[Psycho Pass] โลกของ Psycho Pass กับนิยาย 1984

posted on 03 Nov 2012 22:34 by hiyuura in Etc directory Cartoon
คำชี้แจง: เอนทรี่นี้เป็นการวิเคราะห์จากประสบการณ์ มุมมอง และความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าของบลอกไม่ได้เรียนสายตรงเกี่ยวกับการวิเคราะห์วรรณกรรม โพสต์นี้จึงไม่สามารถอ้างอิงทางวิชาการใดๆได้ 
 
คำเตือน: เอนทรี่นี้อุดมไปด้วยสปอย ความลำไม่ตรง สแปมรูป และความเห็นแบบผ่านฟิลเตอร์สาววาย ผู้เข้าชมโปรดใช้วิจารณญาณ
 
 
[โลกของ Psycho Pass กับนิยาย 1984]
 
ก่อนอื่นต้องบอกว่า...ไม่ได้อัพบลอกนานมาก...จนกระทั่งซีซันนี้มีอนิเมน่าดูหลายเรื่อง เจ้าของบลอกเลยตัดสินใจเข้ามาปัดฝุ่นบลอกสักที...
 
สำหรับเอนทรี่นี้เกิดจาก หงอก ซาดิสม์ เสะแร่ด น้ำมะเขือเทศ หนังสือเล่มนี้ที่ลูกชายของป๋าเบียกับสัปป้า มากิชิมะ โชโกะเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาอยู่ค่ะ (ฮา) 
 
ไม่ว่าจะนั่ง...
 
 
ยืน...
 
 
หรือว่านอน...
 
 
ก็จะเห็นคุณพี่แกถือหนังสือเล่มนี้... 
 
แล้วมันคือหนังสืออะไร?
 
 
หนังสือเล่มนี้ชื่อ 1984 เขียนโดย George Orwell ค่ะ
 
เป็นหนังสือที่ออกวางตลาดครั้งแรกเมื่อปี 1949 ตอนนี้เป็นหนังสือเก่ามาก แต่วันก่อนเจ้าของบลอกแวะไปที่ Asia Book แล้วลองถามเล่นๆดู ปรากฎว่ามีเหลือเล่มหนึ่ง เลยสอยมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นค่ะ 555+ 
 
 
แต่เสียดายที่ฉบับที่ได้มาเป็นปกคนละแบบกับหน้าปกที่นายแบบของเราเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา (อยากได้ปกเขียว...จริงจัง!)
 
1984 เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร?
 
เพราะหนังสือเล่มนี้เขียนมานานแล้ว 1984 จึงเป็นอนาคตกาลของช่วงเวลาที่คนแต่งเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น
 
1984 พูดถึงอนาคตที่ประเทศหนึ่ง (Oceania) มีรัฐบาลที่มีอำนาจเด็ดขาดไร้การควบคุม โดยทุกการกระทำหรือแม้แต่ความคิดของคนจะถูกควบคุมโดยรัฐบาลชุดนี้ โดยมีตำรวจความคิด (Thought Police) มีหน่วยสปาย มีเฮลิคอปเตอร์ที่คอยบินสอดส่องตามหน้าต่างบ้านคน คอยตรวจจับว่ามีใครที่มีความคิดต่อต้านรัฐบาล ทุกคนไม่มีสิทธิคิดโดยเสรี แต่จะถูกสอดส่อง ถูกสอนให้คิดในแบบที่รัฐบาลต้องการให้คิด และผู้ที่กระทำอาชญากรรมทางความคิดจะถูกลบให้ตัวตนหายไปจากสังคมอย่างไร้ร่องรอย
 
ทุกการกระทำจะถูกตำรวจความคิดสอดส่องได้โดยผ่านสิ่งที่เรียกว่า เทเลสกรีน (Telescreen) ซึ่งถ้าอธิบายง่ายๆก็เรียกว่าเหมือนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถปิดได้ และถ่ายทอดข่าวจากรัฐบาล รวมทั้งเปิด webcam ไว้ให้ตำรวจความคิดแอบดูเราได้ทุกเวลาที่อยากสอดส่อง 
 
 
รัฐบาลจะใช้รูปชายวัยประมาณ 45 มีหนวดที่เรียกกันว่า Big Brother เป็นมาสกอต โปสเตอร์ของ Big Brother มีอยู่ทุกที่ และเพราะหูตามากมายของรัฐบาลสโลแกนที่ว่า Big Brother is watching you จึงไม่ถือว่าผิดไปจากที่กล่าวนัก 
 
รัฐบาลนี้เข้าควบคุมอำนาจสื่อและทุกอย่างที่ขัดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือชื่อเสียงในเชิงบวกของ Big Brother จะถูกลบไป ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนใหม่ โดยสื่อใดๆที่ไม่ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการจะถูกลบและเผยแพร่แทนที่ด้วยฉบับใหม่ รวมทั้งรัฐบาลยังพยายามสร้างภาษาใหม่ที่เรียกว่า Newspeak ในการควบคุมกรอบความคิดคนให้คิดได้แคบลง น้อยลง จนไม่มีเสรีภาพทางความคิดอีกด้วย 
 
(คงจะไม่เล่าเรื่องย่อทั้งหมดนะคะ ใครสนใจ 1984 สามารถไปหาซื้ออ่านได้ หรือถ้าใครหาไม่ได้หรือมีเวลาน้อย สามารถอ่าน Plot Overview และ Summary ได้ที่เวบ SparkNotes ค่ะ) 
 
แล้ว 1984 เกี่ยวข้องกับ Psycho Pass อย่างไร?
 
จะเห็นได้ว่า จากที่เล่ามาข้างบน โลกใน 1984 เป็นดิสโทเปียที่หาความเป็นส่วนตัวหรือความสุขที่แท้จริงมีไม่ ในเรื่อง 1984 จะเต็มไปด้วยสงคราม และความขาดแคลนที่ถูกรัฐบาลกลบเกลื่อนความเป็นจริงด้วยสื่อข่าวและตัวเลขจอมปลอม แต่โลกในอนาคตของ Psycho Pass เป็นโลกที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าและผู้คนดูไม่ขาดแคลน (จะเห็นได้จากตอนที่ 4 ที่อากาเนะพูดว่า "สมัยนี้ยังมีคนตกงานอีกเหรอคะ" นั่นแหละค่ะ)
 
แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ การควบคุมเสรีภาพในการเลือกของคน
 
ระบบซีบิลใน Psycho Pass เปรียบได้กับรัฐบาลที่มีอำนาจเด็ดขาดใน 1984 ระบบคิดแทนทุกคน คิดว่าอะไรที่เหมาะกับคุณ และคุณมีสิทธิเลือกอะไรได้บ้างในขอบข่ายที่ระบบจัดสรรให้ ลองสังเกตอาหารที่อากาเนะรับประทานในตอนที่ 2 จะเห็นว่าค่าแคลอรีทุกอย่างและอาหารที่อากาเนะจะรับประทานได้ดูเผินๆเหมือนสะดวกสบาย แต่ทุกอย่างถูกควบคุมโดยระบบ 
 
 
วงจรชีวิตของคนในระบบซีบิลที่ระบบทำการควบคุมดูแลตั้งแต่ตื่นนอน เปรียบเหมือนเทเลสกรีนที่ปลุกให้วินสตัน (ตัวเอกในนิยาย 1984) ลุกขึ้นมาออกกำลังกายทุกเช้า 
 
"Thirty to fourty group!" yapped a piercing female voice. "Thirty to fourty group! Take your place, please. Thirties to fourties!" 
 
Winston sprang to attention in front of the telescreen, upon which the image of a youngish woman, scrawny but muscular, dressed in tunic and gym-shoes, had appeared.
 
--1984, Part 1: Chapter 3
 
การที่ระบบสรรหาว่าคุณเหมาะกับงานอะไร รวมไปถึงระบบตรวจค่าไซโคพาสว่าใครมีสภาพจิตใจที่ไม่เหมาะสม จำกัดตัวเลือกของคุณให้เหลือเพียงแค่วงแคบๆ
 
คุณจะเลือกงานได้แค่เพียงที่ค่าความสามารถคุณชี้วัด คนจะตายหรือมีชีวิตต่อ อยู่ที่ค่าสภาพจิตใจที่วัดได้ 
 
จากในตอนที่ 1 ที่ระบบบอกให้กำจัดผู้หญิงธรรมดาที่ตกเป็นเหยื่อ เพราะภาวะไซโคพาสของเธออยู่ในระดับที่ไม่อาจเยียวยาได้ และในตอนที่ 4 ที่ค่าไซโคพาสที่อ่านได้ของคนในงานสังสรรค์มีระดับสูง ทั้งๆที่ระดับแต้มที่อ่านได้ น่าจะพุ่งสูงจากความตกใจในสถานการณ์ที่มีพวก Enforcer บุกเข้าไป สองข้อนี้แสดงให้เห็นว่า ระบบไม่สามารถตัดสินค่าความเป็นอาชญากรโดยนำข้อมูลของสถานการณ์ไปประกอบได้ เพียงแต่วัดค่าจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น 
 
นั่นคือ ระบบซีบิลไม่ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ใช้ความคิด เพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ระบบอ่านเท่านั้น ไม่ต่างจากการจำกัดความคิดของรัฐบาลใน 1984 อาจจะกล่าวได้ว่าตัวระบบซีบิลก็คือ Big Brother 
 
ความสัมพันธ์ระหว่างชินยะและโชโกะ
 
จากบทเปิด Psycho Pass ในตอนที่ 1 ที่โคงามิ ชินยะพบกับมากิชิมะ โชโกะเป็นครั้งแรก 
 
 

They must’ve realized it the moment they saw each other. That long before they had ever met, this destiny awaited them. They were not like ships passing in the night. They understood each other better than anyone else, and each was focused solely on the other. 

--Psycho Pass, Episode 1

บทพูดตรงนี้ เหมือนจะชี้ว่า หากเทียบตัวชินยะเป็นวินสตัน ตัวเอกในนิยาย 1984 โชโกะก็คงจะเป็นโอเบรียน ซึ่งเป็นบุคคลที่วินสตันให้ความสนใจเป็นอย่างมาก 
 
ในโลกของ 1984 ที่ความคิดของคุณถูกโดดเดี่ยว วินสตันที่ไม่เห็นด้วยกับระบบรัฐบาล การที่รู้ว่าอาจจะ (และเพียงแค่อาจจะ) มีคนคนหนึ่งที่เข้าใจและคิดเหมือนคุณ ทำให้การมีอยู่ของคนคนนั้นมีความ 'พิเศษ' สำหรับคุณ แม้ว่าคุณอาจจะหรืออาจจะไม่ได้ต่อยอดในความคิดนั้น และโอเบรียนก็เป็นคนที่วินสตันคิดว่าเป็นคนที่คิดแบบเดียวกันและเข้าใจในตัวเขา 
 
Winston had never been able to feel sure — even after this morning's flash of the eyes it was still impossible to be sure whether O'Brien was a friend or an enemy. Nor did it even seem to matter greatly. There was a link of understanding between them, more important than affection or partisanship. 'We shall meet in the place where there is no darkness,' he had said. Winston did not know what it meant, only that in some way or another it would come true.
 
--1984, Part 1: Chapter 2
 
จากนี้เป็นความเป็นไปได้/การคาดเดา/สปอย/และสิ่งที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิดใน Psycho Pass 
 
- วินสตันคิดว่าโอเบรียนเป็นคนฝ่ายเดียวกัน ในขณะที่ในที่สุด เขาเชื่อโอเบรียน โอเบรียนกลับเป็นคนของรัฐบาลที่ทำหน้าที่ดักจับผู้ที่อาจก่ออาชญากรรมทางความคิด (Thoughtcrime) 
 
= เป็นไปได้หรือไม่ว่าโชโกะเป็นคนของซีบิล ที่อยู่เบื้องหลังการก่ออาชญากรรมต่างๆ เพื่อให้มีอาชญากรในสังคมและระบบซีบิลมีความน่าเชื่อถือ 
 
= ถ้าไม่ใช่แล้ว ความพยายามเข้าควบคุมสื่อที่มีอิทธิพลกับคนในสังคมมาก (เช่น อวาตาร์ในคอมมูฟิลด์) เป็นการกระทำเพื่อเข้าแทนที่ระบบซีบิลเสียเองหรือไม่ 
 
- ภายหลังวินสตันและจูเลีย (นางเอก คนรักของวินสตัน) ถูกโอเบรียนจับไปทรมาน เพื่อทำให้พวกเขายอมรับ Big Brother จนหมดใจ โดยไม่เหลือความรักให้กันและกันอีก ทั้งสองคนถูกล้างสมองจนสำเร็จ 
 
= ชะตากรรมของอากาเนะและชินยะในตอนหลัง อาจจะถูกแทรกแซงโดยโชโกะ!? 
 
= โชโกะทรมานชินยะจนชินยะหมดรักในอากาเนะ!? 
 
- ห้องที่โอเบรียนทรมานวินสตัน เป็นห้องที่เปิดไฟเอาไว้ตลอดเวลา ตรงกับที่โอเบรียนเคยพูดเอาไว้ในความฝันของวินสตัน "We shall meet in the place where there is no darkness."
 
= คำว่า darkness ในที่นี้ ใน Psycho Pass มีการเอ่ยถึงความมืดที่เป็นสัญลักษณ์ของความมืดในจิตใจชินยะ ความหมายตรงนี้ สามารถแปลเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่ ตรงนี้...อยากจะลองทิ้งไว้ให้ลองเอาไปคิดกันต่อ