[SNK FIC] [Bertholdt/Reiner] Remembering Your Side

posted on 11 Jan 2014 22:40 by hiyuura in Fanfiction

กลับมาปัดฝุ่นบลอกแบบเนียนๆ(?) ฮุฮิ...

หายหัวไปติดทัมเบลอมาค่ะ แหะๆ หลังๆเลยไม่ค่อยได้เข้ามา ฟิกภาษาไทยก็ไม่ค่อยได้เขียน เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องแรกในรอบ...สองปี (น่าจะ) เลยมั้ง...

ตามรีเควสของนางสาว บ. นามสมมติเช่นเคย...เรื่องนี้...ครอบขาวตามระเบียบค่ะ เอิกส์ 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Title: Remembering Your Side
Pairing: Bertoldt Hoover/Reiner Braun
Rating: NC-17
Warning: BL, NSFW

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Remembering Your Side

.

อุทการ์ด...ปราการยักษา...ดังนามของสถานที่เป็นดังคำสาป...กำมะหยี่ละเมียดแห่งรัตติกาลจึงหาได้ปกป้องเหล่าผู้หวังค้างอ้างแรมยามเหนื่อยอ่อนให้พ้นจากสายตาของเหล่ายักษ์...ราตรีวิปลาสนำพาเหล่าไททันตรงเข้าหาอาหารอันโอชะเพียงอย่างเดียวของพวกมัน…เรือนกายมหึมาโถมเข้าหาซากปรักปราสาทเพียงหวังจะได้ลิ้มมังสามนุษย์…ระหว่างเหล่ายักษาหิวกระหายและกองทหารหน่วยที่ 104 ที่ไร้ซึ่งอาวุธ มีเพียงคมดาบและฝีมือของเหล่าผู้บังคับบัญชาเท่านั้นที่ขวางกั้น… 

“ถ้าไม่อยากตายก็หาอะไรที่พอจะใช้ได้เอาไว้ก่อน” คำพูดของยูมิลไม่ใช่คำแนะนำ…มันคือคำเตือนที่เจนชัดแม้ช่วงเพลาของราตรีนั้นยังไม่เลวร้ายที่สุด หากไม่สู้…ก็ตาย…หากไม่พยายามกระเสือกกระสนมีชีวิตอยู่ต่อด้วยกำลังที่มี…ก็ยาก…ที่จะมีชีวิตรอด…

แขนขวาที่ถูกไททันกัดปวดแปลบ แม้คริสต้าจะช่วยทำแผลให้แล้ว แต่กระดูกที่แตกและรอยแผลก็สร้างความเจ็บปวดให้เขาแทบจะตลอดเวลา ความมืดสลัวในปราสาทและพื้นบางส่วนที่พังถล่มยิ่งทำให้เขาต้องใช้ความระมัดระวังในการสำรวจเป็นอย่างมาก และแขนข้างเดียวก็ไม่ทำให้การสำรวจของเขาง่ายดายแต่ประการใด ชายหนุ่มกัดฟันกรอด 

ใครกัน…จะยอมมาตายอยู่ที่นี่

โถงทางเดินที่เขาวนกลับมาสำรวจเปลี่ยวร้าง…แม้พวกเขาจะยันประตูเอาไว้แล้วฝั่งหนึ่ง เขาก็ไม่อ่อนหัดขนาดคิดว่าไททันไม่กี่ตัวที่หลุดเข้ามาก่อนหน้าจะเป็นกลุ่มเดียวที่เร้นลอดสายตาของเหล่าผู้บังคับบัญชาเข้ามาได้…เคราะห์ดีที่ในการฝึกทหาร เหล่าทหารทุกคนจำเป็นต้องจับดาบทั้งมือขวาและซ้าย แม้แขนขวาจะใช้การไม่ได้ เว้นแต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลแล้ว…เขาก็ยังมีแขนอีกข้างหนึ่ง… 

เขาจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อโดยไม่ตอบโต้…

ประวัติศาสตร์จะต้องไม่ซ้ำรอย…เหมือนกับเรื่องของเบริค…

เบริค…เพื่อนคนสำคัญที่เคยช่วยชีวิตเขากับเบลทรูท…คนที่เข้าขวางยักษีที่ว่องไวตนนั้นและถูกเขมือบกลายเป็นเหยื่อ…

จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่อาจลืมเรื่องนั้นได้…บางทีอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่ทำให้เขาพุ่งออกไปช่วยคอนนี่…บางที…ถ้าตอนนั้นเขาแข็งแกร่งกว่านั้น…ระวังกว่านั้น…เบริคอาจจะไม่ต้องตาย…

เหมือนกับที่เขาตอนนี้ยังมีชีวิตรอด 

มือแกร่งกระชับท่อนไม้ที่หาได้จากที่ใกล้ๆ ดูจากสภาพแล้ว…น่าจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของด้ามไม้กวาด…ถ้ามีอะไรที่ดีกว่าพวกเศษไม้เปราะบางพวกนี้ก็คงจะดี หรืออย่างน้อย…ถ้าเป็นของจำพวกเสียมหรือคราด…​ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาหยุดฝีเท้าลง…มีอีกเสียงฝีเท้าหนึ่งที่ตามเขามา

ตึก…ตัก…ตึก…ตัก…

เสียงฝีเท้าที่ได้ยินดังสลับกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เสียงมาจากทางนั้น…ไททัน…หรือว่ามนุษย์? 

ไรเนอร์สูดหายใจลึก…และ…ทันทีที่เงาตะคุ่มบดบังแสงสลัวของเปลวเทียนเหนือศรีษะ ชายหนุ่มตวัดท่อนไม้เล็งฟาดไปที่ต้นคอ…ที่ที่ใกล้จุดตายที่สุดของเหล่าไททัน! 

“ไรเนอร์!!!” 

กร๊อบบบ!

ท่อนไม้ในมือของไรเนอร์แตกละเอียดเมื่อฟาดเข้ากับโต๊ะหินตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลัง เปลวเทียนสีนวลไหววูบเมื่อท่อนไม้แหวกอากาศ…กระพือคล้ายจะวูบดับ ก่อนจะแผดสว่างขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งและใบหน้าที่คุ้นเคย 

“เบลทรูท…” ไรเนอร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โทษที ฉันนึกว่าไททัน” 

เบลทรูท ฮูเวอร์จ้องมองอีกฝ่าย แววตระหนกยังคงมีให้เห็นบนสีหน้า แม้ว่าเขาจะสามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

“ไรเนอร์…” 

“ฉันรู้ว่าเสียงฝีเท้าคนกับไททันไม่เหมือนกัน แต่ว่า…ทำไงได้ พวกเราเป็นทหาร…ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าไม่ระวังไว้ก่อนก็คงเป็นได้ตายกลายเป็นอาหารไททัน”

“…ไรเนอร์ นายไม่ควรออกมาคนเดียว” เบลทรูทเอ่ย หากแต่น้ำเสียงของเขากลับเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกคนอื่นๆต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าไรเนอร์ดูแปลกไปตั้งแต่ตอนที่เขาได้แผลจากที่ช่วยคอนนี่ ไรเนอร์เงียบขรึมลง…ดูหงุดหงิดงุ่นง่าน หากแต่ภายใต้ความหงุดหงิดและท่าทีที่แสดงออกว่าไม่เป็นไร และพร้อมจะออกไปทำอะไรๆบ้าดีเดือดเสี่ยงตายเพื่อช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น หลายๆคนกลับมองออก…ว่าท่าทีเหล่านั้น…เกิดจากการที่ตัวไรเนอร์พยายามปกปิดความหวาดกลัวลึกๆของตัวเอง 

ไม่ว่าทหาร…หรือนักรบ…ไม่ผิดที่ใครสักคนจะกลัวตาย…

ไม่ว่ามนุษย์…หรือคนที่อยู่ระหว่างมนุษย์และไททัน…ไม่ต่างกันหรอก พวกเขาต่างก็รักชีวิต 

ไม่ว่าใคร…ก็มีความหวังที่จะเห็นวันที่ดีกว่า…แม้ว่าเหล่ามนุษยชาติที่สิ้นหวังและไม่กล้าเดินหน้าจะหลบซ่อนอยู่หลังกำแพง และพวกเขา…คือเหล่าคนที่เคยทำลายซีกหนึ่งของกำแพงนั้น

“พวกเราจะต้องได้กลับบ้านด้วยกันไง…” ร่างสูงวางมือลงบนแขนข้างที่ดีของอีกฝ่าย เสียงการต่อสู้ภายนอกดังลอดบานหน้าต่าง เสียงคมดาบตัดเฉือนเนื้อ…เสียงการจู่โจมของเหล่าไททันที่หวังจะทำให้ปราการด่านสุดท้ายในราตรีนี้ล่มสลาย เศษหินร่วงกราวและพื้นที่ที่พวกเขายืนรับรู้ได้ถึงแรงสะเทือนสั่น เบลทรูทบีบแขนไรเนอร์แน่น “ไปเถอะ”

“…เดี๋ยว” เสียงเข้มของไรเนอร์ทำให้เบลทรูทชะงัก “นายปิดบังอะไรฉันอยู่กันแน่” 

“ปิด…บัง?” 

“นาย…มีเรื่องปิดบังฉัน” ชายผมทองเหลือบมองมือของอีกฝ่ายที่จับแขนของเขาไว้แน่น ก่อนจะยกระดับสายตาขึ้นสบกับอีกฝ่ายตรงๆ “เรื่องของนาย…กับแอนนี่? ฉันเห็นนะ สายตาที่นายมองเธอ เบลทรูท…นายเสียใจรึเปล่าเรื่องที่รู้ว่าแอนนี่เป็นยักษีตนนั้น นายชอบเธอใช่ไหม ถึงตอนนี้ทหารอย่างพวกเราก็ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง”

“พูดอะไรของนายน่ะ ไรเนอร์…” 

“หลังๆมานี่นายเงียบผิดปกตินะ เบลทรูท…ถ้านายกลัว นายเสียใจนายก็พูดออกมาสิ! บอกมันตรงนี้แหละ ฉันไม่อยากให้เรามีความลับต่อกันถ้าใครสักคนต้องเป็นอะไรไป…เรื่องวันนี้มันทำให้ฉันคิดได้” 

“…” มือที่คว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้คลายลง เบลทรูทจ้องมองไรเนอร์เงียบๆ ดวงตาของเขาแฝงเจือไปด้วยความเศร้า ไม่ใช่หรอก…ไม่ใช่…คนที่เข้าใจผิดน่ะ…คือนายต่างหาก…ไรเนอร์…

พวกเราคือนักรบไม่ใช่ทหาร…พวกเราไม่ได้มาอยู่ที่นี่เพื่อหาทางให้มนุษยชาติได้มีหวังด้วยการขยายขอบเขตออกไปนอกกำแพง…พวกเราต้องการ [สิ่งนั้น] เพื่อวันที่จะได้รับการปลดปล่อย…เพื่อการนั้น…เพื่อการนั้น…

มือของใครสักคนจึงต้องเปื้อนเลือด

ทั้งฉัน…นาย…แล้วก็แอนนี่…

“ไรเนอร์…เรื่องของฉันกับแอนนี่มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอกนะ” เพราะนายเป็นแบบนี้ต่างหาก…นายถึงได้ไม่เข้าใจ…เพราะนายเป็นแบบนี้…ถึงได้เหลือแต่เพียงแอนนี่ที่เข้าใจ…

ในกรงของพวกเราที่เรียกว่ากำแพงที่ปกปักษ์มนุษยชาติ  

“อึ่ก!” 

แขนข้างที่เจ็บถูกบีบอย่างแรง ไรเนอร์ส่งเสียงกรรโชกลอดไรฟัน คำรามราวกับราชสีห์ที่บาดเจ็บ หากแต่นัยน์ตาสีเขียวเข้มของเบลทรูทกลับจ้องมองเขาด้วยความเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด 

“เรื่องทุกอย่าง…นายเองรู้ดีที่สุด…ไรเนอร์” แรงบีบคลายลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกปวดแปลบ “ฉันไม่อยากทำแบบนี้ ไรเนอร์…นายบอกฉันสิ นายช่วยคอนนี่เพราะอะไร” 

“พวกเราเป็นทหารด้วยกัน ฉันแค่…อึ่ก…ทำตามหน้าที่” หากเป็นคนปกติถูกบีบกระดูกที่แตกแรงขนาดนี้คงจะร้องดังจนเรียกความสนใจจากไททันข้างนอก หรือใครคงจะมาตามพวกเขา แต่ไรเนอร์กลับพยายามเงียบเสียงให้มากที่สุด ราวกับต้องการให้เรื่องคาใจมันจบแค่ระหว่างพวกเขาทั้งสองคน…เหง่ือกาฬเม็ดใหญ่ผุดขึ้นตามใบหน้า…แขนที่เจ็บสั่นน้อยๆ หากแต่ไม่มีเสียงกรีดร้องใดๆ

“แล้วก็…เบลทรูท…นายจำได้รึเปล่า…เรื่องของ…” เขาหอบน้อยๆ “เบริค”

แรงบีบทั้งหมดคลายลงอีกครั้ง สายตาเยือกเย็นของเบลทรูทมีแววหมองลงวูบหนึ่ง 

“…ถ้านายจำเรื่องนั้นได้…นึกให้ออกสิไรเนอร์…” ร่างสูงทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรงราวกับสิ้นหวัง เหตุผลที่พวกเขาไม่เข้าใจกันมันง่ายนิดเดียว…

ง่าย…แต่ก็ซับซ้อน…และที่เขาไม่ยอมพูด…ที่เขาปิดเงียบมาตลอด…

ไม่ว่าจะเบริค…หรือไรเนอร์…คนที่ปกป้องเขามาตลอด…เก่งกล้าและทำงานหนักกว่าทุกคน…

ฉันไม่อยากทำร้ายนายนะ ไรเนอร์…

“พวกเราไม่ใช่ทหาร…บอกฉันสิ ไรเนอร์…พวกเราเป็นอะไร” คำพูดแผ่วราวกระซิบ สายตาที่จับจ้องดูราวกับเว้าวอน สามปีที่พวกเขาเข้ามาสอดแนมในรั้วกำแพงนี้…ไม่ใช่แค่ไรเนอร์ที่ต้องทนกับความขัดแย้งในจิตใจของตนเอง ไม่มีใครหรอกที่อยากจะเป็นฆาตกร…ไม่มีใครที่ฆ่าเพียงเพราะความสนุก…ที่พวกเขาทำลงไป…ก็เพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะเป็นแบบนั้น…เพราะเป็นแบบนั้น…

ฉันถึงต้องการให้นายเข้าใจ

เขาต้องการเพียงให้พวกเขาได้สื่อถึงกันได้อีกครั้ง…ไม่ใช่ในฐานะทหาร…แต่เป็นนักรบ…ที่มาจากหมู่บ้าน…มาจากสถานที่แห่งเดียวกัน…ที่ที่สักวันพวกเขาหวังอยากจะกลับไป… 

“พวกเรา…” คำพูดของอีกฝ่ายกระตุ้นความทรงจำบางอย่าง วินาทีเฉียดตายก่อนหน้า…ทำไมเขาถึงช่วยคอนนี่…เรื่องของเบริค…เรื่องราวในสมัยก่อนของเขากับเบลทรูท…เรื่องก่อนหน้านั้น…แล้วก็…

[ความจริง] ที่พวกเขาเป็น

“พวกเราเป็น…” ความทรงจำเก่าก่อนแล่นผ่านดังคมดาบ…ตัดสะบั้นความทรงจำปลอมที่เขาสร้างขึ้นเพราะความรู้สึกผิด นายทหารรักเพื่อนพ้อง…นายทหารเข้าใจความเจ็บปวดของเพื่อนทหารด้วยกัน…แต่…

“พวกเราเป็นนักรบ”

นักรบได้ทิ้งหัวใจและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ไปแล้ว… 

แขนข้างที่ยังดีอยู่ของไรเนอร์โอบไหล่ร่างสูงที่ทรุดลงสิ้นหวัง “ฉันขอโทษ…เบลทรูท” เขาดึงร่างนั้นให้เข้ามาใกล้…ใกล้อย่างที่พวกเขาเคยแนบชิดในวันเก่าๆ… “พวกเราจะกลับไปด้วยกัน” 

“…แขนนาย…” 

“ไม่เป็นไร…” หากเขาใช้พลังของไททัน เพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็หาย หากแต่พวกเขาไม่ต้องการให้ใครที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามระแคะระคาย “แค่นี้ฉันทนได้” 

“…” เจ้าของเรือนผมสีดำมองอีกฝ่ายนิ่งๆ…ก่อนจะกดร่างแกร่งของอีกฝ่ายลงกับพื้นหินที่เย็นเยียบ “ทำตรงนี้ได้ไหม…ไรเนอร์” 

ความจริงและความลวง…ความทรงจำปลอมที่ผสมปนเป…ความไม่เข้าใจก่อให้เกิดเงามืดและช่องว่างระหว่างพวกเขา…กี่เดือนแล้วที่พวกเขาไ่ได้ทำแบบนี้…หลายเดือนยาวนานราวกับเป็นปีๆ…

“ฮื่อ…” ทันทีที่อีกฝ่ายพยักหน้า…มือของเบลทรูทก็เร่งรีบปลดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย ระมัดระวังไม่ให้กระเทือนบาดแผลจากยักษ์ที่แขนขวาของไรเนอร์…เขารีบเร่งไม่ใช่เพียงเพราะความต้องการ…หากแต่เป็นความ…คิดถึง…

อาภรณ์ถูกปลดเปลื้อง…ภายใต้แสงเทียนสลัวและบทเพลงของคมดาบและความล่มสลายที่ดังแว่วมาจากภายนอกปราสาท…เงายาวทอดทับอีกเงาร่างหนึ่ง แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดแผ่นหินยะเยือกเปื้อนฝุ่น กลิ่นความตายลอยคละคลุ้ง หากแต่…ทั้งหมดหาได้หยุดยั้งร่างสองร่างมิให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง…

บาดแผลจากยักษาหาได้หยุดยั้งมิให้เรื่องราวเดินไปข้างหน้า ร่างแกร่งชันตัวขึ้นด้วยแขนซ้าย เหงื่อกาฬที่เริ่มผุดพรายบนร่างทอประกายเกือบแดงด้วยแสงสะท้อนจากเปลวไฟ นักรบ…ไม่เกรงกลัวที่จะมอดไหม้…

“ทำสิ…” ชายผมทองเอ่ย 

สิ้นคำ…ร่างสูงก็โอบกอดร่างแกร่งเอาไว้แน่น ไรเนอร์จุมพิตเรือนผมสีดำขลับเบาๆ ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุด เมื่ออีกฝ่ายค่อยๆแทรกกายเข้ามา… 

“ไรเนอร์…” เบลทรูทกระซิบ เขาหลับตาสูดเอากลิ่นกายของอีกฝ่าย…กลิ่นที่คุ้นเคยที่ผสมปนเปกับเหงื่อไคล…กลิ่นที่คิดถึง…เมื่อเขานึกถึงทุกครั้งที่ไรเนอร์กลับมาจากการฝึก…กลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้ทุกครั้ง…เขากอดไรเนอร์เอาไว้แน่น… “นายอยู่ข้างเดียวกับฉันใช่ไหม…” 

ดวงเนตรสีน้ำตาลจับจ้องดวงหน้าของอีกฝ่าย…ชายหนุ่มสูดหายใจลึก เมื่อยามแก่นกายร้อนผ่าวค่อยๆสอดแทรกเข้ามา…ทีละนิด…ทีละนิด… “ฉันอยู่ข้างนาย เบลทรูท…ฉันจะปกป้องนาย…และ…อึ่ก…” 

เบลทรูทดันแก่นกายของเขาเข้าไปจนสุด… “ไรเนอร์…” ริมฝีปากพร่ำกระซิบชื่อของอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า…ครั้งแล้วครั้งเล่า…เรียกชื่อซ้ำๆพร้อมๆกับแก่นกายที่เข้าครอบครอง…

ฉันไม่อยากเสียนายไปเหมือนกับเบริค

คนสองคน…หากแต่ความคิดเพียงหนึ่ง…ร่างสองร่างหลอมรวมทั้งกายและความคิด…พวกเขาเชื่อมต่อกันอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ 

ภายในร่างของไรเนอร์ร้อนผ่าว…ร้อนจนราวกับความร้อนนั้นจะทำให้กายเขามอดไหม้…เบลทรูทเร่งกระแทกกระทั้น…ความร้อนรุ่มทำให้เขาลืมเลือนเรื่องอื่นๆ…แม้แต่บาดแผลของไรเนอร์…ร่างสูงเร่งจังหวะครอบครอง แก่นกายของร่างแกร่งเบื้องใต้ชูชันด้วยแรงปรารถนา ของเหลวก่อนหลั่งสีขาวขุ่นเป้ือนเปรอะแผ่นอกและหน้าท้องของอีกฝ่าย เมื่อยามที่ร่างของพวกเขาเสียดสีกัน 

เจ้าของเรือนผมสีตะวันกัดฟันกลั้นเสียง…ทั้งเสียงความครวญที่มาจากการร่วมรักและเสียงร้องจากแขนขวาที่เริ่มปวดแปลบๆ ไม่ใช่เพราะไม่รักไม่ห่วงหรือว่าไม่ต้องการ…หากแต่เรื่องนี้คือความลับระหว่างพวกเขา…พวกเขาเพียงสองคน…ชายหนุ่มดึงใบหน้าของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้…ประกบริมฝีปากของพวกเขาเข้าด้วยกัน…ปิดเสียงร้องใดๆให้แว่วหายไปเบื้องหลังสัญญาของจุมพิต 

สัญญา…ว่าจะไม่ลืมตัวตน…

สัญญา…ว่าจะไม่ทอดทิ้ง…

สัญญา…ว่าจะมีชีวิตรอดไปจนกว่าวันที่เป้าหมายจะสมดังประสงค์ 

และ…เมื่อถึงที่สุดแห่งความปรารถนา…เรือนกาย…ความคิด…ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขาก็เป็นหนึ่งเดียวกัน…ในโถงเปลี่ยวร้างที่ไร้สิ้นมนุษย์และไททัน…ในสถานที่อันต้องสาปที่อาจเป็นวิมานของยักษา…สองคน…ไม่ใช่มนุษย์…ไม่ใช่ไททัน…เป็นทั้งมนุษย์…และเป็นทั้งไททัน…พวกเขาคือที่สุด…ของกันและกัน… 

ของเหลวสีขุ่นแปดเปื้อนระหว่างร่างของพวกเขาทั้งสอง ขณะที่น้ำรักอุ่นของเบลทรูทไหลเข้าเต็มช่องทางคับแคบของไรเนอร์ “อา…” เบลทรูทหอบหายใจหนัก และเขาคงจะทิ้งกายลงนอนพักบนแผ่นอกแกร่งของร่างเบื้องใต้…หากปราการสุดท้ายแห่งอุทการ์ดไม่เริ่มสั่น…

เหล่ายักษาเริ่มตอบโต้…ไททันร่างยักษ์ลักษณะคล้ายสัตว์เหวี่ยงเอาหินใส่ปราการป้อม…หินที่เรียงตัวกันแน่นขนัดของปราสาทเริ่มแตกร้าวและพังครืน…เสียงการพังพินาศดังก้องทั่วโถงท้องทางเดินในปราสาท

ไรเนอร์หอบหายใจ ก่อนจะพยัดเพยิดไปทางเสื้อผ้าที่พวกเขาถอดทิ้งไว้…ไม่มีเวลาให้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เมื่อพวกเขาเร่งรีบผละจากกันและแต่งตัวให้ไวที่สุด…ทว่า…แม้ไม่มีสิ่งใดต้องเอ่ย ความรู้สึกกลับส่งผ่านถึงกันและกันได้ดีที่สุด 

พวกเขาจะกลับบ้านด้วยกัน

เบลทรูทประคองไหล่ไรเนอร์ รู้สึกผิดเล็กๆที่ทำให้แผลของอีกฝ่ายต้องเจ็บ พวกเขามองออกไปนอกเวิ้งหน้าต่าง…สิ่งที่เห็นทำให้พวกเขามีความหวัง…

ใช่…ไททันที่เหมือนกับลิงยักษ์นั่น…

“พวกเรายังมีหวัง…ในฐานะนักรบ” ไรเนอร์เอ่ยเงียบๆ เบลทรูทพยักหน้า 

นั่น…คือก่อนที่เสียงตะโกนของยูมิลจะดังมาให้พวกเขาได้ยิน…



Fin 



ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์เช่นเคยนะคะ...
 
ปล. อาจจะเปิดบลอกสำหรับที่เวิร์ดเพรสในไม่ช้า...ถ้าย้ายยังไงจะแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ m(_ _)m

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
ชอบค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ท่านเขียนเบลได้กากกกกกกกกกกกกกกกกกกส์มาก ประทับใจแงงงงงงง #นี่ชมจริงๆนะแงงงง
ไรเนอร์แมนจังชอบมากกกกกกกกก ฟฟฟฟฟฟฟฟ
ช่วงฉากเร้าใจอ่ะท่าน สมแล้วที่เป็นนางสาวHนามสมมุติ*ตาบแป๊บ* o<-----------<
*อังกอร์อีกสามเรื่อง* me/โดนท่านหักคอ
แงงงงงงงงงงงงงงงงง
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

#1 By ♦Belial♦ on 2014-01-11 23:44