[KHR FIC] [10069] Welcome to Ordinary Life: 6.2
posted on 12 Sep 2009 23:25 by hiyuura in Fanfictionรีบเอามาแปะเพราะว่าอาทิตย์หน้ายูระจะต้องเคลียร์งาน ก่อนจะเตรียมบินไปอังกฤษ ก็...หลังจากนี้คงจะหายหน้าหายตาจาก msn ไปสักพัก แหะๆ ^^;;
(แต่คงจะมีแวบเอาฟิกเข้ามาแปะหรืออัพบลอกบ้างประปราย เพราะว่าจะเอาแลปทอปไปด้วยค่ะ แฮ่~ XP)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Title: Welcome to Ordinary Life
Pairing: 10069, XS
Rating: PG-15
Warning: AU, crack, het, genderswitch
Previous Chapter: | Chapter 1 | Chapter 2 | Chapter 3 | Chapter 4 | Chapter 5 | Chapter 6.1 |
คำเตือนสำหรับบุคคลทั่วไป: สำหรับคนที่เคยชินกับภาพพจน์สุดหล่อเลว เทวดาเปื้อนเลือด พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ อภิมหาบุรุษเสะราชา เสี่ยขรา~ สุดยอดความ SM โหด โฉด แหล โฮสต์ หื่น ฯลฯ ของคุณเบียคุรัน กรุณาทำใจก่อนอ่าน เพราะฟิกนี้เสะที่ท่านจะพบคือไอ้หล่อไร้สาระธรรมดาๆ(ที่ไม่ธรรมดา)คนหนึ่ง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนที่เบียคุรันจะได้รับโทรศัพท์...
ซ่า...
เสียงน้ำไหลจากก๊อกน้ำดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆเงียบไป...นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยจับจ้องน้ำในอ่างล่างหน้าไหลวนจนเกิดเป็นเกลียวก่อนจะหมุนจมดิ่งลงสู่ท่ออันดำมืด หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้น...
“!!!”
และภาพที่สะท้อนในกระจกเงาตรงหน้าก็ทำให้เธอต้องผงะ...
เมื่อเงาที่สะท้อนกลับมาจากกระจกเงา...เป็นเงาสะท้อนของนัยน์ตาสองสี หากแต่...เมื่อหญิงสาวกระพริบตา...ภาพที่อยู่ตรงหน้า...ก็กลายเป็นภาพสะท้อนปกติ...ที่ไม่แตกต่างไปจากที่มันเคยเป็น...
“…” คงจะเป็นเพราะเธอทำงานมาเหนื่อยทั้งที่เพิ่งจะหายหวัด แล้วแสงไฟในห้องทำงานก็คงจะสว่างเกินไป...พอออกมาเปลี่ยนบรรยากาศภาพมันจึงได้หลอกตา...หญิงสาวนึก ถอนหายใจอีกคำรบหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับออกมาจากห้องน้ำ...
“...สึนะคุง?” แต่ที่ห้องทำงาน...เธอไม่พบแม้วี่แววของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่เอาขนมช๊อคโกแลตมาให้...
“กลับไปแล้วเหรอเนี่ย...” นัยน์ตาสีท้องฟ้าเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตกอยู่ที่หน้าประตูห้อง
มันคือ...ตุ๊กตากระต่ายเก่าๆสีชมพูขาดวิ่นตัวหนึ่ง...
“คึหึหึ...โตป่านนี้แล้ว...ยังพกของแบบนี้อีก ไม่ไหวเลยนะ สึนะคุง” หญิงสาวหัวเราะ เพียงเพราะคิดว่า...ตุ๊กตาที่ตกอยู่ตรงนั้น...เป็นของที่เด็กหนุ่มเผลอลืมทำตกเอาไว้...
Welcome to Ordinary Life
สวัสดี ชีวีปุถุชน 6.2
“ตกลง...ไอ้เจ้าพวกเมื่อกลางวันมันมีเส้นสายกับพวกค้ายาใต้ดินงั้นเหรอเนี่ย ฮะๆๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วสิ” เสียงหัวเราะของยามาโมโตะ ทาเคชิ สมญาไซเบอร์ยาติมัส ไพรม์ลอยแว่วหายไปในความมืดของยามราตรี
“หือม์~ ถ้านายจะถอนตัวหนีกลับไปนอนกินนมที่ห้องตอนนี้ก็ไม่มีใครว่านายหรอกนะ ยาติมัส” หากแต่แม้นความมืดก็มิอาจบดบังความสว่างเจิดจ้าของเทพบุตรที่พยายามเร้นกาย
“ฮะๆๆ นายพูดแบบนี้ เหมือนยังโกรธเรื่องที่พวกเราแอบฟังที่หน้าห้องอยู่เลยนะ” ยาติมัสยังมิวายหัวเราะ เมื่อนึกไปถึงตอนที่เขากับโกคุเดระไปแอบดูลาดเลาเบียคุรันที่หน้าห้องพัก เนื่องจากเจ้าตัวเกิดเอะใจว่าเจ้านีโอรันเพื่อนซี้จู่ๆก็เกิดไม่ออน msn ขึ้นมาซะอย่างนั้น
“อย่าใช้คำว่า ‘พวกเรา’ สิฟระ คนที่อยากไปดูน่ะ มีแกคนเดียวเท่านั้นแหละ” ดูเหมือนความพยายามของคนทั้งสามในการพยายามเร้นกายกลมกลืนไปกับเงามืดแห่งรัตติกาลจะไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะแสงไฟแดงเรื่อและควันที่ลอยฟุ้งจากปลายบุหรี่ของโกคุเอมอนจะเป็นตัวบอกที่อยู่ของพวกเขาทั้งหลายได้เป็นอย่างดี
โกคุเดระขมวดคิ้ว ใช่...ที่เขาตามออกมาก็มีแค่เหตุผลที่อยากจะไปลุยกับไอ้พวกเมื่อกลางวันให้รู้เรื่องเท่านั้นแหละ ไอ้ที่อยากรู้อยากเห็นออกมาดูว่าที่เบียคุรันไม่ออนไลน์ เพราะเกิดสงสัยว่าไอ้เพื่อนรักจะดวงดีเหมือนวันก่อนหน้าที่สาวเจ้าเหมือนจะเอาเชือกห้อยสะพานมายื่นให้ถึงที่มันจะเกิดคืบหน้าจนข้ามหน้าข้ามตาได้ไปร่วมหอรอรักในหอคอยเมืองลับแลที่เจ้าแม่สควอล่าเป็นเจ๊คุมตีนสะพานอยู่หรือเปล่าน่ะ มันความคิดของเจ้ายามาโมโตะคนเดียวชัดๆ
จะจีบใครไม่จีบ ดันไปจีบคนมีสามีแล้ว แถมเป็นเมียอ.แซนซัส...อย่าหวังว่าจะได้แม้แต่ซีกไม้ทำสะพานเลย แค่เศษเชือกนิ้วเดียว เจ้าแม่แกยังจะไม่ให้ แถมจะประเคนตีนพ่วงลูกไม้แถมกลับมาให้อีกต่างหาก
“เอาน่าๆ ฉันก็แค่อยากรู้ว่านายยังอยู่ในห้องรึเปล่าแค่นั้นเอง เพื่อนก็ต้องเป็นห่วงเพื่อนเป็นเรื่องธรรมดา ฮะๆๆ” ยาติมัสยังมิวายแถเนียนไปเรื่อย "แต่ว่านะ...มันก็ทำให้นายไม่ต้องออกโรงลุยคนเดียวไม่ใช่เหรอ คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนก็วอดวายหมดนะ ฮะๆๆ”
“นายตกคำว่า ‘ศัตรู’ แน่ะ ยาติมัส~” เบียคุรันยิ้ม
“เฮอะ! จริงๆฉันคนเดียวก็พอแล้วเฟร่ย!!! สามคนอะไรกัน!!!” โกคุเดระพ่นมะเร็งออกเป็นควันฉุย ก่อนจะเดินนำเพื่อนอีกสองคนสาวเท้าอย่างไวไปข้างหน้าอย่างคนอยากมีเรื่อง
“ฮะๆๆ ใจร้อนจริงๆเลยแฮะ โกคุเดระเนี่ย ว่าแต่...” ยามาโมโตะทอดสายตาไปยังโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันเป็นแนวยาวของท่าเรือพาณิชย์ ก่อนจะกระชับไม้เบสบอลในมือ “เป็นโกดังนั่นแน่ๆ...สินะ”
…
1 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น...
“แก๊งบุปผาอาลัย...?” สปาน่าเอ่ยทวนคำ ก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างแอบอึ้งระคนทึ่งเล็กๆ เมื่อเห็นว่าไอ้คุณเพื่อนร่วมห้องหล่อไร้สาระที่วันๆเอาแต่ทำหน้ายิ้มมันมีสีหน้าเครียดและจริงจังกับเขาขึ้นมาได้บ้าง “นายจะให้ฉันหาข้อมูลกับที่อยู่ของเจ้าพวกนั้น?”
“นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายนะ สปาน่าคุง” นัยน์ตาสีอเมทิสต์คมหรี่ลงอย่างเข้าใจในความเลวร้ายจริงจังของสถานการณ์ “พวกมันจับตัวว่าที่ภรรยาของฉันไป ฉันจะปล่อยให้มุคุโร่จังต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันไม่ได้”
“...ในที่สุด นายก็พูดจาได้สมกับเป็นพระเอกของฟิกกับเขาบ้างซะทีนะ” สปาน่าเอ่ย ก่อนจะหันไปเปิดแลปทอปของตัวเอง “อย่ามาดูถูกเจ้ามอสก้าลูกชายฉันเชียว เห็นแบบนี้ แต่มันประยุกต์ tracking system ของระบบ GPS มาใช้ประโยชน์ด้านการค้นหาได้สูงสุดเชียวนะ ก่อนอื่นก็เริ่มจาก track zipcode ของโทรศัพท์สาธารณะที่โทรเข้ามาหานายโดยการแฮคเข้าไปในเวบของ...เดี๋ยวก่อน...”
สปาน่าหมุนเก้าอี้กลับมาราวกับนึกได้ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากอะไร การ์ดสำรับหนึ่ง คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นการ์ดเกมที่เคยฮิตอยู่ในญี่ปุ่นและบ้านเราอยู่ช่วง มีเด็กหัวตั้งสามสีท่าทางขี้เก๊กเป็นมาสกอต ก็วางปุลงบนโต๊ะข้างๆแลปทอปของเจ้าตัว
“นโยบายการทำงานของนายคือยังไงก็ต้องจ่ายใช่ไหม ถ้างั้นฉันยกชุดการ์ดเมจิค แอนด์ oซาร์ดที่เป็นของ(เคย)ฮิตที่ญี่ปุ่นให้นายเลยละกัน” ไอ้หน้าหล่อกรีดรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงอารามเร่งรีบที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน แถมยังหมุนเก้าอี้สปาน่ากลับแล้วเคาะโต๊ะเบาๆด้วยทีท่าคะยั้นคะยอชอบกล “ฉันจ่ายแล้วก็รีบๆทำงานเข้าสิ สปาน่าคุง~”
“ฉันรู้แล้วน่า ไม่ปล่อยให้สุดที่รักของนายเป็นอะไรไปหรอก” สปาน่าว่า ก่อนจะเริ่มทำการตรวจสอบหาข้อมูลของโจรกระจอกที่เหมือนจะเรียกร้องอะไรสักทีก็ดันงี่เง่าลืมทิ้งที่อยู่ตัวเองเอาไว้เพราะปัญหาผิดพลาดทางเทคนิคเห่ยๆซะได้
“แต่พูดก็พูดเถอะ...ไอ้โจรพวกนั้นมันทำงานไม่ลงทุนเลยแฮะ”
…
“อืม ถ้าข้อมูลของสปาน่าไม่ผิด...ก็ต้องเป็นที่นี่น่ะแหละ” เบียคุรันเหยียดรอยยิ้มกว้างขึ้น หากแต่...นัยเนตรสีอเมทิสต์กลับหรี่ลงอย่างไร้อารมณ์ขัน “โกดัง F4”
ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปในเขตแนวโกดัง นัยเนตรคมสอดส่ายหาหมายเลขของโกดังที่ถูกต้อง...เสียงสายลมอื้ออึงหวีดหวิวพัดผ่านท้องน้ำที่ชายท่าจนได้ยินเสียงระลอกคลื่นเล็กๆซัดเข้ามาที่ริมฝั่ง...คงจะเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับข่าวข้อมูลที่เพิ่งได้ฟังมา...แก๊งบุปผาอาลัยหาได้ใช่พวกกุ๊ยธรรมดา...ในเมื่อพวกมันมีเส้นสายกับแก๊งค้ายาใต้ดิน ก็แสดงว่าพวกมันอาจจะมีกำลังคนมากและมีอาวุธ...การเรียกร้องอะไรแบบนี้ แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถพึ่งพาความช่วยเหลือจากตำรวจได้ หากแต่...
หากจะบอกว่าพวกเขาสามคนบ้าก็คงไม่ผิด แต่คำว่ากลัว...ไม่ใช่สิ่งที่แล่นผ่านเข้ามาในห้วงความคิดของเขาเลยสักนิด
ตอนที่ได้ยิน...ว่ามุคุโร่จังถูกจับตัวไป...อะไรบางอย่างในตัวเขา...ชิ้นส่วนอันตรายที่เขาพยายามห่างจากมันให้มากที่สุด แม้ว่ามันจะพยายามเรียกร้อง...ยั่วยวนเขาด้วยพลังอำนาจที่มากล้ำ...มันได้หลุดออกมาจากในห้องปิดตาย...ในส่วนลึกของจิตใจ...และหากเขาไม่คิดที่จะสะกัดกั้นมันเอาไว้ด้วยความคิดอื่นเสีย...มันก็คง...จะระเบิดออกมา
มันเป็น...ยิ่งกว่าแค่คำว่า...ความหวงแหน...
“เธอเป็นของฉัน...ของฉัน...ของฉัน...”
เหมือนที่ในฝันนั้น...เป็นริมฝีปากคู่นี้เองที่พร่ำกระซิบ...
“ฉันรักเธอ...ฉันรักเธอมาก...”
อาจจะเป็น...ความปรารถนา...ที่อยากจะได้ครอบครอง...เป็นเจ้าของ...ได้สัมผัสและแตะต้อง...
“...คนอย่างคุณ...รู้จักคำว่ารักด้วยเหรอครับ”
หรือแม้แต่...
“รู้สิ...เพราะว่ารัก...ฉันจึงปล่อยเธอไปไม่ได้”
บดขยี้ให้มลายลงเสียเองด้วยมือคู่นี้...เพียงมือคู่นี้เท่านั้น...
“คึหึหึ...พูดได้ดีนี่ครับ...ทั้งๆที่คุณ...ทำให้ผมต้องตายไปทีละน้อย...ทุกๆวัน...”
เสียงกรีดร้องที่แสนหวาน
“...ฉันปล่อยให้เธอตายไม่ได้หรอก ที่รัก...”
ไม่มอบ...ให้ใครอื่นใด...
“เพราะเธอจะต้องอยู่...มองดูโลกใหม่ที่ฉันจะสร้างขึ้น...โลกที่สร้างด้วยวิธีของมาเฟียที่เธอเกลียดนั่นแหละ...ที่รักของฉัน”
เธอคนนั้น...คนที่มีนัยน์ตาสองสีที่แสนเศร้า...คน...ที่มีดวงวิญญาณเดียวกันกับเธอที่เขารักในโลกใบนี้...ปฏิเสธเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ประชดประชันและเสียดสี...ด้วยถ้อยวจีและคำโกหก...ทุกคืน...ทุกคืน...ทุกคืน...ที่เขาฝันถึงดวงหน้าและแววตาที่พยายามซ่อนเร้นความเป็นจริงไว้ใต้ม่านมายานั้น...เขาปรารถนาเหลือเกินที่จะโอบกอด...และซับน้ำตาที่นัยน์ตาคู่นั้นมันมิยอมหลั่ง...หากทว่า...
ชิ้นส่วนที่ดำมืดในส่วนลึกของจิตใจนั้น...กลับต้องการ...ที่จะบีบแก้วบางแห่งศักดิ์ศรีของคนตรงหน้าให้มลายไป...
ให้แตกละเอียดเป็นผุยผง...ย่อยยับลงไม่มีชิ้นดี...
หากเขามิอาจเป็นผู้ชนะในเกมอันตรายที่โชคชะตานำพามันไปอย่างบ้าคลั่ง...
โลหิตที่รินหลั่ง...เขม่าควันและกลิ่นความตายที่ลอยฟุ้ง...
หากไม่อาจได้มา...ก็หวังทำลายให้ไม่หลงเหลือสิ่งใด...นอกจากเปลือกนอกอันว่างเปล่าที่จะครอบครอง...
หากต้องทำลายโลกทั้งใบ...เพื่ออนาคตที่ได้ครอบครองซึ่งทุกสิ่งที่ปรารถนาแล้ว...
ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงที่หน้าโกดังหมายเลขที่ตามหา ลมเย็นยะเยือกโชยมา...พลิ้วแผ่วบนผิวน้ำดังความสงบก่อนพายุคลั่ง เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์พยายามตั้งสติควบคุมความรู้สึกดำมืดที่ปะปนกันจนแยกแทบไม่ออกระหว่างคำว่ารักกับหลงใหลจนวิปลาส...ความฝันที่ชัดเจนดังความจริงในอีกโลกหนึ่งที่กำลังพยายามจะไหลบ่าผ่านประตูที่ปิดกั้นไว้เข้ามา...ก่อนจะค่อยๆผลักประตูโกดังให้เปิดออก...
“ถ้าพวกนายคิดจะหนีกลับไปกินนมนอนที่ห้องตอนนี้...ต้องบอกว่าไม่ทันแล้วละนะ~”
…
สน.ตำรวจประจำเมืองไม่ใหญ่มาก ณ แดนแฮมเบอร์เกอร์
ความสงบเงียบไร้งานทำที่มักจะมากับแมลงหวี่ให้ตำรวจใกล้จะนั่งคร่อกฟรี้ต้องเอามือไล่ตบอย่างที่เคยมี...บัดนี้มันกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อสารวัตรใหญ่ลุกขึ้นมาวิ่งวุ่น...
“อะไรนะ!!! ยังไม่เจออีกเหรอ แล้วติดต่อไปที่โรงพยาบาลหรือยัง!!!?” ชายวัยกลางคนตะโกนใส่หูโทรศัพท์อย่างร้อนรน เมื่อคำตอบจากลูกน้องที่ปลายสายไม่ให้ผลที่น่าโล่งใจ แต่กลับยิ่งทำให้ร้อนรนและใจหาย
“บ้าจริง! รีบๆไปหาสิ!!! ต้องอยู่แถวนั้นแหละ อาจจะไปซุ่มซ่ามตกท่อที่ไหนเอาก็ได้!!!”
และสาเหตุอะไรที่ทำให้สารวัตรสุดชิวผู้นี้ต้องลุกขึ้นมาวิ่งเต้นทำงานอย่างนี้น่ะหรือ...
นัยเนตรสีนิลคมกริบชำเลืองมองนายตำรวจชั้นปลายแถวที่วิ่งหอบแฮ่กๆกลับมาถึงหน้าสน.อย่างคาดคั้นหาคำตอบ
“เกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มเอ่ยถาม สายโยงยศและเข็มตราประดับบอกตำแหน่งสายสืบพิเศษเป็นมันปลาบในแสงไฟจากหน้าป้อม
“ส...สายตรวจฮิบาริ อ...เอ่อ...”
“รีบๆพูดมา”
นายตำรวจผู้นั้นเลิ่กลั่ก...มองเข้าไปในป้อมตำรวจ...เมื่อเห็นว่าสารวัตรใหญ่กำลังตะคอกใส่หูโทรศัพท์อันน่าสงสารอยู่แล้วก็ให้ถอนหายใจอย่างแอบโล่งที่จะรอดเสียงด่าในความล้มเหลวในการค้นหาไปได้เปลาะหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ...
“เอ่อ...รู้สึกว่าลูกชายของสารวัตรจะหายไปน่ะครับ ได้ยินว่าเมื่อตอนเย็นไปโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลยครับ”
“หึ...” ฮิบาริพ่นลมออกทางจมูก ก่อนจะเดินผ่านนายตำรวจชั้นผู้น้อยที่ว่านั้นเข้าไปข้างในโดยไม่สนใจข่าวเดือดร้อนที่ว่านั่นอีก...
ใช่แล้ว...เรื่องเล็กๆแบบนี้...ถ้าสัตว์กินพืชมันดูแลตัวเองไม่ได้ ก็ช่างมันประไร...เขาน่ะ...รับแต่งานล่าเหยื่อใหญ่ๆเท่านั้นแหละ...
และเหยื่อที่ว่า...ที่เขากำลังพยายามตามจับมัน...
แก๊งอันธพาลที่มีส่วนพัวพันกับการค้ายาเสพติดใต้ดินที่ก่อคดีขนย้ายล่าสุดและหนีการจับกุมจากนิวเจอร์ซีมาอย่างหวุดหวิด ก่อนที่เขาจะถูกย้ายมาประจำที่เมืองนี้เพราะได้ข่าวว่าพวกมันหนีมากบดานอยู่เมื่อเร็วๆนี้...
แก๊งบุปผาอาลัย...
TBC
สำหรับตอนนี้แอบ(?)สั้นและซีเรียส(ไม่)นิดๆ แต่ตอนหน้า...รับประกันว่า...ความไร้สาระจะกลับมาหาท่านที่มองหามันดังเดิม...และเป็นอันปิดคดีบุปผาอาลัย อย่าลืมติดตามกันนะคะ ใน Welcome to Ordinary Life: 6.3
สำหรับเอนทรี่นี้...ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์อีกเช่นเคย และราตรีสวัสดิ์ค่ะ ♥
555+ ดูๆไปพี่แกก็รักจริงหวังแต่งอยุ่หรอกนะ ถ้าไม่บ้าป๋าจะนับว่าเป็นผู้ชายที่ดีทั้งหน้าตาฐานะเงินทองเลยทีเดียว 555+
อนาถได้ใจจริง รักเมียชาวบ้านเนี่ย

แต่คุณพี่สาวขราาาาา ปลาทู(น่า)ไม่ได้หน่อมแน้มขนาดนั้นน๊าาาาาาาาาา XD
แล้วแบบ...ทำไมประแจแกช่างงก!!!! แล้วนั่นรสนิยมอ่ะ!? ส่วนอิป๋าก็เอิ่ม.....บ้านรวย..มีของแรร์....แต่....ไอ่การ์ดนั่นมันอะไรคะพี่น้อง!!!!!!!!!!!? *หัวเราะบ้าบอมาก*
เด็กหัวตั้งสามสีอ่ะพี่น้อง! *ทุบโต๊ะพัง*
แต่อยากจะบอกว่าตอนนี้อิป๋าแอ๊บมืด...ไม่น๊าาาาา ขอเวอร์บร้าด่วนเลยค่าาาาา =[]=!!!! (ฮา)
ว่าแต่คุณฮิ......เป็นผู้พิทักษ์สันติไม่ใช่เหรอเคอะนั่น? ถึงจะเป็นปลาทูน่าน้ำตื้นก็เป็นประชาชนตาดำๆนะคะ ช่วยทำงานให้มันคุ้มเงินเดือนหน่อยสิคะคุณจ่าาาาา
//me หนีทอนฟากระหน่ำ
ปล. งานก็สู้ๆจ้า ไว้จะรอรีพอร์ตเรื่องนั้น....หลังจากกลับมาจากอังกฤษนะเคอะ =_,=+ (ฮา)
#1 By ~*taiki_sama*~ 頑張れ~~たっちゃん on 2009-09-12 23:41