เอนทรี่ฉลอง 169 เอนทรี่ค่ะ จริงๆอยากฉลองที่เกิน 100,000 hits ด้วย แต่ว่าเลยมานานแล้ว ว่าจะแจกโด แต่ยังจัดการอะไรไม่เรียบร้อยดี สงสัยจะได้แจกตอน 150,000 hits แทนแล้วละค่ะ 555+

 

 

สำหรับ 169 เอนทรี่ก็...ต้องฉลองด้วยฟิก 10069 แน่นอน (จะว่าไป ไอ้บลอกนี้มันเคยลงคู่อื่นนับจำนวนครั้งได้ กร๊ากกกกก ก็เค้าชอบอ๊ะ! >w<) แต่จะลงตอนต่อฟิกที่ดองแบบธรรมดา ก็คงจะธรรมดาไป เพราะฉะนั้นก็เลยเอา Two-Shot แบบพิเศษมาลงให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครได้อ่าน Welcome to Ordinary Life จะอ่านแล้วได้อารมณ์กับอิป๋าวิศวะมากเป็นพิเศษ (ถือซะว่าเป็น Side Story ก็ยังได้นะคะ 555+)  

จะว่าไป...แต่งธีมนี้ก็ถือว่าฉลองฮาโลวีนไปด้วยเลยก็ได้นะเนี่ย~~ คึหึหึ ว่าแล้วก็...แปะค่ะ ♥  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ

Title: Snow Nappo & the 7 Byakurans
Pairing: Byakuran/Mukuro, Kikyo/Zakuro
Genre: Parody/Humour
Rating: PG-15~R (for this chapter)
Warning: BL, twisted crack, yaoi

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++  

ทำไมนิทาน...จึงมักเริ่มต้นด้วย ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ในเมื่อบางครั้ง...ในบางเวลา...บางสถานที่...เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นและไม่เคยจบสิ้นไป...ทำไมนิทาน...จึงมักเล่าขาน...เรื่องราวของหนึ่งเจ้าหญิงผู้มีชะตาชีวิตแสนเลวร้าย...ได้พบรักกับหนึ่งเจ้าชาย...ผู้พาเธอออกจากกรงเล็บของแม่มดร้ายที่โฉดช้า...ในเมื่อ...บางครั้ง...ในบางเวลา...และบางสถานที่...สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจมิใช่แม่มด...และคนแคระทั้งเจ็ด...ก็อาจกลับกลาย...เป็นเจ้าชายรูปงามถึงเจ็ดคน...


Snow Nappo and the Seven Byakurans
สับปะรดเกล็ดหิมะกับอิป๋าเรนเจอร์ทั้งเจ็ด (ภาคต้น)


และแล้ว...เมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยงกฎอันแสนน่าเบื่อของเรื่องเล่า...นิทานเรื่องนี้...จึงต้องเริ่มต้น...ด้วยคำว่า ‘กาลครั้งหนึ่ง’

กาลครั้งหนึ่ง นานเท่าไหร่ไม่มีผู้ใดทราบ ในสถานที่และห้วงเวลาอันบิดเบี้ยวและเป็นไปแทบไม่ได้ เมื่อโลกคู่ขนานทั้งหลายต่างบิดเบือนซ้อนทับกันจนกลายเป็นสถานที่และห้วงเวลาที่วิปลาสที่สุด บนผืนแผ่นดินที่เหน็บหนาวยิ่งกว่าผืนหิมะนิรันดร...คือที่ตั้งของคุกวินดีเช่ที่ผู้ถูกลงทัณฑ์จักถูกสาป...ให้ถูกพันธนาการไร้สิ้นแสงสว่าง...จวบจนวันสิ้นอายุขัย

ในคุกที่กำแพงสร้างขึ้นจากหินผา...ตรงหน้าเปลวไฟสีน้ำเงินแปลกตาซีดสลัว...เหล่าผู้คุมที่น่าพรั่นพรึงต่างพากันกระวีกระวาด เมื่อพระราชินีผู้มีสิริโฉมงดงามได้เสด็จมาเยือนคุกที่มืดมิด ภายใต้ดวงหน้าหมดจดและอายแชโดว์สีดุจดังแมกพฤกษาฤดูใบไม้ผลินั่น... ใครเลยเล่าจะรู้...ถึงความโหดร้ายและความลับของความอ่อนเยาว์ที่ได้ถูกรักษาเอาไว้ แม้นกาลเวลาผ่านผันแลกษัตราพึงเปลี่ยนรัชสมัยในแผ่นดินอื่นแล้วถึงสามสี่พระองค์...หากมิได้...สัมผัสถึงความน่ากลัวที่เย็นเยือกชวนขนพองสยองเกล้านั้นด้วยผิวกายของตน

“พวกเจ้าเตรียมตับไตไส้พุงใหม่สด เอาไว้เรียบร้อยหรือยัง” สุรเสียงนุ่มนวลชวนสยิวเอ่ยถาม

อันว่าโทษทัณฐ์ที่สาหัส...ถูกพันธนาไว้ราวกับหุ่นกระบอกที่ไร้ค่า...คงยังดีกว่า ต้องถูกขายชีวาให้สิ้นไป เพื่อต่อวัยสาวของพระราชีนีปอบหยิบนั้น

พวกผู้คุม...ใต้อาณัติคำสั่งแห่งราชอาณาจักรอันชั่วร้าย...ต่างพากันหอบหิ้วเอาหม้อไหใส่เครื่องในของนักโทษที่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นสดสวย...บรรณาการให้แด่องค์ราชินีผู้น่าพรั่นพรึงเพียงหนึ่งเดียว

 

ผีฟ้าเอย..แสนสุดโสภา
ผีฟ้าเอย..ได้โปรดเมตตา
หมู่เฮาป่วยไข้.. บอกใบ้หยูกยา
หมู่เฮาบูชา ฮักผีฟ้าเอย..

 

“อะฮร้า~” พระราชินีแย้มสรวล พลางเปิดหม้อไหกระซวกจวกเอาตับไตไส้พุงสดนั้นหลังจากบรรจงร่ายคาถา และ...หลังจากการบริโภคอาหารยืดความงามชั้นเยี่ยมอย่างไม่ต้องพึ่งหมอศัลยกรรมเกาหลี พระราชินีชีก็เอามือปาดหยดเลือดที่กระเซ็นมาติดใบหน้า ก่อนจะหันไปเอ่ยสั่ง...

“ที่ข้ามาที่นี่ คราวนี้ ไม่ได้มาเพราะเรื่อง...ยาบำรุงของข้าเพียงอย่างเดียว”

“พระองค์จะทรงรับสั่งสิ่งใดอีกหรือ” หัวหน้าผู้คุมรีบเอ่ยถาม ด้วยหวาดประหวั่นว่าวันดีคืนดี หากคุกวินดีเช่นี้หมดตับไต พระนางอาจเปลี่ยนใจหันมากระซวกผีผ้าพันแผลกินแทนได้...ช่างน่ากลัวนัก

“ตัวข้าอยากจะมัดใจเจ้าชายที่มาเยือนแดนข้านัก แต่เจ้าชายกลับมีรสนิยมชอบเมียชาวบ้าน โดยเฉพาะแม่หม้ายลูกติด แต่หากข้าไปลักเอาเด็กจากในเมือง ก็คงจะไม่แนบเนียนแต่เป็นที่ครหา ท่านผู้คุมพอจะหาเด็กที่ไร้ญาติขาดมิตรดูท่าทางน่าสงสารเอามาให้ข้ารับเลี้ยงเป็นบุตรได้หรือไม่”

คำสั่งอันแฝงความนัยเป็นที่เข้าใจเด่นชัด...ผู้คุมรีบเอากุญแจไปปลดเอาเด็กน้อยผู้หนึ่งจากปลายสุดของห้องขังอันมืดสลัวออกมาให้

“เด็กคนนี้...ผิวก็ซีดเผือดเหมือนกับศพ มีตาสองสีที่เป็นอัปมงคลดูอัปลักษณ์ แถมทรงผมก็ยังผิดประหลาด เหมือนกับพืชไร่บางชนิดที่ไม่น่าจะงอกได้ทั้งๆที่เจออากาศหนาว พระนางเห็นว่าเป็นอย่างไร”

พระราชินีจิกสายตามองเด็กน้อยหัวสับปะรดในชุดซอมซ่อที่มีแววตาราวกับคนตายแล้วก็ให้สรวลยิ้ม ก่อนจะเข้าไปฉุดกระชากข้อมือเด็กน้อยมาจากผู้คุม

“อะฮร้า~ ไปกันเถิด หนูน้อย จากนี้เจ้าจะเป็นองค์ชายของแผ่นดินหกบุปผา และข้า...จะให้ชื่อของเจ้าว่า ‘มุคุโร่’ เจ้าว่าเหมาะดีไหม”

เด็กน้อยไม่ตอบ เพียงแต่เหลือบมองภาพรอบๆที่สว่างขึ้นทันตาจากห้องขังที่เคยมืดสลัว ก่อนจะลอบยิ้ม

ในดินแดนโง่เง่ายังคงมีการตัดสินใจที่โฉดเขลากว่า เมื่อกุญแจถูกปลดและเขาได้รับเลือกออกจากคุกแห่งนี้...ไม่ว่าดินแดนที่ไร้ที่มานี้จะเป็นภพใดในวัฎสงสาร...อีกไม่นาน...เขาก็จะทำให้ดินแดนทั้งหลายต้องสยบลงแทบเท้าเขา...

อีกไม่นานหรอก...



พระราชินีปอบหยิบมีกระจกวิเศษที่เมื่อยามนางร่ายคาถา จะตอบได้ทุกคำถามที่นางถามไถ่ ในเมื่อพระราชินีหลงใหลในความงาม ทำสปาหน้าเด้งวันละสามเวลา และซื้อหาแต่อายแชโดว์ในราคาที่แพงหูฉี่ที่สุด คำถามของพระนางจึ่งเป็นคำถามเหมือนกับในนิทานเด็กที่ว่า

“กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี”

เจ้ากระจกก็มักจะตอบว่า “อ๋อ ก็พระราชินีคิเคียวน่ะสิ อายแชโดว์สวยกำลังดี สง่าแบบนี้ ไม่มีใครเกิน”

หากแต่วันเวลาผันผ่านไป และ...เด็กน้อยที่พระราชินีรับมาเลี้ยงไว้ก็เติบใหญ่ราวกับสับปะรดในไร่ที่ได้รับการพรวนดินรดน้ำ อาจจะเป็นเรื่องดี...ที่หลังจากได้เจ้าชายที่รักเมียชาวบ้านมาเป็นเคะใต้อาณัติเสะราชินีแล้วไซร้ พระราชินีคิเคียวก็หาได้สนใจเจ้าชายน้อยอีก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าราชบริภารแลแม่นมพี่เลี้ยงที่คอยดูแลประคบประหงมใส่ปุ๋ยให้น้ำสับปะรดหิมะผลนี้ จนกระทั่งเสียงเล่าลือของเหล่าคนรับใช้ลอยไปถึงหูของพระราชินีว่า...

เด็กน้อยที่พระองค์รับเลี้ยงมา หาได้อัปลักษณ์อย่างที่พระองค์คิด

พระราชินีจึ่งได้ร้อนใจ และตัดสินใจไตร่ถามความจากกระจกผู้รอบรู้

“กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี”

หากแต่แทนที่จะได้คำตอบว่า “อ๋อ ก็พระราชินีคิเคียวน่ะสิ อายแชโดว์สวยกำลังดี สง่าแบบนี้ ไม่มีใครเกิน” กระจกวิเศษ...กลับพร่ำเพร้อถึงความงามขององค์ชายแห่งดินแดนหกบุปผาลูกเลี้ยงของพระองค์

“ผิวกายขาวราวหิมะ ริมฝีปากแดงชาดดังโลหิต เรือนผมยาวสีเดียวกับท้องทะเลคราม องค์เอวแบบบาง และความงามที่ผู้พบเห็นต้องถวิลหา แถมมาสคาร่ายังสวยเด้ง ต้ององค์ชายมุคุโร่คนเดียวเท่านั้น”

พระราชินีคิเคียวได้ฟังก็ให้พิโรธนัก...รับสั่งให้เอาสับปะรดทุกลูกในอาณาจักรไปเผา ก่อนจะเรียกให้ชายชู้ อันคือ พรานป่านามทับทิมแดงซาคุโร่มาเข้าเฝ้า

“ค...คิเคียว เอ่อ พระราชินี มีอะไรให้ข้ากระหม่อมรับใช้หรือพะยะค่ะ” พรานลุงหนวดหรอมแหรมคุกเข่าลงไถ่ถาม พยายามจะไม่ทุบพื้นด้วยความแอ๊บเจ็บใจที่เหตุไฉนแมนก็แมนออกปานนี้ โดนเรียกเข้าเฝ้าทีมีแต่ต้องเสียประตูหลังเรื่อยไป

“ซาคุโร่...ถอดกางเกงออกซะ”

“หยึย~~~!!!” พรานลุงหนวดหรอมแหรมแทบหงายหลังด้วยความหวาดหวั่น เมื่อพระราชินีเธอเยื้องกรายเข้ามาพร้อมกับขวดอะไรบางอย่างในมือใหญ่นุ่มนิ่ม

...อย่าบอกนะว่า ไอ้ขวดนั้นมันคือน้ำมันมวย...

“...อ๊ะ ขอโทษ ลืมตัว” พระราชินีเอ่ย ก่อนจะยัดขวดอะไรบางอย่างที่ว่าใส่มือของพรานทับทิมที่หน้าเริ่มซีดเป็นไก่ต้ม “ในขวดนี้คือยาฆ่าวัชพืชชนิดร้ายแรง หน้าที่ของเจ้าวันนี้...อะฮร้า...จงพาองค์ชายออกไปล่าสัตว์ พอได้โอกาสก็ใช้ยาฆ่าวัชพืชสูตรพิเศษนี้ ถอนรากถอนโคนสับปะรดเสียให้เรียบร้อย อ้อ แล้วอย่าลืม...เก็บเครื่องในกลับมาทำยาต้มบำรุงให้ข้าด้วย”

ซาคุโร่ที่เห็นว่าน่าจะรอดจากโดนมัดตราสังข์ยัดโลงทั้งเป็นรีบพยักหน้ารับ “รับทราบ...กระหม่อมจะรีบไปจัดการ บัดเดี๋ยวนี้เลย พะยะค่ะ!!!” ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบกระวีกระวาดออกมาจากท้องพระโรง ก่อนที่พระราชินีจะทันได้มีเวลาเปลี่ยนพระทัย



มาจะกล่าวบทไป ถึงองค์ชายมุคุโร่ ตั้งแต่ได้ออกจากคุกวินดีเช่ และได้องค์พระราชินีอะฮร้าปอบหยิบรับมาบำรุงเลี้ยง องค์ชาย...หาได้ลืมเลือนเป้าหมายที่จะสยบดินแดนเขตแคว้นทั่วหล้า ทุกสิ่งที่มนุษย์ผู้โง่เขลาที่เอาแต่ทำลายล้าง...เลือกที่จะเล่นสนุกกับชีวิตที่ดูด้อยค่าราวกับแมลงที่เล็กจ้อยเป็นเจ้าของ...เขาจะช่วงชิงมันมาให้หมด...

เช่นนั้นแล้ว...ทุกวัน...ทุกวัน...ทุกวัน...องค์ชายผู้งดงาม...จึงได้ใช้เวลาไปกับการ...

“องค์ชายเพคะ...พรานซาคุโร่มาขอเข้าพบเพค้า~~”

กรีดอายลายเนอร์และทดสอบมาสคาร่ายี่ห้อใหม่ให้ถูกใจสวยเด้ง 

“…” นิ้วยาวเรียวบรรจงวางแท่งมาสคาร่าลง นัยน์ตาสองสีใต้แพขนตายาวสวยลอบชำลองมองเงาของพรานป่าจากหน้าต่าง ปกติแล้วนายพรานนั้นถือได้ว่ามีวรรณะที่ต่ำต้อย แต่เรื่องที่พรานป่าซาคุโร่สามารถเข้าออกวังได้อย่างอิสระ ก็เพราะความสัมพันธ์อันเป็นข่าวลืออันโฉ่วฉาวระหว่างเขากับพระราชินี แต่...ไม่ว่าชื่อเสียงของพรานนั้นจะเน่าเหม็นราวกับน้ำคลำแช่ปีศาจกุลิโกะหรือไม่ คนในที่รู้เรื่องนี้...ต่างก็ต้องเกรงใจนายพราน

“ให้เข้ามาสิครับ”

ร่างบางเก็บเครื่องสำอางใส่กล่อง ส่องกระจกดูความเรียบร้อย ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมานั่งไขว่ห้างเท้าคางรอ

และ...เมื่อพรานผู้นั้นเยื้องกรายเข้ามาอยู่ต่อหน้า...

“มาหาผมถึงที่นี่...มีธุระอะไรงั้นหรือครับ...คุณพ่อเลี้ยง~~” องค์ชายเหยียดรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็เหมือนจะเย้ยหยันกันชัดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามพยางค์หลังที่เน้นลากเสียงยาวเป็นพิเศษ...แทงใจดำความเสะอันต้อยต่ำที่ถูกกระเทยล่วงล้ำอธิปไตยกันเห็นๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หันไปเล่นผมตัวเองแทนเสียอย่างนั้น

ทว่า...หนามแหลมที่ทิ่มแทงก็ปักลงกลางดวงใจลุงอย่างจังเบอร์

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

อันว่าของคมแหลมใดฤาจะทิ่มแทงใจเท่าวาจาที่เหยียดหยามความเป็นบุรุษเพศ หากแต่พรานป่าซาคุโร่หาได้มีคำพูดใดๆจะสามารถตอบโต้ความจริงที่ตอกย้ำอยู่เรื่อยร่ำ...ทุกคืนวันที่เขาถูกชำเราด้วยดุ้นกระเทยนั้น...เสียงครวญครางและน้ำตาลูกผู้ชายที่เจียนจะเปลี่ยนเป็นโลหิต...กับกลิ่นฟุ้งของน้ำมันมวย...มันช่างเจ็บปวดเหลือจะทนรับ

ยิ่งคิดก็ให้ยิ่งคับแค้นอยู่ในอก เหลือบมองคุณองค์ชายลูกเลี้ยงพระราชินีแล้วก็ให้นึกมันเขี้ยวขนานหนัก...ทั้งผิวพรรณที่ขาวนวลน่าสัมผัส...แลกลีบปากที่ดูนุ่มนิ่มสีสดน่าละเลียดเลียนักหนานั่นก็...

พระราชินีกระเทยปอบหยิบจะให้ฆ่าคนงาม สู้จับกดทำเมียอย่าให้เสียเชิงชายคราวนี้มิดีกว่าหรือ

พรานป่าเริ่มหน้ามืด และหน้ามืดหนัก...เมื่อสายตาเผลอ(?)โลมเลียท่อนขาเรียวสวยในชุดเครื่องแบบนาซีเข้ารูปเสริมเพิ่มสเน่ห์ความแร่ดด้วยส้นเข็ม แต่แล้ว...ความหน้ามืดก็ต้องมลายหายไปแทบจะชั่วพริบตา เมื่อสัญชาตญาณที่ถูกปลูกฝังด้วยความหวาดหวั่นมันร้องบอกว่า...

หากเขาทำงานไม่สำเร็จ...คิเคียว...จะเอาส้นเข็มแบบเดียวกัน...ยัดรูก้นของเขาเป็นแน่!!!

“ข้าเห็นว่าองค์ชายอยู่ว่างๆ เลยมาชวนออกไปล่าสัตว์” พรานป่าเอ่ยด้วยใบหน้าอันซูบซีดไปถนัด ก่อนจะพยายามเชิญชวนอย่างแนบเนียนเท่าที่จะทำได้ เมื่อความเป็นชายที่หลงเหลือถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย “ไม่ได้ไปล่าแบบเอิกเกริกนะ ล่าแบบพรานเข้าป่าล่าสัตว์ รับรองว่า...เร้าใจกว่ากันเยอะ”

“คึหึหึ...พยายามได้ดีจังนะครับ แม่เลี้ยงของผมคงจะสั่งให้คุณมาสินะครับ” ร่างงามหัวเราะเบาๆ ยังคงวางทีท่ารู้ทันและเย้ยหยันไม่เลิก “จริงๆแล้ว...ผมน่ะ เอ็นดูสัตว์ป่าน่ารักนะครับ แต่ถ้าผมไม่ไป...คุณคงจะเดือดร้อน ถือว่าเราแลกเปลี่ยนกัน...ดีไหมครับ”

พรานป่าซาคุโร่กลืนน้ำลาย ถ้ารู้ทันกันแบบนี้...ก็มีแต่ซวยกับซวยหรือมิใช่... “แล้วองค์ชายจะเอายังไง”

มุคุโร่เหยียดรอยยิ้มหวาน “ก็ทำตามที่ท่านแม่สั่งนั่นแหละครับ” ก่อนจะวางสับปะรดแช่เย็นผลหนึ่งลงในมือของซาคุโร่ “บอกว่าผมตายไปแล้ว แล้วก็กลายเป็นเทวดาสับปะรด ถ้าท่านแม่อยากได้เนื้อในสับปะรดก็เชิญรับประทานได้เลย แต่ผมจะไม่ยกโทษให้คนที่เผาพวกพ้องของผมหรอกนะครับ”

“…องค์ชายจะหนีไปทำโรงงานสับปะรดเกล็ดหิมะ?” พรานป่าอ้าปากค้าง เมื่อเห็นคุณองค์ชายที่ว่าเก็บข้าวของเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางหลุยส์ แถมด้วยทรัพย์สินที่ยักยอกมาจากพระราชินีปอบส่วนหนึ่ง

“คึหึหึ...ดินแดนที่ไม่มีสับปะรด...ไม่ใช่ที่สำหรับผมหรอกนะครับ แต่ก่อนอื่น...ผมคงต้องหา...ไร่ดีๆสักแปลง” นัยน์ตาสองสีเหลือบมองพรานป่าอย่างขอความเห็น “ว่าไงครับ...จะหุ้นด้วยหรือเปล่า รับรองว่าเงินปันผลดีสุดๆเลยนะครับ หึหึหึ”

ด้วยความที่เป็นคนหลอกง่าย แถมชีวิตพรานป่าก็ยากจนค้นแค้นเหลือคณา บางทีถ้าเกิดว่า...ร่ำรวยมีเงินทองขึ้นมา เขาอาจจะได้หนีจากหน้าที่ขี้ข้าพระราชินีกระเทยไปได้เสียที...คิดได้ดังนี้...พรานป่าก็ตกปากรับคำ

“ข้าจำได้ว่า...ในป่าลึกเลยจากเขตของดินแดนนี้ไป...มีพื้นที่กว้างใหญ่และดินดีอุดมสมบูรณ์พอจะทำไร่เปิดโรงงานได้ ข้าจะพาเจ้าไปส่งที่ชายแดนละกัน”

“คึหึหึ...ยอดเยี่ยมเลยครับ หุ้นส่วน”



เมื่อแยกกับพรานป่าหุ้นส่วนโรงงานสับปะรดเกล็ดหิมะ (ที่อย่าหวังเลยว่าจะได้จริงๆ สำหรับเงินปันผล) แล้ว...เส้นทางในป่านั้นสุดแสนจะวกวนและรกชัฏ...บางที...ความคิดที่คิดจะหนีกระเทยปอบหยิบออกมาตอนนี้...อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนักก็ได้...เขาควรจะเตรียมการให้พร้อมกว่านี้...และต่อให้เขามีมาดสุดจะราชินีแร่ดเฉิดฉายอย่างไร...เมื่อต้องเดินวนไปวนมาในที่ที่เมื่อมืดค่ำอาจจะอันตรายด้วยสัตว์ร้ายที่เพ่นพ่าน...ก็ให้ยิ่งร้อนใจ...และยิ่งเดินมากและเดินไว...ก็ให้รู้สึกเริ่มเจ็บเท้าอันสุดแสนจะบอบบางขึ้นทุกขณะ

ส้นเข็ม...ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับการใส่มาเดินหลงในป่า

ยิ่งเดินก็ยิ่งเจ็บจนอยากจะถอดบู๊ทยาวคู่งามลงเดินเท้าเปล่า...แต่เท้าอันแสนบอบบางของเขาจะทนย่ำผืนดินเปื้อนเปรอะที่เต็มไปด้วยกิ่งไม้แหลมและหยาบกร้านได้อย่างไร

เสียงฝูงหมาป่าเห่าหอนชวนให้ใจสั่น...หากมีมนุษย์หมาป่าดิบเถื่อนเลวร้ายโผล่มายามนี้...เขาคงจะมิอาจรักษาเวอร์จิ้นที่มีเอาไว้ได้ ร่างงามรีบเร่งพาตัวเองเดินไป..และ...ราวกับเทพีแห่งโชคประทานพรอันล้ำค่าให้...เส้นทางที่องค์ชายรีบเร่งไป...นำเขาไปยังกระท่อมหลังหนึ่ง...ที่มีแสงไฟสีนวลสาดส่อง

นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้กลิ่นของขนมหวาน...

ทั้งช๊อคโกแลตของโปรด...คุ้กกี้...ขนมทาร์ต...พายแอปเปิล...อบเชย...แล้วก็...มาร์ชเมลโล่...

บางที...องค์ชายคิด...ในป่าแห่งนี้ อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็เป็นได้

เทพีแห่งโชคได้ประทานพรให้องค์ชายผู้เลอโฉมแล้ว...แต่เทพีแห่งโชคที่ว่านั้น...จะเป็นเทพีแห่งโชคดี...หรือว่าโชคร้ายกันแน่นะ...

มีเพียงพระเจ้าเท่านั้น...ที่ล่วงรู้...


 

เย็นวันนั้น...เมื่อเหล่าฝูงสุนัขป่าเห่าหอนบอกเวลาสนธยามืดค่ำ ในถ้ำพิศวงที่เกิดจากการซ้อนทับกันของโลกคู่ขนานและกาลเวลาที่บิดผัน เหล่ามนุษย์เจิดจ้าทั้งเจ็ดที่ถูกห้วงวิปริตของเวลาพาให้มารวมอยู่ด้วยกัน และเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบ้านขนมหวานในป่าใหญ่ต่างก็เสร็จกิจจากการขุดทรีนิเซ็ตประจำวัน ต่างคนต่างเอาแหวนและจุกนมใส่รถเข็นพากันลากกลับมายังวิมานสถาน

ในสนธยาที่ตะวันจวนจะลาลับขอบฟ้า...แสงทองสุดท้ายของสุริยาต้องกับเรือนผมสีขาวพิสุทธิ์ของคนทั้งเจ็ดเป็นประกายสว่างจนชวนให้ตาพร่า หากแต่...คงจะเป็นเพราะแท้จริงแล้ว...เจ้าของดวงหน้าหล่อคมเป็นบุคคลคนเดียวกันแต่ต่างโลก...ต่างที่มา...ทำให้อำนาจพลังอันชวนแสบตาไม่เป็นผลแต่คนใดคนหนึ่งแต่อย่างใด

“มาชิ~~ มาโร~~~ มาชิ~~ มาโร~~”

ทรีนิเซ็ตอันจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของได้เป็นพระเจ้าผู้สรรสร้างโลก...ทอประกายราวกับอัญมณีที่เลอค่าในรถเข็นและถุงผ้า ชายหนุ่มรูปงามทั้งเจ็ดต่างสรวลเสเฮฮาร้องเพลงและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“จงแผดผลาญทุกอย่างให้สิ้น จงกรีดร้องคำรามสิ ปาร์ตี้!!!”

จนกระทั่ง...หนึ่งในนั้นเอ่ยปุจฉาขึ้นมา ถึงสเป๊คที่ว่าใช่ของแต่ละบุคคลเดียวกันจากโลกคู่ขนาน

“สเป๊คที่ฉันชอบ?” คนที่แต่งตัวคล้ายโฮสต์เอ่ยตอบขึ้นมาเป็นคนแรก “ก็คงเป็น...คนสวยน่ารักที่น่าเล่นสนุกด้วยละมั้ง” ชายหนุ่มแย้มรอยยิ้ม พลางนึกถึงความน่าอภิรมย์ของผิวกายที่นุ่มนิ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่ คนน่ารักที่ยิ่งกินยากน่ะ...เวลาได้กิน...ก็ยิ่งหวานทบทวีเท่านั้น

“หึหึ ถ้าเลือกหิ้วใครไปไม่เลือก ระวัง HIV จะถามหาเอานะ คุณโฮสต์” คนที่อยู่ในชุดเสื้อกาวน์ยิ้ม พลางขยับแว่นน้อยๆ

“จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้ได้เวลาอาหารเย็นแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ากลับบ้านช้า เดี๋ยวบลูเบลจังลูกสาวฉันจะบ่นเอาล่ะ~” คนที่ดูเหมือนจะสนใจในของที่ขุดมาได้น้อยที่สุดเอ่ย พลางชี้ไปทางบ้านขนมหวานของพวกเขา 

“หึ ถ้าอยากให้อาหารทามาก๊อตขนาดนั้นก็พกมาด้วยเลยจะเป็นไรไป” ไอ้หนุ่มท่าทางหล่อเลวมาดแบดบอยกว่าเพื่อนเอ่ย พลางเสยผมตัวเองเพิ่มประกายแบดเจิดจ้า

“เอาเถอะ จะอาหารเย็นหรือทามาก๊อตก็ช่าง นี่ก็มืดแล้วเข้าบ้านเลยดีกว่าไหม” หนุ่มมาดเสี่ยประธานบริษัทว่า ก่อนจะเปิดประตูบ้าน

ไอ้หล่อไร้สาระเจ้าของ ‘ทามาก๊อต’ บ่นอุบอิบ “บลูเบลจังเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์อัจฉิรยะ ไม่ใช่ทามาก๊อตซะหน่อย” ก่อนจะโยนข้าวของของตัวเองไปไว้ข้างๆอย่างลวกๆ แล้วเดินขึ้นไปเตรียมจะเปิดโปรแกรมคุยกับ ‘ลูกสาว’ หากแต่...

สิ่งที่เขาพบ...หลับใหลอยู่บนเตียงที่น่าจะว่างเปล่าที่เรียงรายกันที่ชั้นสอง...กลับเป็น...

ร่างงามที่หลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อน เปลือกตาบางปิดสนิทราวกับลืมเลือนวันที่จะตื่นจากนิทราฝัน และริมฝีปากสวยที่เชิญชวนให้จุมพิตนั่น...รวมทั้ง...ต้นขาเรียวขาขาวน่าลูบไล้ที่แพลมออกมาจากผืนผ้าห่ม...

“นี่แหละ...สเป๊คล่ะ ♥”

เสียงเจ็ดเสียงประสานกันเป็นหนึ่งเดียว...เป็นครั้งแรกนอกจากที่ร้องเพลงในรอบวัน


TBC


สำหรับตอนท้าย (คาดว่าจะแอบต้องครอบขาว =v=;; ) จะพยายามเอามาลงให้ได้ทันฉลองวันฮาโลวีนนะคะ ^^;;

ส่วนสำหรับตอนนี้...ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ล่วงหน้าเช่นเคยนะคะ m(_ _)m

แล้วก็...บอกช้าไปนิด แต่บอกตรงนี้ดีกว่าไม่บอก (ฮา) กรุณา...ระวังความสถ่อยแอบแฝงสำหรับคู่อะฮร้าและมิสทับทิมนะคะ กร๊ากกกกกกกกก /me เผ่นสุดหูรูด!!!

 

ปล. อยากแต่งฟิกรุ่นปู่จัง~~ อุฮิ~ ♥

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

=[]=!!
7เบียคุรัน... องค์ชายสับป้าจะเหลือหรือนี่ wink
มาสคาร่าสวยเด้ง กร๊ากกกกกกก~
แล้วก็ ซาคุโร่เป็นของคิเคียวน่ะแหละดีแล้ว อย่าริมากดสับป้านะ!!

เป็นฟิคที่... เอ่อ... ผสมผสานได้อย่างสุดยอดจริงๆค่ะ

#1 By Hella C. Blodotio on 2009-10-24 23:53

(รั่วเเท้..)

เเต่หนุก~!!

ทำไมนายพรานไม่กดมุคุจังไปเลยอ่า..
(ไม่ใช่ละ.. นี่มัน 10069)


รอต่อค่า~!

#2 By Pear ♪ on 2009-10-25 00:20

ราชินีชีปอปได้อีก..โอ้รา น่ากลัว กร๊ากกกกกกกกกกก
( “อ๋อ ก็พระราชินีคิเคียวน่ะสิ อายแชโดว์สวยกำลังดี สง่าแบบนี้ ไม่มีใครเกิน” ชอบสโลแกนนี้มากค่ะพี่

อืม แม่บ้าทาอายแชโดว ลูกบ้ากรีดทายลายเนอร์กับปัดมาสคาร่า ...พอกัน กร๊ากกกกกกกกก อ่ะจุ๊ๆ เรียกพ่อเลี้ยงไม่ถูกนะจ๊ะ เรียกแม่เลี้ยงสิ กร๊ากกกกกกกก
อา ...ไปสมัครเป็นคนใช้บ้านขนมหวานได้มั๊ยคะ 5555+ โอ๊ย ป๋าวิศวะ ..ทำไมคิดว่าป๋าแอบโอตาคุ เลี้ยงทามาก๊อตนี่ โอ๊ยยย ฮา
มุเอ๊ย ..ไม่ได้อยู่ดีแน่ 7 คน 7 วันพอดี เค๊ะๆๆๆๆๆๆ

รอตอนต่อนะคะคุณพี่ แฮ่กๆ

ปล.รุ่นปู่หนูรออยู่นะคะคุณพี่ขา กร๊ากกกกกกกกกกก
กรี๊ดดดดดดด
ครอบขาวมันใกล้มาแล้วสินะคะ
555555555 คู่นี้ท่าขาดไปคงแปลกๆ

#4 By かつみ on 2009-10-25 00:52

รั่วแต๊ๆ ฮาๆๆๆๆ

#5 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-10-25 01:00

“นี่แหละ...สเป๊คล่ะ ♥”
ถ้าได้เห็นหน้าเบียตอนนี้คงโมเอ้+หื่นน่าดูเลย 555+

อย่างนี้ตอนหน้า 8P รึเปล่าค้า
ร...ราชินีปอบผีฟ้า~~~~ =[]=!!!!!

ว่าแต่ไอ้เจ้าชายชอบเมียชาวบ้านนี่มันคุ้น....คุ้นนนนนน นะเคอะ = =+ (ฮา)

แล้วก็...จ๊อตโต้วววววววววววว!!! เจ้าชายรักเมียชาวบ้านมาเป็นเคะใต้อาณัติราชินีปอบ!!!! =[]=!!!! โอว......งั้นก็ขอสวดมนต์อนุโมทนาสาธุให้ไปที่ชอบๆก็แล้วกันนะเคอะ =/\= (ฮา)

แบบว่า.....ดั่งคำของท่านนายพรานว่าไว้ ไม่มีอะไรน่าอัปยศอดสูเท่ากับการเสียท่าให้ราชินีรูปงามแต่มีดุ้นอีกแล้ว....กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก *หัวเราะบ้านพัง*

แล้วแบบ..ตอนแรกเห็นสั่งถอดกางเกง..นึกว่าราชินีจะเอาขวดยัด....ซะอีก.....*หัวเราะบ้าบอมาก*

ว่าแต่ไอ้การทดสอบไลน์เนอร์ก๊ะอายแชโดว์เนี่ย...ตกลงจะเอาเสน่ห์สยบโลกีย์ใช่หรือไม่ *กลั้นหัวเราะ*

ว่าแต่หล่อน..ทำไมต้องเครื่องแบบนาซียะ!!! กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก นึกว่าท่านโรเชลมาจุติใหม่เป็นนางพญาไร่สับปะรดซะอีก XD

แต่ตอนอิป๋าเรนเจอร์ร้อง มาชิมาโร ทำไมมันดูหน่อมแน้มผิดก๊ะภาพลักษณ์โฉดตอนหลังนักวะคะ XD

ตอนหน้า...สับปะรดช้ำแน่..ช้ำ....ช้ำ...ช้ำชุ่มฉ่ำน้ำสับปะรด~~~~~ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จะรอตอนต่อจ้าาาาาาาาาา XD
เห็นชื่อเอนทรี่ก็แอบขำไปหลายรอบค่ะ มันมาแล้วล่ะ...มันมาแล้วววววว!

*หัวเราะลั่นบ้าน*

ราชินีองค์นี้คงน่ากลัวกว่าองค์ไหนๆแน่ ชักสงสารซาคุโร่...ส...ส้นเข็ม =[]=!!
เอาไอ้นั่นยัด*ตรู๊ด*ก็สยองจริงๆอะลุง *ตบบ่าอย่างเห็นใจ*

.....ซะเมื่อไหร่!
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

ตอนสั่งถอดกางเกงล่ะฮามากมาย ว่าแต่คิเคียว...มีการลืมตัวด้วยเรอะ? *หัวเราะ*

ส่วนองค์ชาย(ที่น่าจะเปลี่ยนเป็นองค์หญิง?)สัปปะรด ที่...เอ่อ...ที่นั่งปัดมาสคาร่ากับกรีดอายลายเนอร์
/ล้มโต๊ะ! อะไรคะนั่น!! =[]=!!

หนีไปทำโรงงานสัปปะรดเร็วๆเถอะสัปป้า =v=;;

ว่าแต่ซาคุโร่...แน่ใจเรอะจะกดสัปป้าได้?
ไม่...มี...ทาง...แหงๆ
(ลากเสียงยาวๆแบบเข้มๆเป็นการเน้นย้ำ ฮาาา)

กระท่อมในป่านั่นแน่ใจว่าไม่ใช่บ้านขนมหวานเหรอคะ? แต่ละอย่างล่ะน่ากินมากมาย
แต่เบียทั้ง7...เปลี่ยนชื่อเป็นหื่นทั้ง7ดีกว่ามิ?
/โดนอิป๋ายิงบีมใส่...

มาชิมาโรนั่นแลดูน่ารักผิดกับภายในจริงแท้~~แต่ประโยคสุดท้ายเล่นเอาขนลุก...ปนหื่น....

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก XD

เอาเป็นว่ารอครอบขาวตอนหน้านะคะยูระจัง~~~
(มีสินะ? มันต้องมีสินะคะ?)

ปล.เกือบลืม ยินดีกับ169เอนทรี่ด้วยค่าาา ^ ^

#8 By ~Kumi~ on 2009-10-25 09:26

ทำไม...
ทำไม...

ทำไมมันรั่วได้รั่วดีอย่างนี้!!

กร๊ากกกกกกกกกกก อ่านไปขำไป (อยากจะเอาหัวฟาดโต๊ะคอมตาย) ทำไมมุคุกับคิเคียวมันถึงได้แรดยกแพคเยี่ยงนี้ (น่าสงสารซาคุโร่จริ๊ง)

เบียทั้ง 7...อา

รอต่อไปอย่างใจจดจ่อค่ะ

#9 By K.K. on 2009-10-25 11:12

รั่วจริงๆ! >O<

อยากเห็น 7 เบียคุรันจัง

มาอัพให้ทันฮาโลวีนนะคะ

#10 By cinnamon on 2009-10-25 11:46

เบีย7คน.........มุคุโร่จะช้ำก่อนไม๊? เหอๆ

ซาคุโร่เอ้ยยย ไปเป็นเคะคิเคียวแหละดีแล้ว 55+

ช่างรั่วได้อีกค่ะ รั่วได้แบบว่า....สุดยอดจริงๆค่ะพี่!!

#11 By ReSonAtE~* on 2009-10-25 13:46

รั่วเวอร์ๆค่ะ ฮาก๊ากกกก

ตอนแรกเกริ่นมานึกว่าจะชำๆกัน
แต่...

มันรั่ว!!!!!!!!

#12 By LaTte' on 2009-10-25 14:43

มันรั่วจนน่ากลั๊ววว น่ากลัวค่ะ TTVTT
เรื่องนี้สงสารซาคุโร่คุงงง....โดนกระเทยกด น่าสงสารจริงๆ =A=
จะรอดูอิป๋าเรนเจอร์ต่อนะคะ 55

ปล. รอฟิกรุ่นปู่ด้วยคนเห็นปู่สัปป้าแล้วมาสคาร่าสวยแร่ดเด่นไม่แพ้รุ่นหลานน 55
ปล.2 “จงแผดผลาญทุกอย่างให้สิ้น จงกรีดร้องคำรามสิ ปาร์ตี้!!!”
หงายเงิบเพราะ .. "PERFECT WORLD" กร๊ากกกก

#13 By llSHOVYll on 2009-10-25 16:56

ราชินีปอบหยิบกินเครื่องใน คุ้นๆนะเนี่ย
มาสคาร่า ส้นเข็ม...กร๊ากกกก *ทุบโต๊ะ*

โอ๊ยยย~ อิป๋าเรนเจอร์ คั่กๆๆๆ
สงสารมุ โรงงานสัปปะรดเกล็ดหิมะ
...ได้เปลี่ยนเป็นโรงงานมาชเมลโล่ไส้สัปปะรดแหงๆ
//สามง่ามตบ


ฟิครุ่นปู่...
อา...สองแฉก...สองแฉก.... กร๊ากกก

#14 By KsNight on 2009-10-25 18:53

กร๊ากกกกกกกกก ครองโลกด้วยความงามรึเปล่าเจ้าคะเนี่ย

องค์ชายมีรสนิยมแบบนี้ น่าจะเปลี่ยนเป็นองค์หญิงนะเจ้าคะ 555+

ซาคุโร่...ทำไมนายถึงได้น่าสงสารแบบนี้นะ เป็นเคะกระเทยช่างอาภัพ sad smile

แต่ 7 เบียคุรัน.......ไม่ต้องบอกก็เดาได้เลยว่าตอนหน้ามุคุโร่จะเป็นยังไง

รออ่านตอนหน้าอย่างใจจดใจจ่อเลยเจ้าคะ (ครอบขาว...)

#15 By M!k@g3 on 2009-10-25 19:46

อูว..อา...น่าจะสังเกตตั้งแต่ชื่อฟิค...
ตอนแรกๆก็ยังสงสัยอยู่ ท่านยูระจะเอาใครมาเป็นราชินี
หว่า?...จะ จ๊อตโต๊ว ได้ยินประโยคเดียวรู้เลย..อะฮร้า

แต่แม่ลูก(เลี้ยง)คู่นี้เขาเหมือนกันที่ปัดอายแชโดว์กับ
มาสคาร่าจนงาม(?)เด้งนะเออ กร๊ากกกกก

(เสะกระเทยอ่ะ...มิสเตอร์ทับทิม โดนอีกจนได้ )

อิป๋าทั้ง 7 ..อื้มมมมมม...อืมมมมมม....
เดิมแค่สับป้า 1 ผล กับ มัชเมลโล่อีก 1 ก็-beep-
พออยู่แล้วนะ...นี่อิป๋า 7 คน..อื้มมมม...

(-beep- อะไร? หนูไม่รู้ หนูเมา♥ ~)

“จงแผดผลาญทุกอย่างให้สิ้น จงกรีดร้องคำรามสิ ปาร์ตี้!!!”

ปล. ถึงเวลาปาร์ตี้สับปะรดแล้ว!?
เบีนคุรันเจ็ดคน มุคุโร่งานเข้าแล้วววว
ปูเสื่อรอตอนหน้าเลย 55

ว่าแต่คิเคียวกับมุคุโร่เป็นการจับคู่ที่เข้ากันจริงๆ มาสคาร่า อายแชร์โด และอีกมากมายจะปรุงแต่งใบหน้า

บางทีเรื่องนี้คนที่ซวยที่สุดคงเป็นซาคุโร่ โดนทั้งแม่ทั้งลูกปั่นหัวใช้งาน

#17 By LEOON on 2009-10-26 20:42

สุดยอดคะcry อยากอ่านต่อแล้วงะ...
ชอบตอนที่ป๋าทั้งเจ็ดโผล่มาคะ ร้องเพลงได้น่าร๊ากกกกกกกกก น่ารัก...(ไม่ได้ประชดแต่อย่างใดนะคะ confused smile)
“นี่แหละ...สเป๊คล่ะ ♥” ขำประโยคนี้คะ... (รู้เลยว่าจะมีอะไรต่อ...ฮ่าาาาาา)

จะรอตอนต่อไปคะcry

#18 By Se.ChoU on 2009-10-26 23:12

ทั้งแม่ทั้งลูก เด็ดดวงพอกันเล๊ย
คุณมุฟิคนี้แรดได้ใจจริงๆ ทั้งรองเท้าส้นเข็ม
ไหนจะบ้ากรีดอายไลน์เนอร์เป็นกิจวัตรอีก กร๊ากกก

โอ้ เบีย ๗ คน
ความคิดแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวคือ ป...๘P
โฮกกกกกก คิดไปนั่นเลย -w-;;;

ป๋าเบียแค่คนเดียวก็รับมือยากแล้ว
นี่เจอถึง ๗ ...คุณมุคงต้องเสียเวอร์จิ้นก็งานนี้แหละค่ะ
รอตอนต่อไปค่า

#19 By CrazyApple (125.24.149.54) on 2009-10-29 23:31

มุ แกไม่ต้องพักแน่ รอครอบขาว อ่าฮร้า~

#20 By MisT_ALoNE on 2009-10-31 10:19

กรี๊ดดดดดด

อิป๋า 7คน กะเจ้าชายมุคุโร่


อย่างงี้มุคุไม่มีผัว 7 คนหรอค่ะ (ถึงมันจะโลกคู่ขนานก็เหอะ)


ชอบอิป๋าเจ็ดเวอร์ชั่นเลย คนอาร้ายยยย กี่เวอร์ชั่นก็ยังดูดี

แต่ท่าทางเวอร์ชั่นโปรแกรมบลูเบล จะออกแนวฮา และถูกเวอร์ชั่นอืนๆเย้ยๆชอบกล 55555

เวอร์ชั่นคุณหมอ แหม....แกไปเตือนคุณโฮสต์ อิฉันว่าตัวเองก็ป้องกันไว้ดีกว่าไหมค่าคุณหมอเบีย

แต่อะไรก็ไม่เท่าแบบแบดบอย โผล่มาช็อดเดียวกระชากความเลวจริงๆ โฮรกกก



มาทางฝั่งราชินีคิเคียว กับนายพรานทับทิม
ท่าทางลุงหนวดหร่อมแหรมอยากจะหนีกะเทะคิเคียวซินะ ก็ถูกนั้นแหละตัวเองแมนกว่าเยอะ แต่ดันถูดย่ำยี่ 555

ตอนแรกสงสาร แต่ที่นายคิดจะอิบเจ้าชายมุคุ ทำให้บลัดเห็นว่า
แกนะเป็นเคะต่อไปซะเถอะ เชิญริมลองน้ำมันมวยต่อไป 55555555555555

มุคุนะ ของเบียคุรันเรนเจอร์ทั้ง7 เท่านั้นเฟ้ยยยย


10069 10069 10069 ลัลล้า~

จงกรีดร้องคำรามสิ ปาร์ตี้!!!!


รอปาร์ตี้ตอนจบของฟิคนี้นะคะ หึหึหึหึหึ

#21 By blood_hana on 2009-11-02 10:41

คำเดียว

รั่วครับทั่น!!!!!

#22 By spotter on 2009-11-04 22:56