่าทีของแม่สาวรุ่นน้องเพื่อนร่วมห้อง

“ความรัก...มันก็แบบนี้แหละจ้ะ มุคุโร่จัง”

แม่สับปะรดคนสวยสะบัดผ้าห่มพรึ่บ “ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้นแหละค่ะ” ก่อนจะเดินเชิดคว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำกับผ้าขนหนูสับขายาวขาวเรียวราวนางแบบเปิดประตูเข้าห้องน้ำไป



“เอ่อ...พี่มุคุโร่”

เด็กหนุ่มร่างเล็กวัยมัธยมปลาย เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจว่าควรจะพูดดีไหม แต่เนื่องด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผลที่สาวเจ้ากำลังชุบสำลีทาให้ มันจะได้รับการ...ย้ำคิดย้ำทำมากเกินกว่าที่ควรจนแผลที่เคยเจ็บแสบบัดนี้มันชาจนหนาวยะเยือกไปถึงสันหลังแปลกๆ มันทำให้เด็กหนุ่มต้องเอ่ย ก่อนที่ฟันของเขาจะเริ่มกระทบกันอย่างที่ไม่ต้องปิดฮีตเตอร์ในห้อง

“พ...พี่มุคุโร่ครับ...”

แต่ดูเหมือนว่า...เสียงเรียกของเจ้าปลาน้อยจะไม่ได้รับคำตอบรับจากคุณพี่คนสวยเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง...มือเรียวใช้ปากคีบจับสำลีลากไปลากมาบนแผลถลอกของคนไข้ประจำของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอย่างเลื่อนลอยด้วยความเคยชิน...จนกระทั่ง...

สำลีชุ่มแอลกอฮอล์มันลื่นหลุดจากปากคีบ

“โอ๊ยยย!!!”

และปากคีบโลหะก็จิ้มกับแผลของคนไข้ที่ว่าเต็มๆ

“โอ๊ยๆๆๆๆๆ”

สึนะเอามือกุมแผล...ไอ้ที่ว่าไม่เจ็บจนชา...ตอนนี้มันเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด

ตอนนั้นแหละ ที่สาวเจ้าได้สติ นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น

“ส...สึนะโยชิคุง ข...ขอโทษจ้ะ พอดีพี่มัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย” หญิงสาวรีบเอ่ยขอโทษ ก่อนจะรีบจัดการกับแผลของสึนะอย่างรวดเร็วและตั้งใจ

“ม...ไม่เป็นไรครับ” สึนะหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะแอบสั่นน้อยๆ เมื่อคิดว่า ถ้าจู่ๆวันใดวันหนึ่ง สาวเจ้าเกิดเผลอขึ้นมาจริงๆ แล้วแผลเขาหนักกว่ากะอีแค่ล้มจักรยาน เขาจะยังมีชีวิตรอดหรือว่าจะโดนส่งไปห้องดับจิตเลยหรือเปล่านี่ แต่ก็นั่นแหละ...ที่เขามาใช้บริการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งนี้บ่อย ก็เพราะว่านอกจากใกล้บ้านแล้ว...ค่าใช้จ่ายยังถูกกว่าโรงพยาบาลอื่นอีกหลายเท่า สำหรับครอบครัวที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่ต่างประเทศ และต้องกินเงินเดือนตำรวจแล้ว...นับว่าประหยัดไปได้มาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขานั้นซุ่มซ่ามและได้แผลมาเป็นประจำ

“แต่จริงๆนะ สึนะโยชิคุงมาให้พี่ทำแผลประจำทำให้ได้เจอกันบ่อยก็จริง แต่พี่ว่า...ถ้าได้เจอกันข้างนอกพี่จะดีใจมากกว่านะ”

ดูเหมือนว่าเขาจะได้เชื้อเฟอะฟะนี่มาจากดีโน่ คาบัคโรเน่ ญาติผู้พี่ของเขา เพราะทั้งพ่อและแม่ของเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีใครได้แผลบ่อยขนาดนี้

สึนะหัวเราะแหะๆ “ต...ต้องขอโทษที่รบกวนพี่มุคุโร่ประจำนะครับ”

“เอ้า เสร็จแล้วจ้ะ” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ “วันนี้ถือซะว่าเป็นคำขอโทษ ไม่คิดค่าใช้จ่ายละกัน”

“ม...ไม่เป็นไรหรอกครับ จริงๆเพราะผมซุ่มซ่าม...” แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น สาวเจ้าก็เอ่ยขึ้นตัดบท

“ไม่เป็นไรหรอก แค่แผลเล็กๆแค่นี้เอง ยังไม่จำเป็นต้องใช้มีดผ่าตัดหรืออะไรเลยนะ”

สึนะรีบพยักหน้างุด เอ่ยขอบคุณ ก่อนจะรีบแจ้นออกมาอย่างรวดเร็ว

สัญชาตญาณการเอาตัวรอด...แม้จะมีเพียงน้อยนิดเพียงไรก็ตาม...อย่างน้อยๆ เขาก็รู้ว่าควรจะอยู่ให้ห่างเอาไว้...เวลาพี่มุคุโร่อารมณ์ไม่ดี

บางที...อาจจะเป็นช่วงวันนั้นของเดือนก็ได้นะ...

มุคุโร่ถอนหายใจ ก่อนจะจัดการทำความสะอาดและเก็บอุปกรณ์ นัยน์ตาคู่สวยชำเลืองมองนอกหน้าต่างอยู่ค่อนครู่ วันนี้ดูเหมือนว่าจะอากาศดี บางที...เธอควรจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศเสียบ้าง อาจจะทำให้ลืมเรื่องความฝันบ้าๆนั่นก็ได้



กรรมของเวรและเวรของกรรม...พยากรณ์อากาศไม่ว่าจะชนชาติหรือประเทศใดมันก็มิอาจเชื่อถือได้ อันว่าหมอดูนั้นคู่กับหมอเดา และเมื่อกรมอุตุเขาคิดจะพยากรณ์สั่วๆ มันก็ออกมามั่วได้ทันตา...

เมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจ...จากอากาศแจ่มใสตะวันสว่างเจิดจ้า...จู่ๆสายฝนก็สาดเทลงมาราวกับฟ้ารั่วเขื่อนกักน้ำสวรรค์แตก

กึก...กึก...กึก...กึก!!!

หากเป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวใกล้วันปจด.แดงเดือด คงจะอดกรี๊ดออกมาด้วยความหัวเสียในความซวยชวนโมโหบวกจิตตกมิได้ เมื่อเรือนผมที่ได้รับการสระไดร์ใส่ครีมบำรุงอย่างดีเพื่อลุคที่ดูดีไม่มี สะดุดในยามเช้าต้องมาเปียกปอนเสียทรงสนิทด้วยห่าฝน ซ้ำร้าย...ผืนดินที่ย่ำเหยียบยังกลายเป็นโคลนตมสกปรกจนสาวที่ใส่ส้นเข็มใดก็ ให้ไม่คิดจะปลื้มยิ่งนัก

แต่ ไม่...โรคุโด มุคุโร่ไม่ได้กรีดร้อง และก็ไม่ได้เป็นวันนั้นของเดือน...แต่เธอก็เปียกปอนตั้งแต่หัวจรดส้น...ส้นเข็มที่เคยเดินบนพื้นแข็งดังก๊อกๆเหยียบลงบนพื้นแฉะเละเจิ่งนองไปด้วยน้ำ... แม้จะเป็นราชินีที่สามารถตบคนได้ด้วยส้นรองเท้า แต่การจะวิ่งหลบฝนนั้นสุดแสนจะเป็นไปอย่างยากลำบาก ผมทรงสับปะรดรากไทรเปียกลู่ราวกับถูกรดน้ำมากเกินไปจนเฉา หญิงสาวนึกสบถอย่างแสบสันในใจถึงความสังหรณ์อับโชคตั้งแต่เพลาเริ่มต้นของ วัน

แต่ดูเหมือน...จะมีโชคหลงเหลืออยู่ในความอับโชค...

ท่าเรือที่เธอเหมือนจะเคยเดินผ่านมาบ่อยๆนี่...เธอไม่เคยจำได้เลยว่ามันจะมีกระท่อมไม้เล็กๆอยู่ใกล้ๆ...หญิงสาวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่อย่างน้อยก็ยังหาที่หลบฝนดีๆได้...ส้นเข็มก้าวย่ำไปตามพื้นที่เจิ่งนอง...ตรงไปยัง กระท่อมนั้นทันที...



ครืน...

เสียงฝนฟ้าคะนองบอกให้รู้ว่า...พายุข้างนอกจะไม่ยอมสงบลงง่ายๆ ในความมืดสลัว...หญิงสาวค้นพบตะเกียงไฟฟ้าเก่าๆที่โชคยังดีที่มันใช้งานได้ เธอเปิดมัน และนั่งแหมะลงที่มุมห้อง...รอคอย...ให้เวลาผ่านไป...

แต่แล้ว...

แท่ด...แท่ด...แท่ด...แท่ด...

เสียงของรถยนต์ที่โลกภายนอก บ่งบอกว่ามีใครบางคนที่มีรถอยู่ใกล้ๆ เธอทำท่าจะลุกขึ้น ว่าจะขอโดยสารกลับ แต่ทว่า...

“เฮ้อ~ เจ้าบัมเบิลบีเพื่อนยาก ทำไมนายต้องมาดื้อแพ่ง ไม่ยอมไปไหนเอาตอนนี้ด้วยนะ” เสียงที่คุ้นหูทำเอาหญิงสาวตัวแข็งทื่อ

อีตาบ้านั่น...!!!

“นายรออยู่ตรงนี้ดีๆละกัน”

เสียงย่ำเท้าย่ำใกล้เข้ามาทุกทีๆ...หญิงสาวกระแซะเบียดตัวเข้าไปยังมุมห้อง ราวกับหวาดกลัวว่าจะมีเจสันถือขวานโผล่เข้ามาจากประตูหน้าได้ พลัน...

แอ๊ด...

ประตูหน้าก็เปิดออก...

“มุคุโร่จัง?”

เอี๊ยด~~~~

เสียงประตูไม้ที่มีบานพับเก่าไม่ได้ใส่จารบีลั่นเอียดอาด เมื่อถูกลมแรงกรรโชกพัด ก่อนที่...

กึง...!!!

มันจะปิดลง...ทิ้งพวกเขาทั้งสองเอาไว้ในห้องเล็กๆที่มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงไฟฟ้าเก่าๆที่ถ่านใกล้จะหมด

หญิงสาวเบียดตัวชิดกำแพงไม้ซีกให้มากขึ้นราวกับจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกับกำแพงได้ด้วยความประหวั่นใจ

นี่มัน...เหมือนกับในฝันไม่มีผิดเพี้ยน!!!



เบียคุรันเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ เมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวที่เปียกมะล่อมะแล่กตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มุคุโร่จัง...ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ ภายใต้แสงไฟสลัวจากตะเกียงไฟฟ้าที่กระพริบจะดับแหล่มิดับแหล่ เงาของชายหนุ่มทอดยาวออกไปบนผนังราวกับปีศาจที่เยื้องกราย หญิงสาวพยายามจะขยับหนีให้ห่างจากร่างของเทพบุตรรูปงามที่ใกล้เข้ามาทุกทีนั้น...

...และยิ่งดูประหม่าหนัก เมื่อแจ๊ตแก็ตสีเข้มถูกส่งมาให้

“มุคุโร่จัง หนาวแบบนี้ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ”

หญิงสาวกอดเข่าตัวเองแน่น และเอาแต่เพียงจ้องมอง...ปฏิเสธ...อย่างดื้อรั้น หากแต่คนตรงหน้ากลับเอาเสื้อตัวใหญ่นั่นคลุมโอบไหล่บางอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ ใบหน้าหล่อคมแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ ก่อนเขาจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ

“ทำไมฉันถึงได้หนีคุณไม่เคยพ้นสักทีนะ” มุคุโร่บ่นอุบอิบ ก่อนจะพยายามกระเถิบหนีอย่างที่ไม่ให้เป็นที่สังเกต ใช่...เธอจะให้อีตาบ้านี่รู้ไม่ได้ว่าเธอกำลังตื่น

แต่...ความเคลื่อนไหวแม้เล็กน้อยที่สุดของแม่สับปะรดงาม มีหรือจะหลุดลอดสายตาที่ราวกับสแกนนิ่งแนปโปดาร์ของไอ้หนุ่มวิศวะเจ้าของไร่เผือกได้

คนหล่อเลิกคิ้ว เมื่อเห็นทีท่าแปลกประหลาดต่างไปจากทุกทีของหญิงสาว...พลัน สมองอันสุดแสนจะชาญฉลาดและเปี่ยมไปด้วยอิเมจิเนชั่นก็เริ่มประมวลผล...

เขา...และเธอ...อยู่กันสองต่อสองในกระท่อมไม้เก่า...

เขา...และเธอ...ติดอยู่ด้วยกันในกระท่อมนี้จนกว่าพายุฝนนี่จะสงบลง เพราะมองยังไงไอ้ห้องที่มีแต่ฟางนี่ก็ไม่มีวี่แววของแบตเตอรี่สำหรับบัมเบิลบีเพื่อนรัก

เขา...และเธอ...จะอยู่ด้วยกันไปอีกหลายชั่วโมงเพราะดูเหมือนว่าพายุฝนนี่จะไม่ยอมหยุดลงง่ายๆ...

เขา...และเธอ...ชายหญิงอยู่กันสองต่อสอง...กับทีท่าที่แปลกไปของมุคุโร่จัง...

หรือว่า...

นัยน์ตาสีอเมทิสต์เบิกกว้างขึ้น

หรือมุคุโร่จัง...จะกลัวใจตัวเอง!!!?

อา...น่ารักจริงๆเลยน้า~~ มุคุโร่จังเนี่ย~~ ♥


แต่เอาเถอะ...บางที...ถ้าเขาชวนเธอคุยอะไรบ้าง บางทีเธออาจจะประหม่าน้อยลง...และเลิกเห็นเขาเป็นไอ้บ้าสักทีก็เป็นได้...

“มุคุโร่จัง...ฉันมองเห็นอีกโลกหนึ่งจริงๆนะ”

นั่น...เป็นคำแรกที่ไอ้คนไม่อยากให้สาวเห็นเป็นคนบ้าพูด...

หญิงสาวเหล่มองเขาอย่างดูแคลน ก่อนริมฝีปากสวยจะเหยียดรอยยิ้มหยัน

“อ๋อ เหรอคะ แล้วในอีกโลกหนึ่งนั่น คุณกับฉัน...” ตอนนี้เธอชักไม่รู้แล้วว่าเธอหรือเขากันแน่ที่บ้า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดี คำพูดที่เธอเอ่ยออกไปดูเหมือนจะหลุดลอยออกมาง่ายดายเหมือนกับในความฝัน...ฝันที่เธอคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้...และราวกับชะตาเล่นตลก...ในหัวของเธอ... ภาพลามกพวกนั้นเล่นตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนไปวนมาเป็นฉากๆจนใบหน้าสาวเจ้าอดขึ้นสีระเรื่อไม่ได้ และดูเหมือนจะยิ่งทวีอาการหนัก...เมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนดอกกล้วยไม้ที่น่าจะเป็นกลิ่นกายของเขาลอยมาให้ได้กลิ่นชัดเจนกว่าเก่า...จากเสื้อแจ๊ตแก็ตตัวหลวมที่เขาเอามาให้เธอยืมใส่กันหนาวนั่น...

และคำตอบของเขา...

“ทำอะไรๆกันไม่ว่างเว้นเหมือนกระต่ายกำลังผสมพันธุ์เลยล่ะ ♥”

เผียะ!!!

ปัง!!!

เสียงประตูกระท่อมเปิดอ้าออก ปล่อยให้หยาดวรุณใสเย็นสาดเข้ามาในกระท่อมที่มีแต่ฟาง รองเท้าส้นเข็มเปื้อนโคลนพาเอาร่างของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินหวนกลับไปยังโลกใต้นภาที่พิรุณกำลังสาดโปรย

“ฉันยอมออกไปตากฝนดีกว่าอยู่กับคนโรคจิตอย่างคุณ!!!”

เสียงตะโกนของคุณเธอลอยหวือเข้ามาในกระท่อมแข่งกับเสียงคำรามของฟากฟ้า ก่อนที่สาวเจ้าจะวิ่งหายไป โดยไม่ลืมที่จะทิ้งรอยฝ่ามือประทับเอาไว้บนใบหน้าอันหล่อเหลาของไอ้หนุ่มวิศวะเจ้าของรถสีบัมเบิลบี



“38 องศา” แกมมิล่าเอ่ย หลังจากมองตัวเลขที่วัดได้จากปรอทวัดไข้ “คิดยังไงถึงได้วิ่งตากฝนกลับมาฮึ เนี่ย มุคุโร่จัง”

“นั่นสิคะ มุคุโร่จัง รอให้ฝนหยุดก่อนก็ได้ ดูสิ ไข้สูงแบบนี้จะไปเรียนไหวได้ยังไง” ฮารุเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่ตอนนี้นอนซมอยู่บนเตียงเป็นคนป่วยแทนที่จะได้ไปเรียนวิชาชีพหมอ

“...” ร่างงามเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินไม่ยอมตอบคำถามแรกของแกมมิล่า หญิงสาวเพียงแต่เอ่ยอย่างไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรง “ฝากเลคเชอร์พรุ่งนี้ด้วยนะคะ ฮารุ”

ยังไม่ทันที่ฮารุจะได้เอ่ยอะไร...

แอ๊ด...

ประตูก็เปิดออก พร้อมๆกับร่างสง่าของอ.ประจำหอหญิงที่เดินตรงเข้ามายังข้างเตียงผู้ป่วย

“โรคุโด ได้ข่าวว่าวิ่งตากฝนมา คนเรียนแพทย์แท้ๆ ทำไมถึงได้ทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้ หือ!!!”

“ใช่ คนเป็นหมอน่ะ สุขภาพตัวเองก็สำคัญนะ” แกมมิล่าเอ่ยขึ้นบ้าง ก่อนจะหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็ก กะจะเอาไปชุบน้ำมาช่วยลดความร้อนให้กับรุ่นน้อง

“เดี๋ยวฮารุทำเองค่ะ รุ่นพี่แกมมิล่า” ฮารุอาสา ก่อนจะหยิบผ้าผืนเล็กที่ว่าเดินไปทางห้องน้ำ แกมมิล่ายิ้มน้อยๆ ด้วยความเอ็นดูแม่สาวผมบ๊อบคนขยัน ก่อนที่...

Rrrrrrr…

เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณเจ๊แกเองจะดังขึ้น

“อ๊ะ ขอโทษนะคะ เดี๋ยวฉันมา รบกวนฝากดูแม่จอมดื้อด้วยนะคะ อ.สควอล่า” แกมมิล่าเอ่ย ก่อนจะเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก “ฮัลโหล~ ยูโน่คุงเหรอจ๊ะ...”

สควอล่าพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปดูหน้าแม่ลูกศิษย์หัวดื้อ นัยน์ตาสีน้ำแข็งจับจ้องนัยเนตรสีไพลินราวกับพยายามจะเค้นหาความจริง เพียงเพราะสควอล่ารู้ดีว่า...ลูกศิษย์คนโปรดของเธอ...ไม่มีทางวิ่งฝ่าฝนมาดื้อๆทั้งที่ไม่มีเหตุผล

หากแต่...

“อาจารย์คะ...ทำไมอาจารย์ถึงได้แต่งงานกับอาจารย์แซนซัสละคะ”

อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...จู่ๆ...คำถามก็หลุดลอย...มาจากริมฝีปากของคนที่ไม่คิดว่าจะถามคำถามนี้ที่สุด



“ฮะๆๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราจะลงทุนทำกันขนาดนี้นะนี่” ยามาโมโตะ ทาเคชิ สมญาไซเบอร์ ยาติมัส ไพรม์หัวเราะเบาๆ ขณะเจ้าตัวกับไอ้เพื่อนซี้นีโอรันช่วยกันลากกล้องส่องทางไกลแบบพิเศษที่แอบจิ๊กมาจากภาคดาราศาสตร์เอาไปตั้งอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าหอหญิง

ดูเหมือนว่าปฏิบัติการลักขโมยกล้องจากห้องดาราศาสตร์ในยามวิกาลนี้...จะเป็นไอเดียของใครอื่นไปไม่ได้นอกจากไอ้หน้าหล่อที่ถูกสาวเจ้าฝากรอยฝ่ามือไว้แทนรอยรักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหยกๆ

“ก็ฉันเป็นห่วงมุคุโร่จังนี่นา~” เบียคุรันว่า ก่อนจะตั้งกล้องเตรียมพร้อมจะส่องไปยังห้องของสาวเจ้า คราวก่อน...ใช้แผนบุกโดยไม่ดูภูมิศาสตร์ให้ดีก่อน ทำให้หลงไปยังห้องสุดแสนจะมีภาพชวนเซ็นเซอร์ด้วยโมเสกเนื่องด้วยความสยดสยอง แม้แต่คนอย่างเบียคุรันก็ยังอดแอบตัวสั่นไม่ได้ เมื่อคิดถึงภาพชวนเสียสายตาของแม่สองสาวยามเปลือยกายผลัดกันทาน้ำมันสมุนไพรนั่น ฉะนั้น...งานนี้ต้องเช็คดูก่อนว่าถูกห้องหรือเปล่า...

ยามาโมโตะหัวเราะ ก่อนจะเดินเข้าไปลองส่องทดสอบความคมชัดของภาพจากลำกล้อง...

และคราวนี้...ดูเหมือนว่า...องศาที่เบียคุรันตั้งเอาไว้จะ...ถูกต้องมากมิใช่น้อย...



ฮารุจัดการเอาผ้าชุบน้ำเย็นเรียบร้อยแล้วก็เตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้อง... หากแต่...แสงวิบวับอะไรบางอย่างที่กระแทกตาสาวเจ้าจากทางหน้าต่างห้องน้ำ ทำให้ชีอดสงสัยมิได้...

ด้วยความเป็นสาวคล่องตัวทำอะไรฉับไว ฮารุวิ่งไปหยิบเอากล้องส่องทางไกลที่คุณพ่อเธอส่งมาให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วออกมาและส่องกลับไปยังแสงวิบวับประหลาดชวนข้องใจนั้น และ...

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!! คนโรคจิตค่า~~~~!!!”



ซาวาดะ อิเอมิทสึ...สารวัตรใหญ่สน.เมืองไม่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของแดนแฮมเบอร์เกอร์กำลังเซ็งจัด...เขากำลังนั่งตบแมลงหวี่เล่นพลางหาวหวอดๆ ไม่รู้ว่าเพราะหนังจอห์นนี่ เดปป์ Public Enemies ที่เหมือนใกล้จะออกโรงอยู่วันสองวันที่จบลงด้วยมหาโจรดีลลิงเจอร์ถูกรุมยิงเสียพรุนจนต้อง Bye-bye, Black Bird หรือเปล่า ทำให้พวกอาชญกรมันพากันเงียบกริบจนตำรวจต้องว่างงานนั่งหง่าวไปวันๆกันช่วงนี้...

หนุ่มใหญ่วัยกลางคนทำท่าจะเปลี่ยนจากตบแมงหวี่มาเป็นสัปหงก...พลัน...

กริ๊ง~~~~~~~~!!!

เสียงโทรศัพท์ประจำสน.ก็ดังขึ้น...



เอี๊ยด~~~ กึง!!!

เสียงประตูห้องขังในเรือนจำประจำท้องถิ่นปิดลงท่ามกลางค่ำคืนที่ตำรวจแก่ควรจะว่างงาน...ไอ้สองหนุ่มหน้าระรื่นถูกส่งเข้าห้องขังทั้งหน้ายังยิ้มด้วยความงงและเหรอหรา พวกเขาถูกจับพร้อมของกลาง...อันได้แก่กล้องที่ขโมยมาจากแผนกดาราศาสตร์...

ยามาโมโตะ ทาเคชิ กับ เบียคุรัน มองหน้ากัน

“...ฮะๆๆ นี่พวกเรา...ติดคุกจริงๆหรือเนี่ย~~”

เบียคุรันมองกุญแจมือตัวเอง ก่อนจะหันไปมองซี่ลูกกรงโลหะแสนแน่นหนาของกรงขังแล้วก็ยิ้ม...

“ยาติมัส...นายรู้วิธีออกไปจากคุกไหม”

ทันใดนั้นเอง!!! ชายหนุ่มก็ทรุดลงกับพื้นด้วยทีท่าเจ็บปวดราวกับจู่ๆก็มีกระแสไฟฟ้าแล่นปลาบเข้ามาในสมองให้ปวดหัวแปลบ

ยามาโมโตะมองเพื่อนที่เมื่อครู่ยังดีๆอยู่ แต่จู่ๆก็มีอาการเหมือนไมเกรนขั้นร้ายแรงเข้าแทรกด้วยความตกใจ “เฮ้! เบียคุรัน เป็นอะไรรึเปล่า!?”

คนที่ทรุดลงไปไม่มีทีท่าจะลุก หากแต่ดูเหมือนจะยิ่งปวดหัวหนักมากขึ้น ยามาโมโตะไม่รอช้า วิ่งไปเขย่าลูกกรงทันที

“เฮ้~~!! ผู้คุม! ใครก็ได้ ช่วยมาดูที เพื่อนผมดูเหมือนจะไม่สบายหนัก!!!”



เวลาเดียวกันนั้นเอง...

โกคุเดระ ฮายาโตะที่ได้ข่าวว่าสองในสามของแก๊งสามช่าของพวกเขาถูกตำรวจจับข้อหาทำลามกอนาจารยามวิกาลก็เตรียมตัวจะไปประกันตัวไอ้พวกบ้าทั้งสอง หากแต่...

ข่าวล่ามาไวที่จู่ๆก็ฉายพรึ่บออกเป็นข่าวด่วนทางทีวีก็เรียกความสนใจ เมื่อนักประกาศข่าวสาวสวยช่องทีวีท้องถิ่นอ่านข่าวด้วยเสียงสุดจะระทึกโสตหู

“ข่าวด่วนพิเศษค่ะ ท่านผู้ชม เมื่อไม่กี่นาทีมานี้ ดูเหมือนว่าจะมีการแหกคุกที่อุกอาจที่สุดในรอบหลายปีของเมืองอันแสนน่าเบื่อของเรา กระทำการโดยสองหนุ่มนักโทษคดีอนาจาร หนึ่งในนั้นเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาโดดเด่นเป็นพิเศษ และอีกหนึ่งเป็นหนุ่มเชื้อสายญี่ปุ่นหน้าตาดี ตอนนี้ทางตำรวจกำลังพยายามตามจับกลับมา...”

โกคุเดระ ฮายาโตะอ้าปากค้าง เมื่อรูปของไอ้สองเพื่อนเกลอที่ถ่ายมาดูราวกับนายแบบนิตยสารลอกเลียนชุดนัก โทษปรากฏหราขึ้นมาบนทีวีตรงหน้า

เบียคุรัน...ยามาโมโตะ...จากคดีลามกอนาจารเล็กๆ...ตอนนี้กลายมาเป็นข่าวดังประโคมใหญ่ที่เรียกความสนใจคนในเมืองได้ยิ่งกว่าพลุแตก

มะเร็งที่ถือไว้จะสูบร่วงหล่นจากมือของชายหนุ่ม โกคุเดระ ฮายาโตะล้มโต๊ะ

“ไอ้พวกบ้าเอ๊ยยยยยย!!!”


TBC


ตอนนี้เป็นตอนของสาวๆ เลยไม่ค่อยจะฮาเท่าไหร่ เอาเป็นว่า...ถือว่าพักยกจากความบ้าในตอนที่แล้วละกันนะคะ กร๊ากกกกกกกกกก

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าเช่นเคยค่ะ ♥

 

ปล. ตอนนี้...ยาวได้อีก... =v=;;;

ปลล. เหมือนมีคนอยากให้รวมเล่มฟิกนี้ เอาจริงเหรอคะ 555+

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่า..........ยูระแต่งรูปเฮดเนียนได้เรื่องกร่ะ!!! = =b แบบว่าไอ่ขอบๆมันหายไปอย่างเนียนๆจริงๆนะ XD << ความพยายามเรื่อง10069 เหมือนจะสูงส่งมากเป็นพิเศษนะเคอะยูซังกุง = =b (ฮา)

แล้วแบบ.........ฟิก..........อา....เจอหน้าสาวพูดว่าเห็นอีกโลกยังไม่เท่าไหร่ แต่พูดว่าเป็นเกย์กันนี่สิสาวที่ไหนจะไม่คิดว่ามันบร้าแบบกู่ไม่กลับ...กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อิป๋า!!!! แกจะบ้าเกินไปแว้ววววววววว!!!!!!!!!!!! *หัวเราะบ้านพัง*

แล้วพอกำลังจะซึ้ง.......“ทำอะไรๆกันไม่ว่างเว้นเหมือนกระต่ายกำลังผสมพันธุ์เลยล่ะ ♥” ..........อารมณ์ซึ้งหดหายในบันดล =v=;;;;
และในขณะที่กำลังคิดว่าสาวเจ้าเกิดนึกคึกอะไรขึ้นมาถึงได้ยั่วอิป๋าได้...สรุป...ก็ฝันไปหรอกเรอะ......*นกไร้ขน* (ฮา)

แต่แกมมิล่าอ่ะ แกมมิล่า!!!!!!!!!!!! ทำไมต่อให้ "เขา" กลายเป็น "ชี" ไอ้ไทคิก็ยังติดภาพสาวกล้ามบึ๊กอยู่!!! กร๊ากกกกกกกกกกกก

อา.....แล้วน้องปลาก็โผล่มา.....ออกแนวเป็นเด็กดีว่าง่ายซุ่มซ่ามน่ารักได้ใจเข้าตำรา....ยังไงมะรุ =,,,,,,,,,,= (ฮา)

แล้วพอคิดว่ากำลังจะเข้าบทซึ้ง ฉึ่ง ชึ้งงงง อีกรอบ....กลายเป็นว่า...ไอ่สองหนุ่มมันดันมาโชว์บร้าซะงั้น!!! กร๊ากกกกกกกกกกก
จะรอติดตามชะตากรรมของสองนักโทษคดีอุกฉกรรจ์(ทั้งๆที่แค่ส่องกล้องมองสาวเนี่ยนะ?)เค่อะ!! กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก *หัวเราะตึกถล่ม*
First Impression ติดลบสุดหูรูดได้อีกเบียเอ๊ย... แบบนี้ไม่เรียกบ้าแล้วจะเรียกอะไร กร๊ากกกกกกกกก XD

ว่าแต่นาฬิการาชินีน่ารักได้ใจมากค่ะ..(ฮา) และรุ่นพี่แกมมิล่า+ปลาน้อยออกโรง~~~~~~~~ >w<

สุดท้าย... อยากฟังคำตอบอ.สควอล่า... และ ยาติมัสกับนีโอรัน... มันบ้ากันจริงๆ ด้วยล่ะโกคุ (ตบไหล่ กร๊าก) เป็นสมาชิกสามช่าก็ปวดหัวอย่างนี้ล่ะนะ =v='''

ลป. ยูโน่คุง~~~

ลป2. จบได้อนาถจิตสะใจสุดหูรูดมากค่ะ ฮา (เฮ้ย)

ลป3. รวมเล่ม... เชียร์นะคะ... กร๊ากกกกกกกกกกกกก

#2 By Irregulars on 2009-08-11 22:02

ฮา~ มีรวมเล่มจริงๆก็จะซื้อเก็บ ก๊ากก อิป๋าเสื่อม!
หายากๆ*ทำหน้าจริงจัง*

ช้อบชอบฉากตอนอิป๋าแหล
ยามะก็รับมุกได้เหมาะจริงๆ

ปล.โฮกมีซือด้วยแหละ! มีซือด้วยแหละ! คุณเคียวใกล้มาแล้วสินะ!? >v< หึหึ

#3 By KsNight on 2009-08-11 22:22

มันบ้าาาาาาาาาาาาาา

ไอ้คนต้นคิดก็บ้า ไอ้เพื่อนคนคิดก็บ้า กร๊ากกกกกกกกกก
จริงๆเรียกโกเคะไปประกันตัวก็หมดเรื่อง ดันบ้าแหกคุกมาอย่างอุกอาจ อพิถัง กร๊ากกกกกกกกกกกก

ขอให้กรรมตามทัน โดนกุลิโกะกับเกนจังปีนขึ้นห้องไปปล้ำสำเร็จด้วยเถอะ กร๊าสสสสสสสสสสสสสส

รวมเล่ม เชียร์อยู่นะค้า อร๊ายยย
เอาค่ะๆ รวมเลยๆ
ฮา แต่ว่าลองให้อยู่ดีดีมีมุคุโร่สองคนคงจะมันส์
*เช็ดน้ำลาย*
แบบว่าอีกคนมาจากอีกโลก แต่เรทต่ำนี่เนาะคะ 555
พี่ฮิยูระเมพขิงๆ อยากให้ยาวกว่านี้ด้วยซ้ำนะคะ
5555555555 ไม่ต้องห่วงยาวแค่ไหนเต็มใจอ่านค่ะ
แต่อิป๋าก็ทำเสียฟิลจริงๆน่ะแหละ หื่นจริงๆอิป๋า
กร๊ากกกกกกกกกก

ติดตามชมตอนต่อไป..........
เค้าสองคนจะผ่านไปได้หรือไม่ ?
สู้ต่อไป ....โกคุเทระ กร๊ากกกกกกกก
มีเพื่อนแบบนี้ต้องทำใจนะคะโกคุคุง

แต่เชียร์อิป๋าเต็มที่มากๆ มุคุโร่ ให้ท่าหน่อยสิ
ป๋าทอดสะพานจนไหม้แล้วนะ!
555555555555555555

ps.รวมเล่มเถอะนะคะ *หัวเราะไปโลกน่า*

#5 By かつみ on 2009-08-11 23:14

ยามะกับป๋าเบีย............ทำไมไม่รอให้กาคุคุงไปประกันตัวล่ะค๊า~!!!!!!

ป๋ษคะ...อยากจะบอกว่าทำไมป๋าพูดแบบนั้นกับสาวคะ.....ก็สมควรหรอกค่ะที่โดนสาวตบ ฮึๆๆๆ

อา..อิมเมจแกมมิล่า นึกภาพออกเลยนะ ท่าจะสวย ฮึๆๆ
เฮือกกก ตอนแรกแอบตกใจ(และเสียดาย)

นึกว่าจะได้อ่านฟิก H เรทจริงๆซะแล้วเจ้าคะ่

แต่สุดท้ายก็เฮลโหลคิตตี้ 555+

มุคุจังซึนได้น่ารักมาก

ดูเหมือนมุคุจังจะเริ่มชอบคุณเบียคุรันขึ้นมาแล้ว?

แต่คุณเบียคุรันไปพูดแบบนั้นกับผู้หญิงได้ยังไงเจ้าคะ

สมควรแล้วจริงๆที่โดนตบล่ะเจ้าค่ะ sad smile

ตอนสุดท้ายขำก๊ากกกก

ก่อคดีได้อีกสองคนนี้!!!

โอ๊ยยยย ขำเจ้าค่ะ ฮา ฮามาก

มาต่อไวๆเถอะนะเจ้าคะ พี่ยูระ ชอบเรื่องนี้มากๆ

ปล. สนับสนุนรวมเล่มอีกเสียงเจ้าค่า

#7 By M!k@g3 on 2009-08-11 23:26

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
มันมาแล้วววว ประโยคที่เรารอคอย!!!
55555 ความรั่วจงเจริญ~!!!

ท่าน อยากบอกว่านาฬิกาคิตตี้นั่นช่างได้ใจค่ะ
พี่(ญาติ)เราก็เคยมี แต่เป็นชินจัง เหมือนกันเลย พอกดหยุดแล้วมันก็จะโอฮาโยะ 555

แอบชอบมุคุโร่แบบนี้แหะ ดูไม่แหลและแรด แถมดูเป็นผู้ใหญ่ด้วย จะว่าไงดี? เหมือนสาวน้อยที่กำลังมีความรัก? (กร๊ากกก)

สรุปว่าอิป๋าแกล้งปวดหัวแล้วแหกคุกสินะท่าน โอ๊ย ยังจะมาทำตัวหล่อหลอกลวงได้อีก 555
แบบนี้มันน่าอวยพรให้เจอสองสาว(กล้าม)งามcry

#8 By Asana Fay on 2009-08-11 23:44

กร้ากกกก เปิดตอนได้ฮามากค่ะพี่ยูระ 555+

สรุปว่าตอนนี้เป็นตอนเฉลยคำถามของเรนในตอนที่แล้ว
ที่ว่าทำไมมุคุในฝันเบียถึงพูด ครับ

อ่านซีนหลบฝนแล้วนึกถึงหนังโรแมนติกคอมเมดี้
ที่มักจะมีเพลงเพราะๆดังคลอไปด้วยกันเบาๆ
ในซีนหวานๆ จนถึงประโยคนี้

“ทำอะไรๆกันไม่ว่างเว้นเหมือนกระต่ายกำลังผสมพันธุ์เลยล่ะ ♥”

เหมือนเสียงเพลงที่นึกอยู่หรี่ลงแล้วปิดไปเลย
(เหมือนในหนัง)

ว่าแล้วอิเบียมันเป็นเจนเทิลเมนได้ไม่นาน sad smile

ฉากไมเกรนขึ้นนั่นเบียแหลได้อีกค่ะ เอาโล่ไปเลย cry
ดูท่าจะแหลมากกว่ามุคุเสียอีก (ตอนนี้มุคุก็ซึ้นซึน )

กุลิโกะจังกับวอนเดอร์เกน....
อุตส่าลืมไปแล้ว พี่ยูระแกล้งหนู!

ปล.รูปเฮดแต่งเอาเหรอคะ? เนียนจังเลยค่ะ
ชอบจังเลย กรี้ดดดดดดดด
อยากเห็นภาพต้นฉบับจังพี่ยูระ
แกมม่าเวอร์ชั่นผู้หญิงแค่คิดก็ขนลุกเกรียว...
={}= แต่ยูนิเวอร์ชั่นผู้ชายหรอคะ??
ว๊าว

#10 By Violet Sapphire Lucifer on 2009-08-12 01:32

อู้ว เฮดบล็อก องศาขาได้ใจมากค่ะ

และ "เป็นเกย์" 55555555555555555

ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ

#11 By talalan on 2009-08-12 11:35

อ้ากกกกกก


อย่างแรกเข้ามาก็สครีม เฮดด



แหม มุคุฝันอะไรจ๊ะหุหุ



อิป๋า เสื่อมได้ใจ 555+

แถมแอบหื่ล หรือหื่นเลย เหอๆๆ

ในฝันอิป๋าเป็นเกย์หรอ 555+

โอ้ยขำ ก็เป็นกันหมดนิ
//โดน พี่ยูระ ตบ

555+ ติดตามๆ
*แต่รวมเล่มขอเป็นมุเวอ ช ได้มิ

#12 By Yoneo on 2009-08-12 15:04

ในฝันเป็นเกย์...ฮ่าๆๆ ไม่รู้จะว่ายังไงดีละ เห็นแล้วขำค่ะ จีบสาวประเทศไหนจะโรแมนติกขนาดนี้เนี่ยsad smile

อนึ่ง ช่วงที่ปวดเศียรแปลบปลาบของนีโอรัน นั่นนนน ของจริงสินะคะ ถึงได้ดังระเบิดตูมตามเยี่ยงนั้น

#13 By Star* of Radiance on 2009-08-12 18:46

ถ้าจะรวมก็จะซื้อค่ะ แอร๊ยยย


สครีมก่อน
กรี๊ดดดดดดดดดดด
แอร๊ยยยยย อิป๋าบ้าโคดๆๆ โอ๊ยย ชอบๆๆ ปัญญาอ่อนได้ใจจริงๆเลย

"ทำอะไรๆกันไม่ว่างเว้นเหมือนกระต่ายกำลังผสมพันธุ์เลยล่ะ ♥"

โว้ยยยย มันช่างหื่น ทั้งฮา ไม่ไหวแล้ววว
แกมมิล่า...เราเห็นภาพเป็นแกมม่าใส่วิก..โอ๊วว นี่เราคิดไปเองคนเดียวใช่ม๊ายย (ดีดดิ้น)
สนุก สนุกเกินไปแล้ว อา พระเจ้าา

มุคุ๊วววว ทำตามใจตัวเองหน่อยเซ่ๆๆ
ฝันมันมีไว้เพื่อให้เราทำตามมมมมม (เฮ้ยพูดไรสั่วๆจริง ๕๕)

รู้สึกผู้ประกาศข่าวจะเ้น้นคำว่าหน้าตาดีจังนะคะ ๕๕๕๕

#14 By PARiS on 2009-08-12 20:47

ก่อนอื่น...ขอกรีดธีมค่ะ...
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!/เลือดอาบ
มีสิทธิ์ที่แม่จะรู้สูงนะเนี้ย (กร๊าก)

ไอ้ประโยคแต่ละประโยคที่ชวนตีจริงๆค่ะ ป๋า ♥~
(แต่หนูชอบบบ กร๊ากกกกก)

แกมมิล่า!!=[]=!! ทำไมถึงได้นึกภาพแกมม่า
ยัดตู้มแล้วบอกว่า ยาราไนก๊า นะ???(ซีด)

ปล. ถ้าจะรวมเล่มจริง...จะสั่งซื้อเป็นเล่มแรกในชีวิต
เลยค่ะ (ฮา) แต่ขอแค่อย่าส่อวายก็พอ (ห่ะ??)

ปล2. ลืมพูดถึงโกคุ...โกคุเอม่อน...
ทรายนึกถึงหน้าโกคุแล้วตัวเป็นโดราเอม่อนค่ะ...Orz
เอนทรี่แสดงควมแรดมากกว่าเจริงๆด้วย อ๊ากกก

ฮามากมายกับตอนนี้ ฝันของมุคุมันช่างมาตรงกับควมจริง ฮ่าๆ นึกภาพออกเลยว่ามันน่าขนลุกขนาดไหน

แต่แหม..ฝันเป็นจริงทั้งที ทำไมไม่เป็นให้หมดละค่า

อิป๋าก็ช่างกล้าพูดนะ สมควรโดนตบแล้วล่ะ เป็ยบลัดละก็

ไม่แค่ตบแน่ๆ(กระทืบเลยล่ะ หึหึ)


อึ้งสุดยอด แกมม่าเป็นสาว อ๊ากก สาวใหญ่แต่น่ารักดีนะ
5555

มุคุโลกนี้ไม่รู้ใจตัวเองเลยจริงๆนะ แกมม่าผู้มากประสบการณ์(?)ยังพูดนัยๆว่า มีความรักก็แบบนี้







เบียค่ะเป็นห่วงมุคุทำไมไม่หาวิธีดีๆละนั่น เล่นไปขโมยกล้องมาซะงั้น แถมยามะเอ็งก็ไม่เตือนเพื่อนเลย

สงสารโกคุแทน คงเหนื่อยใจน่าดู

และแล้วอป๋ากับยามะก็ติดคุก


แต่!!!!

เบียปวดหัว หรือว่า!!!

ความสามารถในเรื่องดึงตัวตนอีกโลกมามันเกิดขึ้นแล้ว

หรือว่าตอนหน้า เราจะเห็นอิป๋าเวอร์ชันหล่อเลวแล้ว


กรี๊ดดดดดดดดดดด หนูชอบบบบบ



ลุ้นๆค่ะ ว่าจะใช่อย่างที่เดารึเปล่า

รอตอนสี่อย่างใจจดใจจ่อค่ะ ท่านยูระ ><

#16 By blood_hana on 2009-08-12 22:02

^
^
^
^
ต่ออีกนิดค่ะ แหะๆ

ถ้าท่านยูระรวมเล่มเรื่องนี้ละก็
บลัดสนับสนนค่ะ ฟิคน่ารักๆสไตล์วัยรุ่นแบบนี้ แถม 10069 อีก


บลัดซื้อแน่นอน ฟันธง!!!


#17 By blood_hana on 2009-08-12 22:08

และแล้วเธอก็มา...เธอก็มา

รุ่นพี่แกมมิล่า.....

แต่แรกเจอนี่แบบ....
ต่อให้หน้าตาดีหล่อเทพแค่ไหน.... สาวเจ้าก็ถอยหมดล่ะงานนี้.....

ปล.ถ้ารวมเล่มจะซื้อมาเก็บเป็นอนุสรณ์เลยค่ะ

#18 By Lina on 2009-08-13 22:31

><
เข้ามาอ่านมะหลายวันแล้ว
แต่มาอีกทีเจอตอน4พอดี
น่ารักกกกค่ะ
ตามมาจากบล็อคน้องโค่
แฮ่ๆ

สนุกฮา รั่ว สารพัดจะนึกจริงๆ เรื่องนี้
ตัวละครเอามาเล่นได้
คุ้มเงินค่าจ้างเสียเหลือเกิน
ปล่อยมุขกันไม่ยั้ง
เก่งมากอ่ะ
55+

ถังเบียแลท่าจะ...เป็นเอามาก
ลูกสาวน้องบลูเบล
ป๊าเบีย ม๊ามุคุ
อร๊าย ย ยย ยเด็กอะไรน่ารัก
แต่ป๊ามันแลจะหนัก..มาก

มีแซวท่านฮิอ่ะ
555+ ฮาละๆ เป็นจ่าได้ไง
ฝีมือระดับนี้

ท่านยูระคะ
แล้วนี่สนใจจะมีคู่อื่นอีกไหมนั่น
เอาฮาๆ

ตอนพิเศษเนี่ย..สงสารโชจังได้อีกง่ะ
เจอของสยองงง งง งงง

โคโรซังก็รั่วซะ
เป้นไรเนี่ยคิดถึงจ้อบเก่าอ่านะ
><

แม่สาวมุคุ
อย่าไปยอมมันๆ
เล่นตัวเข้าไว้ลูกๆๆๆ

#19 By ★-Ž-E-A彡 on 2009-08-17 23:21

T T
ขอโทษนะคะ
เม้นท์ผิดตอนอ่ะคะ
ตั้งใจจะเมนท์ตอน4 แต่บราวเซอเจ๊งๆ

#20 By ★-Ž-E-A彡 on 2009-08-17 23:49